Get Adobe Flash player

50 YEARS CBF

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

  • ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน
    2 ธันวาคม 2019 วันจันทร์ สัปดาห์ 1 เทศการเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า (มธ 8:5-11) เรารู้ว่าความดีหรือกิจการใดสำเร็จไปบางครั้งอยู่กับผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้า เขาอาจจะไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเองด้วยซ้ำ เพียงเอ่ยปากเห็นชอบ… “ไฟเขียว”… ทุกอย่างก็จะดำเนินไป...

Pope to Bible Congress participants

บทรำพึงพระวาจาประจำวัน

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เยฟธาห์วางเงื่อนไข

11 1เยฟธาห์ชาวกิเลอาดเป็นนักรบผู้กล้าหาญ เป็นบุตรของหญิงโสเภณี บิดาของเขาชื่อกิเลอาดa 2กิเลอาดมีบุตรหลายคนจากภรรยาของตน เมื่อบุตรเหล่านี้เติบโตขึ้น ก็ขับไล่เยฟธาห์ออกจากบ้าน กล่าวว่า 'ท่านจะไม่ได้มรดกใดๆจากบิดาของเราเพราะท่านเป็นลูกคนละแม่กับเรา' 3เยฟธาห์จึงหนีไกลจากพี่น้องของตน ไปอยู่ในแผ่นดินโทบ คนจรจัดกลุ่มหนึ่งมาเป็นสมัครพรรคพวกออกปล้นพร้อมกับเขาb

4ต่อมา ชาวอัมโมนทำสงครามกับชาวอิสราเอล 5เมื่อชาวอัมโมนเริ่มทำสงคราม บรรดาผู้อาวุโสของชนกิเลอาดส่งคนไปเรียกเยฟธาห์มาจากแผ่นดินโทบ 6กล่าวกับเยฟธาห์ว่า 'จงมาเป็นผู้นำของเราเถิด พวกเราจะได้สู้รบกับชาวอัมโมน' 7แต่เยฟธาห์ตอบบรรดาผู้อาวุโสของชนกิเลอาดว่า 'ท่านทั้งหลายเคยเกลียดข้าพเจ้าและขับไล่ข้าพเจ้าออกจากบ้านของบิดาไม่ใช่หรือ? ทำไมเวลานี้เมื่อท่านเดือดร้อน ท่านจึงมาหาข้าพเจ้าเล่า?' 8บรรดาผู้อาวุโสของชนกิเลอาดบอกเยฟธาห์ว่า 'พวกเรามาหาท่านก็เพราะเราเดือดร้อนน่ะสิ จงมากับพวกเราเถิด ไปสู้รบกับชาวอัมโมนและท่านจะเป็นเป็นหัวหน้าของพวกเรา ชาวกิเลอาดทุกคน' 9เยฟธาห์ตอบบรรดาผู้อาวุโสของชนกิเลอาดว่า 'ถ้าท่านทั้งหลายให้ข้าพเจ้ากลับบ้านไปสู้รบกับชาวอัมโมน แล้วพระยาห์เวห์ทรงมอบพวกนั้นไว้ในอำนาจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องเป็นหัวหน้าของท่าน?'c 10บรรดาผู้อาวุโสของชนกิเลอาดกล่าวแก่เยฟธาห์ว่า 'พวกเราจะทำตามที่ท่านพูด ขอพระยาห์เวห์ทรงเป็นพยานเถิด!' 11เยฟธาห์จึงไปกับบรรดาผู้อาวุโสของชนกิเลอาด ประชาชนตั้งเขาเป็นหัวหน้าและผู้บัญชาการทหาร เยฟธาห์กล่าวซ้ำเงื่อนไขทั้งหมดนี้อีกที่เมืองมิสปาห์เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์d

เยฟธาห์เจรจากับชาวอัมโมนe

          12เยฟธาห์ส่งทูตไปทูลถามกษัตริย์ของชาวอัมโมนว่า 'พระองค์ทรงมีเรื่องอะไรกับข้าพเจ้า จึงทรงรุกรานแผ่นดินของข้าพเจ้า?' 13กษัตริย์ของชาวอัมโมนตอบทูตของเยฟธาห์ว่า 'เมื่อชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ เขาเข้ายึดแผ่นดินของเราตั้งแต่แม่น้ำอารโนนไปจนถึงแม่น้ำยับบอกและแม่น้ำจอร์แดน บัดนี้ จงคืนแผ่นดินเหล่านี้ให้กับเราโดยสันติเถิด' 14เยฟธาห์จึงส่งทูตกลับไปหากษัตริย์ของชาวอัมโมนอีก 15ทูลว่า 'เยฟธาห์กล่าวดังนี้ว่า "ชาวอิสราเอลไม่ได้ยึดแผ่นดินของชาวโมอับหรือแผ่นดินของชาวอัมโมนไป 16เมื่อชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ เขาเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดารไปจนถึงทะเลต้นกก และถึงเมืองคาเดช 17อิสราเอลส่งทูตไปหากษัตริย์ของชาวเอโดมเพื่อทูลว่า “ขอเดินทางผ่านแผ่นดินของพระองค์เถิด” แต่กษัตริย์ของชาวเอโดมไม่ทรงยอม ชาวอิสราเอลก็ส่งทูตไปขอกษัตริย์ของชาวโมอับ แต่พระองค์ก็ไม่ทรงอนุญาตชาวอิสราเอลจึงต้องหยุดยั้งอยู่ที่เมืองคาเดชต่อไป 18เมื่อเขาเดินทางต่อไปทางถิ่นทุรกันดารเขาก็เดินอ้อมแผ่นดินของชาวเอโดมและของชาวโมอับจนมาถึงทางด้านตะวันออกของแผ่นดินโมอับ เขาจึงตั้งค่ายอยู่ทางอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำอารโนนแต่ไม่ได้ข้ามแม่น้ำอารโนนเข้าไปในแผ่นดินโมอับเพราะแม่น้ำอารโนนเป็นเขตแดนของโมอับ 19ชาวอิสราเอลส่งทูตไปเฝ้าสิโหน กษัตริย์ของชาวอาโมไรต์กษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบน ทูลว่า “ขอเดินทางผ่านแผ่นดินของพระองค์ไปสู่แผ่นดินของข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด” 20แต่กษัตริย์สิโหนไม่ทรงยอมf ให้ชาวอิสราเอลผ่านดินแดนของพระองค์ กลับทรงระดมรี้พลทั้งหมดมาตั้งค่ายอยู่ที่เมืองยาฮาสและสู้รบกับชาวอิสราเอล 21พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอลทรงมอบกษัตริย์สิโหนและรี้พลของพระองค์ไว้ในอำนาจของชาวอิสราเอลซึ่งรบชนะ ดังนั้น ชาวอิสราเอลจึงเข้าครองแผ่นดินทั้งหมดของชาวอาโมไรต์ ผู้อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น 22ชาวอิสราเอลเข้ายึดครองแผ่นดินทั้งหมดของชาวอาโมไรต์ตั้งแต่แม่น้ำอารโนนไปจนถึงแม่น้ำยับบอก และจากทะเลทรายไปจนถึงแม่น้ำจอร์แดน 23บัดนี้พระยาห์เวห์ พระเจ้าของชาวอิสราเอลทรงขับไล่ชาวอาโมไรต์ไปต่อหน้าอิสราเอลประชากรของพระองค์ แล้วท่านชาวอาโมไรต์จะขับไล่อิสราเอลออกไปหรือ? 24เทพเจ้าเคโมสประทานสิ่งใดให้ท่านยึดครอง ท่านก็ยึดครองสิ่งนั้นไว้ฉันใด สิ่งที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราทรงยึดจากศัตรูมาประทานให้เรา เราก็จะยึดครองไว้ฉันนั้น! 25พระองค์ทรงคิดว่าพระองค์ทรงเก่งกว่าบาลาค บุตรของศิปโปร์ กษัตริย์ของชาวโมอับหรือ? บาลาคไม่เคยหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งหรือทำสงครามกับชาวอิสราเอลเลย 26ชาวอิสราเอลยึดครองเมืองที่เฮชโบนกับหมู่บ้านรอบๆ เมืองอาโรเออร์กับหมู่บ้านรอบๆ และเมืองต่างๆที่อยู่ตามฝั่งแม่น้ำอารโนน เป็นเวลาสามร้อยปีมาแล้ว ทำไมท่านทั้งหลายไม่เอาเมืองเหล่านี้คืนในเวลานั้นเล่า? 27ข้าพเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดต่อพระองค์ พระองค์ต่างหากทรงทำร้ายข้าพเจ้าที่ก่อสงครามขึ้น ให้พระยาห์เวห์ผู้พิพากษาทรงตัดสินระหว่างชาวอิสราเอลและชาวอัมโมนในวันนี้เถิด"' 28แต่กษัตริย์ของชาวอัมโมนไม่ทรงฟังถ้อยคำที่เยฟธาห์ส่งทูตไปทูล

เยฟธาห์บนบานและชนะสงครามg

29พระจิตของพระยาห์เวห์ลงมาเหนือเยฟธาห์ เขาเดินข้ามแคว้นกิเลอาดและแผ่นดินของเผ่ามนัสเสห์ผ่านเมืองมิสปาห์แห่งกิเลอาด และจากที่นั่นเข้าไปในดินแดนของชาวอัมโมน 30เยฟธาห์บนบานกับพระยาห์เวห์ไว้ว่า 'ถ้าพระองค์ทรงมอบชาวอัมโมนให้อยู่ในอำนาจของข้าพเจ้า 31คนแรกที่ออกจากประตูบ้านมมาต้อนรับข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้ามีชัยชนะชาวอัมโมนกลับไปจะเป็นของพระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าจะถวายเขาเป็นเครื่องเผาบูชาแด่พระองค์' 32เยฟธาห์ข้ามเข้าไปสู้รบกับชาวอัมโมน พระยาห์เวห์ทรงมอบชาวอัมโมนไว้ในอำนาจของเขา 33เขาตีศัตรูแตกพ่ายตั้งแต่เมืองอาโรเออร์ไปจนถึงบริเวณรอบเมืองมินนิท (รวมทั้งสิ้นยี่สิบเมือง) จนถึงเมืองอาเบล-เครามิม ดังนั้น ชาวอัมโมนประสบความพ่ายแพ้ยับเยินต้องตกอยู่ใต้อำนาจของชาวอิสราเอล

34เมื่อเยฟธาห์กลับบ้านที่เมืองมิสปาห์ บุตรสาวของเขาเริงระบำเข้ากับรำมะนาออกมาต้อนรับ เยฟธาห์มีบุตรสาวคนนี้เพียงคนเดียว ไม่มีบุตรชายหรือบุตรสาวคนอื่นเลย 35เมื่อเขาเห็นเธอเข้า ก็ฉีกเสื้อผ้าด้วยความทุกข์ ร้องรำพันว่า ‘โธ่ลูกเอ๋ย ลูกทำให้ใจพ่อแตกสลาย ทำไมต้องเป็นลูกด้วยที่นำความทุกข์มาให้พ่อ! พ่อสัญญาไว้กับพระยาห์เวห์ไว้แล้ว พ่อกลับคำไม่ได้' 36เธอตอบเขาว่า 'คุณพ่อขา ถ้าคุณพ่อสัญญาไว้กับพระยาห์เวห์ ก็จงทำกับลูกตามคำสัญญาที่คุณพ่อทำไว้เถิด เพราะพระยาห์เวห์ประทานให้คุณพ่อได้แก้แค้นชาวอัมโมนศัตรูของคุณพ่อแล้ว' 37แล้วเธอขอร้องบิดาว่า 'ลูกขอคุณพ่อเพียงประการเดียว! ขอเวลาให้ลูกสักสองเดือน เพื่อลูกจะไปร่ำไห้พร้อมกับเพื่อน ๆ ตามภูเขาที่ลูกต้องตายตั้งแต่ยังสาวอยู่'h 38เยฟธาห์ตอบว่า 'จงไปเถิด' เขาอนุญาตให้เธอจากไปเป็นเวลาสองเดือน เธอกับเพื่อนๆท่องเที่ยวไปร่ำไห้ตามภูเขา เนื่องจากเธอต้องตายตั้งแต่ยังสาว ยังไม่มีสามีและบุตร 39เมื่อสองเดือนผ่านไป เธอก็กลับมาหาบิดา เยฟธาห์ก็ทำกับเธอตามที่ได้บนบานไว้ เธอตายตั้งแต่ยังเป็นสาวพรหมจารีย์อยู่ เพราะฉะนั้นชาวอิสราเอลจึงมีธรรมเนียมนี้ 40ที่ทุกๆปีหญิงสาวชาวอิสราเอลจะออกไปตามภูเขา เพื่อร่ำไห้ไว้ทุกข์iถึงบุตรสาวของเยฟธาห์ ชาวกิเลอาดเป็นเวลาสี่วัน


11a กิเลอาดเป็นชื่อแคว้นใน 10:18 และ 11:8 -คือเขตแดนที่ชนเผ่ากาดยึดครอง (ดู กดว 32:1 เชิงอรรถ a) แต่ในที่นี้กิเลอาดเป็นชื่อของปัจเจกบุคคลเช่นเดียวกับที่ใช้ในลำดับวงศ์วาน (ดู กดว 26:29)

b เช่นเดียวกับที่ อาบีเมเลค ได้ทำ(9:4) และกษัตริย์ดาวิดจะทำในเวลาต่อมา (1 ซมอ 22:1-2; 25:13)

c เรื่องเยฟธาห์เป็นตัวอย่างในการพิจารณาคุณสมบัติของ “ผู้วินิจฉัย” ของอิสราเอล เขาได้รับเลือกเพราะมีความสามารถในการนำชัยชนะมาให้และมีคุณสมบัติเป็นผู้นำซึ่งแสดงว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเขา (11:29) เราจะพบคุณสมบัติทั้งสองประการนี้ในเรื่องการที่ซาอูลได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ (1 ซมอ 11) เยฟธาห์ไม่ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ก็จริง แต่อำนาจที่เขาเรียกร้องและได้รับก็คือ อำนาจกษัตริย์นั่นเอง เรือ่งเยฟธาห์แสดงว่าสถาบันผู้วินิจฉัยเป็นการเตรียมสถาบันกษัตริย์

d ที่เมืองมิสปาห์คงจะมีสักการสถานที่ชาวอิสราเอลเข้าไปบนบานหรือทำสัญญา โดยเรียกหาพระยาห์เวห์ให้ทรงเป็นพยาน

e ผู้เขียนเรื่องนี้นำข้อมูลจาก กดว 20-21 และ ฉธบ 2 มาเรียบเรียงใหม่ แต่มีความสับสนระหว่างชาวอัมโมนกับชาวโมอับ ดินแดนที่กล่าวว่าชาวอิสราเอลยึดครอง ในข้อ 13 และ 26 ตามความเป็นจริงเป็นดินแดนของชาวโมอับ พระเคโมช (ข้อ 24) เป็นเทพเจ้าสำคัญของชาวโมอับ ส่วนเทพเจ้าของชาวอัมโมนคือพระมิลโคม

f 'ไม่ยอม' แปลตามฉบับแปลโบราณ เทียบ กดว 20:21 ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า 'ไม่ไว้พระทัย'

g เรื่องการบนบานของเยฟธาห์ (ข้อ 30-31, 34-40) มีเจตนาอธิบายที่มาของเทศกาลประจำปีที่ฉลองกันในแคว้นกิเลอาด (ข้อ 40) เราไม่ทราบความหมายแท้จริงของฉลองนี้ พูดง่ายๆ เยฟธาห์ได้ฆ่าบุตรสาวของตนเผาถวายเป็นบูชายัญแด่พระเจ้า (ข้อ 39) ดีกว่าจะละเมิดคำบนบานที่ได้ทำไว้ (ข้อ 31) โดยทั่วไปชาวอิสราเอลไม่ยอมถวายมนุษย์เป็นบูชายัญเลย (ดู ปฐก 22) แต่ผู้เล่าเรื่องนี้ไม่ประณามเยฟธาห์ ต้องการเพียงแต่เน้นความสำคัญในการปฏิบัติตามสิ่งบนบานไว้แด่พระเจ้า

h 'ตายตั้งแต่ยังสาวอยู่' ชาวอิสราเอลคิดว่า การไม่มีบุตรเป็นโชคร้ายและสำหรับสตรียังเป็นเรื่องน่าอับอายอีกด้วย

i 'ร่ำไห้ไว้ทุกข์' แปลตามต้นฉบับภาษากรีก ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า 'ร้องสรรเสริญ'

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย