Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

4: อาบีเมเลคตั้งตนเป็นกษัตริย์a

9 1อาบีเมเลคบุตรของเยรุบบาอัลไปพบพี่น้องข้างมารดาของตนที่เมืองเชเคม และขอร้องเขาและญาติทุกคนในครอบครัวของมารดา 2'ให้ถามคนสำคัญของเมืองเชเคมว่า อย่างไหนจะดีกว่ากันสำหรับท่านทั้งหลาย จะให้บุตรทั้งเจ็ดสิบคนของเยรุบบาอัลปกครองท่าน หรือจะให้คนเดียวปกครอง? จงจำไว้ว่า ข้าพเจ้าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกับท่าน' 3บรรดาพี่น้องข้างมารดาของอาบีเมเลคจึงไปเกลี้ยกล่อมคนสำคัญทุกคนของเมืองเชเคมตามที่เขาบอก คนเหล่านี้จึงตกลงใจจะเข้าข้างอาบีเมเลค เพราะคิดว่าเป็นพี่น้องกัน' 4เขาทั้งหลายจึงเอาเงินหนักเจ็ดสิบบาทจากวิหารของพระบาอัล-เบรีทมอบให้อาบีเมเลข อาบีเมเลคก็เอาเงินนี้ไปจ้างพวกนักเลงอันธพาลมาเป็นพรรคพวก 5แล้วไปที่เมืองโอฟราห์บ้านของบิดา จับพี่น้องทั้งเจ็ดสิบคนซึ่งเป็นบุตรของเยรุบบาอัลมาประหารบนศิลาก้อนเดียวกัน แต่โยธาม บุตรสุดท้องของเยรุบบาอัลซ่อนตัวทันจึงไม่ถูกประหาร 6คนสำคัญทั้งหลายของเมืองเชเคมและเบธ-มิลโลทั้งหมดมาชุมนุมกันที่ต้นโอ๊กใกล้เสาศักดิ์สิทธิ์bแห่งเมืองเชเคม ตั้งอาบีเมเลคเป็นกษัตริย์

นิทานของโยธามc

7เมื่อโยธามทราบข่าวนี้ก็ไปยืนบนยอดภูเขาเกริซิมร้องตะโกนเสียงดังว่า

     “ชาวเชเคมผู้มีเกียรติทั้งหลาย จงฟังข้าพเจ้าเถิด

     แล้วพระเจ้าจะทรงสดับฟังท่านด้วย!

   8ครั้งหนึ่ง บรรดาต้นไม้ออกไป

     เพื่อเจิมตั้งกษัตริย์ขึ้นปกครองตน

     กล่าวเชิญต้นมะกอกเทศว่า 'จงเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเราเถิด!'

   9ต้นมะกอกเทศตอบว่า

     'ข้าพเจ้าจะต้องเลิกผลิตน้ำมัน

     ที่ใช้ถวายเกียรติแด่เทพเจ้าและมนุษย์

     ไปแกว่งไกวอยู่เหนือต้นไม้อื่นๆหรือ?'

   10บรรดาต้นไม้จึงกล่าวเชิญต้นมะเดื่อเทศว่า

     'จงมาเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเราเถิด!'

   11ต้นมะเดื่อเทศตอบว่า

     'ข้าพเจ้าจะต้องเลิกผลิตผลหวานน่ากิน

     ไปแกว่งไกวอยู่เหนือต้นไม้อื่นๆหรือ?'

   12บรรดาต้นไม้กล่าวเชิญเถาองุ่นว่า

     'จงมาเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเราเถิด!'

   13เถาองุ่นตอบว่า

     'ข้าพเจ้าจะต้องเลิกผลิตเหล้าองุ่น

     ซึ่งทำให้เทพเจ้าและมนุษย์มีความยินดี

     ไปแกว่งไกวอยู่เหนือต้นไม้อื่นๆหรือ?'

   14บรรดาต้นไม้จึงพร้อมใจกล่าวเชิญพุ่มหนามว่า

     'จงมาเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเราเถิด!'

   15พุ่มหนามก็ตอบบรรดาต้นไม้ว่า

     'ถ้าท่านต้องการเจิมตั้งข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์จริงๆละก็

     จงมาพักอยู่ใต้ร่มเงาของข้าพเจ้าเถิด

     ถ้าท่านไม่มา ไฟจะออกมาพุ่มหนาม

     และเผาผลาญต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอน'

16d'บัดนี้ ท่านทั้งหลายแต่งตั้งอาบีเมเลคเป็นกษัตริย์แล้ว ท่านทำด้วยความจริงใจและไม่มีเจตนาเคลือบแฝงหรือ? ท่านได้ปฏิบัติอย่างสมเกียรติกับเยรุบบาอัลและครอบครัวของเขาหรือ ท่านได้ทำกับเขาตามที่การกระทำของเขาสมควรจะได้รับหรือ 17บิดาของข้าพเจ้าได้ต่อสู้เพื่อท่าน ได้เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยท่านให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของชาวมีเดียน 18แต่ในวันนี้ ท่านได้กบฏต่อครอบครัวของบิดาของข้าพเจ้า ประหารบุตรทั้งเจ็ดสิบคนของเขา -บนศิลาก้อนเดียวกัน- และแต่งตั้งอาบีเมเลค บุตรของหญิงทาสของเขา เป็นกษัตริย์ปกครองคนสำคัญของเมืองเชเคม เพราะเขาเป็นพี่น้องของท่าน!- 19ถ้าท่านได้ปฏิบัติต่อเยรุบบาอัลและครอบครัวของเขาด้วยความจริงใจและไม่มีเจตนาเคลือบแฝง ก็จงยินดีกับอาบีเมเลค และให้อาบีเมเลคยินดีกับท่านเถิด! 20ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น ก็ขอให้ไฟออกจากอาบีเมเลคมาเผาผลาญคนสำคัญของเมืองเชเคมและเบธ-มิลโลเถิด ขอให้ไฟออกจากคนสำคัญของเมืองเชเคมและเบธ-มิลโล มาเผาผลาญอาบีเมเลคเถิด!'

          21แล้วโยธามก็หนีหลบไปอยู่ที่เมืองเบเออร์ ห่างจากอาบีเมเลคพี่ชายของตน

ชาวเชเคมเป็นกบฏต่ออาบีเมเลค

22อาบีเมเลคเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอลเป็นเวลาสามปีe 23แล้วพระเจ้าทรงบันดาลให้อาบีเมเลคและบรรดาคนสำคัญของเมืองเชเคมมีจิตใจเป็นอริกัน บรรดาคนสำคัญของเมืองเชเคมจึงกบฏต่ออาบีเมเลค 24ที่เป็นดังนี้ก็เพื่อชดเชยความทารุณที่ได้กระทำต่อบุตรทั้งเจ็บสิบคนของเยรุบบาอัลf และเพื่อลงโทษอาบีเมเลค ที่ได้ฆ่าบรรดาพี่น้องของตน และลงโทษบรรดาคนสำคัญของเมืองเชเคมที่ได้สนับสนุนอาบีเมเลคให้ฆ่าพี่น้อง

25บรรดาคนสำคัญของเมืองเชเคมได้วางคนดักทำร้ายอาบีเมเลคอยู่ตามยอดเขา คนเหล่านี้ปล้นทุกคนที่เดินผ่านทางนั้น มีผู้ไปบอกอาบีเมเลคให้ทราบเรื่องนี้ 26กาอัลบุตรของเอเบดg มาที่เมืองเชเคมพร้อมกับพี่น้องของตน บรรดาคนสำคัญของเมืองเชเคมไว้ใจเขา 27วันหนึ่งชาวเมืองออกไปในไร่องุ่นเก็บผลองุ่น มาย่ำทำการเลี้ยงฉลองกันและเข้าไปในวิหารของเทพเจ้า กินและดื่มกันที่นั่นhแล้วด่าแช่งอาบีเมเลค 28กาอัลบุตรของเอเบดกล่าวว่า 'อาบีเมเลคเป็นใคร เชเคมเป็นอะไรกัน พวกเราจึงต้องเป็นทาสรับใช้เขา? บุตรของเยรุบบาอัลและเศบุลผู้ช่วยของเขาจะต้องรับใช้คนของฮาโมร์i บิดาของเชเคมมิใช่หรือ? แล้วทำไมเราจะต้องเป็นทาสรับใช้เขาเล่า? 29ถ้าข้าพเจ้าเป็นผู้นำประชาชนของเมืองนี้ ข้าพเจ้าก็ขับไล่อาบีเมเลคออกไป? ข้าพเจ้าจะท้าเขาว่าj "จงรวบรวมกำลังทัพแล้วออกมารบกันเถิด!"' 30เศบุลผู้ครองเมืองทราบคำท้าของกาอัลบุตรของเอเบดก็โกรธมาก 31จึงส่งคนไปบอกอาบีเมเลคที่เมืองอารมาห์kว่า 'กาอัลบุตรของเอเบดพร้อมกับบรรดาพี่น้องมาที่เมืองเชเคมแล้ว กำลังยุยงชาวเมืองให้เป็นกบฏต่อท่าน 32ดังนั้น ให้ท่านและคนของท่านออกมาคืนนี้ ไปซุ่มอยู่ในทุ่งนา 33พอรุ่งเช้าเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น จงเตรียมพร้อมเข้าโจมตีเมือง เมื่อกาอัลและพรรคพวกจะออกมารบกับท่าน จงสู้กับเขาสุดความสามารถเถิด' 34ในคืนนั้นอาบีเมเลคออกเดินทางพร้อมกับคนของเขา ไปซ่อนตัวใกล้เมืองเชเคม แบ่งเป็นสี่กลุ่ม 35กาอัลบุตรของเอเบดออกไปยืนหน้าประตูเมือง อาบีเมเลคและคนของเขาก็กรูกันออกมาจากที่ซ่อน 36กาอัลเห็นคนเหล่านี้ก็บอกเศบุลว่า 'ดูซิ มีคนกำลังลงมาจากยอดเขา!' เศบุลตอบว่า 'ท่านเห็นเงาของภูเขาเป็นคนต่างหาก' 37กาอัลพูดอีกว่า 'ดูซิ มีคนลงมาจากยอดเขาตาบูรฮาอาเรซ และมีคนอีกกลุ่มหนึ่งมาจากทางเอโลน-เมโอเนนิม'l 38แล้วเศบุลกล่าวกับว่า 'ท่านเคยคุยโวไว้ไม่ใช่หรือว่า "อาบีเมเลคเป็นคร ทำไมพวกเราจะต้องเป็นทาสรับใช้เขา?" คนที่ท่านเคยดูถูกอยู่ที่นั่น จงออกไปสู้กับเขาเถิด' 39กาอัลก็นำคนสำคัญของเมืองเชเคมออกต่อสู้กับอาบีเมเลค 40อาบีเมเลคไล่ฟันกาอัลจนต้องหนีไป คนจำนวนมากบาดเจ็บหรือล้มตายตามทางถึงประตูเมือง 41อาบีเมเลคไปอยู่ที่เมืองอารูมาห์ ส่วนเศบุลขับไล่กาอัลและพี่น้องของเขาออกไปจากเมืองเชเคม ไม่ยอมให้กลับมาอยู่ที่นั่นอีก

อาบีเมเลคทำลายเมืองและป้อมที่เมืองเชเคมm

42อาบีเมเลคทราบว่า วันรุ่งขึ้น ชาวเมืองเชเคมจะต้องออกไปในทุ่งนา 43เขาจึงพาคนของตนออกมา แบ่งเป็นสามกลุ่มคอยซุ่มอยู่ในทุ่งนา เมื่อเห็นชาวเมืองออกมา เขาก็กรูกันเข้าโจมตี 44อาบีเมเลคและกลุ่มของตนรีบขึ้นหน้าไปยึดประตูเมืองไว้ อีกสองกลุ่มกรูเข้าโจมตีทุกคนที่อยู่ในทุ่งนาแล้วฆ่าตายหมด 45อาบีเมเลคสู้รบกับชาวเมืองตลอดวันนั้น แล้วเข้ายึดเมืองนั้นได้ ฆ่าประชาชนที่อยู่ที่นั่น ทำลายเมืองลงและเอาเกลือโรยn 46เมื่อบรรดาคนสำคัญที่ป้อมมิกดัล-เชเคมทราบเริ่งนี้เข้า เขาก็ไปหลบภัยอยู่ในห้องใต้ดินของวิหารของเทพเจ้าเอล-เบรีทo 47อาบีเมเลคทราบว่าบรรดาคนสำคัญทุกคนของป้อมมิกดัล-เชเคมไปรวมกันอยู่ที่นั่น 48เขาก็พาคนของตนขึ้นไปบนภูเขาศัลโมน ถือขวานไปตัดกิ่งจากไม้ต้นหนึ่ง ยกใส่บ่า บอกคนของตนว่า 'ท่านทั้งหลายเห็นข้าพเจ้าทำอย่างไรก็จงรีบทำอย่างนั้นเถิด' 49แต่ละคนจึงตัดกิ่งไม้ และเดินตามอาบีเมเลคไปวางสุมไว้ข้างบนห้องใต้ดินแล้วจุดไฟเผาห้องใต้ดินพร้อมกับทุกคนที่อยู่ในนั้น ทุกคนในป้อมมิกดัล-เชเคมก็ตายสิ้น ทั้งชายและหญิงประมาณหนึ่งพันคน

อาบีเมเลคล้อมเมืองเธเบศและถูกฆ่าตาย

50อาบีเมเลคไปล้อมเมืองเธเบศpไว้และยึดเมืองได้ 51ที่กลางเมือง มีป้อมแข็งแรงป้อมหนึ่ง คนสำคัญในเมืองทุกคนทั้งชายหญิงพากันหนีไปหลบภัยอยู่ในป้อม ลั่นประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาแล้วขึ้นไปอยู่บนหลังคาป้อม 52อาบีเมเลคเข้าโจมตีป้อม เขามาถึงที่ประตูจะจุดไฟเผาป้อม 53แต่หญิงคนหนึ่งเอาหินโม่แป้งทุ่มใส่อาบีเมเลคกระโหลกศีรษะแตก 54เขาเรียกชายหนุ่มที่ถืออาวุธเข้ามาทันทีสั่งว่า 'จงชักดาบออกมาฆ่าข้าพเจ้าเสีย ข้าพเจ้าไม่อยากจะได้ชื่อว่าตายเพราะน้ำมือผู้หญิง ชายหนุ่มนั้นก็แทงเขาตาย 55เมื่อชาวอิสราเอลเห็นว่าอาบีเมเลคตายแล้วแต่ละคนก็พากันกลับบ้าน

          56ดังนี้ พระเจ้าทรงทำให้อาบีเมเลคชดใช้ความชั่วร้ายที่เขาทำกับบิดาโดยฆ่าพี่น้องทั้งเจ็ดสิบคน 57พระเจ้ายังทรงทำให้ชาวเมืองเชเคมต้องชดใช้ความชั่วร้ายที่ตนทำอีกด้วย ดังนี้ คำสาปแช่งของโยธาม บุตรของเยรุบบาอัลต่อเขาก็เป็นจริง


9a อาบีเมเลคไม่ใช่ผู้วินิจฉัยของชาวอิสราเอล แต่ผู้เขียนพระคัมภีร์เล่าเรื่องของเขาไว้ที่นี่ เพราะเขาเป็นบุตรของกิเดโอน-เยรุบบาอัล แต่มีมารดาเป็นหญิงชาวเชเคม ชาวคานาอันที่เมืองเชเคมแต่งตั้งเขาเป็นกษัตริย์ตามคำชักชวนของอาบีเมเลคที่ใช้อุบายและกำลังทหารของผู้ที่เขาจ้างมาคอบคุ้มกัน เขาแสดงพลังนี้โดยฆ่าพี่น้องของตน ปราบชาวเชเคมที่เป็นกบฏต่อเขาและเข้าโจมตีเมืองเธเบศของชาวอิสราเอลแต่เขาก็ถูกฆ่าอย่างอัปยศที่นั่น เรื่องนี้น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และทำให้เราเข้าใจสภาพการณ์ในยุคนั้นได้ชัดเจนขึ้น กล่าวคือชาวอิสราเอลและชาวคานาอันยังอยู่เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน และสถานการณ์ทางการเมืองในแคว้นคานาอันสอดคล้องกับข้อมูลที่เราทราบจากเอกสาร(จดหมาย)ที่ขุดพบได้ที่เนินเอล-อามารนา ในประเทศอียิปต์ เอกสารเหล่านี้เขียนขึ้นในศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล การที่อาบีเมเลคตั้งตนเป็นกษัตริย์และประสบความล้มเหลวเป็นเหตุผลสนับสนุนความคิดของผู้เขียนจากสำนักเฉลยธรรมบัญญัติที่ว่า ในอิสราเอลไม่มีใครจะเป็นกษัตริย์ปกครองได้นอกจากผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงเลือกสรร

b เบธ-มิลโลคงเป็นป้อมที่เมืองเชเคมซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า 'มิกดัล-เชเคม' ข้อ 46 และ 49 * 'เสาศักดิ์สิทธิ์' เป็นการแปลโดยคาดระเน ภาษาฮีบรูมีว่า “ตั้งอยู่” ซึ่งดูแปลกที่จะใช้กับต้นไม้ วลีนี้คงจะหมายถึง “เสาศักดิ์สิทธิ์” ระลึกถึงพันธสัญญาที่ประชากรอิสราเอลทำกับพระยาหืเวห์ใน ยชว 24:26

c นิทานเรื่องนี้เป็นตัวอย่างแรก ๆในพระคัมภีร์ที่ให้ต้นไม้หรือสัตว์พูดได้เพื่อให้คติสอนใจ (ดู 2 ซมอ 12:1-4; 2 พกษ 14:9; อสค 17:3-10 และเรื่องอื่นๆใน สภษ) นิทานเช่นนี้เป็นรูปแบบวรรณกรรมที่ใช้กันอยู่ทั่วไป (เช่น ในเมโสโปเตเมีย ประเทศอียิปต์ กรีซ ฯลฯ) นิทานเรื่องนี้อาจมีอยู่แล้วก่อนที่จะนำมาใช้เพื่ออธิบายเรื่องของเยรุบบาอัลและอาบีเมเลค

d ข้อ 16-20 เป็นการประยุกต์นิทานนี้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่ออาบีเมเลคตั้งตนเป็นกษัตริย์ เชิญชวนให้ผู้ฟังพิจารณาถึงความจริงใจ และเจตนาดีของการกระทำของตน ข้อ 16-19 ในภาษาฮีบรูเป็นประโยคยืดยาวประโยคเดียว แสดงวาทศิลป์ของผู้เล่านิทาน

e ข้อนี้เป็นข้อสังเกตของผู้เรียบเรียง แต่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะอาบีเมเลคไม่เคยเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอลเลย

f แปลตามตัวอักษรว่า 'เพื่อความทารุณต่อบุตรทั้งเจ็ดสิบคนของเยรุบบาอัลมาถึง'

g 'เอเบด' แปลว่า “ทาส,ผู้รับใช้” ที่นี่อาจเป็นชื่อเฉพาะ ต้นฉบับภาษาลาติน อ่านว่า “โอเบด” กาอัลอาจเป็นชาวคานาอันคนหนึ่งที่เป็นพันธมิตรกับชาวเชเคม หรืออาจเป็นชาวเชเคมเอง (ข้อ 28) เขายุยงชาวเชเคมให้เป็นอริกับอาบีเมเลค ซึ่งไม่อยู่ในเมือง แต่มีเศบูลเป็นผู้ปกครองแทน

h การกินดื่มที่กล่าวนี้เป็นการฉลองทางศาสนาหลังจากเก็บเกี่ยวพืชผล

i ฉาโมร์เป็นผู้ตั้งเมืองเชเคม ดู ปฐก 34:2,4

j 'ข้าพเจ้าจะท้าเขาว่า' แลตามต้นฉบับภาษากรีก ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า 'เขากล่าวแก่อาบีเมเลค'

k “เมืองอารูมาห์” อ่านภาษาฮีบรูให้สอดคล้องกับข้อ 41 ต้นฉบับว่า “อย่างลับๆ” “ยุยง” แปลโดยคาดคะเน ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ล้อม”

l “ตาบูร์ฮาอาเรซ” แปลตามตัวอักษรว่า 'สะดือของแผ่นดิน' อาจจะหมายถึงภูเขาเกริซิม อสค 38:2 จะใช้ชื่อเดียวกันนี้เรียกกรุงเยรูซาเล็มด้วย “เอโลน-เมโอเนบิม” แปลว่า 'ต้นโอ๊กของโหราจารย์’ คงจะหมายถึง 'ต้นโอ๊กแห่งโมเรห์' (ซึ่งแปลว่า 'ต้นโอ๊กของผู้สั่งสอน' หรือ 'ของโหราจารย์') ใน ปฐก 12:6 และ ฉธบ 11:30

m ดูเหมือนว่ามิกดัล-เชเคม (ป้อมแห่งเชเคม) เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งต่างจากเมืองเชเคม ป้อมมิกดัล-เชเคมและวิหารของเทพเจ้าเอล-เบรีทน่าจะเป็นสถานที่เดียวกับนักโบราณคดีได้ขุดพบ

n การเอาเกลือโรยเมืองที่ถูกทำลายเป็นสัญลักษณ์ว่าแผ่นดินจะไม่ให้ผลผลิตใดๆอีก นักโบราณคดีได้ขุดพบว่าเมืองเชเคมถูกทำลายในศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล

o 'ห้องใต้ดิน' ป้อมนี้คงเป็น วิหารที่ชาวเมืองใช้เป็นที่หลบภัย จากการตามฆ่าของศัตรู อาบีเมเลคจึงไม่กล้าเข้าไปข้างในป้อม เพียงแต่เอาไฟสุมจากข้างนอกให้คนที่อยู่ข้างในถูกไฟคลอกตาย

p เมืองเชเคมในปัจจุบันคือเมืองทูบัส ประมาณ 16 กิโลเมตรทางเหนือของเมืองเชเคม