Get Adobe Flash player


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

ปีศาจผจญพระเยซูเจ้าในถิ่นทุรกันดารa

1พระเยซูเจ้าทรงได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยมbทรงพระดำเนินจากแม่น้ำจอร์แดน พระจิตเจ้าทรงนำพระองค์ไปยังถิ่นทุรกันดาร  2ทรงถูกปีศาจผจญเป็นเวลาสี่สิบวัน ตลอดเวลานั้นพระองค์มิได้เสวยสิ่งใดเลย ในที่สุด ทรงหิว  3ปีศาจจึงทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงสั่งให้หินก้อนนี้กลายเป็นขนมปังเถิด”  4พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่ามนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น     

          5ปีศาจจึงนำพระองค์ไปยังที่สูงแห่งหนึ่ง แสดงให้พระองค์ทอดพระเนตร

อาณาจักรต่าง ๆ ของโลกทั้งหมดในคราวเดียว  6และทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้าจะให้อำนาจและความรุ่งเรืองของอาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดแก่ท่าน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะให้ผู้ใดก็ได้ตามความปรารถนาc  7    ดังนั้น ถ้าท่านกราบนมัสการข้าพเจ้า ทุกสิ่งจะเป็นของท่าน”  8พระเยซูเจ้าตรัสตอบปีศาจว่า “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า

‘จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน

            และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น’”

9ปีศาจนำพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม วางพระองค์ลงที่ยอดพระวิหาร แล้วทูลว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า จงกระโจนลงไปเบื้องล่างเถิด  10เพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า

‘พระเจ้าจะทรงสั่งทูตสวรรค์ให้พิทักษ์รักษาท่าน’

และยังมีเขียนอีกว่า

11‘ทูตสวรรค์จะคอยพยุงท่านไว้มิให้เท้ากระทบหิน’”

12แต่พระเยซูเจ้าตรัสตอบปีศาจว่า มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า

“อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านเลย”

13เมื่อปีศาจทดลองพระองค์ทุกวิถีทางแล้วd จึงแยกจากพระองค์ไป รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม

lll. พระเยซูเจ้าทรงประกอบพระภารกิจในแคว้นกาลิลี

            พระเยซูเจ้าทรงเริ่มเทศน์สอน

14พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปแคว้นกาลิลีพร้อมด้วยพระอานุภาพของพระจิตเจ้า กิตติศัพท์ของพระองค์เลื่องลือไปทั่วแว่นแคว้นนั้นe  15พระองค์ทรงสอนตามศาลาธรรมของชาวยิวและทุกคนต่างสรรเสริญพระองค์f

            พระเยซูเจ้าที่เมืองนาซาเร็ธ

16พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธgซึ่งเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงเจริญวัย ในวันสับบาโต พระองค์เสด็จเข้าไปในศาลาธรรมเช่นเคย ทรงยืนขึ้นเพื่อทรงอ่านพระคัมภีร์h  17มีผู้ส่งม้วนหนังสือประกาศกอิสยาห์ให้พระองค์ พระเยซูเจ้าทรงคลี่ม้วนหนังสือออก ทรงพบข้อความที่เขียนไว้ว่า

18พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า

เพราะพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้

ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจนi

ทรงส่งข้าพเจ้าไปประกาศการปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ

คืนสายตาให้แก่คนตาบอด

ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ

19ประกาศปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า

20แล้วพระเยซูเจ้าทรงม้วนหนังสือส่งคืนให้เจ้าหน้าที่และประทับนั่งลง  สายตาของทุกคนที่อยู่ในศาลาธรรมต่างจ้องมองพระองค์  21พระองค์จึงทรงเริ่มตรัสว่า “ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว”  22ทุกคนสรรเสริญพระองค์และต่างประหลาดใจในถ้อยคำน่าฟังที่พระองค์ตรัส

เขากล่าวกันว่า “นี่เป็นลูกของโยเซฟมิใช่หรือ”  23พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ท่านคงจะกล่าวคำพังเพยนี้แก่เราเป็นแน่ว่า “หมอเอ๋ย จงรักษาตนเองเถิด สิ่งที่พวกเราได้ยินว่าเกิดขึ้นที่เมืองคาเปอรนาอุมนั้นjท่านจงทำที่นี่ในบ้านเมืองของท่านด้วยเถิด”  24แล้วพระองค์ยังทรงเสริมอีกว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน”

25เราบอกความจริงอีกว่าในสมัยประกาศกเอลียาห์ เมื่อฝนไม่ตกเป็นเวลาสามปีหกเดือน และเกิดความอดอยากครั้งใหญ่ทั่วแผ่นดิน มีหญิงม่ายหลายคนในอิสราเอล  26แต่พระเจ้ามิได้ทรงส่งประกาศกเอลียาห์ไปหาหญิงม่ายเหล่านี้ นอกจากหญิงม่ายที่เมืองศาเรฟัทในเขตเมืองไซดอน  27ในสมัยประกาศกเอลีชา มีคนโรคเรื้อนหลายคนในอิสราเอล แต่ไม่มีใครได้รับการรักษาให้หายจากโรค นอกจากนาอามานชาวซีเรียเท่านั้น”

28เมื่อคนที่อยู่ในศาลาธรรมได้ยินเช่นนี้ ทุกคนโกรธเคืองยิ่งนัก  29จึงลุกขึ้นขับไล่พระองค์ออกไปจากเมือง นำไปที่หน้าผาของเนินเขาที่เมืองตั้งอยู่ ตั้งใจจะผลักพระองค์ลงไป  30แต่พระองค์ทรงดำเนินฝ่ากลุ่มคนเหล่านั้น แล้วเสด็จจากไป

            พระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนที่เมืองคาเปอรนาอุม ทรงรักษาคนถูกปีศาจสิง

31พระเยซูเจ้าเสด็จลงไปยังเมืองคาเปอรนาอุม เมืองหนึ่งในแคว้นกาลิลี ทรงสั่งสอนประชาชนในวันสับบาโต  32คำสั่งสอนของพระองค์ทำให้ผู้ฟังประทับใจอย่างมาก เพราะพระวาจาของพระองค์ทรงไว้ซึ่งอำนาจ

33ในศาลาธรรม ชายคนหนึ่งถูกจิตของปีศาจร้ายสิง ร้องตะโกนเสียงดังว่า  34”ท่านมายุ่งกับพวกเราทำไม เยซูชาวนาซาเร็ธ ท่านมาทำลายพวกเราใช่ไหม ฉันรู้ว่าท่านเป็นใคร ท่านคือองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า”  35พระเยซูเจ้าทรงดุปีศาจและทรงสั่งว่า “จงเงียบ ออกไปจากผู้นี้” ปีศาจผลักชายนั้นล้มลงต่อหน้าทุกคน แล้วออกไปจากเขาโดยมิได้ทำร้ายแต่ประการใด  36ทุกคนต่างประหลาดใจมากและถามกันว่า  “วาจานี้คือสิ่งใด จึงมีอำนาจและอานุภาพบังคับปีศาจร้าย และมันก็ออกไป”  37กิตติศัพท์ของพระองค์เลื่องลือไปทั่วทุกแห่งในบริเวณนั้น

            พระเยซูเจ้าทรงรักษามารดาของภรรยาซีโมน

38พระเยซูเจ้าเสด็จจากศาลาธรรมเข้าไปในบ้านของซีโมน มารดาของภรรยา

ซีโมนกำลังป่วยเป็นไข้หนัก คนที่อยู่ที่นั่นอ้อนวอนพระองค์ให้ทรงช่วยนาง  39พระองค์จึงทรงก้มลงเหนือนางและบังคับไข้ นางก็หายไข้ ลุกขึ้นมารับใช้ทุกคนทันที

            พระเยซูเจ้าทรงรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก

40เมื่อดวงอาทิตย์ตก ผู้ที่มีคนเจ็บป่วยเป็นโรคต่าง ๆ นำผู้เจ็บป่วยเหล่านั้นมาเฝ้าพระองค์ พระองค์ทรงปกพระหัตถ์เหนือผู้ป่วยแต่ละคนและทรงรักษาเขาให้หายจากโรค  41ปีศาจออกจากคนจำนวนมาก พลางร้องตะโกนว่า “ท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า” แต่พระองค์ทรงสั่งไม่ให้ปีศาจพูด เพราะมันรู้ว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า

            พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากเมืองคาเปอรนาอุม

42เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พระองค์เสด็จออกไปยังที่สงัด ประชาชนต่างเสาะหาพระองค์จนพบ แล้วหน่วงเหนี่ยวพระองค์ไม่ยอมให้จากพวกเขาไป  43แต่พระองค์ตรัสว่า “เราต้องประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้าให้แก่เมืองอื่นด้วย เพราะเราถูกส่งมาก็เพื่อการนี้”  44พระองค์จึงทรงเทศน์สอนตามศาลาธรรมแห่งแคว้นยูเดียk

4 a ลูการวมข้อมูลจาก มก (พระเยซูเจ้าทรงถูกผจญเป็นเวลา 40 วัน) เข้ากับข้อมูลของ มธ (ทรงจำศีลอดอาหารเป็นเวลา 40 วันแล้วทรงถูกผจญ 3 ครั้ง) แต่ลูกาเปลี่ยนลำดับของการผจญใน มธ เสียใหม่ เพื่อให้จบลงที่กรุงเยรูซาเล็ม (ดู 2:38 เชิงอรรถ o) การผจญมีความหมายอย่างไร ดู มธ 4:1 เชิงอรรถ a

b ลก เน้นบทบาทของพระจิตเจ้าไม่เพียงแต่ในสองบทแรกเท่านั้น (1:15,35,41,67,80; 2:25,26,27) แต่ในพระวรสารบทอื่น ๆ ด้วย ในข้อความหลายตอนที่ ลก ยกมาจาก มธ หรือ มก ลก ได้กล่าวถึงพระจิตเจ้าเพิ่มเข้าไปด้วย (4:1,14,18; 10:21; 11:13) ลก กล่าวถึงพระจิตเจ้าใน กจ บ่อยครั้งเช่นกัน (กจ 1:8 เชิงอรรถ j)

c ซาตานได้นำบาปและผลของบาปคือความตายเข้ามาในโลก (ปชญ 2:24 เชิงอรรถ t; รม 5:12 เชิงอรรถ h) ซาตานจองจำมนุษย์ไว้ (มธ 8:29 เชิงอรรถ k; กท 4:3 เชิงอรรถ b; คส 2:8 เชิงอรรถ d) มันได้ขยายอำนาจไปทั่วโลกและได้กลายเป็น “เจ้า” ปกครองโลก (ยน 12:31 เชิงอรรถ i)  พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาทำลายการปกครองนี้ด้วยการ ‘ไถ่กู้’ ของพระองค์ (มธ 20:28 เชิงอรรถ g; รม 3:24 เชิงอรรถ j; 6:15 เชิงอรรถ g; คส 1:13-14; 2:15 เชิงอรรถ m ดู ยน 3:35 เชิงอรรถ t; อฟ 2:1-6; 6:12 เชิงอรรถ d; 1 ยน 2:14; วว 13:1-8; 19:19-21)

d แปลตามตัวอักษร “เมื่อได้ทดลองทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว”

e การที่ข่าวเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าเลื่องลือไปนี้ เป็นความคิดที่ ลก กล่าวถึงบ่อย ๆ (4:37; 5:15; 7:17 ตัวอย่างคล้ายกัน ดู 1:80 เชิงอรรถ mm; กจ 2:41 เชิงอรรถ cc; 6:7)

f ความคิดที่ ลก ชอบอีกประการหนึ่งคือการที่ประชาชนนิยมชมชอบและสรรเสริญพระเยซูเจ้า (4:22; 8:25; 9:43; 11:27; 19:48;) เทียบการสรรเสริญพระเจ้า (2:20 เชิงอรรถ g) และความยำเกรงพระเจ้า (1:12 เชิงอรรถ g)

g ต้นฉบับว่า “นาซารา” น่าแปลกที่ชาวเมืองนาซาเร็ธเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันจากความนิยมชมชอบพระเยซูเจ้า (ข้อ 22ก) มาเป็นการต่อต้านอย่างเปิดเผย (ข้อ 22ข,28ฯ) การเล่าของ ลก นี้อาจเป็นการรวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างวาระมาไว้ด้วยกัน เหตุการณ์แรกคือการเสด็จไปที่ศาลาธรรม เมื่อทรงเริ่มเทศนาสั่งสอน (เทียบ มก 1:21ฯ; มธ 4:13) (มธ 4:13 เรียกบ้านเกิดของพระเยซูเจ้าว่า “นาซารา” เช่นเดียวกับใน ลก 4:16) การเสด็จมาครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เหตุการณ์ที่สองกล่าวถึงการเสด็จไปที่ศาลาธรรมในเมืองนาซาเร็ธในภายหลัง (มธ 13:53-58; มก 6:1-6) ในครั้งหลังนี้ชาวนาซาเร็ธเข้าใจผิด และปฏิเสธไม่ต้อนรับพระองค์ ลก นำเหตุการณ์ทั้งสองครั้งมาเล่าในเรื่องเดียวกัน เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริ่มเทศนาสั่งสอน เพื่อแสดงให้เห็นชัดว่า พระภารกิจของพระองค์คือการนำพระกรุณาของพระเจ้ามาประทานแก่มนุษยชาติ แต่ประชากรของพระองค์ได้ปฏิเสธไม่ยอมต้อนรับพระองค์

h หัวหน้าศาลาธรรมมีอำนาจที่จะเชิญชาวยิวที่เป็นผู้ใหญ่ให้อ่านและอธิบายพระคัมภีร์แก่ที่ประชุม

i สำเนาโบราณบางฉบับเพิ่ม ‘เพื่อรักษาดวงใจที่ชอกช้ำ’ (ดู LXX)

j “สิ่งที่เกิดที่เมืองคาเปอรนาอุม” คืออัศจรรย์ซึ่งลูกายังไม่ได้กล่าวถึง แต่จะกล่าวถึงหลังจากที่เสด็จมาที่เมืองนาซาเร็ธแล้ว (4:33 ดูเชิงอรรถ g ข้างบน)

k มก กล่าวถึง “ศาลาธรรมแห่งแคว้นกาลิลี” ส่วน “แคว้นยูเดีย” สำหรับ ลก อาจมีความหมายกว้าง ๆ  คือ หมายถึงดินแดนอิสราเอลทั้งหมด เช่นเดียวกับใน 7:17; 23:5; กจ 10:37; 28:21