Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

แซมสันเผานาข้าวของชาวฟีลิสเตีย

15 1ต่อมาไม่นานในฤดูเก็บเกี่ยวข้าวสาลี แซมสันไปหาภรรยาเอาลูกแพะไปฝากเธอด้วย เขาบอกบิดาของเธอว่า 'ขอให้ข้าพเจ้าเข้าไปในห้องของภรรยาของข้าพเจ้าเถิด' แต่บิดาของเธอไม่ยอมให้เขาเข้าไป 2กล่าวว่า 'ข้าพเจ้าคิดว่า ท่านไม่ชอบเธอจริง ๆ ข้าพเจ้าจึงยกเธอให้เพื่อนของท่านไปแล้ว ถึงอย่างไรน้องสาวของเธอก็สวยกว่าเธอมาก ท่านจงรับเธอเป็นภรรยาแทนพี่สาวเถิด' 3แต่แซมสันตอบว่า 'ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่ข้าพเจ้าทำแก่ชาวฟิลิสเตีย' 4แซมสันก็ออกไปจับสุนัขจิ้งจอกมาสามร้อยตัว ผูกหางมันติดกันเป็นคู่ๆเอาได้ผูกติดไว้ด้วย 5แล้วจุดไต้ขึ้นปล่อยสุนัขจิ้งจอกให้วิ่งเข้าไปในนาข้าวสาลีของชาวฟีลิสเตีย เผาฟ่อนข้าวที่เกี่ยวแล้วต้นข้าวที่ยังไม่ได้เกี่ยว รวมทั้งสวนองุ่นและสวนมะกอกเทศอีกด้วย

6ชาวฟีลิสเตียต่างถามกันว่า 'ใครเป็นคนเผา?' ก็มีคนบอกว่า 'แซมสันลูกเขยของชาวทิมนาห์คนหนึ่งเป็นผู้เผา เพราะบิดาของภรรยาเอาเธอไปยกให้เพื่อนของเขา' ชาวฟีลิสเตียจึงพากันไปเอาไฟคลอกเธอและบิดาของเธอa 7แซมสันบอกคนเหล่านั้นว่า 'ในเมื่อท่านทั้งหลายทำเช่นนี้ ข้าพเจ้าขอสาบานว่าจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้แก้แค้นท่านอย่างสาสม' 8แซมสันจึงเข้าทำร้ายคนเหล่านั้นอย่างโหดร้าย ฆ่าตายเสียหลายคน แล้วลงไปอยู่ในถ้ำที่หน้าผาเมืองเอธาม

แซมสันใช้กระะดูกขากรรไกรลาฆ่าชาวฟีลิสเตีย

          9ชาวฟีลิสเตียขึ้นมาตั้งค่ายอยู่ในเขตแดนชนเผ่ายูดาห์เข้าโจมตีเมืองเลฮี

10ชนเผ่ายูดาห์จึงถามว่า 'ทำไมท่านจึงมาโจมตีพวกเราเล่า? ชาวฟีลิสเตียตอบว่า 'พวกเรามาจับกุมแซมสันไปทำกับเขาเหมือนที่เขาทำกับเรา' 11ชาวยูดาห์สามพันคนจึงลงไปที่ถ้ำที่หน้าผาเมืองเอธาม บอกแซมสันว่า 'ท่านไม่ทราบหรือว่าชาวฟีลิสเตียปกครองพวกเราอยู่? ทำไมท่านทำกับเราเช่นนี้เล่า?' แซมสันตอบว่า 'ข้าพเจ้าทำกับชาวฟีลิสเตียดังที่เขาได้ทำกับข้าพเจ้า' 12ชาวยูดาห์บอกแซมสันว่า 'พวกเรามาจับกุมท่านส่งให้ชาวฟีลิสเตีย' แซมสันขอร้องว่า 'ท่านทั้งหลายจงสาบานต่อข้าพเจ้าว่า ท่านจะไม่ฆ่าข้าพเจ้าด้วยมือของท่าน' 13เขาก็ตอบว่า 'พวกเราเพียงแต่จะจับกุมท่านส่งให้ชาวฟีลิสเตีย พวกเราจะไม่ฆ่าท่านแน่ๆ' แล้วเขาเอาเชือกใหม่สองเส้นมามัดพาตัวแซมสันไปจากหน้าผา

14เมื่อแซมสันมาถึงเมืองเลฮี ชาวฟีลิสเตียก็ร้องตะโกนวิ่งกรูเข้ามาหาเขา พระจิตของพระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้แซมสันมีกำลัง เขาดึงเชือกที่มัดแขนขาดเหมือนกับว่าเป็นเชือกป่านที่ไหม้ไฟ และเชือกที่มัดเขาก็หลุดจากมือ 15เขาพบกระดูกขากรรไกรลาที่เพิ่งตาย ก็หยิบขึ้นมาใช้เป็นอาวุธไล่ฟาดผู้คนตายตามไปหนึ่งพันคน 16แซมสันกล่าวว่า

ข้าพเจ้าใช้กระดูกขากรรไกรลาฆ่าคนเป็นกองๆb

ข้าพเจ้าใช้กระดูกขากรรไกรลาฆ่าคนเป็นพัน

17หลังจากกล่าวเช่นนี้แล้ว เขาขว้างกระดูกขากรรไกรลาทิ้งไป สถานที่นั้นจึงได้ชื่อว่ารามาท-เลฮีc 18แซมสันกระหายน้ำมาก จึงร้องทูลพระยาห์เวห์ว่า 'พระองค์ประทานชัยชนะใหญ่หลวงอาศัยผู้รับใช้ผู้นี้ของพระองค์ บัดนี้ข้าพเจ้าจะต้องตายเพราะความกระหายและตกอยู่ในมือของชาวฟีลิสเตียที่ไม่ได้เข้าสุหนัตหรือ?' 19แล้วพระเจ้าก็ทรงบันดาลให้แอ่งหินที่เลฮีแยกออก และมีน้ำออกมาจากแอ่งนั้น แซมสันดื่มน้ำแล้วก็กลับมีกำลังวังชาสดชื่นเหมือนเดิม ตาน้ำแห่งนั้นได้ชื่อว่าเอน-ฮา-โคเรd และยังอยู่ที่เมืองเลฮีจนถึงวันนี้ 20แซมสันเป็นผู้วินิจฉัยปกครองชาวอิสราเอลอยู่นานยี่สิบปีในสมัยที่ชาวฟีลิสเตียมีอำนาจ


15a ฉบับแปลโบราณบางฉบับว่า “บ้านของบิดาของเธอ” หรือ 'ครอบครัวของบิดาของเธอ' (เทียบ 14:15)

b 'ฆ่าคนเป็นกองๆ' แปลตามตัวอักษร “เป็นกองสองกอง” ในภาษาฮีบรู มีการเล่นคำ hamor แปลว่า 'ลา' และยังแปลว่า 'กอง' อีกด้วย

c แปลว่า 'เนินขากรรไกร'

d แปลว่า “ตาน้ำของผู้เรียก” หรือ “ตาน้ำของผู้ร้องทูล” เพราะแซมสันร้องทูลพระเจ้าที่นี่ (ข้อ 18) บางคนแปลว่า “ตาน้ำนกกระทา”