Get Adobe Flash player


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา

            อารัมภบทa

          1ท่านเธโอฟีลัสที่เคารพยิ่ง คนจำนวนมากbได้เรียบเรียงเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับพวกเรา  2ผู้ที่เป็นพยานรู้เห็นและประกาศพระวาจามาตั้งแต่แรกได้ถ่ายทอดเหตุการณ์เหล่านี้ให้เรารู้แล้ว  3ข้าพเจ้าจึงตกลงใจค้นคว้าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นอย่างละเอียด แล้วเรียบเรียงตามลำดับเหตุการณ์อีกครั้งหนึ่งสำหรับท่านด้วย ท่านเธโอฟีลัสที่เคารพ  4เพื่อท่านจะได้รู้ว่าคำสอนที่ท่านรับมานั้นcเป็นความจริง

l  ปฐมวัยของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง และของพระเยซูเจ้าd

            ทูตสวรรค์แจ้งข่าวการเกิดของยอห์นผู้ทำพิธีล้าง

          5ในรัชสมัยของกษัตริย์เฮโรดผู้ปกครองแคว้นยูเดีย สมณะผู้หนึ่งชื่อเศคาริยาห์  ประจำเวรในหมวดของอาบียาห์ มีภรรยาชื่อเอลีซาเบธ จากตระกูลสมณะอาโรน  6ทั้งสองคนเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ปฏิบัติตามบทบัญญัติและข้อกำหนดทุกข้อของพระเจ้าโดยไม่มีข้อตำหนิ  7แต่สามีภรรยาคู่นี้ไม่มีบุตร เพราะนางเอลีซาเบธเป็นหมัน และทั้งสองคนชรามากแล้ว

          8วันหนึ่ง เศคาริยาห์กำลังปฏิบัติหน้าที่สมณะเฉพาะพระพักตร์ตามเวรในหมวดของตนe  9ตามธรรมเนียมของสมณะ เขาจับฉลากได้หน้าที่เข้าไปในพระวิหารของพระเจ้าเพื่อถวายกำยานf  10ขณะที่มีการถวายกำยาน ประชาชนที่มาชุมนุมกันต่างอธิษฐานภาวนาอยู่ภายนอก

          11ทันใดนั้น ทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้าปรากฏองค์ยืนอยู่เบื้องขวาของพระแท่นถวายกำยาน  12เมื่อเศคาริยาห์เห็นก็รู้สึกวุ่นวายใจและมีความกลัวอย่างมากg 

13แต่ทูตสวรรค์กล่าวแก่เขาว่า “เศคาริยาห์ อย่ากลัวเลย พระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานของท่านแล้ว เอลีซาเบธภรรยาของท่านจะให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ท่านจะตั้งชื่อเขาว่ายอห์นh  14ท่านจะมีความชื่นชมยินดีและคนจำนวนมากจะยินดีiที่เขาเกิดมา 

15เพราะว่าเขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เขาจะไม่ดื่มเหล้าองุ่นหรือสุราเมรัยเลยj เขาจะรับพระจิตเจ้าkเต็มเปี่ยมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา  16เขาจะนำบุตรหลานของอิสราเอลจำนวนมากกลับมายังองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเรา 

17เขาจะมีจิตใจและพลังของประกาศกเอลียาห์lมาเตรียมรับการเสด็จมาของพระองค์  เพื่อทำให้บิดาคืนดีกับบุตรและทำให้ผู้ไม่เชื่อฟังกลับมีจิตสำนึกของผู้ชอบธรรม เป็นการเตรียมประชากรให้พร้อมที่จะรับเสด็จองค์พระผู้เป็นเจ้า”  18เศคาริยาห์จึงถามทูตสวรรค์ว่า “ข้าพเจ้าจะแน่ใจเรื่องนี้ได้อย่างไรm ข้าพเจ้าชราแล้ว และภรรยาของข้าพเจ้าก็อายุมากแล้วด้วย”  19ทูตสวรรค์จึงตอบว่า “ข้าพเจ้าคือกาเบรียล ซึ่งเฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาพูดกับท่านและนำข่าวดีนี้มาแจ้งให้ท่านทราบn  20แต่ท่านไม่เชื่อคำของข้าพเจ้า ซึ่งจะเป็นจริงเมื่อถึงเวลากำหนด 

ดังนั้น ท่านจะเป็นใบ้จนถึงวันที่เหตุการณ์นี้จะเป็นจริง”  21ขณะนั้น ประชาชนกำลังคอยเศคาริยาห์อยู่ รู้สึกประหลาดใจที่เขาอยู่ในพระวิหารนาน  22เมื่อเขาออกมาและพูดไม่ได้ ประชาชนจึงเข้าใจว่าเขาเห็นนิมิตในพระวิหาร  เขาทำได้เพียงแสดงท่าทางoแต่พูดไม่ได้

          23เมื่อหมดวาระทำหน้าที่ในพระวิหารแล้ว เศคาริยาห์ก็กลับไปบ้าน  24ต่อมาไม่นานนางเอลีซาเบธภรรยาของเขาก็ตั้งครรภ์ นางเก็บตัวอยู่ในบ้านเป็นเวลาห้าเดือน 25นางกล่าวว่า “พระเจ้าทรงทำเช่นนี้เพื่อข้าพเจ้า  บัดนี้พระองค์พอพระทัยช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความอับอายที่ข้าพเจ้ามีpต่อหน้าคนทั้งหลายแล้ว”

            ทูตสวรรค์แจ้งข่าวการประสูติของพระเยซูเจ้าq

          26เมื่อนางเอลีซาเบธตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้วrพระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์

กาเบรียลมายังเมืองหนึ่งในแคว้นกาลิลีชื่อเมืองนาซาเร็ธ  27มาพบหญิงพรหมจารีคนหนึ่งซึ่งหมั้นอยู่กับชายชื่อโยเซฟ ในราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด หญิงพรหมจารีผู้นั้นชื่อมารีย์ 28ทูตสวรรค์เข้าในบ้านกล่าวกับพระนางว่า “จงยินดีเถิดs ท่านผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน พระเจ้าสถิตอยู่กับท่าน”  29เมื่อทรงได้ยินถ้อยคำนี้ พระนางมารีย์ทรงวุ่นวายพระทัยมากทรงถามพระองค์เองว่า คำทักทายนี้หมายความว่ากระไร 30

แต่ทูตสวรรค์กล่าวแก่พระนางว่า “มารีย์ อย่ากลัวเลย ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน 

31ท่านจะตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ท่านจะตั้งชื่อเขาว่าเยซู  32เขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่และพระเจ้าผู้สูงสุดจะทรงเรียกเขาเป็นบุตรของพระองค์ พระเจ้าจะประทานพระที่นั่งของกษัตริย์ดาวิดบรรพบุรุษให้แก่เขา  33เขาจะปกครองวงศ์ตระกูลของ

ยาโคบตลอดไปและพระอาณาจักรของเขาจะไม่สิ้นสุดเลย”t  34พระนางมารีย์จึงทรงถามทูตสวรรค์ว่า “เหตุการณ์นี้จะเป็นไปได้อย่างไรเพราะข้าพเจ้าตั้งใจจะเป็นพรหมจารี”u  35ทูตสวรรค์ตอบว่า “พระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือท่านและพระอานุภาพของพระผู้สูงสุดจะแผ่เงาปกคลุมท่านvเพราะฉะนั้น บุตรที่เกิดมาจะเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และจะรับนามว่าบุตรของพระเจ้า  36ดูซิ เอลีซาเบธ ญาติของท่าน ทั้ง ๆ ที่ชราแล้ว ก็ยังตั้งครรภ์บุตรชาย ใคร ๆ คิดว่านางเป็นหมัน แต่นางก็ตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว  37เพราะไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้”  38พระนางมารีย์จึงตรัสว่า “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” แล้วทูตสวรรค์ก็จากพระนางไป

            พระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ

          39หลังจากนั้นไม่นาน พระนางมารีย์ทรงรีบออกเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแคว้นยูเดียw  40พระนางเสด็จเข้าไปในบ้านของเศคาริยาห์และทรงทักทายนางเอลีซาเบธ  41เมื่อนางเอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของพระนางมารีย์ บุตรในครรภ์ก็ดิ้น  นางเอลีซาเบธได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม  42ร้องเสียงดังว่า “เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใด ๆ และลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย  43ทำไมหนอพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า xจึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า  44เมื่อฉันได้ยินคำทักทายของเธอ ลูกในครรภ์ของฉันก็ดิ้นด้วยความยินดี  45เธอเป็นสุขที่เชื่อว่า พระวาจาที่พระเจ้าตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง”y

            บทเพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์

46พระนางมารีย์z ตรัสว่า

วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

47จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในพระเจ้า พระผู้กอบกู้ข้าพเจ้า

48เพราะพระองค์ทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์

ตั้งแต่นี้ไป ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข

49พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า

พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์

50พระกรุณาต่อผู้ยำเกรงพระองค์แผ่ไปตลอดทุกยุคทุกสมัย

51พระองค์ทรงยกพระกรแสดงพระอานุภาพ

ทรงขับไล่ผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงให้กระจัดกระจายไป

52ทรงคว่ำผู้ทรงอำนาจจากบัลลังก์ และทรงยกย่องผู้ต่ำต้อยให้สูงขึ้น

53พระองค์ประทานสิ่งดีทั้งหลายแก่ผู้อดอยาก ทรงส่งเศรษฐีให้กลับไปมือเปล่า

54พระองค์ทรงช่วยเหลืออิสราเอล ผู้รับใช้พระองค์

โดยทรงระลึกถึงพระกรุณา

55ดังที่ทรงสัญญาไว้แก่บรรพบุรุษของเรา

แก่อับราฮัมและบุตรหลานตลอดไป

56พระนางมารีย์ประทับอยู่กับนางเอลีซาเบธประมาณสามเดือนจึงเสด็จกลับaa

            การเกิดของยอห์นผู้ทำพิธีล้าง

57เมื่อครบกำหนดคลอด นางเอลีซาเบธให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง  58เพื่อนบ้านและบรรดาญาติรู้ว่าพระเจ้าทรงแสดงพระกรุณายิ่งใหญ่ต่อนาง จึงมาร่วมยินดีกับนาง

            ยอห์นผู้ทำพิธีล้างเข้าสุหนัต

59เมื่อเด็กเกิดได้แปดวัน เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องมาทำพิธีสุหนัตให้  เขาต้องการเรียกbbเด็กว่าเศคาริยาห์ตามชื่อบิดา  60แต่มารดาของเด็กค้านว่า “ไม่ได้ เขาจะต้องชื่อยอห์น”  61คนเหล่านั้นจึงพูดกับนางว่า “ท่านไม่มีญาติคนใดมีชื่อนี้”  62เขาเหล่านั้นจึงส่งสัญญาณccถามบิดาของเด็กว่าต้องการให้บุตรชื่ออะไร  63เศคาริยาห์ขอกระดานแผ่นหนึ่งแล้วเขียนว่า “เขาชื่อยอห์น” ทุกคนต่างประหลาดใจ  64ทันใดนั้น  เศคาริยาห์ก็กลับพูดได้อีก เขาจึงกล่าวถวายพระพรพระเจ้า  65เพื่อนบ้านทุกคนต่างรู้สึกกลัว และเรื่องทั้งหมดนี้ได้เล่าลือกันไปทั่วแถบภูเขาของแคว้นยูเดีย  66ทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็แปลกใจและถามกันว่า “แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอะไร” เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่กับเขาdd

            บทถวายพระพรของเศคาริยาห์ee

67เศคาริยาห์ ผู้เป็นบิดาได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม จึงกล่าวพยากรณ์ดังนี้ff

68ขอถวายพระพรแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอล

เพราะพระองค์เสด็จเยี่ยมggและทรงกอบกู้ประชากรของพระองค์

69พระองค์ทรงปลุกพระผู้กอบกู้ผู้ทรงอำนาจhhขึ้นมา

จากราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด ผู้รับใช้พระองค์

70ตามที่ทรงสัญญาไว้

โดยปากของบรรดาประกาศกผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ตั้งแต่โบราณกาล

71ว่าจะให้เรารอดพ้นจากศัตรู

จากเงื้อมมือของผู้ที่เกลียดชังเรา

72ทรงสัญญาว่าจะทรงแสดงพระกรุณาแก่บรรพบุรุษของเรา

ทรงระลึกถึงพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

73และคำปฏิญาณที่ทรงให้ไว้แก่อับราฮัม บรรพบุรุษของเรา

74ว่าจะทรงช่วยเราให้พ้นจากเงื้อมมือของศัตรู

เพื่อรับใช้พระองค์โดยปราศจากความหวาดกลัวใด ๆ

75ให้เราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และชอบธรรม

เฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ตลอดชีวิตของเรา

76ส่วนเจ้า ทารกเอ๋ย

เจ้าจะได้ชื่อว่าเป็นประกาศกของพระผู้สูงสุด

เจ้าจะนำหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าii

เพื่อเตรียมทางสำหรับพระองค์

77เพื่อให้ประชากรของพระองค์รู้ว่า

เขาจะรอดพ้น เพราะบาปของเขาได้รับการอภัยjj

78เดชะพระเมตตากรุณาkkของพระเจ้าของเรา

 พระองค์จะเสด็จมาเยี่ยมเราจากเบื้องบน

ดังแสงอรุโณทัยll

79ส่องแสงสว่างให้ทุกคนที่อยู่ในความมืดและในเงาแห่งความตาย

เพื่อจะนำเท้าของเราให้ดำเนิน

ไปตามทางแห่งสันติสุข

            ชีวิตซ่อนเร้นของยอห์นผู้ทำพิธีล้าง

80เด็กนั้นเจริญเติบโตขึ้น จิตใจของเขาเข้มแข็งขึ้นด้วยmm เขาอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารจนถึงวันที่เขาแสดงตนแก่ประชากรอิสราเอล

1 a อารัมภบทนี้ใช้คำศัพท์และโครงสร้างตามแบบวรรณกรรมกรีก โรมัน ซึ่งมักเขียนบทนำเพื่อให้ผู้อ่านทราบเจตนาของผู้เขียน

b “คนจำนวนมาก” เป็นการพูดเกินความจริงโดยเจตนา  อันที่จริงมีเพียง “บางคน” ได้เขียนเรื่องราวเหล่านี้

c “ได้รับมา” ยังแปลได้อีกว่า “ท่านได้รู้” ในกรณีหลังนี้หมายความว่าเธโอฟีลัสยังไม่ใช่คริสตชนที่จำเป็นต้องเสริมความเชื่อให้มั่นคง แต่เป็นข้าราชการชั้นสูงซึ่งต้องการรู้ข้อมูลเท่านั้น แต่การอธิบายเช่นนี้น่าจะไม่ถูกต้อง

d ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงจบบทที่ 2 ลูกาใช้ภาษากรีกปนสำนวนฮีบรูคล้ายกับคำแปลพันธสัญญาเดิมฉบับ LXX มีการท้าวความและกล่าวพาดพิงถึงเหตุการณ์ในพันธสัญญาเดิมบ่อย ๆ ทำให้เรื่องราวมีลักษณะโบราณ ลก บรรยายถึงบุคคลต่าง ๆ ในบรรยากาศของ “คนยากจน” (ของพระยาห์เวห์) ตามที่ประกาศกเศฟันยาห์กล่าวถึง (ดู ศฟย 2:3 เชิงอรรถ d) ลก เล่าเรื่องต่าง ๆ เป็นสองชุดโดยมีรายละเอียดและโครงสร้างคล้ายคลึงกันเหมือนบทละครที่มีตัวละครเข้าและออกในแต่ละฉาก เรื่องราวของยอห์นผู้ทำพิธีล้างและของพระเยซูเจ้ามีรายละเอียดและโครงสร้างเกือบเหมือนกัน เพื่อเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของบุคคลทั้งสอง รวมทั้งภารกิจและความสำคัญของบุคคลทั้งสองด้วย

e บรรดาสมณะแบ่งเป็น 24 หมวด มีเวรต้องรับผิดชอบหน้าที่ในพระวิหารเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ (ดู 1 พศด 24:19; 2 พศด 23:8) มีการจับสลากด้วยว่าใครต้องทำหน้าที่ใด (ดูข้อ 9)

f สมณะที่จับสลากให้เข้าในพระวิหารเพื่อถวายกำยานมีหน้าที่ดูแลไฟบนพระแท่นถวายกำยานที่ตั้งอยู่หน้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดให้ลุกอยู่เสมอ และคอยใส่กำยานใหม่ลงไปวันละสองครั้ง ครั้งแรกก่อนถวายเครื่องบูชาตอนเช้า และอีกครั้งหนึ่ง หลังจากถวายเครื่องบูชาตอนเย็น (ดู อพย 30:6-8)

g ลก มักจะกล่าวถึงความกลัวและความยำเกรงต่อพระเจ้าบ่อย ๆ 1:29-30,65; 2:9-10; 4:36; 5:8-10,26; 7:16; 8:25,33-37,56; 9:34,43; กจ 2:43; 3:10; 5:5,11; 10:4; 19:17

h ชื่อ “ยอห์น” มีความหมายว่า “พระยาห์เวห์ทรงโปรดปราน”

i ความยินดีเป็นแนวคิดหลักของบทที่ 1-2; 1:28,46,58; 2:10; เทียบ 10:17,20ฯ; 13:17; 15:7,32; 19:6,37; 24:41,52; กจ 2:46 เชิงอรรถ jj

j พันธสัญญาเดิมหลายตอนกล่าวถึงการไม่ดื่มสุราเมรัย โดยเฉพาะกฎระเบียบสำหรับพวกนาศีร์ (ดู กดว 6:1 เชิงอรรถ a)

k “รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม” ในที่นี้และที่อื่นใน ลก มิได้หมายถึงการได้รับพระหรรษทานศักดิ์สิทธิกรอย่างบริบูรณ์ แต่หมายถึงการรับการดลใจของพระจิตเจ้าให้เป็นประกาศก (เทียบ 1:41,67; กจ 2:4; 4:8,31; 7:55; 9:17; 13:9)

l มลค 3:23 ทำให้ชาวยิวคิดว่าประกาศกเอลียาห์จะกลับมาก่อนยุคพระเมสสิยาห์เพื่อเตรียมทางสำหรับพระองค์ ยอห์นผู้ทำพิธีล้างจะเป็นประกาศก “เอลียาห์ ที่จะต้องมา” นี้ ดู 9:30; มธ 17:10-13

m เศคาริยาห์ได้ขอ “เครื่องหมาย” (เทียบ ปฐก 15:8; วนฉ 6:17; อสย 7:11; 38:7) แต่เขาไม่เชื่อ

n “แจ้งข่าวดี” ภาษากรีกว่า “euangelisasthai” เป็นกริยาที่ ลก ใช้บ่อยมาก สิบครั้งในพระวรสาร และสิบห้าครั้งในหนังสือกิจการอัครสาวก ดู กท 1:6 เชิงอรรถ d; มก 1:1 เชิงอรรถ a; กจ 5:42 เชิงอรรถ q

o คือทำท่าทางอวยพรประชาชน แต่กล่าวการอวยพรไม่ได้

p ชาวยิวคิดว่าการไม่มีบุตรเป็นเรื่องน่าอาย (ปฐก 30:23; 1 ซมอ 1:5-8) บางครั้งถึงกับคิดว่าเป็นการลงโทษจากพระเจ้าด้วย (2 ซมอ 6:23; ฮชย 9:11)

q ลก เล่าถึงเหตุการณ์นี้ได้แรงบันดาลใจจากข้อความหลายตอนในพันธสัญญาเดิม โดยเฉพาะเรื่องที่ทูตสวรรค์สัญญาแก่มารดาของแซมสันว่านางจะมีบุตร (วนฉ 13:2-7) ลก บรรยายความยิ่งใหญ่ของพระกุมารโดยกล่าวพาดพิงถึงพระสัญญาในพันธสัญญาเดิม โดยเฉพาะพระสัญญาที่ประทานให้แก่ราชวงศ์ของกษัตริย์

ดาวิด (2 ซมอ 7:1ฯ)

r แปลตามตัวอักษร “ในเดือนที่หก”

s ‘จงยินดีเถิด’ คำของทูตสวรรค์เป็นการเชิญชวนให้เราชื่นชมยินดีในการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนของคำเชิญชวนธิดาแห่งศิโยนให้ชื่นชมยินดีจากการที่พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมเยียนประชากรของพระองค์ (เทียบ อสย 12:6; ยอล 2:21-27; ศฟย 3:14-15; ศคย 2:14; 9:9) คำของทูตสวรรค์จึงไม่ใช่เพียงคำทักทายตามสูตร (“วันทา” หรือ “สวัสดี”). ‘ท่านผู้เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า’ คำกริยากรีกมีความหมายว่า ‘พระนางได้เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า’ ในอดีตและยังคงเป็นที่โปรดปรานในปัจจุบันนี้ด้วย สำเนาโบราณบางฉบับเพิ่ม ‘ท่านผู้มีบุญยิ่งกว่าหญิงใด ๆ’ โดยคัดมาจาก 1:42

t ถ้อยคำของทูตสวรรค์ท้าวความถึงข้อความหลายตอนจากพันธสัญญาเดิมเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์

u แปลตามตัวอักษร “เพราะข้าพเจ้าไม่รู้จักชาย” หมายความว่ายังไม่มีเพศสัมพันธ์กับคู่หมั้น เหตุผลที่พระนางมารีย์กล่าวกับทูตสวรรค์น่าจะแสดงความตั้งใจที่จะไม่มีเพศสัมพันธ์กับชายใด จึงถามทูตสวรรค์ว่าการเป็นมารดาตามที่ทูตสวรรค์แจ้งให้ทราบนี้จะเรียกร้องให้เปลี่ยนความตั้งใจเช่นนี้หรือไม่ ทูตสวรรค์จึงต้องอธิบายวิธีการที่พระนางจะทรงครรภ์เดชะพระจิตเจ้า ไม่ใช่โดยการมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ บางคนแปลข้อความนี้เพียงว่า “เพราะข้าพเจ้ายังเป็นพรหมจารีอยู่” ซึ่งแสดงสภาพปัจจุบันเท่านั้น ไม่มีเจตนาอะไรพิเศษ คำแปลเช่นนี้จึงสื่อความหมายไม่สมบูรณ์

v “แผ่เงาปกคลุม” ชวนให้คิดถึงภาพของเมฆสุกใสปกคลุม ซึ่งพระคัมภีร์ใช้เป็นเครื่องหมายแสดงว่าพระเจ้าประทับอยู่ (ดู อพย 13:22 เชิงอรรถ h; 19:16 เชิงอรรถ g; 24:16 เชิงอรรถ f) หรือเป็นภาพของการกางปีกปกคลุม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หมายถึงพระเจ้าทรงปกป้องประชากร (สดด 17:8; 57:1; 140:7) หรือทรงเนรมิตสร้าง (ปฐก 1:2; เทียบ ลก 9:34ฯ) พระอานุภาพของพระจิตเจ้าเท่านั้นเป็นสาเหตุของการปฏิสนธิ์ของพระเยซูเจ้า

w เมืองในแถบภูเขาแคว้นยูเดียนี้เชื่อกันว่าคือหมู่บ้านอายน์คาริม ประมาณ 6.5 กม. ทางทิศตะวันตกของกรุงเยรูซาเล็ม

x “องค์พระผู้เป็นเจ้า” (Kyrios) เป็นพระนามแสดงสภาพพระเจ้าซึ่งคริสตชนใช้เรียกพระเยซูเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ (กจ 2:36 เชิงอรรถ w; ฟป 2:11 เชิงอรรถ p) ลูกาใช้พระนามนี้กับพระองค์ตั้งแต่ยังทรงพระชนมชีพในโลกนี้บ่อยกว่าที่ มธ และ มก ใช้ (ลก 7:13; 10:1,39,41; 11:39)

y ประโยคนี้ยังแปลได้อีกว่า “เธอเป็นสุขที่เชื่อ เพราะว่าพระวาจาที่พระเจ้าได้ตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง”

z สำเนาโบราณไม่กี่ฉบับเขียนว่า ‘นางเอลีซาเบธ’* บทเพลงของพระนางมารีย์ทำให้เราคิดถึงบทเพลงของนางฮันนาห์ (1 ซมอ 2:1-10) และข้อความอื่น ๆ หลายตอนจากพันธสัญญาเดิม (เช่น สดด 113:7-9) นอกจากใช้คำเหมือนกันแล้ว บทเพลงนี้ยังมีความคิดซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพันธสัญญาเดิมสองประการ คือ 1) พระเจ้าเสด็จมาช่วยเหลือคนยากจนและคนต่ำต้อย ไม่ใช่คนมั่งมีและผู้มีอำนาจ (ศฟย 2:3 เชิงอรรถ d เทียบ มธ 5:3 เชิงอรรถ c) 2) เมื่ออับราฮัมได้รับพระสัญญาแล้ว (ปฐก 15:1 เชิงอรรถ a; 17:1 เชิงอรรถ a) ประชากร

อิสราเอลได้เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า (ดู ฉธบ 7:6 เชิงอรรถ b) ลูกาคงจะได้พบเพลงบทนี้ในแวดวงของ “ผู้ยากจนของพระเจ้า” และเห็นว่าน่าจะนำมาแทรกไว้ที่นี่ให้เป็นคำพูดของพระนางมารีย์

aa เป็นไปได้ที่พระนางมารีย์ได้พักอยู่กับนางเอลีซาเบธจนกระทั่งยอห์นเกิดและเข้าสุหนัต แต่ ลก มักจะรีบเล่าเรื่องหนึ่งให้จบ เพื่อเล่าเรื่องอื่นต่อไป (เทียบ 1:64 และ 67; 3:19-20; 8:37-38)

bb ชาวยิวมีธรรมเนียมตั้งชื่อเด็กที่เกิดมาเมื่อเข้าสุหนัต (ดู 2:21)

cc เศคาริยาห์อาจเป็นทั้งใบ้และหูหนวก คำภาษากรีกหมายถึงทั้งสองอย่าง

dd สำนวนนี้ใช้บ่อยในพระคัมภีร์ (ยรม 26:24; กจ 11:21) มีความหมายว่า “พระเจ้าทรงป้องกันเขา”

ee เช่นเดียวกับบทเพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์ เพลงบทนี้เป็นบทประพันธ์ซึ่งลูกาคงยืมจากที่อื่นมาให้

เศคาริยาห์กล่าว และเพิ่มข้อ 76-77 เพื่อให้เข้ากับบริบท ลก ได้เพิ่มบทประพันธ์บทนี้หลังจากที่ได้เล่าเรื่องเป็นร้อยแก้วให้จบก่อน แทนที่จะเป็นถ้อยคำของเศคาริยาห์ต่อจากข้อ 64

ff “กล่าวคำพยากรณ์” เศคาริยาห์ไม่เพียงแต่กล่าวถวายพระพรพระเจ้าเท่านั้น (ข้อ 68-75) แต่ยังได้กล่าวทำนายถึงอนาคตอีกด้วย (ข้อ 76-79)

gg “เสด็จเยี่ยม” เป็นสำนวนในพันธสัญญาเดิม หมายถึงการเสด็จมาช่วยเหลือ (อพย 3:16 เชิงอรรถ h) แต่บางครั้งยังหมายถึงการเสด็จมาลงโทษด้วย แต่ในพันธสัญญาใหม่ การเยี่ยมของพระเจ้าหมายถึงความช่วยเหลือเท่านั้น (1:78; 7:16; 19:44; 1 ปต 2:12)

hh แปลตามตัวอักษรได้ว่า ‘เขาแห่งความรอดพ้น’ (ดู สดด 75:4 เชิงอรรถ c)

ii “องค์พระผู้เป็นเจ้า” ในที่นี้ เช่นเดียวกับใน 1:16-17; หมายถึงพระยาห์เวห์ มิใช่พระเมสสิยาห์

jj ลก ใช้ข้อความที่คริสตชนนิยมใช้มาบรรยายบทบาทของยอห์นผู้ทำพิธีล้าง (ดู 3:4ฯ; 7:27ฯ) ลก ทำให้คำเทศน์สอนของยอห์นสอดคล้องกับคำสอนของบรรดาอัครสาวกใน กจ (ดู กจ 2:38ฯ; 5:31; 10:43; 13:38; 26:18)

kk ”พระเมตตากรุณา” แปลตามตัวอักษรได้ว่า ‘ไส้พุงแห่งความกรุณา’ * (ชาวยิวคิดว่าไส้พุงเป็นที่ตั้งของอารมณ์)

ll “แสงอรุโณทัย” (เทียบ กดว 24:17; อสย 60:1; มลค 3:20; คำนี้ยังอาจเข้าใจได้อีกว่า ‘หน่อของพระผู้สูงสุด’ หมายถึงพระเมสสิยาห์ซึ่งเป็น “หน่อจากตระกูลของกษัตริย์ดาวิด” เทียบ ยรม 23:5; 33:15; ศคย 3:8; 6:12)

mm ข้อความนี้มีลักษณะคล้าย ๆ กับเป็นสูตรที่ใช้สรุป (2:40,52; เทียบ 1:66)