"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

บทเทศน์/ข้อคิดวันอาทิตย์

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันอังคารที่ 5 เมษายน 2016

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลปัสกา

กจ 4:32-37…..
32กลุ่มผู้มีความเชื่อดำเนินชีวิตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนมีเป็นกรรมสิทธิ์ของตน แต่ทุกสิ่งเป็นของส่วนรวม
33บรรดาอัครสาวกยังคงเป็นพยานยืนยันถึงการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยเครื่องหมายอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ และทุกคนได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง 34ในกลุ่มของเขาไม่มีใครขัดสน ผู้ใดมีที่ดินหรือบ้านก็ขายและมอบเงินที่ได้ 35ให้บรรดาอัครสาวก เพื่อแจกจ่ายให้ผู้มีความเชื่อแต่ละคนตามความต้องการ


36ชายคนหนึ่งชื่อโยเซฟ บรรดาอัครสาวกเรียกเขาว่า บารนาบัส ซึ่งแปลว่า บุตรแห่งการให้กำลังใจ เขาเป็นคนเผ่าเลวีชาวเกาะไซปรัส 37เขามีที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งเขาขาย นำเงินมามอบให้บรรดาอัครสาวกด้วย

อรรถาธิบาย และไตร่ตรองประสบการณ์

• เพื่อเข้าใจพระวาจาวันนี้ ซึ่งชัดเจนในเนื้อหา เพียงพ่อขอเล่าถึงความหมายและประสบการณ์คำสอนของพระศาสนจักร อันที่จริงเป็นคำสอนของนักบุญพระสันตะปาปายอห์นปอลที่สอง ในช่วงเวลาที่ข้ามสู่พันปีที่สาม ชื่อเอกสารคือ “Novo Millennio in Eunte” ก้าวสู่สหัสวรรษใหม่ พระองค์ได้สอนเน้น เรื่อง “ชีวิตแห่งความเป็นหนี่งเดียวของคริสตชน” เพราะการได้รับพระวาจาของพระเจ้า เราต้องเจริญชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังเช่นพระวาจาจากกิจการอัครสาวกวันนี้ได้ยืนยัน... ก่อนอื่นเราทำความเข้าใจเรื่องนี้จากประสบการณ์กันหน่อยครับ

• “Spirituality of Communion” ชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียว.... หรือภาพลักษณ์ของคริสตชนที่แท้จริง “กลุ่มผู้มีความเชื่อดำเนินชีวิตเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน”....
o หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า Utopia (ยูโตเปีย) หรือความฝันแห่งอนาคตที่ไม่มีความแตกแยก ไม่มีสงคราม ไม่มีรอยร้าวในชีวิตสังคมของโลกของเรา... สังคมของเรา ประเทศของเรา บ้านของเรา เมื่อจะเกิดความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันแบบที่เรียกว่า สิงโตกับโคหนุ่มจะเดินออกหากินด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน.. ไม่มีการทำร้ายกันหรือความแตกแยกในโลกใบนี้อีก....
o วันเวลานี้จะมาถึงเมื่อใด จนใครๆ เรียกว่า ยูโตเปีย หรือเรียกง่ายว่า “ฝันไปไกลๆ ก่อนเถอะ หรือเพ้อฝันไปเถิด...” ก็ว่าได้
o หรือบางคนอาจบอกว่า รอให้โลกแตกก่อนแล้วจะเกิดวันนั้น แบบนั้นได้...
o ครับ ฝันก็ฝันครับ... แต่ลักษณะนี้จะเกิดได้แน่นอนครับ.... ถ้าโลกใบนี้ไม่มีความ “เห็นแก่ตัว” เจ้าตัวนี้แหละครับ ร้ายกาจที่สุดแล้ว... มีแต่เห็นแก่ตัว มีแต่ผลประโยชน์ เอาแต่ได้ และสังคมกระแสก็แตกแยกทางการเมืองก็สาหัสเหลือเกิน

• “รากเหง้า” ของความชั่วร้ายและความแตกแยกนี้มาจากไหน อะไรคือรากเหง้า “Root Cause” ของปัญหาความแตกแยก
o คำตอบคือการแบ่งพวก แบ่งพรรค และความทะเลาะเบาะแว้งของสังคมโลก สังคมไทยเราก็หลายปีมาแล้ว ร้าวลึกเหลือเกิน แยกพวก แยกพรรค แยกสี ตอนนี้ก็แยกขันสีที่มีข้อความแทรกไว้แจกช่วงสงกรานต์โผล่เข้ามาอีก... อะไรกันนี่ นึกว่าจะสงบจบๆกันไปสักที แต่อำนาจ ผลประโยชน์ ไม่มีวันยอมปล่อยกันไปได้ง่ายๆเลย และ
o ที่ร้ายคือการทำร้ายกันเอง เพื่อโปรโหมดตนเอง พวกตนเอง เห็นประโยชน์คือความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง

• ความถูกต้องกลับกลายเป็นเรื่อง “ประโยชน์” เท่านั้น....
o ชั่วก็พูดให้ดูดีได้
o เลวสุดๆ ก็ทำให้ดูมีหน้าตาในสังคมและได้รับความเคารพได้ เรียกว่าบูชากันให้เป็นตัวพ่อ ตัวแม่กันเลยก็ทำได้ ไม่ได้รักเท่านั้น แต่ “ลุ่มหลง งมงาย จนถึงขึ้น ทำให้ชาติเรากำลังงมโข่งกันยาวนานมิได้หยุดกันเลย”...
o ประเทศชาติถอยหลัง หนี้ท่วมหัวแต่ดูดีว่ามีเครดิต การศึกษาของเด็กๆถดทอย ภาษาอังกฤษที่น่าจะดีให้ได้แต่ก็ไม่เคได้ดีกับคนส่วนใหญ่
o ทุกอย่างมีความเร็วสูงขึ้นหมดยกเว้นคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ความดี ถดถอยขั้นไร้คุณธรรม...
o สังคมเรา สังคมโลก สังคมครอบครัว พังหมด คำโบราณที่ดีคือเห็นกงจักรเป็นดอกบัวกันไปหมดแล้ว...

• พ่อยอมรับไม่ไหวแล้วจริงๆ ต้องประกาศ ถ้าไม่ประกาศ ไม่ยืนยัน อกจะระเบิดเหมือนไฟอัดแน่นอยู่ในกระดูกจนทนไม่ไหว (เทียบ ประสบการณ์ของเยเรมีย์) เพราะความยากลำบากทางศีลธรรมจรรยาที่ถูกละเมิดและขาดประจักษ์พยานแห่งพระวรสาร ทั้งนี้เพราะว่า
o คนดีๆ คนมีการศึกษา คนมีศีลธรรม ต้องเงียบ ปิดปาก หรือปิดหู ปิดตาได้หรือ...
o พ่อคิดว่า เรายอมไม่ได้หรอกครับ บุตรของพระเจ้าองค์ความรักจะปล่อยไปโดยไม่รู้สึกรู้สากับสังคมได้อย่างไร...
o คนชั่วลอยนวล ล้มบนฟูกกันหมด แต่คนดีไร้ที่ซุกหัวนอน หรือต้องไปนอนรวมกันเป็นทาสทางสังคมของคนชั่ว หรือทาสของคนเลวที่มีเสียง มีอำนาจ กระนั้นหรือ...
o เสียงข้างมากที่ได้มาจากการเลือกตั้ง (อย่างไม่ค่อยถูกต้องหรือซื้อมา เพราะมีนายทุนลงทุนเพื่อกำไรทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ) การแบบนี้จะเรียกว่า ประชาธิปไตย.. ได้จริงๆ หรือ
o เท่าที่พ่อรู้และมั่นใจ คำว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุด แต่เรียกว่าเลวน้อยที่สุดก็ว่าได้ หรืออาจเลวได้งดงามที่สุดไม่ดูน่าเกลียดเพราะมีเสียงสวนใหญ่ที่ซื้อไว้ได้สนับสนุน...เรื่องนี้คงต้องไปศึกษากันในระดับปรัชญาการเมืองกันอีกมากมาย อันที่จริงประชาธิปไตยจะเลวน้อยที่สุด หรืออาจดีได้ก็ต่อเมื่อใช้กับสังคมของคนที่มีการศึกษาและวุฒิภาวะในการตัดสินใจเลือกและลงคะแนนเท่านั้น
o แต่อันที่จริง ประเทศของเรากำลังไปกันใหญ่ ระบบเล็กๆ การเมืองระดับท้องถิ่นก็ต้องมีซื้อ จ่าย เพื่อให้ได้มาซึ่งพ่อไม่อยากเรียกว่าอำนาจทางการเมือง และก็ขยายบารมีกันอีก แปลกมากๆมากจริงๆ บริษัทโทรศัพท์หนึ่งสามารถส่งโทรศัพท์และผู้รับทั่วประเทศสามารถไปติดต่อรับได้ที่สถานที่ราชการใกล้บ้าน เออ แปลกดี สถานที่ราชการตอนนี้อารายได้พิเศษจากการจ่ายโทรศัพท์ไปแล้ว... และนี่จะเป็นการซื้อเสียงแบบใหม่หรือเปล่าหนอ เพราะเจ้าของเดิมของโทรศัพท์นี้ก็เคยเป็นนักการเมืองซึ่งเวลานี้พลัดถิ่นอยู่
o การสอบครูผู้ช่วยทั่วประเทศ การแต่งกายยังต้องชุดบังคับเครื่องแบบบังคับในการแต่งกายเข้าสอบคือ เสื้อยืดขาว กางเกงวอร์ม ทุกคนเพื่อป้องกัน “การทุจริต” โออะไรนี่ นี่คือแม่พิมพ์ของชาติระดับต้นในการสอนชีวิต ศีลธรรมจรรยา ยังไม่สามารถไว้ใจได้เลยสอบตำรวจ ก็ต้องระวังสุด เพราะจะมีการทุจริต ทุกวงการจริงๆ ยากจริงๆ สังคมที่เป็นเหยื่อของความเห็นแก่ตัวและฉ้อโกง...
o น่าเสียดายจนคนดีๆ จริงๆ ไม่ได้มีโอกาส หรือถ้ามีโอกาส ก็อยู่ยาก... หรือไม่ก็ไม่ได้อยู่แม้แต่ในชีวิตนี้... ถูกเก็บเสียก็ได้ เกิดขึ้นแทบจะรายวันรายสัปดาห์แต่คนก็รู้สึกรู้สาน้อยมาก..

• วิจารณ์ต่อไป วิเคราะห์ต่อไปก็คงเข้าเป้าและถูกต้องมากขึ้น จนพ่อคงสมควรได้ปริญญาเอกอีกสักกี่ใบเรื่องสังคม การเมือง และประเทศของเรา วิจัยกันสุดๆอีกกี่วิจัยงบประมาณเท่าไร จะพูดอะไรก็ต้องถามว่ามีผลวิจัยรองรับไหม... ยากเนอะประเทศเรา... เท่าที่พ่อรู้ ผลวิจัยนั้น เชื่อได้ร้อยละห้าสิบเท่านั้น ถ้าการวิจัยนั้นดีจริงๆ (ขำ)

• แต่การวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ จะได้ปริญญาแท้จริงๆต้องชี้ทางออกได้ด้วยสินะจึงจะเรียกว่าควรแก่ปริญญาที่ควรจะได้

• พี่น้องที่รักครับ วันนี้พ่อขอปริญญาเอกสักใบจากใจของผู้อ่านหน่อยเถอะครับ...

• พ่อขอเสนอทางออก... ให้กับสังคมครับ...
o ในเมื่อ “รากเหง้า” ของความชั่วร้ายของสังคมเราคือ... “ความเห็นแก่ตัว” เจ้าปีศาจตัวโตคือตัวตนของคนที่ไม่ค่อยรู้ตัว จนหลงเหลิงเจิ้งอยู่กับตัวเอง หลงระเริงเหลิง จนถึงขั้น “เหลิงเจ้ง” ไปกับตัวตน อำนาจ และไม่ได้แลเห็นคนอื่นเป็นมนุษย์เหมือนตน... เหลิง.... เจิ้ง... ไปกับอำนาจ
o เจ้าปีศาจตัวนี้ คือ “ตัวกู” นี้ร้ายที่สุดแล้ว ความเห็นแก่ตัว... แก้ยากที่สุด

• พ่อเสนอทางแก้ด้วยรากเหง้าแห่งความดีแท้จริง รากเหง้าแห่งความเชื่อของเราคริสตชนแท้จริง คือ “พระเยซู”
o จงให้พระเยซู ชีวิตและคำสอนของพระองค์ “พระวาจา ข่าวดี” เป็นคำตอบ เปลี่ยนรากเหง้าจากความเห็นแก่ตัวมาเห็นแก่พระเจ้า เห็นแก่พระเยซู เห็นแก่ความรัก ...
o ถ้าสามารถจริง โดยทันทีเราจะต้องเริ่มลงมือทำทุกอย่างด้วยความเมตตา เมตตาธรรมและต้องรู้สึกรู้สากับคนยากจน คนชายขอบสังคม และอาการหลงตัวเอง เห็นแก่ตัวจะค่อยๆ หายไปได้...
o ต้องสร้างระบบการศึกษา ชีวิต การประกาศข่าวดี เราคริสตชนต้องประกาศครับ ไม่ประกาศไม่ได้ ต้องเป็นประจักษ์พยาน ต้องกล้าทัดทานกระแส ต้องกล้าเจริญชีวิตพอเพียงและเพียงพอ และไม่ยอมขายตัว ขายเสียงสิทธิ์ และอิสรภาพ ให้กับความเท็จเทียมโดยเด็ดขาด

• พี่น้องที่รักครับ... ขอให้เราเจริญชีวิตในความรักที่จะทัดทานกระแสโลกได้อย่างแท้จริงนะครับ...
• เราต้องสู้ครับ ต้องสู้ด้วยความรักของพระเยซู...
• มีตัวอย่างที่ทำได้ตั้งแต่สมัยอัครสาวกครับ บรรดาศิษย์ ผู้มีความเชื่อดำเนินชีวิตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน...

• นี่คือผลของความรักครับ “ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันครับ...”
o ขอให้เราเจริญชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอนะครับ
o กระแสโลกที่แตกแยก มันจำเป็นต้องเจอของจริงครับ คริสตชนจริงๆ รักจริงๆ เป็นหนึ่งเดียวกันจริงๆ นี่คือชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันครับ...
o โลกปัจจุบันต้องการมากครับสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียว แต่ที่สำคัญต้องรักจริงนะครับ ห้ามเทียมเด็ดขาด....

• สุดท้าย วันนี้ พ่ออยากนำสรุปคำสอนของนักบุญพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่สอง มาให้อ่านเป็นการเสริมความเป็นไปได้ในเรื่องชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสะท้อน กิจการอัครสาวกให้ชัดเจนขึ้น และสามารถนำเราไปสู่การปฏิบัติได้มากขึ้นก็จะเป็นการดีครับ

• นักบุญพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ได้เขียนสมณสาสน์ “สู่สหัสวรรษใหม่” (Novo Millennio Ineunte) ถึงคริสตชนทุกคน
o อันดับแรก เราได้รับเชิญให้พิศเพ่งพระพักตร์ของพระคริสต์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเป็นประจักษ์พยานของเรา (NMI 16) เราควรสำนึกว่า การพิศเพ่งนี้ เรียกร้องความพยายามของเรา แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นพระพรของพระเจ้าซึ่งเราสามารถพบได้ในความเงียบและการภาวนา (NMI 20)
o พระคริสตเจ้าพระบุตรของพระเจ้า แสดงพระพักตร์แห่งความโศกเศร้าให้เราได้เห็นในความทุกข์ทรมานและความตายของพระองค์ โดยเฉพาะในการร้องบนไม้กางเขน “พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า เหตุไฉนพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้า” (NMI 25-27) ในเวลาเดียวกัน พระองค์ก็ได้เผยแสดงให้เราเห็นพระพักตร์แห่งพระสิริรุ่งโรจน์ในการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ (NMI 28)
o การพิศเพ่งถึงพระคริสตเจ้า เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนทุกชนิดสำหรับชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักร (NMI 29)
o เราต้องสำนึกถึงหน้าที่ของคริสตชน ที่จะเติบโตในความศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตประจำวัน (NMI 30-31) อาศัยการภาวนาที่ร้อนรน เราเปิดใจต่อความรักของพระเจ้า และยังเปิดใจสู่ความรักของพี่น้องด้วย (NMI 32-33) การอบรมและการฝึกฝนในการภาวนาเป็นเรื่องสำคัญมากในการวางแผนของเรา (NMI 34)

• การมีส่วนร่วมในการถวายมิสซาบูชาทุกวันอาทิตย์เป็นสิ่งที่จำเป็นที่ทำให้ชีวิตคริสตชนเข้มแข็ง และยังเป็นการป้องกันการแยกตัวออกจากพระศาสนจักรของคริสตชนแต่ละคน (NMI 35-36)
o บรรดาศาสนบริกรของพระศาสนจักรควรแนะนำ ศีลแห่งการคืนดี ให้กับประชากรของพระเจ้าด้วยความมั่นใจและด้วยความพากเพียร (NMI 37)
o เราควรตระหนักเสมอถึง ความเป็นเอกของพระหรรษทาน (NMI 38) ซึ่งผลักดันเราให้รับฟังพระวาจาของพระองค์ ด้วยจิตใจใหม่ (NMI 39) การฟังพระวาจานำเราสู่การประกาศพระวาจานั้น ผู้ที่มาสัมผัสกับพระคริสตเจ้าด้วยความจริงใจไม่สามารถเก็บพระองค์สำหรับตัวเอง เขาต้องประกาศพระองค์… แต่จะต้องคำนึงถึงหนทางของบุคคลต่างๆ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน (NMI 40)
o ถ้าเราได้ลงรากของชีวิตเราในความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับพระคริสตเจ้า ชีวิตของเราจะกลายเป็นการเป็นพยานถึงความรักอย่างชัดเจนและจะแสดงถึงแก่นแท้ของพระศาสนจักร คือ ความสัมพันธ์ในความรักที่นำสู่ความเป็นหนึ่งเดียว (Communion) (NMI 42)

• เพราะเหตุนี้พระสันตะปาปาจึงเชิญชวนให้ คริสตชนทุกคนสร้างพระศาสนจักให้เป็นบ้านและโรงเรียนแห่งความเป็นหนึ่งเดียว โดยส่งเสริมชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียว (Spirituality of Communion) (NMI 43) ข้อเดียวกันนี้ยังอธิบายอีกว่า ชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวคือ
1. เหนือสิ่งอื่นใดขอให้เน้นถึงการเพ่งรำพึงของหัวใจถึงธรรมล้ำลึกของพระตรีเอกภาพผู้ประทับอยู่ในตัวเราและเราจะต้องเห็นแสงสว่างของพระองค์ฉายอยู่บนใบหน้าของพี่น้องรอบตัวเรา
2. ชีวิตจิตแห่งความเป็นเหนึ่งเดียวกันยังหมายถึงความสามารถที่จะคิดถึงพี่น้องของเราในความเชื่อ ภายในความเป็นหนึ่งเดียวอันลึกซึ้งแห่งพระกายทิพย์ซึ่งหมายความว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเราด้วย ดังนี้เราจึงสามารถมีส่วนร่วมในความยินดีและความทุกข์ของเขา
3. ชีวิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวยังหมายถึงความสามารถที่จะมองเห็นสิ่งที่ดีในคนอื่นโดยที่ถือว่าเป็นพระพรสำหรับตัวฉัน
4. ชีวิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน หมายความว่า เรารู้จักที่จะเตรียมพื้นที่สำหรับพี่น้องในใจของเรา โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขัน แก่งแย่งชิงดี และอิจฉาริษยากันและกัน

• หากปราศจากชีวิตจิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน โครงสร้างภายนอกของพระศาสนจักรก็เปล่าประโยชน์ จะกลายเป็นเหมือนหน้ากากของความเป็นหนึ่งเดียว (NMI 43)

• การพิศเพ่งถึงพระพักตร์ของพระคริสต์ควรจะนำคริสตชนให้แสวงหาพระพักตร์ของพระองค์ในใบหน้าของพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะคนยากจน รวมทั้งคริสตชนนิกายอื่นๆ และผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ด้วย (NMI 48-50) ในกลุ่มคริสตชนทุกคนควรจะรู้สึกเหมือนว่าอยู่ในบ้านของตน โดยเฉพาะคนยากจน

• การท้าทายในปัจจุบันที่พระศาสนจักรควรจะตอบรับคือ วิกฤตของสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องสันติภาพและความรุนแรง การละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กๆ เรามีหน้าที่อุทิศตนส่งเสริมคุณค่าชีวิตมนุษย์ในทุกระดับ (NMI 51-52)

• การเสวนากับศาสนาอื่นเป็นอีกข้อหนึ่งที่ท้าทายเราในปัจจุบัน การเสวนาไม่สามารถวางอยู่บนความไม่สนใจใยดีด้านศาสนา เราคริสตชนย่อมมีหน้าที่เป็นประจักษ์พยานเด่นชัดถึงความหวังที่มีอยู่ในตัวเรา ด้วยความเคารพเราควรจะประกาศถึงพระพรแห่งการเผยแสดงของพระเจ้า ซึ่งพระองค์รักโลกจนกระทั่งได้มอบพระบุตรแต่องค์เดียวให้กับเรา (NMI 55-56)

พระวาจาประจำวัน

พระวาจาวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2026
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2026 น.ออกัสติน เซา รง พระสงฆ์และเพื่อนมรณสักขีบทอ่านจากหนังสือประกาศกโฮเชยา (ฮชย. 11:1,3-4,8ค-9) องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ “เมื่ออิสราเอลยังเด็ก เราก็รักเขา เราได้เรียกบุตรของเราออกมาจากอียิปต์ เราสอนเอฟราอิมให้เดิน เราอุ้มเขาทั้งหลายไว้ แต่เขาไม่รู้ว่าเราเอาใจใส่เขา เราใช้เชือกแห่งมนุษยธรรม และใช้สายสะพายแห่งความรักจูงเขา เราเป็นเหมือนผู้ที่ยกทารกมาจูบแก้ม และก้มลงป้อนอาหารให้เขาใจของเราปั่นป่วนอยู่ภายใน ความเอ็นดูของเราก็คุกรุ่นขึ้น เราจะไม่ลงอาญาตามที่เราโกรธจัด เราจะไม่ทำลายเอฟราอิมอีก เพราะเราเป็นพระเจ้า...
วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2026 สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือประกาศกโฮเชยา (ฮชย. 10:1-3,7-8,12) อิสราเอลเป็นเหมือนเถาองุ่นเขียวชอุ่มที่มีผลมาก...
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2026 สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือประกาศกโฮเชยา (ฮชย. 8:4-7,11-13) องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า...
วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2026 น.มารีย์ กอเรตตี พรหมจารีและมรณสักขีบทอ่านจากหนังสือประกาศกโฮเชยา (ฮชย. 2:16,17ค-18,21-22) องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า...

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย (TBS)ครั้งที่ 2/2026
ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย (Thailand Bible Society-TBS) วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2026 ช่วงเช้า 09.00-11.30...
โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ร่วมกับ แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯจัดโครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10 วันพฤหัสบดีที่...
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1/2026
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1/2026 วันพุธที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2026 เวลา...
ชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง
ชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง "พลังแห่งการไตร่ตรองพระวาจา" คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ จัดการชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง "พลังแห่งการไตร่ตรองพระวาจา" (Liturgical Bible study)...
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ แผนกพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2/2025
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ แผนกพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2/2025 วันพุธที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 เวลา...
ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย  สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025
ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย (Thailand Bible Society-TBS) ประชุมกรรมการอำนวยการ สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025 วันเสาร์ที่ 19...
การศึกษา
สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดการศึกษาเนื้อหาของสังคายนาวาติกันที่ 2 ในโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025 (ครั้งที่ 3) "สังฆธรรมนูญเรื่อง การเผยความจริงของพระเจ้า"...

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

Our Lady, Untier of Knots
ชื่อภาพ " Our Lady, Untier of Knots "ภาพ Our Lady, Untier of Knots พร้อมทั้งทำกรอบดอกไม้เหมือนภาพ original ที่ St. Peter am Perlach , Augsburg, GermanyOil on canvas...
Light of Glory
Administrator
ชื่อภาพ " Light of Glory "Oil on canvas ขนาด 50...
 The Holy Spirit
Administrator
ชื่อภาพ " The Holy Spirit "Oil on canvas ขนาด 50...

ประชาสัมพันธ์ : เชิญสมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์และทางไลน์

"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย"

“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”  (10)
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1” 2. ขอบพระคุณและแสดงความยินดี (6) b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน คำอธิษฐานของนักบุญเปาโลเป็นคำภาวนาของธรรมทูตคนหนึ่ง ท่านไม่สามารถคิดและรักพระเจ้าได้...
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”  (9)
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1” 2. ขอบพระคุณและแสดงความยินดี (5) - ละทิ้งรูปเคารพมาหาพระเจ้าอย่างไร การยึดมั่นในพระเจ้าหมายความว่า เราละทิ้งรูปเคารพ...
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”  (8)
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1” 2. ขอบพระคุณและแสดงความยินดี (4) - โดยท่านได้รับพระวาจา นักบุญเปาโลชี้แจงว่า กิจการแรกที่ชาวเธสะโลนิกาได้ทำในการเลียนแบบเขา...
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”  (7)
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1” 2. ขอบพระคุณและแสดงความยินดี (3) - เรารู้ว่า นักบุญเปาโลรู้ดีว่า ตนได้รับพระพรจากพระเจ้า...

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

บทสวดของฉัน บทที่ 515 30 ปีแห่งพระพร
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 515 30 ปีแห่งพระพร:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 514 บทสวดภาวนาของสมเด็จพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ประจาเดือนพฤษภาคม 2026
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 514 บทสวดภาวนาของสมเด็จพระสันตะปาปา เลโอ ที่...
บทสวดของฉัน บทที่ 513 รางวัลที่พระประทาน
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 513 รางวัลที่พระประทาน:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 512 เดือนมีนาคม 2026
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 512 เดือนมีนาคม 2026:::: อ่าน/ดาวน์โหลด...

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

E-book เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

บทสวดของฉัน

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า Art for God

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์