"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

ปรีชาญาณยกย่องตนเองa

    24. 1ปรีชาญาณยกย่องตนเอง

          ประกาศสิริรุ่งโรจน์ในหมู่ประชากรของตน

          2ปรีชาญาณเปิดปากกล่าวในที่ประชุมของพระผู้สูงสุด

          ยกย่องตนเองเฉพาะพระพักตร์พระผู้ทรงสรรพานุภาพ ว่า

          3“ข้าพเจ้าออกมาจากพระโอษฐ์พระผู้สูงสุด

          และปกคลุมแผ่นดินเหมือนหมอก

          4ข้าพเจ้าตั้งกระโจมอยู่ในที่สูง

          บัลลังก์ของข้าพเจ้าอยู่ในกลุ่มเมฆb

          5ข้าพเจ้าโคจรไปทั่วท้องฟ้าตามลำพัง

          เดินเตร่ไปจนถึงเหวลึกที่สุด

          6ข้าพเจ้ามีอำนาจเหนือcคลื่นของทะเล และทั่วแผ่นดิน

          เหนือประชาชนและชนทุกชาติ

          7ข้าพเจ้าแสวงหาที่พักผ่อนในหมู่ชนเหล่านี้

          ดูว่าจะตั้งค่ายพักในดินแดนของใคร

          8แล้วพระผู้ทรงเนรมิตสรรพสิ่งทรงมีพระบัญชาแก่ข้าพเจ้า

          พระผู้ทรงเนรมิตข้าพเจ้าทรงกำหนดสถานที่ให้ข้าพเจ้าตั้งกระโจม

          พระองค์ตรัสว่า “จงตั้งกระโจมของท่านในยาโคบ

          จงรับอิสราเอลเป็นมรดกของท่าน”

          9แต่แรกเริ่ม พระองค์ทรงเนรมิตข้าพเจ้าก่อนกาลเวลา

          และข้าพเจ้าจะดำรงอยู่ตลอดนิรันดร

          10ข้าพเจ้ารับใช้เฉพาะพระพักตร์พระองค์dในกระโจมศักดิ์สิทธิ์

          ข้าพเจ้าจึงตั้งที่พำนักอยู่ในศิโยน

          11พระองค์ทรงให้ข้าพเจ้าพักผ่อนในนครที่ทรงรัก

          อำนาจของข้าพเจ้าอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม

          12ข้าพเจ้าหยั่งรากในประชากรรุ่งเรือง

          ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลือกไว้เป็นมรดกของพระองค์

          13ข้าพเจ้าเติบโตขึ้นเหมือนต้นสนในเลบานอน

          เหมือนต้นไซเปรสบนภูเขาเฮอร์โมน

          14ข้าพเจ้าเติบโตดุจต้นปาล์มที่เอน-เกดดีe

          ดุจต้นกุหลาบที่เมืองเยรีโค

          ดุจต้นมะกอกเทศงดงามในทุ่งราบ

          ข้าพเจ้าเติบโตดุจต้นเพลน

          15ข้าพเจ้าส่งกลิ่นหอมเหมือนอบเชยและกระถินเทศ

          ให้กลิ่นหอมเหมือนมดยอบชนิดเยี่ยม

          เหมือนมหาหิงคุ์ ชะมดเชียงและกำยาน

          เหมือนควันกำยานในกระโจมf

          16ข้าพเจ้าแผ่กิ่งก้านเหมือนต้นมะขามเทศ

          กิ่งก้านของข้าพเจ้าสง่างามและอ่อนช้อย

          17ข้าพเจ้าเป็นเหมือนเถาองุ่นที่แตกกิ่งอ่อนงดงาม

          ดอกของข้าพเจ้าให้ผลงามจำนวนมากg (18)

                19ท่านที่ปรารถนาอยากได้ข้าพเจ้า จงมาหาข้าพเจ้าเถิด

          จงกินผลของข้าพเจ้าให้อิ่ม

          20เพราะความคิดถึงข้าพเจ้าหวานกว่าน้ำผึ้ง

          การได้ข้าพเจ้าเป็นมรดกหวานยิ่งกว่ารวงผึ้ง

          21ผู้ที่กินข้าพเจ้าแล้วจะหิวอยากกินอีก

          ผู้ที่ดื่มข้าพเจ้าแล้ว ก็จะกระหายอยากดื่มข้าพเจ้าอีก

          22ผู้ที่เชื่อฟังข้าพเจ้าจะไม่อับอาย

          ผู้ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของข้าพเจ้าก็จะไม่ทำบาป”

ปรีชาญาณและธรรมบัญญัติh

          23ทั้งหมดนี้เป็นหนังสือพันธสัญญาของพระเจ้าสูงสุด

          เป็นธรรมบัญญัติที่โมเสสประกาศใช้

          เป็นมรดกสำหรับบรรดาชุมชนของยาโคบi (24)

                25ธรรมบัญญัติเปี่ยมล้นด้วยปรีชาญาณเหมือนแม่น้ำปิโชนj

          และเหมือนแม่น้ำไทกรีสในฤดูผลไม้

          26ธรรมบัญญัติให้ความเข้าใจท่วมล้นดั่งแม่น้ำยูเฟรติส

          ดังแม่น้ำจอร์แดนในฤดูเก็บเกี่ยว

          27ธรรมบัญญัติให้การสั่งสอนท่วมล้นดั่งแม่น้ำไนล์k

          ดั่งแม่น้ำคีโฮนในฤดูเก็บผลองุ่น

          28มนุษย์คนแรกไม่มีวันเข้าใจปรีชาญาณได้ทั้งหมด

          มนุษย์คนสุดท้ายก็จะยังค้นคว้าปรีชาญาณอย่างสมบูรณ์ไม่ได้เช่นเดียวกัน

          29เพราะความคิดของปรีชาญาณนั้นกว้างกว่าทะเล

          แผนการของปรีชาญาณลึกกว่าห้วงสมุทรที่ลึกที่สุด

          30ข้าพเจ้า บุตรสิราl เป็นเหมือนลำคลองแยกมาจากแม่น้ำ

          เหมือนธารน้ำที่ออกมาเพื่อรดสวน

          31ข้าพเจ้าพูดว่า “ข้าพเจ้าจะรดสวนของข้าพเจ้า

          ข้าพเจ้าจะรดแปลงดอกไม้ของข้าพเจ้าให้ชุ่มฉ่ำ

          แต่แล้ว ลำคลองของข้าพเจ้าก็กลายเป็นแม่น้ำ

          และแม่น้ำของข้าพเจ้าก็กลายเป็นทะเลm

          32ข้าพเจ้าทำให้คำสอนของข้าพเจ้าทอแสงดุจรุ่งอรุณ

          ให้เป็นที่ล่วงรู้จนสุดแดนไกล

          33ข้าพเจ้าจะหลั่งคำสั่งสอนดุจการประกาศพระวาจา

          จะมอบให้เป็นมรดกแก่อนุชนทุกรุ่นในอนาคต

          34ดูซิ ข้าพเจ้ามิได้ทำงานเพื่อข้าพเจ้าเพียงผู้เดียว

          แต่ทำงานเพื่อทุกคนที่แสวงหาปรีชาญาณ”

24 a เราต้องเปรียบเทียบข้อความนี้กับคำปราศรัยอื่นๆของปรีชาญาณ ที่กล่าวถึงตนเอง (สภษ 1:20-33; 8:1-36; 9:1-9) และข้อความที่ยกย่องปรีชาญาณ (โยบ บทที่ 28; บรค 3:9 – 4:4) ข้อความในบทนี้มีความสำคัญที่สุดในหนังสือบุตรสิรา เพราะสรุปคำสอนทั้งหมดเกี่ยวกับปรีชาญาณ โดยกล่าวพาดพิงบ่อยๆถึงข้อความอื่นๆในพระคัมภีร์ ซึ่งผู้เขียนให้ความหมายใหม่ตามความคิดของตน ข้อความบางประโยคในบทนี้ชวนให้คิดถึงคำสอนเรื่องพระตรีเอกภาพมากกว่าที่พบได้ในหนังสือสุภาษิต คือ ปรีชาญาณเป็นหนึ่งเดียวอย่างแน่นแฟ้นกับพระเจ้า แม้จะแตกต่างจากพระองค์ มีลักษณะซึ่งในภายหลังจะประยุกต์ใช้กับพระวจนาตถ์และพระจิตเจ้า ดูเหมือนว่าข้อความนี้เป็นแรงบันดาลใจของอารัมภบทในพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น ซึ่งกล่าวถึงพระวจนาตถ์ว่ามีคุณลักษณะและกิจการหลายประการของปรีชาญาณ

b “กลุ่มเมฆ” – ข้อความเก่าแก่ที่สุดในพระคัมภีร์กล่าวถึง “กลุ่มเมฆ” ว่าเป็นการแสดงว่าพระยาห์เวห์ประทับอยู่ที่นั่น

c “มีอำนาจเหนือ” แปลตามสำเนาโบราณภาษากรีกฉบับหนึ่งและตามสำนวนแปลโบราณภาษาซีเรียคและภาษาละติน – ต้นฉบับภาษากรีกว่า “ได้รับมาเป็นกรรมสิทธิ์”

d บุตรสิราคิดว่าพิธีกรรมในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นผลงานอีกประการหนึ่งของปรีชาญาณ เพราะว่าพิธีกรรมแสดงถึงความบริบูรณ์ของพระเจ้าเช่นเดียวกับระเบียบในจักรวาล หรือเพราะว่าธรรมบัญญัติซึ่งเป็นผลของปรีชาญาณกำหนดรายละเอียดต่างๆสำหรับพิธีกรรมด้วย (ดู บสร 24:23ฯ)

e “เอน-เกดดี” – แปลตามสำเนาโบราณภาษากรีก 2 ฉบับ – ตัวบทภาษากรีกที่ใช้กัน (Textus receptus) ว่า “ที่ชายทะเล”

f ปรีชาญาณมีบทบาทในพิธีกรรมของพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม (24:10 เชิงอรรถ d) หลังจากกล่าวถึงเครื่องหอมตามธรรมชาติชนิดต่างๆแล้ว บุตรสิราก็เปรียบปรีชาญาณกับควันกำยานที่ใช้ในพิธีกรรม * ชื่อเครื่องหอมเหล่านี้ยากที่จะแปลให้ถูกต้องได้ จึงเป็นการแปลโดยคาดคะเน เครื่องหอมหลายชนิดได้มาจากยางไม้ที่มีกลิ่นหอม เมื่อเผาจึงมีควันหอมคล้ายกำยานที่ใช้ในพิธีกรรม (เทียบ อพย 30:23,34)

g สำเนาโบราณภาษากรีก Gk 248 และสำนวนแปลโบราณภาษาละตินเสริมข้อ 18 ว่า 18ข้าพเจ้าเป็นมารดาแห่งความรักบริสุทธิ์ ความยำเกรง ความรู้ และความหวังแน่วแน่ สำเนาโบราณ Gk 248 ยังเสริมต่อไปว่า พระเจ้าประทานข้าพเจ้าซึ่งดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดรให้แก่บรรดาบุตรที่ทรงเลือกสรร – ส่วนสำนวนแปลโบราณภาษาละตินอ่านข้อความสุดท้ายนี้ว่า ในข้าพเจ้ามีพระหรรษทานทุกประการที่ให้ชีวิตและความจริง ในข้าพเจ้ามีความหวังทุกประการที่นำชีวิตและพละกำลัง ข้อความนี้อาจเป็นคำอธิบายของผู้คัดลอกที่กล่าวพาดพิงถึง ยน 14:6 เพราะคิดว่าพระคริสตเจ้าคือพระปรีชาญาณของพระเจ้า

h คำปราศรัยของปรีชาญาณจบลงที่นี่ ผู้เขียน (บุตรสิรา) อธิบายว่าปรีชาญาณก็คือธรรมบัญญัติที่พระเจ้าประทานแก่ชาวอิสราเอลทางโมเสสนั่นเอง

i สำเนาโบราณภาษากรีก Gk 248 เสริมข้อ 24 ว่า 24อย่าเลิกที่จะรับพลังจากองค์พระผู้เป็นเจ้า จงยึดมั่นในพระองค์ พระองค์จะได้ประทานพลังแก่ท่าน องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงอานุภาพแต่พระองค์เดียวเป็นพระเจ้า ไม่มีผู้ช่วยให้รอดพ้นใดนอกจากพระองค์

j ในข้อความตอนนี้ ผู้เขียนคิดถึงสวนเอเดนที่มีแม่น้ำสี่สาย (ปฐก 2:10ฯ) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

k “ท่วมล้นดังแม่น้ำไนล์” แปลตามสำนวนแปลโบราณภาษาซีเรียค – ต้นฉบับภาษากรีกว่า “ส่องแสงเหมือนแสงสว่าง”

l “ข้าพเจ้า บุตรสิรา” แปลตามตัวอักษรว่า “ข้าพเจ้า” -- แต่จากบริบท เราเข้าใจว่าผู้พูดเวลานี้คือผู้เขียน ซึ่งได้แก่บุตรสิรา กำลังแสดงตนเป็นเหมือน “คลองส่งน้ำ” ที่ผันน้ำเข้ามาในสวนเล็กๆของตนจากแม่น้ำใหญ่ ซึ่งได้แก่ปรีชาญาณที่ส่งน้ำให้ชีวิตแก่ชนอิสราเอลทั้งชาติ

m ผู้เขียนขยายการเปรียบเทียบว่าพระกรุณาของพระเจ้าทำให้น้ำในคลองของตนเพิ่มปริมาณอย่างมาก จนตัวเขาเป็นเสมือนประกาศกที่ประกาศพระวาจาแก่อนุชนชาวอิสราเอลในอนาคตอีกด้วย (ข้อ 33) – ผู้เขียนคงได้รับความคิดนี้มาจากข้อความใน อสย 11:9 และ อสค 47:1-12   *  สำนวนแปลภาษาละตินเข้าใจว่าผู้พูดในที่นี้คือ “พระปรีชาญาณ” ซึ่งได้แก่พระคริสตเจ้า จึงเสริมข้อความว่า ข้าพเจ้าจะเข้าไปในขุมลึกของแผ่นดิน จะไปพบทุกคนที่กำลังนอนหลับอยู่ จะส่องแสงทุกคนที่มีความหวังในองค์พระผู้เป็นเจ้า

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก