"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

บทเทศน์/ข้อคิดวันอาทิตย์


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

III. พระเยซูเจ้าทรงประกาศอาณาจักรสวรรค์

ก. เรื่องเล่า : อัศจรรย์สิบประการ

 

พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนโรคเรื้อน

8 1เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จลงมาจากภูเขา ประชาชนจำนวนมากติดตามพระองค์ 2ทันใดนั้น คนโรคเรื้อนคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ กราบลงทูลว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์พอพระทัย ก็ทรงรักษาข้าพเจ้าให้หายได้” 3พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์สัมผัสเขา ตรัสว่า “เราพอใจ จงหายเถิด” โรคเรื้อนก็หายไปทันทีa 4พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาอีกว่า “ระวัง อย่าบอกให้ใครรู้เลย จงไปแสดงตนแก่สมณะและถวายเครื่องบูชาตามที่โมเสสกำหนด เพื่อเป็นพยานหลักฐานแก่คนทั้งหลาย”

พระเยซูเจ้าทรงรักษาผู้รับใช้ของนายร้อย

5เมื่อพระองค์เสด็จเข้าเมืองคาเปอรนาอุม นายร้อยคนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระองค์ ทูลอ้อนวอนว่า 6“พระองค์เจ้าข้า ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าเป็นอัมพาตนอนอยู่ที่บ้าน ต้องทรมานอย่างสาหัส” 7พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “เราจะไปรักษาเขาให้หาย” 8แต่นายร้อยทูลตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพเจ้าไม่สมควรให้พระองค์เสด็จเข้ามาในบ้านของข้าพเจ้า แต่ขอพระองค์ตรัสเพียงคำเดียวเท่านั้น ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าก็จะหายจากโรค 9ข้าพเจ้าเป็นคนอยู่ใต้บังคับบัญชา แต่ยังมีทหารอยู่ใต้บังคับบัญชาด้วย ข้าพเจ้าสั่งทหารคนนี้ว่า ‘ไป’ เขาก็ไป สั่งอีกคนหนึ่งว่า ‘มา’ เขาก็มา ข้าพเจ้าสั่งผู้รับใช้ว่า ‘ทำนี่’ เขาก็ทำ” 10เมื่อพระเยซูเจ้าทรงได้ยินเช่นนี้ ทรงประหลาดพระทัย จึงตรัสแก่บรรดาผู้ติดตามว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เรายังไม่เคยพบใครมีความเชื่อbมากเช่นนี้ในอิสราเอลเลย 11เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนจำนวนมากจะมาจากทิศตะวันออกและตะวันตก และจะนั่งร่วมโต๊ะcกับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบในอาณาจักรสวรรค์ 12แต่บุตรแห่งอาณาจักรdจะถูกขับไล่ออกไปในที่มืดข้างนอก ที่นั่นจะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญ และขบฟันด้วยความขุ่นเคือง”e 13แล้วพระเยซูเจ้าจึงตรัสกับนายร้อยว่า “จงไปเถิด จงเป็นไปตามที่ท่านเชื่อนั้นเถิด” ผู้รับใช้ของเขาก็หายจากโรคในเวลานั้นเอง

พระเยซูเจ้าทรงรักษามารดาของภรรยาเปโตร

14เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในบ้านของเปโตร ทรงเห็นมารดาของภรรยาเปโตรนอนป่วยเป็นไข้ 15พระองค์จึงทรงจับมือนาง นางก็หายไข้ ลุกขึ้นและปรนนิบัติรับใช้พระองค์

พระเยซูเจ้าทรงรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก

16เย็นวันนั้น ประชาชนนำผู้ถูกปีศาจสิงจำนวนมากมาเฝ้าพระองค์ พระองค์ทรงขับปีศาจเหล่านี้ออกไปด้วยพระวาจา และทรงบำบัดรักษาผู้ป่วยทุกคน 17เพื่อให้พระวาจาที่ได้ตรัสไว้ทางประกาศกอิสยาห์เป็นความจริงว่า

 

“พระองค์ทรงรับเอาความอ่อนแอของเราไว้

และทรงแบกความเจ็บป่วยของเรา”f

 

ศิษย์ของพระเยซูเจ้าต้องอุทิศตนโดยไม่มีเงื่อนไข

18พระเยซูเจ้าทรงเห็นประชาชนห้อมล้อมพระองค์ จึงทรงสั่งบรรดาศิษย์ให้ข้ามทะเลสาบไปอีกฝั่งหนึ่งg 19ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาทูลว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าอยากติดตามพระองค์ไปทุกแห่งที่พระองค์จะเสด็จ” 20พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง นกในอากาศยังมีรัง แต่บุตรแห่งมนุษย์hไม่มีที่จะวางศีรษะ”

21ศิษย์อีกคนหนึ่งทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอทรงอนุญาตให้ข้าพเจ้าไปฝังศพบิดาของข้าพเจ้าเสียก่อน” 22แต่พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามา และปล่อยให้คนตายฝังคนตายของตนเถิด”

พระเยซูเจ้าทรงทำให้พายุสงบ

23พระเยซูเจ้าเสด็จลงเรือ บรรดาศิษย์ติดตามพระองค์ไปด้วย 24ทันใดนั้น เกิดพายุแรงกล้าในทะเลสาบ คลื่นสูงจนไม่เห็นเรือ แต่พระองค์บรรทมหลับ 25บรรดาศิษย์จึงเข้ามาปลุกพระองค์ ทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ช่วยด้วยเถิด เรากำลังจะพินาศอยู่แล้ว” 26พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ทำไมจึงตกใจกลัวเล่า ท่านช่างมีความเชื่อน้อยเหลือเกิน” แล้วทรงลุกขึ้นบังคับลมและทะเล ท้องทะเลก็สงบราบเรียบ 27คนทั้งหลายต่างประหลาดใจ พูดว่า “ท่านผู้นี้เป็นใครหนอ ลมและทะเลจึงยอมเชื่อฟังเช่นนี้”

ชาวกาดาราสองคนผู้ถูกปีศาจสิง

28พระเยซูเจ้าเสด็จข้ามฟากมาถึงดินแดนของชาวกาดาราi ผู้ถูกปีศาจสิงสองคนjออกจากบริเวณหลุมศพมาเฝ้าพระองค์ ทั้งสองคนดุร้ายมากจนไม่มีใครเดินผ่านทางนั้นได้ 29ทันใดนั้น ทั้งสองคนร้องตะโกนว่า “ข้าแต่บุตรของพระเจ้า ท่านมายุ่งกับเราทำไม ท่านมาที่นี่เพื่อทรมานเราก่อนเวลาหรือ”k 30ไม่ไกลจากที่นั่นมีหมูฝูงใหญ่กำลังหากินอยู่

 31พวกปีศาจจึงอ้อนวอนพระองค์ว่า “ถ้าท่านขับไล่พวกเรา ขอได้ส่งเราเข้าไปในหมูฝูงนั้นเถิด” 32พระองค์ตรัสกับมันว่า “จงไปเถิด” พวกปีศาจจึงออกไปสิงในหมู หมูทั้งฝูงต่างวิ่งกระโจนจากหน้าผาลงไปในทะเลสาบ จมน้ำตาย 33คนเลี้ยงหมูหนีเข้าไปในเมือง เล่าเรื่องทั้งหมดนี้และเรื่องผู้ถูกปีศาจสิงด้วย 34คนทั้งเมืองต่างออกมาเฝ้าพระเยซูเจ้า เมื่อเห็นพระองค์ ก็ทูลขอพระองค์ให้เสด็จออกไปจากเขตแดนของเขา

 

8 a พระเยซูเจ้าทรงใช้การอัศจรรย์เพื่อแสดงอำนาจที่ทรงมีเหนือธรรมชาติ (8:23-27; 14:22-33//) โดยเฉพาะเหนือโรคภัยไข้เจ็บ (8:1-4, 5-13, 14-15; 9:1-8, 20-22, 27-31; 14:14, 36; 15:30; 20:29-34//; มก 7:32-37; 8:22-26; ลก 14:1-6; 17:11-19; ยน 5:1-16; 9:1-14) เหนือความตาย (มธ 9:23-26//; ลก 7:11-17; ยน 11:1-44) เหนือปีศาจ (มธ 8:29 เชิงอรรถ k) เรื่องเล่าเกี่ยวกับการอัศจรรย์ของพระเยซูเจ้าเขียนอย่างซื่อๆ ไม่เสริมรายละเอียดมากนัก ต่างกับเรื่องเล่าการอัศจรรย์ของชาวกรีกหรือของธรรมาจารย์ชาวยิว ซึ่งมักใช้จินตนาการขยายรายละเอียดอย่างพิศดาร ความแตกต่างยังเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการที่พระเยซูเจ้าทรงให้ความหมายด้านจิตใจและสัญลักษณ์แก่การอัศจรรย์ของพระองค์ การอัศจรรย์เหล่านี้ประกาศว่า พระเจ้าเสด็จมาพิพากษาในยุคพระเมสสิยาห์ (21:18-22//) และประกาศถึงสิทธิพิเศษที่ยุคนี้นำมาให้ (11:5 เชิงอรรถ d; 14:13-21; 15:32-39//; ลก 5:4-11; ยน 2:1-11; 21:4-14) การอัศจรรย์เป็นเครื่องหมายแรกแห่งชัยชนะของพระจิตเจ้าเหนืออาณาจักรของซาตาน (8:29 เชิงอรรถ k) เหนืออำนาจแห่งความชั่ว ไม่ว่าบาป (9:2 เชิงอรรถ b) หรือโรคภัยไข้เจ็บ (8:17 เชิงอรรถ f) แรงบันดาลใจในการทำการอัศจรรย์บางครั้งคือความเมตตาสงสาร (20:34; มก 1:41; ลก 7:13) แต่ส่วนใหญ่พระองค์ทรงทำการอัศจรรย์เพื่อปลุกและเสริมความเชื่อให้เข้มแข็งขึ้น (มธ 8:10 เชิงอรรถ b; ยน 2:11 เชิงอรรถ f) ดังนั้น พระเยซูเจ้าทรงทำการอัศจรรย์เมื่อทรงไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วเสมอ ทรงเรียกร้องให้รักษาความลับเมื่อทรงเห็นด้วยที่จะทำการอัศจรรย์ (มก 1:34 เชิงอรรถ m) และทรงปล่อยให้พระบิดาในสวรรค์บันดาลให้เกิดความเชื่อ ซึ่งมิได้เกิดจาก “เลือดเนื้อ” (มธ 16:17) เมื่อทรงส่งบรรดาอัครสาวกไปประกาศพระอาณาจักร พระองค์ทรงมอบอำนาจของพระองค์ในการรักษาโรคให้เขา (10:1,8//) และเพราะเหตุนี้ มัทธิวจึงเล่าถึงการอัศจรรย์สิบประการ (บทที่ 8-9) ก่อนที่จะกล่าวถึงคำปราศรัยเรื่องธรรมทูต (บทที่ 10) การอัศจรรย์เหล่านี้เป็นเครื่องหมายรับรองการเป็นธรรมทูตของบรรดาศิษย์ (มก 16:17ฯ; กจ 2:22; ดู 1:8 เชิงอรรถ j)

b ความเชื่อที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องตั้งแต่ทรงเริ่มเทศนาสั่งสอน (มก 1:15) และทรงเรียกร้องตลอดพระภารกิจของพระองค์ หมายถึงการมีความวางใจและมอบตนแด่พระองค์ ประชาชนต้องไม่ไว้ใจในพละกำลังหรือแผนการของตน แต่ต้องมอบตนไว้ใต้อำนาจของพระองค์ที่เขาเชื่อ และยอมให้พระวาจาของพระองค์ชี้นำเขา (21:25 เชิงอรรถ p, 32; ลก 1:20, 45) พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องความเชื่อเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อทรงทำอัศจรรย์ (8:13; 9:2//, 22//, 28-29; 15-28; มก 5:36//; 10:52//; ลก 17:19) อัศจรรย์ไม่เป็นเพียงกิจการแสดงพระเมตตาเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องหมายรับรองภารกิจของพระองค์ และเป็นพยานถึงพระอาณาจักร (มธ 8:3 เชิงอรรถ a; ดู ยน 2:11 เชิงอรรถ f) พระองค์จึงไม่สามารถทำอัศจรรย์ได้หากไม่พบความเชื่อ เพราะถ้าไม่มีความเชื่อ อัศจรรย์ก็ไร้ความหมายที่แท้จริง (มธ 12:38-39; 13:58//; 16:1-4) เนื่องด้วยความเชื่อเรียกร้องให้คนหนึ่งสละตนทั้งหมด ได้แก่ความคิดและจิตใจ จึงเป็นการถ่อมตนที่ทำได้ไม่ง่าย หลายคนจึงไม่ยอมทำ โดยเฉพาะในหมู่ชาวอิสราเอล (8:10//; 15:28; 27:42//; ลก 18:8) หรือทำโดยไม่เต็มใจ (มก 9:24; ลก 8:13) แม้แต่บรรดาศิษย์ก็ยังไม่ค่อยยอมเชื่อ (8:26//; 14:31; 16:8; 17:20//) และยังคงลังเลใจหลังจากที่ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วอีกด้วย (28:17; มก 16:11-14; ลก 24:11, 25, 41) เมื่อความเชื่อมั่นคง ก็ก่อให้เกิดอัศจรรย์ (17:20//; 21:21//; มก 16:17) และพระเจ้าไม่ทรงปฏิเสธผู้วอนขอด้วยความเชื่อ (21:22//; มก 9:23) โดยเฉพาะเมื่อวอนขออภัยบาป (9:2//; ลก 7:50) และวอนขอความรอดพ้น เพราะความเชื่อเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นเพื่อจะได้สิ่งที่วอนขอนี้ (มก 16:16; ลก 8:12 ดู กจ 3:16 เชิงอรรถ l)

c ตามความคิดจาก อสย 25:6 ชาวยิวมักบรรยายความยินดีแห่งยุคพระเมสสิยาห์ว่าเป็นเหมือนงานเลี้ยง (ดู มธ 22:2-14; 26:29//; ลก 14:15; วว 3:20; 19:9)

d “บุตรแห่งพระอาณาจักร” หมายถึง ชาวยิว ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมชาติแห่งพระสัญญา คนต่างศาสนาจะเข้ามาแทนที่เพราะมีความเหมาะสมกว่า

e “การร่ำไห้คร่ำครวญ และขบฟันด้วยความขุ่นเคือง” เป็นภาพพจน์ในพระคัมภีร์ แสดงถึงความผิดหวัง และความล้มเหลวของคนชั่ว เมื่อเขาจะเห็นผู้ชอบธรรมได้รับบำเหน็จรางวัล (ดู โยบ 16:9; สดด 37:12; 112:10) มัทธิวใช้ภาพนี้บรรยายถึงการถูกลงโทษในนรก

f ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวไว้ว่าผู้รับใช้ของพระเจ้าได้ “รับเอา” ความทุกข์ของเราไว้กับตน ในความหมายที่ว่าความทุกข์ทรมานของผู้รับใช้เป็นการชดเชยบาปของมนุษย์ มัทธิวยกข้อความนี้มาอธิบายว่า พระเยซูเจ้าทรง “ขจัด” ความทุกข์โดยทำอัศจรรย์รักษาโรค การตีความเช่นนี้อาจดูเหมือนว่าเป็นการบิดเบือนความหมาย แต่โดยแท้จริงแล้วเป็นความหมายลึกซึ้งทางเทววิทยา พระเยซูเจ้าเสด็จมาในโลกในฐานะ “ผู้รับใช้” เพื่อรับภาระชดเชยบาป เพราะเหตุนี้ พระองค์จึงทรงสามารถขจัดความเจ็บป่วยทางร่างกายออกไปได้ ความเจ็บป่วยนั้นเป็นโทษของบาป

g หมายถึงฝั่งตะวันออกของทะเลสาบทิเบเรียส

h “บุตรแห่งมนุษย์” เป็นวลีซึ่งในพันธสัญญาใหม่พบได้ในพระวรสาร และใน กจ 7:56; วว 1:13; 14:14 เท่านั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พระเยซูเจ้าทรงชอบใช้วลีนี้หมายถึงพระองค์เอง วลีนี้มาจากภาษาอาราเมอิก ซึ่งแต่เดิมมีความหมายว่า “มนุษย์” (เทียบ อสค 2:1 เชิงอรรถ b) แต่ดูเหมือนว่าในสมัยของพระเยซูเจ้า ผู้พูดมักใช้วลีนี้หมายถึงตนเองโดยเฉพาะ เพื่อจะได้ไม่เน้นความสำคัญของผู้พูด ในเมื่อข้อความที่กล่าวนั้นฟังแล้วดูเหมือนจะเกินความจริงและขัดหู ใน ดนล 7:13 เชิงอรรถ k วลีนี้ใช้หมายถึงผู้ทรงเกียรติซึ่งจะรับอาณาจักรในวาระสุดท้ายจากพระเจ้า ต่อมาวลีนี้ใช้ในความหมายเดียวกันในหนังสือประเภทวิวรณ์ Book of Enoch บรรดาผู้นิพนธ์พระวรสารคงเข้าใจวลีนี้ในความหมายสุดท้ายนี้ด้วย (13:13 เชิงอรรถ e; 26:64 เชิงอรรถ u)

i “กาดารา” เป็นแคว้นที่ได้ชื่อมาจากเมืองกาดารา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลสาบทิเบเรียส สำเนาโบราณบางฉบับใช้ว่า “ชาวเกราเซน” Gerasenes (มก ลก และ มธ ฉบับ vulg.) ซึ่งเป็นนามที่มาจากชื่อเมืองอีกเมืองหนึ่ง คือ Gerasa หรือ Chorsia สำเนาโบราณบางฉบับว่า “Gergesenes” หรือชาวแกร์เกซาซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งตามความคิดของ Origen เพราะว่าทั้งเมือง Gadara และ Gerasa อยู่ห่างจากทะเลสาบหลายกิโลเมตร

j ในการเล่าเรื่องการอัศจรรย์และการรักษาโรค มัทธิวจะเล่าว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องมีสองคน เช่น ผู้ถูกปีศาจสิงสองคนในเรื่องนี้ แต่ใน มก และ ลก มีเพียงคนเดียว นอกนั้น ยังมีเรื่องคนตาบอดสองคนที่เมืองเยรีโค (20:30) คนตาบอดสองคนที่เมืองเบธไซดา ซึ่งอาจเป็นเหตุการณ์เดียวกับที่ มธ เล่าซ้ำอีก (9:27)

k พระเยซูเจ้าทรงทำลายอาณาจักรของซาตานด้วยพระอานุภาพเหนือปีศาจ (12:28//; ลก 10:17-19; เทียบ ลก 4:6; ยน 12:31 เชิงอรรถ i) และทรงสถาปนาพระอาณาจักรของพระเมสสิยาห์ ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของพระจิตเจ้า (อสย 11:2 เชิงอรรถ c; ยอล 3:1ฯ) การถูกปีศาจสิง (12:43-45, 43 เชิงอรรถ n) มักจะมีความเจ็บไข้ อันเป็นเครื่องหมายเด่นชัดของอำนาจของซาตานตามมาด้วย (9:2 เชิงอรรถ b, ลก 13:16) ดังนั้น เรื่องการไล่ปีศาจในพระวรสาร ซึ่งบ่อยๆ เล่าว่า เป็นการไล่ปีศาจเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเหมือนกับที่นี่ (ดู 15:21-28//; มก 1:23-28//; ลก 8:2) น่าจะเป็นการรักษาโรคควบคู่ไปด้วย (มธ 9:32-34; 12:22-24//; 17:14-18; ลก 13:10,17) แม้ว่าชาวอิสราเอลปฏิเสธไม่ยอมรับพระเยซูเจ้า (12:24-32) บรรดาปีศาจไม่มีความสงสัยในพระองค์เลย เช่นที่นี่และใน มก 1:24//; 3:11//; ลก 4:41; กจ 16:17; 19:15 พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจไล่ปีศาจให้แก่บรรดาศิษย์พร้อมกับอำนาจรักษาโรคโดยอัศจรรย์ (10:1, 8//; ซึ่งมีความต่อเนื่องกัน, 8:3 เชิงอรรถ a; 4:24; 8:16//; ลก 13:32)

พระวาจาประจำวัน

พระวาจาวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2026
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2026 น.อโปลลินาริส พระสังฆราชและมรณสักขีบทอ่านจากหนังสือประกาศกมีคาห์ (มคา. 6:1-4,6-8) จงฟังสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสเถิด จงลุกขึ้นแก้คดีของท่านต่อหน้าภูเขา จงให้เนินเขาฟังเสียงของท่าน ภูเขาทั้งหลายเอ๋ย จงฟังคดีขององค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด รากฐานถาวรของแผ่นดินเอ๋ย จงฟังเถิด เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีคดีความกับประชากรของพระองค์ พระองค์จะทรงสู้ความกับอิสราเอล ประชากรของเราเอ๋ย เราได้ทำอะไรกับท่าน เราได้ทำให้ท่านขุ่นข้องหมองใจในเรื่องใด จงตอบซิ เพราะเราได้นำท่านออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ และไถ่ท่านจากการเป็นทาส เราใช้โมเสส อาโรน...
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2026 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือปรีชาญาณ (ปชญ. 12:13,16-19) เพราะนอกจากพระองค์แล้ว...
วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2026 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือประกาศกมีคาห์ (มคา. 2:1-5) วิบัติจงเกิดแก่ผู้วางแผนร้าย...
วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2026 สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์ (อสย. 38:1-6,21-22,7-8) สมัยนั้น...

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 2/2026
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 2/2026 วันพุธที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 เวลา...
ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย (TBS)ครั้งที่ 2/2026
ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย (Thailand Bible Society-TBS) วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2026 ช่วงเช้า 09.00-11.30...
โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ร่วมกับ แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯจัดโครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10 วันพฤหัสบดีที่...
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1/2026
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1/2026 วันพุธที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2026 เวลา...
ชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง
ชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง "พลังแห่งการไตร่ตรองพระวาจา" คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ จัดการชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง "พลังแห่งการไตร่ตรองพระวาจา" (Liturgical Bible study)...
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ แผนกพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2/2025
ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ แผนกพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2/2025 วันพุธที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 เวลา...
ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย  สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025
ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย (Thailand Bible Society-TBS) ประชุมกรรมการอำนวยการ สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025 วันเสาร์ที่ 19...

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

Our Lady, Untier of Knots
ชื่อภาพ " Our Lady, Untier of Knots "ภาพ Our Lady, Untier of Knots พร้อมทั้งทำกรอบดอกไม้เหมือนภาพ original ที่ St. Peter am Perlach , Augsburg, GermanyOil on canvas...
Light of Glory
Administrator
ชื่อภาพ " Light of Glory "Oil on canvas ขนาด 50...
 The Holy Spirit
Administrator
ชื่อภาพ " The Holy Spirit "Oil on canvas ขนาด 50...

ประชาสัมพันธ์ : เชิญสมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์และทางไลน์

"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย"

“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”  (10)
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1” 2. ขอบพระคุณและแสดงความยินดี (6) b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน คำอธิษฐานของนักบุญเปาโลเป็นคำภาวนาของธรรมทูตคนหนึ่ง ท่านไม่สามารถคิดและรักพระเจ้าได้...
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”  (9)
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1” 2. ขอบพระคุณและแสดงความยินดี (5) - ละทิ้งรูปเคารพมาหาพระเจ้าอย่างไร การยึดมั่นในพระเจ้าหมายความว่า เราละทิ้งรูปเคารพ...
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”  (8)
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1” 2. ขอบพระคุณและแสดงความยินดี (4) - โดยท่านได้รับพระวาจา นักบุญเปาโลชี้แจงว่า กิจการแรกที่ชาวเธสะโลนิกาได้ทำในการเลียนแบบเขา...
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”  (7)
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1” 2. ขอบพระคุณและแสดงความยินดี (3) - เรารู้ว่า นักบุญเปาโลรู้ดีว่า ตนได้รับพระพรจากพระเจ้า...

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

บทสวดของฉัน บทที่ 515 30 ปีแห่งพระพร
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 515 30 ปีแห่งพระพร:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 514 บทสวดภาวนาของสมเด็จพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ประจาเดือนพฤษภาคม 2026
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 514 บทสวดภาวนาของสมเด็จพระสันตะปาปา เลโอ ที่...
บทสวดของฉัน บทที่ 513 รางวัลที่พระประทาน
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 513 รางวัลที่พระประทาน:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 512 เดือนมีนาคม 2026
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 512 เดือนมีนาคม 2026:::: อ่าน/ดาวน์โหลด...

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

E-book เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

บทสวดของฉัน

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า Art for God

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์