"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”
1.คำขึ้นต้น (2)

-ที่เมืองเธสะโลนิกา ในสมัยของนักบุญเปาโล “เมืองเธสะโลนิกา” เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในแคว้นมาซิโดเนียของจักรวรรดิโรมัน มีประชากรประมาณ 200,000 คน มีชาวยิวหลายคนอาศัยอยู่ในเมืองนี้ ทางหลวงสำคัญที่สุดของโรมันซึ่งเชื่อมกรุงโรมกับประเทศตะวันออกตัดผ่านเมืองเธสะโลนิกา ทางหลวงกับการเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรืองทำให้เธสะโลนิกาเป็นศูนย์กลางการค้าที่มั่งคั่งและรุ่งเรืองที่สุดในจักรวรรดิโรมัน เพราะเป็นเมืองอิสระจึงได้รับการยกเว้นข้อบังคับต่าง ๆ ที่รัฐบาลโรมันตั้งไว้สำหรับเมืองในปกครอง แต่ผลตามมาของการเป็นเมืองนานาชาติคือ ศาสนามากมายและวัฒนธรรมหลายหลากมีอิทธิพลท้าทายความเชื่อของคริสตชนใหม่

              นักบุญเปาโลและเพื่อนร่วมทางคงจะมาถึงเมืองเธสะโลนิกาตอนต้นฤดูร้อนปี ค.ศ. 50 ระหว่างการเดินทางเพื่องานธรรมทูตครั้งที่สอง เขาตั้งกลุ่มคริสตชนแรกในเมืองนี้ แล้วก็จากไปอย่างเร่งรีบ เพราะชาวยิวบางคนแสดงตนเป็นศัตรู คุกคามจะเอาชีวิตนักบุญเปาโล (กจ 17:1-10) เขาจึงเดินทางต่อไปยังเมืองเบโรอาและจากที่นั่นไปถึงกรุงเอเธนส์และเมืองโครินธ์ เมื่อหยุดพักที่เมืองโครินธ์ นักบุญเปาโลก็ส่งทิโมธีกลับไปเมืองเธสะโลนิกาเพื่อดูว่า ผู้มีความเชื่อใหม่ที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง ทิโมธีกลับมาหานักบุญเปาโลพร้อมกับแจ้งข่าวที่น่ายินดีว่า แม้คริสตชนที่เมืองเธสะโลนิกาต้องถูกเบียดเบียนก็ยังมั่นคงในความเชื่อและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

              นักบุญเปาโลคงจะเขียนจดหมายฉบับนี้ในช่วงฤดูหนาวปี ค.ศ. 50-51 เพื่อชมเชยคริสตชนเหล่านี้ที่ซื่อสัตย์ต่อพระคริสตเจ้า และเพื่อตอบข้อสงสัยบางเรื่อง ปัจจุบันเมืองเธสะโลนิกามีชื่อว่า “เทสซาโลนิกิ” เป็นเมืองท่าอยู่ทางเหนือและเป็นเมืองใหญ่ลำดับสองของประเทศกรีซ   

-ซึ่งอยู่ในพระเจ้าพระบิดา และในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า

              แม้กลุ่มคริสตชนที่เมืองเธสะโลนิกามีจำนวนน้อย แต่เป็นหมู่คณะของผู้มีความเชื่อว่า เขามีความสัมพันธ์กับพระบิดาและพระคริสตเจ้า ความคิดที่ว่าคริสตชนอยู่ใน “พระคริสตเจ้า” ในฐานะอวัยวะของพระองค์ผู้เป็น “พระวรกาย” เป็นความคิดที่เราพบครั้งแรกในนักบุญเปาโลและเป็นเอกลักษณ์ของเขา (เทียบ 1 คร 12:12-27) น่าสังเกตว่า พระนามที่นักบุญเปาโลใช้ในวลีนี้คือ

              - พระเจ้าหมายถึง “พระบิดาของพระเยซูคริสต์” พระบิดาทรงเลือกพระเยซูเจ้า ทรงมอบภารกิจแด่พระองค์ ทรงบันดาลให้พระองค์กลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย บัดนี้ ทรงเทิดทูนพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์ ผู้ยอมรับข่าวดีของพระเยซูเจ้าและมอบตนแด่พระองค์ด้วยความเชื่อก็จะได้รับวิถีชีวิตใหม่ นี่คือความหมายของวลี “ในพระคริสตเจ้า” ที่นักบุญเปาโลใช้บ่อย ๆ

              - คำว่า "พระเยซู" ในภาษาฮีบรูแปลว่า "พระเจ้าทรงช่วยให้รอดพ้น" เมื่อทูตสวรรค์คาเบรียลแจ้งสารแก่พระนางมารีย์ว่า จะทรงเป็นมารดาของพระบุตรผู้จะได้ชื่อว่า "เยซู" พระนามนี้แสดงทั้งเอกลักษณ์และพันธกิจของพระบุตร

              - พระนาม “พระคริสตเจ้า” หมายถึง "กษัตริย์ผู้ได้รับเจิม" หรือ  "พระเมสสิยาห์" "พระเจ้าทรงเจิมพระเยซูเจ้าชาวนาซาเร็ธด้วยอานุภาพเดชะพระจิตเจ้า" (กจ 10:38) นักบุญอีเรเนโอ (Ireneus) อธิบายว่า “ผู้ทรงเจิมคือพระบิดา ผู้ได้รับการเจิมคือพระบุตร และพระบุตรทรงได้รับการเจิมในพระจิต ผู้เป็นองค์แห่งการเจิม”

              - พระนาม "องค์พระผู้เป็นเจ้า" หมายถึง “ผู้ทรงอำนาจสูงสุด” เป็นพระนามที่พระเยซูเจ้าทรงได้รับเมื่อทรงกลับคืนพระชนมชีพ คริสตชนที่ประกาศยืนยันหรืออธิษฐานภาวนาต่อพระเยซูเจ้าในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็แสดงความเชื่อในพระเทวภาพของพระองค์

-ขอพระหรรษทานและสันติสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด

              - พระหรรษทานเป็นคำที่มีรากศัพท์จากภาษาฮีบรู หมายถึง “ความสวยงาม เสน่ห์ ความกรุณา การให้เปล่า ความรัก” ความสัมพันธ์ของพระเจ้ากับเรามีลักษณะดังกล่าวนี้ มนุษย์เป็นคนเศร้าโศก ไม่มีความสวยงาม น่ารังเกลียด เป็นคนบาป กระนั้นก็ดี เราก็ดีใจเพราะรู้ว่าพระเจ้าพอพระทัยและโปรดปรานเรา ทรงทำให้เรามีความงดงามเฉพาะพระพักตร์พระองค์และแน่ใจว่าพระองค์ทรงรักเรา

              - สันติ เป็นคำทักทายของชาวกรีกหมายถึง “จงชื่นชมยินดี” ในเวลาเดียวกันเป็นคำภาษากรีกที่แปล “Shalom” ในภาษาฮีบรู คำว่า Shalom เป็นการทักทายของชาวยิว  นักบุญเปาโลรวมทั้ง 2 คำ ความสัมพันธ์ของพระเจ้าจึงไม่เป็นการสาปแช่ง การแข่งขัน การชิงดี หรือการต่อต้าน แต่ตรงกันข้ามเป็นความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าคือพันธสัญญา มิตรภาพ พระองค์ทรงต้องการให้เรารุ่งเรือง ให้มีความสุข เมื่อเรารวมรวมคำว่าพระหรรษทานและสันติที่เป็นของพระเมสสิยาห์แสดงว่า เราอยู่กับพระเจ้าเมื่อมีคุณสมบัติดังกล่าว ถ้าเราไม่อยู่ในสภาพเช่นนี้ เราก็เป็นคนที่น่าสมเพชและใจของเราก็ไม่สงบ นักบุญเปาโลเพิ่มการทักทาย “พระหรรษทาน”

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก