"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาฉบับที่ 1”
1.คำขึ้นต้น (1ธส 1:1)

1 1จากเปาโล สิลวานัสและทิโมธี
ถึงพระศาสนจักรที่เมืองเธสะโลนิกา
ซึ่งอยู่ในพระเจ้าพระบิดา และในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า
ขอพระหรรษทานและสันติสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด


อธิบายความหมาย
        จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกาเป็นจดหมายโบราณที่สุดในบรรดาจดหมายทั้งหมดที่นักบุญเปาโลได้เขียน และเป็นหนังสือโบราณที่สุดของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ ในฤดูร้อนปี ค.ศ. 50 ระหว่างการเดินทางเพื่องานธรรมทูตครั้งที่สอง นักบุญเปาโลเทศน์สอนให้ชาวเมืองเธสะโลนิกากลับใจ แต่เนื่องจากชาวยิวบางคนแสดงตนเป็นศัตรู นักบุญเปาโลจึงเดินทางต่อไปกรุงเอเธนส์และเมืองโครินธ์ นักบุญเปาโลได้เขียนจดหมายฉบับนี้ในช่วงฤดูหนาวปี ค.ศ. 50-51


       คำขึ้นต้นเป็นตอนแรกของจดหมายตามวรรณกรรมกรีกที่นักบุญเปาโลเลียนแบบ แต่แทนที่จะเป็นข้อความตายตัว นักบุญเปาโลได้นำมาดัดแปลงให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของจดหมายที่เขียนถึงกลุ่มคริสตชนคือ บางครั้งต้องการตักเตือน บางครั้งต้องการประกาศข่าวดี นักบุญปาโลตัดสินใจเขียนจดหมายนี้หลังจากตั้งกลุ่มคริสตชนที่เมืองเธสะโลนิกาเพียงไม่กี่เดือน เพราะเป็นห่วงความเชื่อของเขาเหล่านั้น


- จากเปาโล สิลวานัสและทิโมธี นักบุญเปาโลและสิลวานัสเป็นผู้ตั้งกลุ่มคริสตชนที่เมืองเธสะโลนิกา พระศาสนจักรท้องถิ่นทุกแห่งมีจุดเริ่มต้น ไม่ว่าโดยตรงหรือผ่านคนกลาง จากอัครสาวกผู้หนึ่งซึ่งเชื่อมเรากับพระเยซูเจ้า พระศาสนจักรหยั่งรากลึกลงในอดีต รากนี้จำเป็นต้องไปถึงผู้รู้จักพระเยซูเจ้าเป็นการส่วนตัว เพราะการระลึกถึงพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระเจ้าเป็นการเปิดเผยพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม และเป็นการประกาศอย่างถาวรว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ใดและเราเป็นใคร ต่อไปนี้ ให้เราทำความรู้จักมากขึ้นกับศิษย์ทั้งสามคนนี้ของพระเยซูเจ้า
        1) นักบุญเปาโลส่งจดหมายต่าง ๆ เพื่อเผยแผ่ข่าวดีแก่กลุ่มคริสตชน จดหมายเหล่านี้เป็นข้อเขียนทางการซึ่งมีพยาน 2-3 คนเป็นผู้รับรอง นักบุญเปาโลจึงไม่ดำเนินกิจการตามลำพัง แต่สำนึกอยู่เสมอว่าเป็นอัครสาวกที่พระเยซูเจ้าทรงส่งมาร่วมงานกับผู้อื่น ไม่ใช่อยู่โดดเดี่ยวเพื่อประกอบกิจการของพระองค์ คือช่วยมนุษย์ให้เป็นบุตรของพระเจ้าและเป็นเพื่อนพี่น้อง พระเยซูเจ้าทรงส่งบรรดาอัครสาวกและศิษย์เป็นคู่ ๆ ฉันพี่น้องไปประกาศข่าวดี เพื่อเป็นพยานถึงพระบิดาเจ้าของมนุษย์ทุกคน (เทียบ มก 6:7; ลก 10:1)
       2) สิลวานัส หรือ สิลาส เป็นผู้ที่พระศาสนจักรแม่ที่กรุงเยรูซาเล็มให้เกียรติอย่างสูงว่าเป็นคนสำคัญ เป็นหลักประกันที่เชื่อมโยงกับผู้ที่เคยรู้จักพระคริสตเจ้าโดยตรง พระศาสนจักรที่กรุงเยรูซาเล็มส่งสิลวานัสกับบารซับบัสไปเป็นเพื่อนร่วมงานของนักบุญเปาโลและนักบุญบารนาบัส (เทียบ กจ 15:22) จดหมายอีกบางฉบับกล่าวถึงสิลวานัส คือ 2 คร 1:19 และ 1 ปต 5:12 ส่วนหนังสือกิจการอัครสาวกอ้างถึงสิลาสหลายครั้ง เช่น กจ 15:22, 27, 32, 34, 40; 16:19, 25, 29; 17:4, 10, 14, 15; 18:5
       3) ทิโมธี มีมารดาเป็นคริสตชนชาวยิวและบิดาเป็นชาวกรีก (เทียบ กจ 16:1) เป็นศิษย์ที่นักบุญเปาโลรักมากที่สุด เพราะเขามีทั้งวัฒนธรรมยิวและกรีกรวมอยู่ในตนเอง จึงแสดงอุดมการณ์ของนักบุญเปาโลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ถ้าเปรียบเทียบกับสิลาส หนังสือกิจการอัครสาวกเกือบไม่อ้างถึงทิโมธีเลยแม้เขาเป็นเพื่อนร่วมงานของนักบุญเปาโล คือไม่อ้างถึงทิโมธีเมื่อเล่าว่านักบุญเปาโลประกาศข่าวดีที่เมืองฟิลิปปีและเมืองเธสะโลนิกา แต่ทีละเล็กทีละน้อย ทิโมธีมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น ธรรมประเพณีของพระศาสนจักรบันทึกว่า ในช่วงหลังของชีวิต เขาได้เป็นพระสังฆราชปกครองเมืองเอเฟซัส จดหมายของนักบุญเปาโลสองฉบับเกี่ยวกับงานอภิบาลเขียนถึงทิโมธี


        น่าสังเกตว่า ในที่นี้นักบุญเปาโลไม่เรียกตนเองว่าเป็นอัครสาวก ดังที่เขาเขียนในจดหมายฉบับอื่น ๆ เพราะชาวเธสะโลนิกายอมรับอย่างไม่มีข้อสงสัยว่าเขาเป็นอัครสาวกที่แท้จริง ซึ่งได้รับแสงสว่างจากพระคริสตเจ้าขณะที่เดินทางไปยังเมืองดามัสกัส ความสว่างของพระคริสตเจ้าส่องแสงในตัวเขาและจากเขาส่องแสงไปยังทั่วโลก


- ถึงพระศาสนจักร ในหนังสือพันธสัญญาใหม่ นี่เป็นครั้งโบราณที่สุด ที่เราพบคำว่า “พระศาสนจักร” ซึ่งเป็นการแปลตำภาษาฮีบรู “qahal” ภาษากรีก “ekklesia” หมายถึง “ชุมชนที่มาชุมนุมกัน” ในพันธสัญญาเดิมใช้คำนี้บ่อย ๆ หมายถึงประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรมาชุมนุมกัน ถ้าเราแปลคำภาษากรีก “ekklesia” ตามตัวอักษร หมายถึง “เรียกออกมา” หรือ “เรียกมาชุมนุมกัน” ดังนั้น พระศาสนจักรหมายถึงบรรดาบุตรบุญธรรมของพระบิดาผู้ทรงเรียกเขาเหล่านั้นให้มาชุมนุมกันฉันพี่น้อง


        เมื่อนักบุญเปาโลเขียนจดหมายฉบับนี้ เขาคิดถึงกลุ่มคริสตชนที่มาชุมนุมกัน เพื่อประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณระลึกถึงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายของพระเยซูเจ้า นักบุญเปาโลจินตนาการให้คริสตชนชาวเธสะโลนิกาอยู่ต่อหน้าเขา แต่ในเวลาเดียวกัน ยังมองเขาในแง่ที่เป็นชุมชนน้อยที่มาชุมนุมกัน พระวาจาของพระเจ้าจึงพูดกับคริสตชนแต่ละคน ในฐานะที่เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในชุนชนที่มาชุมนุมกัน คือพระศาสนจักร

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก