"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

3 1พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อาจพูดกับท่านเหมือนพูดกับผู้ที่ดำเนินชีวิตอาศัยพระจิตเจ้าได้ แต่พูดเหมือนพูดกับคนที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติa เหมือนพูดกับทารกในพระคริสตเจ้า 2ข้าพเจ้าใช้น้ำนมเลี้ยงท่าน ไม่ให้อาหารแข็ง เพราะขณะนั้นท่านยังรับไม่ได้ และแม้เวลานี้ ท่านก็ยังรับไม่ได้ 3เพราะท่านยังเป็นผู้ดำรงชีวิตตามธรรมชาติ ในเมื่อท่านยังอิจฉาริษยาและทะเลาะวิวาทกันb ท่านก็ยังดำรงชีวิตตามธรรมชาติ และดำเนินชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วไปมิใช่หรือ 4เพราะเมื่อคนหนึ่งพูดว่า "ฉันเป็นพวกของเปาโล” และอีกคนหนึ่งพูดว่า “ฉันเป็นพวกของอปอลโล” ท่านก็มิได้เป็นเพียงมนุษย์ทั่วๆ ไปเท่านั้นดอกหรือ

บทบาทของผู้เทศน์สอน

5อปอลโลเป็นใคร เปาโลเป็นใคร ทั้งสองคนเป็นผู้รับใช้ที่นำความเชื่อมาให้ท่าน ต่างก็ทำตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดให้ทำเท่านั้น 6ข้าพเจ้าเป็นผู้ปลูก อปอลโลเป็นผู้รดน้ำ แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้บันดาลให้เติบโตขึ้น 7เพราะฉะนั้น ทั้งผู้ปลูกและผู้รดน้ำก็ไม่สำคัญ แต่ผู้มีความสำคัญแท้จริงคือพระเจ้าผู้ทรงบันดาลให้เติบโตขึ้น 8ผู้ปลูกและผู้รดน้ำมีความสำคัญเท่ากัน แต่ละคนจะได้รับค่าจ้างของตนตามส่วนของงานที่ทำ 9เพราะเราเป็นผู้ร่วมงานกับพระเจ้าc ท่านทั้งหลายเป็นไร่นาของพระเจ้า เป็นอาคารของพระเจ้า

10พระเจ้าประทานพระหรรษทานแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้วางรากฐานไว้ประหนึ่งเป็นสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ และผู้อื่นก็สร้างขึ้นบนรากฐานนั้น แต่ละคนจะต้องระมัดระวังว่าเขาก่อสร้างอย่างไร 11รากฐานที่วางไว้แล้วนี้คือพระเยซูคริสตเจ้า และไม่มีใครวางรากฐานอื่นได้อีก 12บนรากฐานนี้ ใครก่อสร้างโดยใช้ทองคำ เงิน เพชรนิลจินดา ไม้ หญ้าหรือฟาง 13ผลงานของแต่ละคนก็จะปรากฏให้เห็น วันพิพากษาซึ่งจะลุกเป็นไฟจะบอกให้รู้ เพราะไฟจะทดสอบผลงานของแต่ละคน และจะเปิดเผยให้เห็นว่าผลงานนั้นเป็นอย่างไร 14ถ้าผลงานที่ผู้ใดสร้างไว้ผ่านการทดสอบนี้ เขาก็จะได้รับเงินค่าจ้าง 15แต่ถ้าผลงานของผู้ใดถูกไฟผลาญ ผู้นั้นก็ไม่มีผลงานใดเหลือ เขารอดพ้นได้ก็จริง แต่ก็เหมือนกับคนที่หนีไฟรอดมาได้เท่านั้นd

16ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นพระวิหารeของพระเจ้า และพระจิตของพระเจ้าทรงพำนักอยู่ในท่าน 17ถ้าใครทำลายพระวิหารของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงทำลายเขาf เพราะพระวิหารของพระเจ้านั้นศักดิ์สิทธิ์g และท่านก็คือพระวิหารนั้น

สรุปเรื่องแรก

18จงอย่าหลอกลวงตนเอง ถ้าท่านใดคิดว่าตนเองเป็นคนฉลาดในโลกนี้ ก็จงยอมเป็นคนโง่ จึงจะเป็นคนฉลาดอย่างแท้จริง 19เพราะความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ในโลกนี้เป็นความโง่เขลาเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “พระองค์ทรงจับคนฉลาดด้วยอุบายของเขาเอง20และยังมีเขียนไว้อีกว่า “พระเจ้าทรงทราบว่าความคิดของคนฉลาดเป็นสิ่งไร้ประโยชน์21ฉะนั้น อย่าให้ใครยกเอามนุษย์มาอวด เพราะทุกสิ่งเป็นของพวกท่าน 22เปาโลก็ดี อปอลโล เคฟาส โลก ชีวิต ความตาย สิ่งปัจจุบัน หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ดี ทุกสิ่งล้วนเป็นของพวกท่าน 23แต่พวกท่านเป็นของพระคริสต์ และพระคริสต์เป็นของพระเจ้าh

 

3 a แปลตามตัวอักษรว่า “ในเนื้อหนัง” “จิต” และ “เนื้อหนัง” แตกต่างกันอย่างไรให้ดู รม 1:9 เชิงอรรถ f

b บางฉบับเสริมว่า “และแตกแยกกัน”

c หรือ “เราเป็นคนงานของพระเจ้า”

d นั่นคือ เขารอดมาได้ “อย่างเส้นยาแดงผ่าแปด” เหมือนกับคนที่รอดจากไฟไหม้บ้าน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง ไฟชำระ แต่ข้อความตอนนี้ก็เป็นข้อความหนึ่งที่พระศาสนจักรใช้อธิบายคำสอนเรื่องการชำระวิญญาณหลังจากความตาย

e กลุ่มคริสตชนซึ่งเป็นพระกายของพระคริสตเจ้า (12:12 เชิงอรรถ i) เป็นพระวิหารในพันธสัญญาใหม่ และพระจิตเจ้าผู้ประทับอยู่ในพระวิหารนี้ทำให้ความหมายของพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มสำเร็จบริบูรณ์ไป คือเป็นสถานที่ซึ่ง “พระสิริรุ่งโรจน์” ของพระเจ้าประทับอยู่ (1 พกษ 8:10-13; ดู ยน 2:21 เชิงอรรถ i; วว 21:22; และ 1 คร 6:19; 2 คร 6:16)

f เปาโลแยกแยะผู้เทศน์สอนออกเป็นสามประเภท คือพวกที่สร้างอย่างมั่นคงผ่านการทดสอบด้วยไฟ (ข้อ 14) พวกที่สร้างด้วยวัสดุที่ไม่คงทนถูกไฟผลาญ (ข้อ 15) และผู้ที่ทำลายพระวิหารแทนที่จะสร้าง (ข้อ 17) พวกสุดท้ายนี้เป็นผู้ล่วงเกินพระเจ้า จึงควรจะได้รับโทษตามความผิด

g นั่นคือได้รับการเจิมถวาย และสงวนไว้สำหรับพระเจ้าเท่านั้น การทำลายพระวิหารนี้จึงเป็นการล่วงเกินพระเจ้าด้วย

h ข้อ 21-23 จงใจสะท้อนความคิดในข้อ 1:12 ท่านแต่ละคนประกาศว่า “ฉันเป็นพวกของเปาโล” หรือ “ฉันเป็นพวกของอปอลโล” หรือ “ฉันเป็นพวกของเคฟาส” แต่เปาโลตอบโต้ว่า ความจริงนั้นตรงกันข้าม ท่านไม่เป็นพวกของคนเหล่านั้น แต่คนเหล่านั้นต่างหากเป็นผู้รับใช้ท่านเหมือนกับสรรพสิ่งทั้งหลาย เพื่อท่านจะได้เป็นของพระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นของพระบิดาเช่นเดียวกัน

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก