"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

กล่าวโทษการส่งทูตไปอียิปต์a 

30 1พระยาห์เวห์ตรัสว่า

“วิบัติจงเกิดแก่ท่านทั้งหลาย บุตรที่เป็นกบฏ

ท่านปฏิบัติตามแผนที่ไม่ใช่แผนของเรา

ท่านทำข้อตกลงที่เราไม่ดลใจให้ทำ

ดังนี้ท่านจึงทำบาปมากยิ่งขึ้น

2ท่านออกเดินทางไปอียิปต์โดยไม่ปรึกษาเรา

ไปขอความอารักขาจากกษัตริย์ฟาโรห์

ไปหาที่หลบภัยใต้ร่มเงาของอียิปต์

3ความอารักขาของกษัตริย์ฟาโรห์จะกลับเป็นความอับอายของท่าน

และที่หลบภัยใต้ร่มเงาของอียิปต์จะกลับเป็นความอัปยศของท่าน

4เมื่อบรรดาเจ้านายของท่านมาถึงเมืองโศอัน

และทูตของท่านไปถึงเมืองคาเนสb

5ทุกคนจะผิดหวังที่ชนชาตินี้ไม่เป็นประโยชน์แก่ท่าน

ไม่นำความช่วยเหลือหรือผลประโยชน์ใด

 แต่นำความอับอายและความอัปยศมาให้

กล่าวโทษอีกครั้งหนึ่งที่ส่งทูตc

          6คำพยากรณ์กล่าวโทษสัตว์ป่าแห่งเนเกบ

ในแผ่นดินแห่งความทุกข์ยากและความกังวล

ซึ่งเป็นที่อาศัยของสิงโตเพศเมียและสิงโตเพศผู้ที่คำรามd

ที่งูพิษและมังกรบินอาศัยอยู่

เขาทั้งหลายบรรทุกทรัพย์สมบัติบนหลังลา

และบรรทุกทรัพย์สินบนหลังอูฐ

ไปยังประชาชนชาติหนึ่งซึ่งจะช่วยเขาไม่ได้เลย

7ความช่วยเหลือของอียิปต์นั้นไร้ค่าและเปล่าประโยชน์

ดังนั้น เราจึงเรียกเขาว่า “ราหับผู้อยู่เฉย”e

อนาคตของประชากรที่ไม่ยอมเชื่อฟังf

          8บัดนี้ จงไปเขียนเรื่องนี้ลงบนแผ่นจารึกต่อหน้าเขา

จงจดไว้ในม้วนหนังสือ

เพื่อเป็นสักขีพยานถาวรในอนาคตตลอดไป

9เพราะเขาทั้งหลายเป็นประชากรที่เป็นกบฏ เป็นลูกที่ชอบพูดเท็จ

เป็นบุตรที่ไม่ยอมฟังคำสั่งสอนของพระยาห์เวห์

10เขาพูดกับบรรดาผู้ทำนายว่า “อย่าเห็นนิมิตเลย”

พูดกับบรรดาประกาศกว่า “อย่าประกาศความจริงแก่เรา

แต่จงพูดถ้อยคำที่รื่นหู

จงบรรยายถึงนิมิตที่หลอกลวง

11จงออกจากทาง จงหันออกไปจากทางเดิน

จงให้พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลพ้นจากสายตาของเรา”

12ดังนั้น พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า

“ท่านทั้งหลายดูหมิ่นถ้อยคำนี้

ไว้วางใจการข่มเหงและการทุจริต

ยึดสิ่งเหล่านี้เป็นที่พึ่ง

13ความผิดนี้ของท่านจะเป็นเหมือนช่องในกำแพงสูงมีรอยร้าว

ที่จะพังทลายลงทันทีภายในพริบตาเดียว

14พระองค์จะทรงทำให้กำแพงนี้แตกเหมือนภาชนะดินเผา

ซึ่งแตกเป็นชิ้นๆ จนซ่อมไม่ได้

ชิ้นที่แตกเหล่านั้นไม่พบชิ้นดีใด

ที่จะใช้ตักไฟออกจากเตา

หรือใช้ตักน้ำออกจากบ่อเก็บน้ำได้เลย”

15พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า

พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้

“ถ้าท่านกลับใจและอยู่โดยสงบ

ท่านทั้งหลายจะรอดพ้น

ถ้าท่านไว้ใจเราและอยู่ในความสงบ

ท่านจะมีกำลังเข้มแข็ง

แต่ท่านไม่ยอมทำเช่นนี้g

16ท่านทั้งหลายพูดว่า

‘ไม่ใช่ เราจะขี่ม้าหนีไป’

ท่านทั้งหลายจงหนีไปเถิด

ท่านพูดว่า ‘เราจะขี่ม้าเร็ว’

แต่ผู้ไล่ตามท่านจะเร็วกว่า

17ท่านทั้งหลายหนึ่งพันคนจะหนีhเพราะคำข่มขู่ของคนคนเดียว

ท่านทั้งหลายจะหนีไปเพราะคำข่มขู่ของคนห้าคน

จนท่านจะเหลืออยู่เหมือนเสาธงบนยอดเขา

เหมือนสัญญาณบนเนินเขา”                         

พระเจ้าจะทรงอภัยโทษi

          18แต่พระยาห์เวห์ทรงคอยที่จะทรงพระกรุณาท่านทั้งหลาย

พระองค์จะทรงลุกขึ้นเพื่อแสดงพระเมตตาต่อท่าน

เพราะพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าผู้เที่ยงธรรม

ทุกคนที่วางใจในพระองค์ย่อมเป็นสุข

19ประชากรแห่งศิโยน

ผู้อาศัยที่กรุงเยรูซาเล็มเอ๋ย จงฟังเถิด

ท่านทั้งหลายจะไม่ต้องร้องไห้อีกเลย

เมื่อท่านร้องขอความช่วยเหลือ

พระองค์จะทรงพระเมตตาต่อท่าน

เมื่อทรงได้ยิน พระองค์จะทรงตอบท่าน

20แม้องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานความยากลำบากให้เป็นเหมือนอาหาร

และประทานความทุกข์ใจให้เป็นเหมือนน้ำดื่ม

ถึงกระนั้นพระอาจารย์ของท่านจะไม่ซ่อนพระองค์อีก

ตาของท่านจะเห็นพระอาจารย์

21หูของท่านจะได้ยินถ้อยคำนี้จากเบื้องหลังว่า

“นี่เป็นหนทาง จงเดินในทางนี้เถิด”

ไม่ว่าท่านจะหันไปทางขวาหรือหันไปทางซ้าย

22ท่านจะคิดว่ารูปเคารพหุ้มเงินของท่านมีมลทิน

ท่านจะทิ้งรูปเคารพหุ้มทองคำเหมือนทิ้งสิ่งสกปรก

ท่านจะพูดว่า “ไปให้พ้น”

23แล้วพระองค์จะประทานฝนแก่เมล็ดพืชที่ท่านได้หว่านลงในดิน

ข้าวสาลีผลิตผลของดินจะอุดมสมบูรณ์

วันนั้น สัตว์เลี้ยงของท่านจะหากินอยู่ในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

24โคและลาที่ใช้ทำนาจะกินหญ้าหมักรสอร่อย

ที่ใช้พลั่วและส้อมซัดตักมาให้

25บนภูเขาและเนินสูงทุกแห่งจะมีลำธารและคูน้ำไหล

ในวันที่ศัตรูจำนวนมากจะถูกฆ่า

เมื่อหอคอยจะพังทลาย

26ในวันที่พระยาห์เวห์จะทรงพันบาดแผลให้ประชากรของพระองค์

และจะทรงรักษาบาดแผลซึ่งเขาถูกพระองค์ทรงโบยตี

แสงของดวงจันทร์จะเป็นเหมือนแสงของดวงอาทิตย์

และแสงของดวงอาทิตย์จะสว่างเป็นเจ็ดเท่า

จะเป็นเหมือนแสงสว่างของเจ็ดวัน

กล่าวโทษอัสซีเรียj

          27ดูซิ พระนามพระยาห์เวห์มาจากแดนไกล

พระพิโรธร้อนเป็นไฟ

ความกริ้วของพระองค์เป็นเหมือนควันที่ปกคลุม

ริมพระโอษฐ์เต็มด้วยความกริ้ว

พระชิวหาเป็นเหมือนไฟเผาผลาญ

28พระปัสสาสะเป็นเหมือนลำธารเอ่อท่วมท้นถึงคอ

เพื่อทรงใช้ตะแกรงที่ทำลายร่อนนานาชาติ

และเพื่อจะทรงใส่บังเหียนที่ขากรรไกรของประชาชาติ

นำเขาให้หลงทาง

29ท่านทั้งหลายจะร้องเพลงเหมือนในคืนที่มีการฉลอง

ใจของท่านจะยินดีเหมือนคนที่ออกเดินตามเสียงปี่

ไปยังภูเขาของพระยาห์เวห์ ไปถึง “พระศิลา” แห่งอิสราเอล

30พระยาห์เวห์จะทรงบันดาลให้พระสุรเสียงกัมปนาทของพระองค์เป็นที่ได้ยิน

และจะทรงสำแดงพระกรที่ฟาดลงด้วยพระพิโรธที่ลุกร้อนเหมือนไฟ

เหมือนเปลวเพลิงที่เผาผลาญ

พร้อมกับฟ้าแลบ ฝนหนัก และลูกเห็บ

31ชาวอัสซีเรียจะกลัวลานเมื่อได้ยินพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์

พระองค์จะทรงใช้พระคทาโบยตีเขา

32แต่ละครั้งที่พระยาห์เวห์ทรงใช้พระคทาโบยตีเพื่อลงโทษเขาk

จะมีเสียงรำมะนาและเสียงพิณเขาคู่ควบไปด้วย

พระองค์จะทรงกวัดแกว่งพระกรใส่เขา

33เพราะที่เผาlจัดไว้นานแล้ว

ถูกแล้ว จัดไว้สำหรับกษัตริย์

ที่เผาก็ลึกและกว้าง มีไฟและฟืนมากมาย

พระปัสสาสะของพระยาห์เวห์จะเป็นเหมือนธารกำมะถันมาจุดไฟให้ลุกไหม้

 

30 a ประกาศกประกาศคำกล่าวโทษนี้เมื่อคณะทูตของกษัตริย์เฮเซคียาห์ออกเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ เพื่อต่อต้านการจู่โจมจากอัสซีเรีย (การส่งทูตคราวนี้เกิดขึ้นราวปี 703-702 ก่อน ค.ศ.)

b “โศอัน” คือเมืองทานิส “คาเนส” คือเมืองอานูซิส ที่เฮโรโดตัส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกกล่าวถึง หรือที่ชาวโรมันเรียกว่า “Heracleopolis Magna” เมืองทั้งสองเมืองตั้งอยู่ในดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ของอียิปต์

c อาจเป็นทูตคณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวโทษในคำประกาศพระวาจาบทก่อน ชื่อของคำประกาศพระวาจานี้ (“คำพยากรณ์กล่าวโทษสัตว์ป่าแห่งเนเกบ”) เป็นคำแรกของการประกาศพระวาจา เช่นเดียวกับใน 21:13 เชิงอรรถ I ประกาศกกล่าวถึงความยากลำบากและอันตรายของการเดินทาง เมื่อเทียบกับผลประโยชน์น้อยนิดที่ได้มาจากการส่งทูตไป

d “ที่คำราม” แปลโดยคาดคะเน ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ของมัน”

e “ผู้อยู่เฉย” แปลโดยคาดคะเน ต้นฉบับภาษาฮีบรูเข้าใจไม่ได้ “ราหับ” เป็นสัตว์มหึมาตามตำนานเทพเช่นเดียวกับ “เลวีอาธาน” (ดู 27:1) ในสมัยดึกดำบรรพ์ก่อนสร้างโลก (51:9; โยบ 2:6; 12:13; ดู 9:13; สดด 89:11) ที่นี่ เช่นเดียวกับใน สดด 87:4 “ราหับ” หมายถึงอียิปต์ บางคนแปลว่า “ราหับซึ่งล้มลง” การแปลว่า “ราหับผู้นั่งเฉย” (หรือ “ราหับซึ่งล้มลง”) หมายความว่าสัตว์มหึมาตัวนี้ (คืออียิปต์) ทำอันตรายใครไม่ได้ (เทียบ โยบ 40:25-26) เทียบกับเลวีอาธานซึ่งหมายถึงจระเข้แห่งอียิปต์

f ข้อ 9-17 ของบทประพันธ์แต่งขึ้นตอนต้นรัชกาลของกษัตริย์เฮเซคียาห์ ประกอบด้วยคำประกาศพระวาจา 3 ครั้งต่างกัน (ข้อ 9-11; 12-14; 15-17) ซึ่งกล่าวย้ำข้อความที่ประกาศกกล่าวโทษประชาชนร่วมสมัย เมื่อประชาชนไม่ยอมฟัง ประกาศกจึงเขียนคำขู่เหล่านี้ลงเป็นลายลักษณ์อักษร เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อมาจะพิสูจน์ว่าประกาศกพูดถูก (ข้อ 8) ช่วงเวลานี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มของช่วงเวลาที่ประกาศกหยุดไม่ประกาศพระวาจา จนกระทั่งถึงเวลาที่กษัตริย์เซนนาเคริบแห่งอัสซีเรียกำลังจะยกทัพมาจู่โจมยูดาห์อีก ช่วงเวลาเงียบของประกาศกอีกครั้งหนึ่งอาจจะเห็นได้จากข้อความใน 8:16-18 หลังจากสงครามซีโรเอฟราอิม (ดู “ความรู้เกี่ยวกับหนังสือประกาศก” ข้อ 8)

g ตั้งแต่สมัยสงครามซีโรเอฟราอิมแล้ว (ดู 7:9) พระเจ้าทรงเรียกร้องเพียงแต่ให้ยูดาห์วางใจในพระองค์เท่านั้น (ดู 28:16) แทนที่จะไปร่วมเป็นพันธมิตรกับชนต่างชาติ ในกรณีนี้ ประกาศกหมายถึงการไปร่วมเป็นพันธมิตรกับอียิปต์เพื่อขอความช่วยเหลือให้มาช่วยต่อต้านการรุกรานของอัสซีเรีย

h “หนี” แปลโดยคาดคะเน ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “หนึ่ง”

i ข้อความตอนนี้ นอกจากข้อ 18 มีฉันทลักษณ์ไม่ชัดเจน รวมทั้งเนื้อหาก็ไม่ชัดเจนด้วย เพราะเป็นการรวบรวมความคิดที่พบได้ในภาคที่ 2 และ 3 ของหนังสืออิสยาห์ (เทียบ เช่น 44:9; 60:20; 63:10) เป็นความคิดสมัยหลังกลับจากการเนรเทศ และข้อ 18 เป็นตัวเชื่อมกับคำประกาศพระวาจาที่อยู่ก่อนหน้านั้น

j อาจเป็นการประกาศพระวาจาที่ประกาศกประกาศเมื่อกษัตริย์เซนนาเคริบกำลังคุกคามกรุงเยรูซาเล็ม ประกาศกบรรยายอย่างแข็งขันถึงการที่พระยาห์เวห์ทรงเข้ามาช่วยเหลืออย่างน่ากลัว

k “เพื่อลงโทษเขา” แปลตามสำเนาโบราณบางฉบับ ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “รากฐาน” ข้อความตอนปลายของข้อนี้มีปัญหา ยังอาจแปลตามตัวอักษรได้อีกว่า “ในการยกพระหัตถ์ขึ้นสู้รบ พระองค์จะทรงต่อสู้กับเขา” วลีที่แปลว่า “กวัดแกว่งพระกร” โดยทั่วไปในพระคัมภีร์ หมายถึงท่าทางของสมณะที่แกว่งชูของถวายแด่พระเจ้า แต่ใน 19:16 เป็นท่าทีของการคุกคาม

l “ที่เผา” ภาษาฮีบรูว่า “tophet” เป็นสถานที่ในหุบเขาเบนฮินโนมที่มีการเผาเด็กทารกเป็นเครื่องบูชาถวายแด่เทพ “โมเลค” (ดู ลนต 18:21 เชิงอรรถ b) คำ “โมเลค” อาจชวนให้คิดถึงคำว่า “กษัตริย์” (ภาษาฮีบรูว่า “เมเลค”) ในบรรทัดต่อมาก็ได้ ถ้าคำนี้ไม่ได้หมายถึง “กษัตริย์” แห่งอัสซีเรีย

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก