"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2015
อัฐมวารปัสกา
ลก 24:35-48…
35ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง 36ขณะที่บรรดาศิษย์กำลังสนทนากันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ในหมู่เขา ตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” 37เขาต่างตกใจกลัว คิดว่าได้เห็นผี 38แต่พระองค์ตรัสว่า “ท่านวุ่นวายใจทำไม เพราะเหตุใดท่านจึงมีความสงสัยในใจ 39จงดูมือและเท้าของเราซิ เป็นเราเองจริงๆ จงคลำตัวเราดูเถิด ผีไม่มีเนื้อ ไม่มีกระดูกอย่างที่ท่านเห็นว่าเรามี” 40ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้เขาดูพระหัตถ์และพระบาท 41เขายินดีและแปลกใจจนไม่อยากเชื่อ พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ท่านมีอะไรกินบ้าง” 42เขาถวายปลาย่างชิ้นหนึ่งแด่พระองค์ 43พระองค์ทรงรับมาเสวยต่อหน้าเขา


44หลังจากนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่คือความหมายของถ้อยคำที่เรากล่าวไว้ขณะที่ยังอยู่กับท่าน ทุกสิ่งที่เขียนไว้เกี่ยวกับเราในธรรมบัญญัติของโมเสส บรรดาประกาศกและเพลงสดุดีจะต้องเป็นความจริง” 45แล้วพระองค์ทรงทำให้เขาเกิดปัญญาเข้าใจพระคัมภีร์ 46ตรัสว่า “มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม 47จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาปโดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม 48ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้”

 

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• พระวรสารนักบุญลูกาให้รายละเอียดที่งดงามเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าบางประการที่พ่อเองขอนำเสนอและเน้นในวันนี้ คือ

• พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาท่ามกลางพวกเขา และพระดำรัสของพระองค์ ก็ คงเป็นหัวใจสำคัญของการเสด็จเข้ามาของพระผู้ทรงคืนพระชนม์... “ขณะที่บรรดาศิษย์กำลังสนทนากันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ในหมู่เขา ตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด””
o “สันติสุข” Shalom อ่านว่า “ชาโลม” ในภาษาฮีบรู ออกเสียงเป็นคำทักทายที่ใช้กันเหมือนกันคำว่า “สวัสดี” แต่ความหมายของคำ “ชาโลม” คือ “สันติสุข” นั่นหมายถึงภาวะแห่งความสงบ ปราศจากสงคราม เต็มไปด้วยความสุขและความยินดี เป็นสภาพที่มีความสงบ ภาษาลาตินใช้คำว่า “Pax” อ่าน “ปักส์” คือ สภาพที่มีผู้ปกครองที่ให้ความสุขสันติ ไม่มีสงคราม มีการกินดีอยู่ดี ทุกคนได้รับศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ (Human Dignity) และที่สำคัญเป็นสภาพที่มีความเป็นหนึ่งเดียวในความเป็นพี่น้องต่อกันและกัน...
o พระองค์เสด็จเข้ามาท่ามกลางพวกเขา ขณะที่ทุกคนกำลังยินดี สองคนกลับมาจากเอมมาอูสและยืนยันว่า “พระองค์กลับคืนชีพแล้ว และพวกเขาจำพระองค์ได้ตอนบิขนมปัง” นี่คือนัยยะที่น่าสนใจมาก การเลี้ยงอาหาร การอยู่ด้วยกันที่โต๊ะอาหารและ ณ เวลาของการบิขนมปัง พวกเขาจำพระองค์ได้ และพวกเขาก็กำลังยินดีที่อยู่ด้วยกัน.. แบ่งอาหารกัน (พ่อมั่นใจว่า พวกเขากำลังกินอาหารกันอยู่แน่ ขณะที่พระวรสารตอนนี้นำเสนอ) ถ้าอ่านต่อไปพระองค์จะถามว่า “มีอะไรกินกันบ้าง” ชัดเจนว่า พวกเขาควรจะอยู่ร่วมกันด้วยความยินดีที่โต๊ะอาหาร
o พี่น้องที่รัก... ปัสกา เราเน้นเสมอว่า คือ “การผ่านจากความตายไปสู่ชีวิต” แต่เราต้องไม่ลืมจริงๆว่า... “ปัสกา คือ งานเลี้ยงฉลอง ณ โต๊ะอาหาร” ตั้งแต่สมัยโมเสส พวกเขากินปัสกาแรกกันก่อนออกจากอียิปต์ พวกเขากินด้วยความยินดีที่จะพ้นจากแดนทาส... พระเยซูเองก็กินปัสกากับบรรดาศิษย์ และทรงมอบพระองค์เองแทนลูกแกะปัสกา เครื่องหมายแห่งการสละชีวิตเพื่อความรอดพ้นจากบรรดาศิษย์..
o วันนี้ พ่อขอเรียนย้ำว่า... ปัสกาคืองานเลี้ยง คือ ความสุข คือสันติสุข.. พ่ออยากให้เราได้ทานอาหารด้วยกัน พี่น้องครอบครัวพ่อแม่ลูกๆทานอาหารด้วยกัน มีความสุขด้วยกัน โดยมี “พระเยซูเสด็จมาอยู่ท่ามกลางพวกเรา” คือ มี “สันติสุข” ครับ หลายครั้ง โต๊ะอาหารนี่แหละที่ฟ้องความจริง...
o พี่น้องหลายคนทานข้าวร่วมกันไม่ได้ เพราะไม่มีสันติสุขหรือความรักระหว่างกัน เกลียดกัน โกรธกัน เคืองกัน... แตกแยกกัน ที่โต๊ะอาหารนี่แหละคือสถานที่ประกาศความจริงๆ รักหรือเกลียดโกรธกัน เมื่อรับเชิญหรือเดินไปที่โต๊ะ คนเราจะมองผู้ร่วมโต๊ะก่อนเสมอจริงไหมครับ... ถ้าเลือกได้ เลือกไม่นั่งกับคนนี้ แต่นั่งกับคนนั้น บางทีมองไปทุกโต๊ะก็ไม่สะดวกสักโต๊ะ มีคนที่เรารู้สึกไม่สะดวกไม่สบายใจ ไม่ชอบ (Uncomfortable) ไปหมด.. เห็นคำภาษาอังกฤษไหมครับ (Un+Comfort+Table) คือ โต๊ะที่นั่งแล้วไม่สบาย.. ไม่ใช่โต๊ะไม่ดี นั่งแล้วแข็งเกินไป นั่นเพียงกายภาพ.. แต่ Uncomfortable จริง คือความคับแคบหัวใจ ลำบากใจ ไม่สะดวกใจ...
o ความจริงพ่อก็ยอมรับว่า บางทีพวกเราก็เป็นคริสตชน เราเชื่อในสันติ แต่เราก็มีภาวะสงครามในหมู่เราเสมอ วัด ชุมชนวัด ก็อยู่ในภาวะแตกแยก สงครามและการเมืองในหมู่เราก็หนักหน่วง... สัตบุรุษผู้ศรัทธาแต่ก็ว่ากันไม่รู้จบ พระสงฆ์กับสัตบุรุษ กับนักบวช ก็หนักหนานัก...น่าเห็นใจและน่าตำหนิ... น่าเห็นใจเพราะเราเป็นมนุษย์ แต่น่าตำหนิเพราะเราเป็นพระสงฆ์ นักบวช และเป็นคริสตชน... พ่อคิดว่าปัสกาแล้ว... “กลับใจกันเถอะ”
o ประโยคต่อไปนี้อ่านดี พ่อจะเขียนโดยไม่เว้นวรรคเพื่อให้ไม่มีรอยแยกแตกระหว่างเราเลยครับ เพราะจำเป็นต้องมีสันติในหมู่เรา ไม่มีความแตกแยกระหว่างเรา เพื่อร่วมฉลองปัสกาได้อย่างแท้จริง พ่อเน้นว่าพวกเราทุกคนต้อง ต้อง ต้อง “กลับใจ” พวกเราทุกคน คือ...
o “พ่อเจ้าวัดกับปลัดกับซิสเตอร์ใหญ่กับซิสเตอร์เล็กกับครูใหญ่กับผู้จัดการกับผู้อำนวยการกับสภาอภิบาลกับผู้อำนวยการนั่นนี่โน่นโน้นกับเยาวชนกับพลมารีย์กับพลศีลกับกลุ่มโน่นนี่นั่นกับพระสังฆราช(อันนี้แทรกเข้ามาเพราะจำเป็นสำคัญมากจุดเริ่มต้นของความเป็นหนึ่งเดียวในพระศาสนจักรเลย)กับเจ้าคณะกับที่ปรึกษากับกรรมการบริหารกับหัวหน้าฝ่ายหัวหน้าแผนกกับเจ้าหน้าที่กับพนักงานกับลูกๆหลานๆกับพ่อๆแม่ๆปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาอากงอาม่าอาปาอาแนอาเตียวอันฮายจีบาจีนำเซ้าใบ๋อุ๊กเจ๊ตั่วตั่วเฮียหมวยใหญ่หมวยเล็กตี๋เล็กตี๋น้อยองต๊ามองเบี่ยง...” หมดทุกคนถ้าไม่หมดไปเติมกันเองครับ
o สำคัญคือร่วมเป็นหนี่งเดียวกัน ทานอาหารด้วยกัน กินปัสกาด้วยกัน กินข้าวแต่ละวันด้วยกันด้วยรอยยิ้ม มีความสุข มีความเชื่อ ความรักรวมเราเป็นหนึ่งเดียวกันนะครับ

• สำหรับบรรดาศิษย์ “พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ในหมู่เขา ตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” เขาต่างตกใจกลัว คิดว่าได้เห็นผี แต่พระองค์ตรัสว่า “ท่านวุ่นวายใจทำไม เพราะเหตุใดท่านจึงมีความสงสัยในใจ จงดูมือและเท้าของเราซิ เป็นเราเองจริงๆ จงคลำตัวเราดูเถิด ผีไม่มีเนื้อ ไม่มีกระดูกอย่างที่ท่านเห็นว่าเรามี”
o พระเยซูให้พวกเขาชัดเจน พระองค์ไม่ใช่ผี ผีไม่มีเนื้อไม่มีกระดูก..
o พ่อเห็นคำสอน ข้อคิด... พี่น้องที่รัก พี่น้องของเราที่พ่อเขียนไม่เว้นวรรคเลยข้างบนนั้น ทุกคน ไม่ใช่ผี ทุกคนเหมือนพระเยซู มีเนื้อมีกระดูกแม้ทรงกลับคืนชีพแล้ว... พ่อยากให้พวกเรายอมรับความจริง เราทุกคนได้เกิดใหม่ด้วยน้ำและศีลล้างบาป และเป็นพระสงฆ์ นักบวช สัตบุรุษ มีชีวิตพระทุกคน และเราก็มีเนื้อมีกระดูก มีหัวใจ ด้วยกันทุกคน... อย่าให้เราได้เห็นหรือทำกับใครอย่างไม่ใช่คน หรือทำอย่างผีต่อกันเลย... เราลูกพระ ไม่ใช่ลูกผีแน่นอน...
o อย่าสงสัยและวุ่นวายใจต่อกันเลยนะครับ... ปัสกาแล้ว ดี ดีๆ ดีๆๆ กันเถอะครับ รักกันเถอะครับ...
o พระเยซูยังรับประทานปลาย่างกับเขา กินอาหารกับเขา... พี่น้องที่ไม่กินข้าวด้วยกันมานาน เพราะเกลียด โกรธ ชั่ง เหยียด หยาม... หันกลับ กลับใจ ดีกันเถอะนะครับ... พ่อรู้ว่า เราเป็นมนุษย์พ่อรู้ครับ... แต่พ่อรู้และเชื่อรักและหวังว่า เราเป็นลูกพระเจ้าแน่นอนเช่นกัน...

• อ่านพระวรสารของวันนี้ช่วงสุดท้าย... และรับรู้ความจริงแห่งปัสกาที่นักบุญลูกาต้องการถ่ายทอดให้เราครับ
o “นี่คือความหมายของถ้อยคำที่เรากล่าวไว้ขณะที่ยังอยู่กับท่าน ทุกสิ่งที่เขียนไว้เกี่ยวกับเราในธรรมบัญญัติของโมเสส บรรดาประกาศกและเพลงสดุดีจะต้องเป็นความจริง”
o “มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม”
o จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาป โดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม
o ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้”

• พยานชีวิตที่แสนดีของเรา ชีวิตแสนน่ารักของเรา เท่านั้น คือ การประกาศข่าวดีของพระคริสตเจ้าได้อย่างแท้จริง... น่ารักกันมากๆนะครับเป็นคริสตชนนะครับ ขอ “สันติจงอยู่กับทุกท่านและกับพ่อด้วย” ครับ

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก