"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

ข้อห้ามเรื่องเพศสัมพันธ์a

18 1พระยาห์เวห์ตรัสสั่งโมเสส

          2ให้บอกชาวอิสราเอลว่า

          “เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านb 3ท่านจะต้องไม่ประพฤติตนตามอย่างที่เขาปฏิบัติกันในแผ่นดินอียิปต์ที่ท่านเคยอาศัยอยู่ ท่านจะต้องไม่ประพฤติตนตามอย่างที่เขาปฏิบัติกันในแผ่นดินคานาอันที่เรากำลังนำท่านเข้าไป อย่าปฏิบัติตามธรรมเนียมของเขา 4ท่านจะต้องถือกฎของเราและปฏิบัติตามข้อกำหนดของเรา เพราะ ‘เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน’ 5ท่านจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎของเรา ผู้ที่ปฏิบัติตามจะมีชีวิตเพราะกฎนั้น”

          “เราคือพระยาห์เวห์

          6อย่าให้ท่านผู้ใดมีเพศสัมพันธ์กับหญิงซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดcของท่าน เราคือพระยาห์เวห์”

          7“ท่านต้องไม่ลบหลู่ศักดิ์ศรีบิดาของท่านโดยมีเพศสัมพันธ์กับมารดาของท่าน นางเป็นมารดาของท่าน ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับนาง”

          8“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาอื่นของบิดาของท่าน เพราะจะเป็นการลบหลู่ศักดิ์ศรีบิดาของท่าน”

          9“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับพี่สาวหรือน้องสาว ไม่ว่านางจะเป็นบุตรหญิงของบิดาหรือของมารดาของท่าน ไม่ว่านางจะเกิดในบ้านหรือที่อื่น ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับนาง”

          10“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับบุตรหญิงของบุตรชายหรือของบุตรหญิงของท่าน เพราะจะเป็นการลบหลู่ศักดิ์ศรีของท่าน”

          11“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับdบุตรหญิงของภรรยาของบิดาของท่าน ที่เกิดจากบิดาของท่าน เพราะนางเป็นพี่สาวหรือน้องสาวของท่านด้วย ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับนาง”

          12“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับพี่สาวหรือน้องสาวของบิดาของท่าน เพราะนางเป็นญาติใกล้ชิดของบิดาของท่าน”

          13“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับพี่สาวหรือน้องสาวของมารดาของท่าน เพราะนางเป็นญาติใกล้ชิดของมารดาของท่าน”

          14“ท่านจะต้องไม่ลบหลู่ศักดิ์ศรีของพี่ชายหรือน้องชายของบิดาของท่าน โดยมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของเขา เพราะนางเป็นป้า น้า หรืออาของท่านด้วย”

          15“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับบุตรสะใภ้ นางเป็นภรรยาของบุตรชายของท่าน ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับนาง”

          16“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของพี่ชายหรือน้องชายของท่าน เพราะเป็นการลบหลู่ศักดิ์ศรีของพี่ชายหรือน้องชายของท่าน”

          17“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับบุตรหญิงหรือหลานสาวของหญิงที่ท่านมีเพศสัมพันธ์ด้วย เพราะหญิงนั้นก็เป็นญาติใกล้ชิดของท่านe การกระทำเช่นนี้เป็นความผิดหนัก”

18“ท่านจะต้องไม่แต่งงานกับพี่สาวหรือน้องสาวของภรรยาของท่าน มาเป็นคู่แข่งกับภรรยาของท่าน ขณะที่นางยังมีชีวิตอยู่”

          19“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงที่กำลังมีประจำเดือน เพราะนางมีมลทิน”

          20“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของเพื่อนบ้าน เพราะจะทำให้ท่านมีมลทินกับนาง”f

          21“ท่านจะต้องไม่ยอมให้บุตรหลานของท่านถูกฆ่าเป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระโมเลคg เพราะเป็นการลบหลู่นามของพระเจ้าของท่าน เราคือพระยาห์เวห์”

          22“ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับชายด้วยกันอย่างที่ท่านทำกับหญิง เพราะเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ”

          23“ท่านจะต้องไม่สมสู่กับสัตว์ เพราะจะทำให้ท่านมีมลทิน ทำนองเดียวกันหญิงก็ต้องไม่สมสู่กับสัตว์ การกระทำเช่นนี้เป็นการผิดธรรมชาติ”

          24“อย่าทำให้ท่านมีมลทินด้วยการกระทำเหล่านี้ เพราะชนชาติต่างๆ ที่เรากำลังจะขับไล่ออกไปต่อหน้าท่าน ได้ทำตนให้มีมลทินด้วยการกระทำเหล่านี้ 25แผ่นดินของเขาก็มีมลทินไปด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงลงโทษความชั่วของแผ่นดิน และแผ่นดินนั้นจะขับไล่ผู้อาศัยของตนออกไป”

          26“ท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นชาวอิสราเอลหรือคนต่างด้าวที่มาอาศัยอยู่กับท่าน จะต้องปฏิบัติตามกฎและข้อกำหนดของเรา และอย่าทำสิ่งน่ารังเกียจเหล่านี้ 27ประชาชนที่เคยอาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้ก่อนท่านได้ทำสิ่งน่ารังเกียจเหล่านี้ ทำให้แผ่นดินมีมลทิน 28ท่านทั้งหลายจะต้องไม่ทำให้แผ่นดินนี้มีมลทินอีก มิฉะนั้น แผ่นดินจะขับไล่ท่านออกไปดังที่ได้ขับไล่ชนชาติที่ได้อาศัยอยู่ก่อนท่าน 29ผู้ใดก็ตามที่ทำสิ่งที่น่ารังเกียจเหล่านี้ไม่ว่าเรื่องใด จะต้องถูกขับไล่ออกจากประชากรของตน 30เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงปฏิบัติตามบัญชาที่เราให้ไว้แก่ท่าน อย่าประพฤติตามอย่างธรรมเนียมน่ารังเกียจที่เขาปฏิบัติกันก่อนที่ท่านจะมาถึง เพื่อท่านจะได้ไม่มีมลทินเพราะการปฏิบัติเหล่านั้น เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน”

 

18 a เนื้อหาของบทนี้ซึ่งกล่าวถึงข้อห้ามเรื่องเพศสัมพันธ์อาจแบ่งได้ดังนี้ (1) บทนำ (ข้อ 1-5) (2) (ข้อ 6-18) เป็นสาระสำคัญห้ามการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างญาติสนิท และเป็นการกำหนดขอบเขตของครอบครัว (3) (ข้อ 19-23) เพิ่มเติมข้อห้ามอื่นๆ และ (4) (ข้อ 24-30) เป็นคำตักเตือนส่งท้าย ข้อความนี้มีลีลาการเขียนใกล้เคียงกับหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติมากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ “ประมวลกฎหมายว่าด้วยความศักดิ์สิทธิ์”

b ประโยคว่า “เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน” หรือในแบบย่อ “เราคือพระยาห์เวห์” จะพบได้บ่อยๆ ในบทนี้ และบทต่อๆ ไป เหมือนเป็นบทสร้อย นับเป็นการแสดงเจตนาของประมวลกฎหมายว่าด้วยความศักดิ์สิทธิ์ พระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งอิสราเอล ซึ่งพระองค์ทรงนำประชากรออกจากอียิปต์ (19:36; 22:33) พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ (19:2; 20:26; 21:8) และทรงทำให้ประชากรของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์ (20:8; 21:8, 15; 22:9, 32 ดู 20:7)

c “ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์” แปลตามตัวอักษรว่า “อย่าเปิดความเปลือย” “ญาติใกล้ชิด” แปลตามตัวอักษรว่า “เนื้อของร่างกายของเขา” ชาวฮีบรูใช้สำนวน “เลือดเดียวกัน เนื้อเดียวกัน หรือกระดูกเดียวกัน” (วนฉ 9:2) เพื่อแสดงความเป็นญาติใกล้ชิดโดยเฉพาะความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวระหว่างสามีกับภรรยา เพราะฉะนั้น ข้อห้ามต่างๆ ในบทนี้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือความเกี่ยวดองจากการแต่งงาน (ข้อ 8, 14, 16) จึงถูกรวบรวมอยู่ในข้อห้ามการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างญาติใกล้ชิด

d “ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์” ข้อความนี้ต้นฉบับภาษากรีกซ้ำสองครั้ง ส่วนต้นฉบับภาษาฮีบรูมีเพียงครั้งเดียวในข้อนี้

e แปลตามตัวอักษรว่า “เนื้อของท่าน” ตามต้นฉบับภาษากรีก

f กฎข้อนี้ห้ามการเป็นชู้เพียงในฐานะที่ทำให้เป็นมลทิน ไม่สามารถร่วมศาสนพิธีได้

g “ถูกฆ่าเป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระโมเลค” แปลตามตัวอักษรว่า “ถูกนำผ่าน (ไฟ) ไปให้พระโมเลค” ในศาสนพิธีของชาวคานาอัน มีการถวายเด็กเป็นเครื่องบูชาโดย “ผ่านไฟ” คือโดยเผาไฟ ธรรมบัญญัติประณามการปฏิบัติเช่นนี้ (20:2-5; ฉธบ 12:31; 18:10) ชาวอิสราเอลนำพิธีนี้เข้ามาใช้ โดยเฉพาะในสถานที่เผาขยะในหุบเขาเบนฮินโนม (เกเฮนนา) นอกกรุงเยรูซาเล็ม (2 พกษ 16:3; 21:6; 23:10; ยรม 7:31; 19:5ฯ; 32:35; อสค 16:21) คำว่า “โมเลค” มีต้นกำเนิดจากภาษาฟีนีเชีย หมายถึง รูปแบบการบูชาประเภทหนึ่ง วรรณกรรมภาษาอูการิตจัดว่า “โมเลค” เป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งในทำเนียบเทพเจ้าต่างๆ ชาวอิสราเอลเข้าใจกันว่า “โมเลค” เป็นชื่อเทพเจ้า และมีข้อความในพระคัมภีร์หลายตอนกล่าวถึงเครื่องบูชาที่ถวายแด่พระโมเลค (ชาวอิสราเอลเมื่อได้ยินชื่อ “โมเลค” ชวนให้คิดถึงคำอีกสองคำในภาษาฮีบรูซึ่งออกเสียงคล้ายกัน คือ “เมเลค” (กษัตริย์) และ “โบเช็ท” (ความน่าอับอาย) ดังนั้น สำหรับชาวอิสราเอล “โมเลค” จึงเป็น “กษัตริย์แห่งความอับอาย”)

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก