"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน  โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์

วันพุธที่ 21 กันยายน 2016

ฉลอง น.มัทธิว อัครสาวก ผู้นิพนธ์พระวรสาร
อฟ 4: 1–7, 11–13 / มธ 9: 9–13

บทอ่านจากพระวรสารตามคำเล่าของนักบุญมัทธิว

 เวลานั้น ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงดำเนินไปจากที่นั่น ทรงเห็นชายคนหนึ่งชื่อมัทธิว กำลังนั่งอยู่ที่ด่านภาษี จึงตรัสสั่งเขาว่า “จงตามเรามาเถิด” เขาก็ลุกขึ้นตามพระองค์ไป

 ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงร่วมโต๊ะเสวยพระกระยาหารที่บ้านของมัทธิว คนเก็บภาษี และคนบาปหลายคนมาร่วมโต๊ะกับพระองค์ และบรรดาศิษย์ เมื่อเห็นดังนี้ ชาวฟาริสีจึงถามศิษย์ของพระองค์ว่า “ทำไมอาจารย์ของท่านจึงกินอาหารร่วมกับคนเก็บภาษี และคนบาปเล่า” พระเยซูเจ้าทรงได้ยินดังนั้น จึงตรัสตอบว่า “คนสบายดีย่อมไม่ต้องการหมอแต่คนเจ็บไข้ต้องการ จงไปเรียนรู้ความหมายของพระวาจา ที่ว่า ‘เราพอใจความเมตตากรุณา มิใช่พอใจเครื่องบูชา" เพราะเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่มาเพื่อเรียกคนบาป”

 (พระวาจาของพระเจ้า)

---------------

   มัทธิว หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เลวี เป็นชาวยิว อาศัยอยู่ที่เมืองคาเปอร์นาอุม มีอาชีพเป็นพนักงานเก็บภาษีคนเดินทางมาจากประเทศซีเรียให้จักรพรรดิ์โรมัน ซึ่งเป็นอาชีพที่ชาวยิวรังเกียจ เพราะรับใช้คนต่างชาติ กินเลือดกินเนื้อคนชาติเดียวกัน และพนักงานเก็บภาษีมักจะฉวยโอกาสขูดรีดและยักยอกเงินภาษีอยู่เสมอๆ ดังเช่นตัวอย่างของศักเคียส พระวรสารของนักบุญมาระโกระบุว่าเป็นบุตรของอัลเฟอัส (มก.3.14)คงจะเป็นคนละคนกับอัลเฟอัสบิดาของยากอบ(เล็ก)เพาะชาวยิวมีชื่อซ้ำกันอยู่มาก

      พระเยซูคริสต์เสด็จผ่านมาทางด่านเก็บภาษี ทอดพระเนตรเห็นมัธธิวก็ตรัสเรียกให้ตามพระองค์ไปเขาก็ทิ้งหน้าที่ตามพระองค์ไปทันที(มธ.9.9)แสดงว่ามัทธิวคงจะรู้จักพระเยซูคริสต์และเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องคำสั่งสอนของพระองค์มาก่อนแล้ว จึงเกิดเลื่อมใส พอมีโอกาสก็สมัครเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ไปทันที อนึ่ง การที่มัทธิวมีอาชีพเป็นพนักงานเก็บภาษีย่อมแสดงว่าเป็นคนที่มีความรู้อ่านเขียนได้ดี

      มัทธิวจึงได้เขียนพระวรสารขึ้นสำหรับชาวยิวเป็นภาษาท้องถิ่นทางเหนือซึ่งเรียกว่าอาระเมค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นหนังสือที่รวบรวมคำสอนของพระเยซูคริสต์สำหรับชาวยิวที่เพิ่งกับใจใหม่ หรือเรียกว่าหนังสือคำสอนนั้นเอง เดิมทีเชื่อกันว่ามัทธิวเป็นคนเขียนพระวรสารคนแรก  เพราะชาวยิวเป็นคนแรกที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ แต่จากการศึกษาอย่างละเอียดพบว่ามาระโกน่าจะเป็นคนเขียนพระวรสารคนแรกซึ่งมีลักษณะสั้น กะทัดรัด ต่อมามัทธิวจึงยึดโครงสร้างเดียวกันนั้น แล้วเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆให้มากขึ้น เนื่องจากมัทธิวเป็นอัครสาวกคนหนึ่งของพระเยซูคริสต์ มีประสบการณ์โดยตรงกับพระองค์ จึงมีรายละเอียดเพิ่มเติมได้มากขึ้นจุดประสงค์ของมัทธิวต้องจะเน้นว่าพระเยซูคริสต์นี่แหละคือเมสสิยาห์ที่บรรดาประกาศกในพันธสัญญาเก่าได้พยากรณ์ไว้ มัทธิวจึงอ้างคำพยากรณ์ของประกาศกในพันธสัญญาเก่าอยู่เนืองๆ และเพื่อพิสูจน์ว่าเมสสิยาห์นี้คือผู้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลอิสราแอลนั่นเอง

 ท่านจึงเริ่มต้นพระวรสารของท่านด้วยการลำดับญาติของพระเยซูคริสต์ตั้งแต่อับราฮัมมาจนถึงยอแซฟไม่ขาดสาย(มธ.1.1-16)เพราะเหตุนี้เองมัทธิวจึงมีรูปคนเป็นสัญลักษณ์ เพราะท่านเป็นผู้ประกาศว่าพระเยซูคริสต์เป็นบุตรมนุษย์ มีวงศาคณาญาติเป็นมนุษย์ที่มีตัวตนและมีชื่อเสียงเรียงนามจริงๆในประวัติศาสตร์
 (อ้างอิงจาก www.kamsondeedee.com/main/apostle/1030-saintmatthew)

 ความเป็นมนุษย์ บุตรพระเจ้า จึงปรากฎชัดในการอธิบายพระวาจาจากพระวรสารนักบุญมัทธิวที่เราฉลอง เราจึง "มองความเป็นมนุษย์ ในพระเจ้าที่ทรงรับเอากายเป็นมนุษย์" จากมุมมองนี้ เพื่อจะเข้าใจธรรมล้ำลึกเรื่องการบังเกิดเป็นมนุษย์ ของพระผู้ไถ่ เป็นพิเศษ

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก