"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

24 1รัชสมัยของพระองค์ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์aแห่งบาบิโลนทรงยกทัพมารุกราน กษัตริย์เยโฮยาคิมต้องทรงยอมเป็นประเทศราชอยู่เป็นเวลาสามปี แล้วทรงกลับเป็นกบฏ 2พระยาห์เวห์bทรงส่งกำลังทัพชาวเคลเดีย ชาวอารัม ชาวโมอับ และชาวอัมโมนมารบกับพระองค์ เพื่อทำลายอาณาจักรยูดาห์ตามพระวาจาที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้ทางประกาศกผู้รับใช้ของพระองค์ 3เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับยูดาห์ตามพระบัญชาของพระยาห์เวห์c เพื่อทรงกำจัดยูดาห์ไปให้พ้นจากพระพักตร์พระองค์ เพราะบาปทั้งหมดที่กษัตริย์มนัสเสห์ทรงกระทำ 4โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทรงฆ่าผู้บริสุทธิ์ จนโลหิตของผู้บริสุทธิ์ไหลท่วมกรุงเยรูซาเล็ม พระยาห์เวห์ไม่ทรงปรารถนาจะให้อภัยการกระทำนี้

5เหตุการณ์ในรัชสมัยกษัตริย์เยโฮยาคิม และสิ่งอื่นๆ ที่ทรงกระทำ มีบันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารของกษัตริย์แห่งยูดาห์ 6กษัตริย์เยโฮยาคิมสิ้นพระชนม์ เยโฮยาคีนพระโอรสทรงครองราชย์สืบต่อมา

7กษัตริย์แห่งอียิปต์ไม่ทรงยกทัพออกมานอกแผ่นดินของพระองค์อีก เพราะกษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงยึดดินแดนทั้งหมดที่เคยเป็นของกษัตริย์แห่งอียิปต์ ตั้งแต่ลำธารเขตแดนอียิปต์ไปจนถึงแม่น้ำยูเฟรติสd

 

รัชสมัยกษัตริย์เยโฮยาคีน (598-597 ก่อน ค.ศ.)

8เยโฮยาคีนทรงเป็นกษัตริย์เมื่อพระชนมายุสิบแปดพรรษา และทรงครองราชย์เป็นเวลาสามเดือนที่กรุงเยรูซาเล็ม พระมารดาทรงพระนามว่าเนคุชทา เป็นบุตรหญิงของเอลนาธันชาวกรุงเยรูซาเล็ม 9พระองค์ทรงทำความชั่วเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ดังที่พระบิดาทรงทำ

 

การกวาดต้อนเป็นเชลยไปกรุงบาบิโลนครั้งแรก

10สมัยนั้น นายทหารของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนยกทัพมาล้อมกรุงเยรูซาเล็ม 11ขณะที่นายทหารล้อมเมืองอยู่นั้น กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนเสด็จมาที่นั่น 12กษัตริย์เยโฮยาคีนแห่งยูดาห์เสด็จมายอมจำนนกษัตริย์แห่งบาบิโลน พร้อมกับพระมารดา ข้าราชบริพาร นายทหารและข้าราชสำนัก กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงนำกษัตริย์เยโฮยาคีนไปเป็นเชลยในปีที่แปดของรัชกาลe

13กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงขนทรัพย์สมบัติทั้งหมดในพระวิหารของพระยาห์เวห์ และพระราชทรัพย์ในพระราชวังไปกรุงบาบิโลน ทรงตัดเครื่องใช้ทองคำต่างๆ ที่กษัตริย์ซาโลมอนแห่งอิสราเอลทรงทำขึ้นสำหรับใช้ในพระวิหารของพระยาห์เวห์ออกเป็นชิ้นๆ ดังที่พระยาห์เวห์เคยตรัสไว้

14กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงกวาดต้อนชาวเยรูซาเล็มทั้งหมดจำนวนหนึ่งหมื่นคนไปเป็นเชลย คือนายทหารและพลทหาร ช่างไม้และช่างเหล็กทุกคน เหลือไว้แต่คนยากจนที่สุดของแผ่นดิน 15พระองค์ทรงนำกษัตริย์เยโฮยาคีนเป็นเชลยไปกรุงบาบิโลนf พร้อมกับพระมารดา บรรดามเหสี ข้าราชบริพาร และชนชั้นนำของแผ่นดิน พระองค์ทรงนำบุคคลเหล่านี้จากกรุงเยรูซาเล็มไปเป็นเชลยที่กรุงบาบิโลน 16กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงนำผู้มีฐานะทั้งหมดรวมเจ็ดพันคน ช่างไม้และช่างเหล็กจำนวนหนึ่งพันคน ทุกคนล้วนชำนาญศึกg

17กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงแต่งตั้งมัทธานียาห์ พระปิตุลาของกษัตริย์เยโฮยาคีนขึ้นเป็นกษัตริย์แทน และทรงเปลี่ยนพระนามเป็นเศเดคียาห์h

 

รัชสมัยกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ (598-587 ก่อน ค.ศ.)i

18เศเดคียาห์ทรงเป็นกษัตริย์เมื่อพระชนมายุยี่สิบเอ็ดพรรษา และทรงครองราชย์เป็นเวลาสิบเอ็ดปีที่กรุงเยรูซาเล็ม พระมารดาทรงพระนามว่าคามุทาล เป็นบุตรหญิงของเยเรมีย์ชาวลิบนาห์ 19พระองค์ทรงทำความชั่วเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ดังที่กษัตริย์เยโฮยาคิมทรงทำ 20เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับชาวกรุงเยรูซาเล็มและชาวยูดาห์เพราะพระพิโรธของพระยาห์เวห์ จนพระองค์ทรงกำจัดเขาให้พ้นจากพระพักตร์ กษัตริย์เศเดคียาห์ทรงเป็นกบฏต่อกษัตริย์แห่งบาบิโลน

 

 

24 a กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ หรือ “นาบู-คูดูร์-อูซูร์” คือผู้ก่อตั้งอาณาจักรบาบิโลนใหม่หรืออาณาจักรเคลเดีย ซึ่งเรืองอำนาจต่อจากอาณาจักรอัสซีเรีย ทรงครองราชย์ตั้งแต่ปี 605 ถึง 562 ก่อน ค.ศ. ในปี 604 ทรงยกทัพมารุกรานปาเลสไตน์ และกษัตริย์เยโฮยาคิมทรงยอมจำนน แต่อาณาจักรยูดาห์จะเป็นกบฏในปี 601

b “พระยาห์เวห์” ต้นฉบับภาษากรีกว่า “พระองค์” ซึ่งหมายถึงกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์

c “ตามพระบัญชาของพระยาห์เวห์” สำนวนแปลโบราณบางฉบับว่า “เพราะพระพิโรธ”

d ชัยชนะของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์เหนือกองทัพอียิปต์ในปี 605 ก่อน ค.ศ. ทำให้เนบูคัดเนสซาร์เป็นผู้มีอำนาจปกครองซีเรียและปาเลสไตน์

e เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 16 มีนาคม 597 ก่อน ค.ศ. ตามพงศาวดารของกรุงบาบิโลน พงศาวดารฉบับนี้และ ยรม 52:28 บันทึกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปีที่เจ็ดของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ เพราะไม่นับเศษปีแรกที่ทรงครองราชย์ (ดู 2 พกษ 25:8)

f กษัตริย์เยโฮยาคีนทรงเป็นเชลยที่กรุงบาบิโลนเป็นเวลาสามสิบเจ็ดปี จนกระทั่งกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์สิ้นพระชนม์ (ดู 25:27) พระองค์น่าจะทรงมีความเป็นอยู่อย่างสะดวกสบายพอสมควร เพียงแต่ถูกจำกัดเขตบริเวณที่ประทับ

g ข้อ 13-14 น่าจะถูกเพิ่มเติมในภายหลัง จึงให้จำนวนไม่ตรงกับข้อ 15-16

h “มัทธานียาห์” แปลว่า “ของประทานจากพระยาห์เวห์” ส่วน “เศเดคียาห์” แปลว่า “พระยาห์เวห์ทรงเป็นความชอบธรรมของข้าพเจ้า” (เทียบ 23:24 เชิงอรรถ bb)

i เรื่องราวใน 24:18 – 25:30 ยังพบได้อีกในบทสุดท้ายของหนังสือประกาศกเยเรมีย์ด้วย (ยรม 52) ส่วน 25:1-12 ยังพบได้อีกใน ยรม 39:1-10 (และเสริมข้อ 3) จึงเป็นไปได้ว่าทั้ง พกษ และ ยรม ใช้แหล่งข้อมูลเดียวกัน

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก