"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

การให้เกียรติคนยากจน

2 1พี่น้องทั้งหลาย อย่าให้ความเชื่อของท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา คือพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์a มีความลำเอียงปนอยู่ด้วย 2สมมติว่า ใครคนหนึ่งสวมแหวนทองคำและเสื้อผ้าหรูหราเข้ามาในที่ประชุมของท่านb และขณะเดียวกันมีคนยากจนอีกคนหนึ่งแต่งตัวมอซอเข้ามา 3ท่านเข้าไปต้อนรับคนแต่งตัวหรูหราและบอกเขาว่า “เชิญนั่งตามสบายที่นี่เถิด” ส่วนคนยากจนนั้นท่านบอกเขาว่า “จงยืนที่นั่น” หรือ “จงนั่งข้างๆ ที่วางเท้าของฉันซิ” 4ท่านก็เป็นผู้เลือกชั้นวรรณะ และตัดสินโดยมาตรการเลวร้ายมิใช่หรือ

5พี่น้องที่รักทั้งหลาย จงฟังเถิด พระเจ้าทรงเลือกผู้ที่โลกตัดสินว่ายากจน เพื่อให้เขามั่งมีในความเชื่อc และเป็นทายาทรับมรดกพระอาณาจักรซึ่งทรงสัญญาไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์มิใช่หรือ 6แต่ท่านกลับดูหมิ่นคนยากจน มิใช่คนร่ำรวยหรือที่กดขี่ข่มเหงท่าน 7มิใช่พวกเขาหรือที่ฉุดลากท่านไปขึ้นศาล มิใช่พวกเขาหรือที่กล่าวร้ายต่อพระนามประเสริฐซึ่งบันดาลให้ท่านเป็นของพระเจ้าd 8ถ้าท่านปฏิบัติตามบทบัญญัติสำคัญที่สุดดังที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า “จงรักเพื่อนบ้านของท่านเหมือนรักตนเอง” ท่านก็ทำดีแล้ว 9แต่ถ้าท่านลำเอียง ท่านย่อมทำบาป และถูกธรรมบัญญัติกล่าวโทษว่าเป็นผู้ละเมิด

10ผู้ที่ละเมิดธรรมบัญญัติแม้เพียงข้อเดียว ทั้งๆ ที่ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติข้ออื่นทั้งหมด ย่อมผิดต่อธรรมบัญญัติทั้งมวล 11พระองค์ผู้ตรัสว่า “อย่าล่วงประเวณี” ยังตรัสอีกว่า “อย่าฆ่าคน” ดังนั้น ถ้าท่านไม่ล่วงประเวณี แต่ฆ่าคน ท่านก็เป็นผู้ละเมิดธรรมบัญญัติ 12จงพูดและทำอย่างผู้ที่จะถูกพิพากษาด้วยธรรมบัญญัติแห่งอิสรภาพเถิด 13ผู้ใดที่ไม่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ จะถูกพิพากษาโดยปราศจากความเมตตากรุณาเช่นเดียวกันe ผู้ที่แสดงความเมตตากรุณาจะไม่เกรงกลัวการพิพากษา

ความเชื่อและการทำความดีf

14พี่น้องทั้งหลาย จะมีประโยชน์ใดหากผู้หนึ่งอ้างว่ามีความเชื่อแต่ไม่มีการกระทำ ความเชื่อเช่นนี้จะช่วยให้เขารอดพ้นได้หรือ 15ถ้าพี่น้องชายหญิงคนใดขัดสนเครื่องนุ่งห่ม และไม่มีอาหารประจำวัน 16แล้วท่านคนหนึ่งพูดกับเขาว่า “จงไปเป็นสุขเถิด ขอให้อบอุ่นและอิ่มเถิด” แต่มิได้ให้สิ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกายแก่เขา จะมีประโยชน์ใดเล่า 17ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน หากไม่มีการกระทำ ก็เป็นความเชื่อที่ตายแล้วg

18บางคนอาจพูดว่าh “ท่านมีความเชื่อ ข้าพเจ้ามีการกระทำ” ถ้าเป็นเช่นนั้นจงแสดงความเชื่อที่ไม่มีการกระทำให้ข้าพเจ้าเห็นเถิด แล้วข้าพเจ้าจะแสดงความเชื่อให้ท่านเห็นด้วยการกระทำ 19ท่านเชื่อว่ามีพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวหรือ ดีแล้ว แม้พวกปีศาจก็เชื่อเช่นนั้นและยังกลัวจนตัวสั่นด้วยi 20คนเบาปัญญาเอ๋ย ท่านอยากรู้หรือไม่ว่าความเชื่อที่ปราศจากการกระทำนั้นไร้ประโยชน์ 21อับราฮัมบรรพบุรุษของเราjได้รับความชอบธรรมเพราะการกระทำ เมื่อถวายอิสอัคบุตรของตนบนแท่นบูชามิใช่หรือ 22ท่านเห็นแล้วว่า ความเชื่อกับการกระทำของเขาkดำเนินไปพร้อมๆ กัน และเพราะการกระทำนั้นความเชื่อจึงสมบูรณ์ 23ดังข้อความในพระคัมภีร์ว่า “อับราฮัมเชื่อพระเจ้า พระองค์ทรงคิดว่าความเชื่อนี้เป็นความชอบธรรมของเขา” เขาจึงได้ชื่อว่า “เป็นมิตรของพระเจ้า”

24ท่านทั้งหลายเห็นแล้วว่า มนุษย์จะเป็นผู้ชอบธรรมได้ก็ด้วยการกระทำ มิใช่ด้วยความเชื่อแต่อย่างเดียว 25เช่น นางราหับโสเภณีได้รับความชอบธรรมด้วยการกระทำ เพราะนางต้อนรับผู้ส่งข่าวl และชี้ทางอื่นให้พวกเขาหลบหนีออกไปมิใช่หรือ 26ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณย่อมตายแล้วฉันใด ความเชื่อที่ไม่มีการกระทำก็ย่อมตายแล้วฉันนั้นm

 

2 a แปลตามตัวอักษรได้ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระเยซูคริสต์แห่งพระสิริรุ่งโรจน์” (ดู 1 คร 2:8 เชิงอรรถ h)

b “ที่ประชุมของท่าน” อาจหมายถึง “ศาลาธรรม” ก็ได้ เพราะยากอบกำลังเขียนถึงคริสตชนชาวยิวที่ยังชุมนุมกันในศาลาธรรม

c นั่นคือคนยากจนเพราะไม่มีเงิน แต่มั่งคั่งเพราะมีความเชื่อ (ดู 1:9 เชิงอรรถ f)

d แปลตามตัวอักษร “พระนามอันประเสริฐซึ่งถูกเรียกมาเหนือท่าน” ในพันธสัญญาเดิม การออกพระนามของพระยาห์เวห์เหนือบุคคลหนึ่งเท่ากับเป็นการถวายบุคคลนั้นให้พระเจ้าทรงคุ้มครอง (อสย 43:7; อมส 9:12) ในพันธสัญญาใหม่ วิธีการเดียวที่ช่วยเราให้รอดพ้นคือการเรียกขานพระนามของพระเยซูเจ้าเมื่อรับศีลล้างบาป (กจ 2:21 เชิงอรรถ m)

e “การพิพากษา” ที่นี่หมายถึง การพิพากษาในความหมายของการตัดสินลงโทษ การพิพาษาเป็นสิทธิของพระเจ้าแต่พระองค์เดียว เพราะทรงเป็นผู้ประทานธรรมบัญญัติ (4:11-12; 5:9 เทียบ สดด 9:8) พระองค์จะประทานรางวัลแก่ผู้ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ (1:25; 2:8) ซึ่งรวมการปฏิบัติทุกอย่างที่ความเมตตากรุณาเรียกร้อง

f มุมมองที่แตกต่างกันของยากอบและเปาโล (รม 3:20-31; กท 2:16; 3:2, 5, 11ฯ; ฟป 3:9) นั้นไม่ขัดแย้งกัน เปาโลต้องการตอบโต้ความคิดเห็นที่ว่ามนุษย์คนหนึ่งเอาตัวรอดพ้นได้โดยไม่ต้องมีความเชื่อในพระคริสตเจ้า แต่โดยพึ่งความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นผลมาจากการกระทำของตน การพึ่งการกระทำของตนเช่นนี้ขัดแย้งกับธรรมชาติมนุษย์ที่ยังจมอยู่ในบาป ยังไม่ได้รับการไถ่กู้ (รม 1:18-3:20; กท 3:22) ความคิดเช่นนี้จะทำให้ความเชื่อในพระคริสตเจ้าไม่มีความจำเป็น (กท 2:17; ดู รม 1:16 เชิงอรรถ h) แต่เปาโลไม่ได้ปฏิเสธว่าผู้รับเลือกสรรของพระเจ้าซึ่งพระหรรษทานได้ทำให้เป็นคนศักดิ์สิทธิ์แล้ว จะต้องแสดงความเชื่อออกมาโดยปฏิบัติความรัก (กท 5:6; เทียบ 1 ธส 1:3; 2 ธส 1:11; ฟม 6) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัตินั่นเอง (รม 8:4) คือบทบัญญัติของพระคริสตเจ้าและของพระจิตเจ้า (รม 8:2; กท 6:2) ซึ่งเป็นบทบัญญัติแห่งความรัก (รม 13:8-10; กท 5:14) อย่างไรก็ตาม เพื่อสอนความจริงเดียวกันกับที่เปาโลสอน ยากอบซึ่งอยู่ในอีกบริบทหนึ่งและภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน จะต้องอธิบายกรณีของอับราฮัมแตกต่างออกไปจากวิธีที่เปาโลได้อธิบาย

g แปลตามตัวอักษรได้ว่า “มันก็ตายด้วยตัวเอง”

h คือ ผู้คัดค้านกลุ่มเดียวกันกับที่พูดถึงในข้อ 14 และ 16

i ปีศาจไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้าที่พวกมันรับรู้ (ดู มก 1:24, 34) แต่มันกลัวว่าจะต้องถูกลงโทษจากพระองค์ในอนาคต

j ธรรมประเพณีของชาวยิวคิดว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรม ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า (บสร 44:19-21 เชิงอรรถ k) เป็นมิตรของพระเจ้า (2 พศด 20:7; อสย 41:8) เป็นบิดาของผู้มีความเชื่อ (เทียบ มธ 3:8; ยน 8:39) เกี่ยวกับเรื่องนี้ยากอบมีความคิดเห็นตรงกันกับของเปาโล (รม 4:1, 16)

k ยากอบคิดเหมือนกับเปาโลว่า ความเชื่อของอับราฮัมเป็นกิจการ (ปฐก 15:6 อ้างอิงในข้อ 23; รม 4:3; กท 3:6) แต่ยากอบเน้นมากกว่าเปาโลว่าความเชื่อก่อให้เกิดกิจการ ความเชื่อจึงเป็นกฎที่สมบูรณ์ (1:25; 2:8)

l “ผู้ส่งข่าว” สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ผู้สอดแนม” เรื่องผู้สอดแนมสองคนที่โยชูวาได้ส่งไปสอดแนมเป็นเรื่องที่รู้จักกันดีในระหว่างชาวยิว (ดู ฮบ 11:31)

m ข้อ 17, 20, 24 ต่างเปรียบเทียบกับร่างกายที่ปราศจากลมปราณชีวิต

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก