"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

คำเตือนและบทเรียนจากอดีตของชาวอิสราเอลa

10 1พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านรู้ว่าบรรพบุรุษทุกคนของเราได้อยู่ใต้เมฆ และทุกคนข้ามทะเลไป 2ทุกคนรับการล้างในเมฆและในทะเลเข้าร่วมกับโมเสส 3ทุกคนกินอาหารฝ่ายจิตอย่างเดียวกัน 4ทุกคนดื่มเครื่องดื่มฝ่ายจิตอย่างเดียวกันb เพราะพวกเขาดื่มน้ำจากศิลาฝ่ายจิตซึ่งติดตามพวกเขาไปc ศิลานั้นคือพระคริสตเจ้า 5แม้กระนั้น พระเจ้าก็มิได้พอพระทัยคนส่วนใหญ่เหล่านั้น พวกเขาล้มตายเกลื่อนกลาดอยู่ในถิ่นทุรกันดาร 6เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างdสำหรับเรา มิให้เราปรารถนาสิ่งชั่วร้ายดังที่เขาปรารถนา 7ท่านทั้งหลายจงอย่านมัสการรูปเคารพดังที่บางคนในพวกนั้นได้ทำ ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “ประชาชนนั่งลงเพื่อกินและดื่ม หลังจากนั้นก็เริ่มเล่นสนุกสนาน8เราจงอย่าปล่อยตัวเสเพลในกามกิจดังที่พวกเขาบางคนทำ และล้มตายภายในวันเดียวเป็นจำนวนสองหมื่นสามพันคน 9เราจงอย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้าeดังที่พวกเขาบางคนทำ แล้วถูกงูกัดตาย 10ท่านทั้งหลายจงอย่าบ่นเหมือนที่เขาบางคนบ่นแล้วพินาศไปโดยน้ำมือขององค์ผู้ทำลาย 11เหตุการณ์เหล่านี้บังเกิดขึ้นกับพวกเขาเพื่อเป็นตัวอย่าง และมีบันทึกไว้เพื่อเตือนสติเราซึ่งกำลังเผชิญกับวาระสุดท้ายของยุค 12ดังนั้น ผู้ที่คิดว่าตนยืนหยัดมั่นคงอยู่ พึงระวังอย่าให้ล้ม 13ท่านทั้งหลายไม่เคยเผชิญกับการผจญใดๆ ที่เกินกำลังมนุษย์ พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ พระองค์จะไม่ทรงอนุญาตให้ท่านถูกผจญfเกินกำลังของท่าน แต่เมื่อถูกผจญ พระองค์จะประทานความสามารถให้ท่านยืนหยัดมั่นคงและหาทางออกได้

การเลี้ยงทางศาสนา

14พี่น้องที่รักยิ่ง ท่านจงหลีกเลี่ยงการกราบไหว้รูปเคารพ 15ข้าพเจ้าพูดกับท่านเหมือนพูดกับผู้มีปัญญา ท่านจงพิจารณาตัดสินสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังจะพูดนี้เถิด 16ถ้วยถวายพระพรgซึ่งเราใช้ขอบพระคุณพระเจ้านั้น มิได้ทำให้เรามีส่วนร่วมในพระโลหิตของพระคริสตเจ้าหรือ และปังที่เราบินั้น มิได้ทำให้เรามีส่วนร่วมในพระกายของพระคริสตเจ้าหรือ 17มีปังก้อนเดียว แม้ว่าจะมีหลายคน เราก็เป็นกายเดียวกัน เพราะเราทุกคนมีส่วนร่วมกินปังก้อนเดียวกันh 18จงพิจารณาชาวอิสราเอลในอดีตi ผู้ที่กินเนื้อสัตว์จากของถวายก็มีส่วนร่วมในพระแท่นบูชามิใช่หรือ 19ข้าพเจ้าหมายความว่าอย่างไร หมายความว่า เนื้อสัตว์ที่ถวายแด่รูปเคารพนั้นมีความสำคัญอะไรหรือ รูปเคารพนั้นมีความสำคัญอะไรหรือ 20เปล่าเลย ข้าพเจ้าหมายความว่าสิ่งที่เขาถวายนั้น เขาถวายแก่ปีศาจ มิใช่ถวายแด่พระเจ้า ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาให้ท่านร่วมกับพวกปีศาจ 21ท่านจะดื่มทั้งจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้า และจากถ้วยของปีศาจไม่ได้ จะร่วมโต๊ะทั้งกับองค์พระผู้เป็นเจ้า และร่วมโต๊ะกับพวกปีศาจjไม่ได้ 22เราจะยั่วยุองค์พระผู้เป็นเจ้าให้ขุ่นเคืองพระทัยกระนั้นหรือk เรามีกำลังมากกว่าพระองค์หรือ

แนวปฏิบัติในเรื่องเนื้อสัตว์ที่ถวายแด่รูปเคารพ

23ท่านมักพูดว่า “ข้าพเจ้าทำอะไรได้ทุกอย่าง” แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า “ทุกสิ่งมิใช่มีประโยชน์เสมอไป” ข้าพเจ้าทำได้ทุกอย่างก็จริง แต่ทุกอย่างมิใช่ว่าจะเสริมสร้าง 24จงอย่าให้ใครเสาะหาผลประโยชน์ส่วนตน แต่จงเสาะหาผลประโยชน์เพื่อผู้อื่น 25เนื้อสัตว์ทั้งหลายที่มีขายในตลาดนั้น ท่านจงกินโดยไม่ต้องกังวลจนเกิดปัญหาด้านมโนธรรม 26เพราะแผ่นดินและทุกสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า 27ถ้าคนต่างศาสนาเชิญท่านไปกินอาหารและท่านต้องการไป จงกินอาหารทุกอย่างที่เขานำมาให้โดยไม่ต้องกังวลในมโนธรรม 28แต่ถ้าใครบอกท่านว่า เนื้อสัตว์นี้ได้ถวายแด่รูปเคารพแล้ว จงอย่ากิน เพื่อเห็นแก่ผู้ที่ได้ตักเตือนและเพื่อเห็นแก่มโนธรรม 29ข้าพเจ้ามิได้หมายถึงมโนธรรมของท่าน แต่หมายถึงมโนธรรมของผู้ที่ตักเตือน บางคนอาจแย้งว่า ทำไมมโนธรรมของเขาจึงจำกัดอิสรภาพของข้าพเจ้าl 30ถ้าข้าพเจ้ากินอาหารโดยขอบพระคุณพระเจ้า ทำไมข้าพเจ้าต้องถูกตำหนิเพราะอาหารที่ข้าพเจ้าขอบพระคุณนั้น 31เมื่อท่านจะกินจะดื่มหรือจะทำอะไรก็ตาม จงทำเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเถิด 32อย่าทำสิ่งใดให้เป็นที่ขุ่นเคืองใจแก่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นชาวยิวหรือชาวกรีก หรือชุมชนของพระเจ้า 33ข้าพเจ้าพยายามทำทุกสิ่งเพื่อเป็นที่พอใจของทุกคน มิได้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แต่เห็นแก่ประโยชน์ของทุกคน เพื่อเขาจะได้รับความรอดพ้น

 

10 a ข้อ 1-13 อธิบายเรื่อง “การถูกตัดสิทธิ์เพราะผิดกติกา” ที่กล่าวไว้ในประโยคก่อน ตัวอย่างจากอดีตของชาวอิสราเอลแสดงให้เห็นอันตรายที่จะถูกทอดทิ้ง เหตุผลก็คือ ความหยิ่งยโสและการชะล่าใจ ดังนั้น “คนที่เข้มแข็ง” พึงระวังอย่าให้ตกในบาปทั้งสองนี้

b เปาโลพูดถึงเมฆและการข้ามทะเลกก (หรือทะเลแดง) ซึ่งเป็นรูปแบบของศีลล้างบาป มานนาและน้ำจากศิลาเป็นรูปแบบของศีลมหาสนิท เปาโลใช้เรื่องเหล่านี้เตือนใจชาวโครินธ์ให้มีความรอบคอบและถ่อมตน ชาวอิสราเอลในถิ่นทุรกันดารมีสิทธิพิเศษคล้ายกับคริสตชนชาวโครินธ์ ถึงกระนั้น พวกนั้นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า (ข้อ 5)

c ตามธรรมประเพณีของชาวอิสราเอล ศิลาที่กล่าวถึงใน อพย 17:6 และ กดว 20:8 ได้ติดตามประชาชนขณะเดินทางในถิ่นทุรกันดาร สำหรับเปาโลศิลานี้เป็นสัญลักษณ์ของพระคริสตเจ้าผู้ทรงมีความเป็นอยู่ตั้งแต่นิรันดรและทรงทำงานอยู่ในอดีตของอิสราเอล

d พระเจ้ามีพระประสงค์ให้เหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตของชาวอิสราเอลเป็นรูปแบบของพระพรฝ่ายจิตในยุคพระเมสสิยาห์ (ซึ่งเรียกว่า “ความเป็นจริง” 1 ปต 3:21 แต่ ดู ฮบ 9:24) ความหมายตาม “รูปแบบ” (หรือจะเรียกอย่างไม่ถูกต้องนักว่าความหมายเชิงอุปมานิทัศน์ในรายละเอียด กท 4:24) ในเรื่องเล่าจากพันธสัญญาเดิม แม้ว่าผู้เขียนจะมิได้ตั้งใจโดยตรง แต่ก็ยังเป็นความหมายที่ถูกต้อง และจำเป็นเพื่อจะเข้าใจความหมายที่พระเจ้าผู้นิพนธ์พระคัมภีร์ทั้งหมดทรงต้องการสื่อให้เรารู้ ความหมายตามรูปแบบของเหตุการณ์ในพันธสัญญาเดิมนี้ ผู้นิพนธ์พันธสัญญาใหม่มักจะเป็นผู้ชี้แจงให้เห็นประหนึ่งว่าจุดประสงค์แต่ประการเดียวของประวัติศาสตร์อิสราเอลที่บันทึกไว้ ก็คือการจัดเตรียมรูปแบบเพื่อสอนคริสตชน เปาโลชี้ให้เห็นความหมายตามรูปแบบนี้ในข้อ 11 และ 9:9; รม 4:23ฯ; 5:14; 15:4; เทียบ 2 ทธ 3:16 หนังสือบางเล่มเช่น ยน และ ฮบ มักจะอธิบายพันธสัญญาเดิมโดยใช้วิธีอธิบายตามรูปแบบนี้

e บางฉบับว่า “พระคริสตเจ้า”

f ในพันธสัญญาใหม่ การถูกผจญมีจุดประสงค์เพื่อจะพบความเป็นจริงซึ่งอยู่เบื้องหลังภาพปรากฏ พระเจ้าทรงรู้ทุกอย่างภายในใจแล้ว พระองค์ยัง “ทรงทดลอง” บางคน (2 พศด 32:31; ยรม 11:20) เพื่อให้โอกาสแก่เขาที่จะแสดงท่าทีภายในออกมา (ปฐก 22:1 เชิงอรรถ a; อพย 16:4; ฉธบ 8:12,16; 13:4; ยดธ 8:25-27) มีบ่อยครั้งที่การทดลองนี้เริ่มต้นจากสภาพแวดล้อมภายนอก หรือจากปีศาจ หรือ “ผู้ล่อลวง” (7:5; โยบ 1:8-12; มธ 4:1 //; 1 ธส 3:5; วว 2:10) หรือจากความโลภ (1 ทธ 6:9; ยก 1:13-14) ปีศาจและความโลภทำให้การทดลองมีความหมายในทำนองของการล่อลวงหรือการชักชวนให้ทำชั่ว แต่คริสตชนเอาชนะได้ด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้า (บสร 44:20; มธ 6:13ฯ; 26:41ฯ; ลก 8:13; 1 ปต 1:6-7) พระเยซูเจ้าทรงยอมถูกผจญเพื่อเน้นถึงการยอมเชื่อฟังพระประสงค์ของพระบิดา (มธ 4:1 //; 26:39-41 //; ฮบ 2:18; 4:15) แต่มนุษย์ที่ “ทดลอง” พระเจ้าก็นับได้ว่าสบประมาทพระองค์ (อพย 17:2,7; กจ 15:10 เชิงอรรถ k)

g หมายถึง ถ้วยเหล้าองุ่นซึ่งเราขอบพระคุณพระเจ้า เหมือนกับที่พระคริสตเจ้าได้ทรงกระทำในการเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้าย

h การร่วมรับพระกายของพระคริสตเจ้าทำให้คริสตชนร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าและเป็นหนึ่งเดียวซึ่งกันและกัน ศีลมหาสนิททำให้เอกภาพของพระศาสนจักรในพระคริสตเจ้าเป็นจริงขึ้นมา (ดู 12:12 เชิงอรรถ j)

i อิสราเอลในอดีต (เทียบ รม 7:5) ซึ่งเปาโลนำมาเปรียบเทียบกับชาวอิสราเอล “ของพระเจ้า” (กท 6:16) หรือกับชาวอิสราเอลที่แท้จริงซึ่งหมายถึงคริสตชน

j ในข้อ 16-18 การร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าในศีลมหาสนิท เปรียบได้กับการกินเลี้ยงเมื่อถวายบูชาในพันธสัญญาเดิม ซึ่งผู้ร่วมโต๊ะนับว่ามีส่วนร่วมกับการถวายบูชาบนพระแท่น ในที่นี้เปาโลเปรียบเทียบการร่วมโต๊ะรับศีลมหาสนิทกับการร่วมโต๊ะกินเลี้ยงเมื่อคนต่างศาสนาถวายบูชา เพราะฉะนั้นสำหรับเปาโลศีลมหาสนิทจึงเป็นการเลี้ยงในการถวายบูชาด้วยอย่างชัดเจน

k “ความหวงแหนของพระเจ้า” “ขุ่นเคืองพระทัย” ตามตัวอักษร (อพย 20:5; ฉธบ 4:24) ซึ่งพันธสัญญาเดิมเปรียบเทียบกับความหึงหวงของสามีที่มีต่อภรรยาของตน (ฮชย 2:21ฯ, 21 เชิงอรรถ u, เชิงอรรถ v) มีกล่าวถึงหลายครั้งในพันธสัญญาใหม่ ในที่นี้ คำว่า “หวงแหน” รวมความหมายสามประการคือ (1) ต้องนมัสการพระเจ้าเที่ยงแท้โดยตัด “ความสัมพันธ์” ทั้งสิ้นกับการกราบไหว้รูปเคารพ (2) ต้องมีความจงรักภักดีต่อพระเจ้า แม้จะต้องสละทุกสิ่งทุกอย่าง (2 คร 11:2) และ (3) ต้องมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติและประกาศความเชื่อ (กจ 22:3; รม 10:2; กท 1:13-14; ฟป 3:6)

l “โดยไม่ต้องกังวลในมโนธรรม” ในข้อ 25, 26 แปลตามตัวอักษรได้ว่า “โดยไม่สอบสวนเพราะเห็นแก่มโนธรรม” เปาโลสอนว่าเราไม่ควรละเมิดมโนธรรมของผู้อื่น แม้เมื่อมโนธรรมของเขาหลงผิดไปก็ตาม แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็ไม่ต้องยอมรับความคิดที่หลงผิดของเขา

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก