"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
““เอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดเถิด” ”

35. พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนใบ้หูหนวก (มก 7:31-37)
7 31พระองค์เสด็จออกจากเขตเมืองไทระผ่านเมืองไซดอน ไปยังทะเลสาบกาลิลีกลางดินแดนทศบุรี 32มีผู้นำคนใบ้หูหนวกคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ ทูลขอร้องให้พระองค์ทรงปกพระหัตถ์ 33พระองค์ทรงแยกคนใบ้หูหนวกคนนั้นไปจากกลุ่มชน ทรงใช้นิ้วพระหัตถ์ยอนหูของเขา ทรงใช้พระเขฬะแตะลิ้นของเขา 34ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นเบื้องบน ถอนพระทัย แล้วตรัสว่า “เอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดเถิด” 35ทันใดนั้นหูของเขากลับได้ยิน สิ่งที่ขัดลิ้นอยู่ก็หลุด เขาพูดได้ชัดเจน

36พระเยซูเจ้าทรงห้ามประชาชนเหล่านั้นมิให้พูดเรื่องนี้กับผู้ใด แต่ยิ่งห้าม ก็ยิ่งเล่าลือกันมากขึ้น 37ต่างก็ประหลาดใจมาก กล่าวว่า “คนคนนี้ทำสิ่งใดดีทั้งนั้น เขาทำให้คนหูหนวกกลับได้ยิน และคนใบ้กลับพูดได้”

a)    อธิบายความหมาย
การที่พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนใบ้หูหนวกให้หายจากโรค เป็นเหตุการณ์เรื่องหนึ่งในจำนวน 3 เรื่อง ที่นักบุญมาระโกเท่านั้นได้บันทึกไว้ในพระวรสาร และได้เขียนไว้โดยบรรยายรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย อัศจรรย์นี้ต่อเนื่องจากเรื่องการรักษาบุตรหญิงของหญิงชาวซีโรฟีนีเซียในเขตเมืองไทระ

- พระองค์เสด็จออกจากเขตเมืองไทระผ่านเมืองไซดอน ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์ทุกคนยอมรับว่า รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางของพระเยซูเจ้าพร้อมกับบรรดาอัครสาวกไม่มีความชัดเจนเลย เพราะถ้าพระเยซูเจ้าประทับอยู่ที่เขตเมืองไทระ และทรงพระประสงค์ที่จะเสด็จไปยังดินแดนทศบุรี ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองไทระ เหตุใดพระองค์จึงเสด็จผ่านเมืองไซดอนซึ่งอยู่ทางทิศเหนือห่างจากเมืองไทระ 30 กิโลเมตร เหมือนกับว่าผู้ที่อยู่กรุงเทพฯ ต้องการเดินทางไปจันทบุรี เขาจะผ่านไปทางอยุธยาก่อนแล้วจึงวกกลับทางทิศตะวันออกระยะหนึ่ง แล้วจึงเลี้ยวลงมาทางทิศใต้เพื่อมุ่งไปจันทบุรี บางทีนักบุญมาระโกใช้ประโยคสั้น ๆ นี้เพื่อสรุปการเดินทางของพระเยซูเจ้าผู้เสด็จไปในสถานที่ต่าง ๆ โดยใช้เวลาหลายเดือน

- ไปยังทะเลสาบกาลิลีกลางดินแดนทศบุรี จากเมืองไซดอนฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พระเยซูเจ้าอาจเสด็จทางทิศตะวันออกผ่านแคว้นซีเรียจนถึงตอนเหนือของทะเลสาบกาลิลี แล้วเลี้ยวลงทางทิศใต้ด้านตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนและทะเลสาบกาลิลีจนถึงดินแดนทศบุรี  ในที่นี่ พระเยซูเจ้าทรงเคยรักษาชาวเกราซาที่ถูกปีศาจสิง และทรงส่งเขาให้ไปประกาศพระราชกิจของพระเจ้าแก่ญาติพี่น้อง (เทียบ 5:1-20) ดูเหมือนว่าการประกาศของเขาเกิดผล เพราะผู้คนในแคว้นนั้นเริ่มรู้จักกิตติศัพท์ของพระเยซูเจ้ามากขึ้น

- มีผู้นำคนใบ้หูหนวกคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ ทั้งคนใบ้หูหนวกและผู้นำเขามาเฝ้าพระเยซูเจ้าคงจะเป็นคนต่างศาสนาเพราะดินแดนทศบุรีอยู่นอกเขตของชาวยิว คำว่า "คนใบ้หูหนวก"   ถ้าแปลตามต้นฉบับภาษากรีกว่า "หูหนวกและมีอาการพูดด้วยความยากลำบากหรือพูดติดอ่าง" แต่มักจะแปลว่าคนใบ้หูหนวก โดยแท้จริงแล้ว คนใบ้พูดออกเสียงได้ แต่คำพูดของเขาไม่ชัดเจนเพราะไม่เคยได้ยินเสียงมนุษย์

- ทูลขอร้องให้พระองค์ทรงปกพระหัตถ์ คนโบราณคิดว่าผู้วิเศษจะรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ก็จำเป็นต้องสัมผัสผู้ป่วย เช่น วางมือเหนือศีรษะของเขา (เทียบ 5:23; 6:5; 8:23)  

- พระองค์ทรงแยกคนใบ้หูหนวกคนนั้นไปจากกลุ่มชน การกระทำของพระเยซูเจ้าต่างจากพฤติกรรมของผู้วิเศษหรือผู้รักษาโรค พระองค์ไม่ทรงประสงค์ชื่อเสียง ไม่ทรงรักษาผู้ป่วยให้หายเพื่อจะได้รับการยกย่องชมเชย จึงทรงแยกคนใบ้ออกจากกลุ่มชนดังที่ทรงเคยกระทำมาแล้ว 3 ครั้ง (เทียบ 4:34; 6:31; 6:32) ในกรณีนี้ พระองค์ทรงแยกบรรดาศิษย์ออกจากประชาชน เราจึงสันนิษฐานว่า ทั้งผู้ป่วยและบรรดาอัครสาวกเป็นพยานสังเกตการกระทำของพระเยซูเจ้าด้วย

- ทรงใช้นิ้วพระหัตถ์ยอนหูของเขา พระเยซูเจ้าไม่ทรงทำอัศจรรย์รักษาผู้ป่วยเหมือนครั้งก่อน ๆ  (7:30)  เมื่อบุตรหญิงของหญิงชาวซีโรฟีนีเซียนอนป่วยอยู่ที่บ้านและไม่ได้มาพบพระองค์ แต่ในครั้งนี้พระเยซูเจ้าพอพระทัยใช้อากัปกริยาแปลก ๆ ที่ให้คนใบ้เข้าใจได้ เพื่อเตรียมจิตใจของเขาให้รับรู้ว่าพระองค์จะทรงช่วยเหลือเขา พระองค์ทรงทราบว่าคนใบ้หูหนวกมักจะคิดว่าตนมีปมด้อย และมีความวิตกกังวลในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น พระเยซูเจ้าจึงทรงแสดงความอ่อนโยนต่อเขา

- ทรงใช้พระเขฬะแตะลิ้นของเขา คนโบราณคิดว่า น้ำลายมีฤทธิ์เป็นยารักษาโรคได้ อย่างไรก็ตาม พระเยซูเจ้าทรงทำเช่นนี้เพื่อให้คนใบ้หูหนวกเข้าใจว่าทรงพร้อมที่จะรักษาเขา ไม่ใช้ด้วยฤทธิ์อำนาจของนำลาย แต่ด้วยพระวาจาที่จะตรัสซึ่งก่อให้เกิดอัศจรรย์

- ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นเบื้องบน การเงยพระพักตร์ขึ้นเป็นท่าทีของพระองค์ในการอธิษฐานภาวนาต่อพระบิดา (เทียบ 6:41; ยน 11:41; 17:1) ดังนั้น ก่อนจะทรงทำอัศจรรย์ พระเยซูเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาวอนขอการรับรองจากพระบิดา เพราะทรงทราบว่าพระอานุภาพทุกอย่างมาจากพระเจ้า และพระองค์ทรงเป็นเครื่องมือตามพระประสงค์ของพระบิดา

- ถอนพระทัย การถอนหายใจเป็นอาการแสดงความรู้สึกสงสารและตื้นตันใจ ในที่นี้ เป็นความรู้สึกที่พระเยซูเจ้าทรงมีต่อผู้ยากไร้

- แล้วตรัสว่า “เอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดเถิด” “เอฟฟาธา” เป็นคำภาษาอาราเมอิกซึ่งนักบุญมาระโกเอาใจใส่แปลทันทีเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างถูกต้องว่า คำนี้ไม่ใช่คาถาของผู้วิเศษที่ร่ายในภาษาแปลก ๆ ซึ่งไม่มีผู้ใดเข้าใจ แต่เป็นคำธรรมดา ๆ ในภาษาถิ่นของพระองค์ เพราะพระเยซูเจ้าไม่ทรงเป็นผู้วิเศษที่ใช้เวทย์มนต์คาถา แต่ทรงเป็นผู้นำความรอดพ้น คำสั่งที่ว่า “จงเปิดเถิด” พระองค์ไม่ได้ตรัสกับอวัยวะส่วนหูหรือลิ้นที่ไม่ปกติของคนใบ้หูหนวก แต่ตรัสกับผู้ป่วย เหมือนกับว่าพระองค์ตรัสกับเขาว่า "จงหายจากโรคเถิด" แน่นอน เมื่อผู้ป่วยหายดีแล้ว อวัยวะส่วนที่บกพร่องก็กลับทำงานเป็นปกติด้วย 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก