"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2017
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
มก 9:2-13
ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงตามลำพัง แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา 3ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเช่นนั้นได้ 4แล้วประกาศกเอลียาห์กับโมเสสแสดงตนสนทนาอยู่กับพระเยซูเจ้า

5เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริง ๆ เราจงสร้างเพิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับประกาศกเอลียาห์” 6เขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรเพราะศิษย์ทั้งสามคนต่างตกใจกลัว 7ครั้นแล้วเมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากเมฆก้อนนั้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” 8ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบ ๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น
9ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย 10ศิษย์ทั้งสามคนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใครแต่ยังปรึกษากันว่า “จนกว่าจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย” นี้ หมายความว่าอย่างไร 11เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “เหตุใดบรรดาธรรมาจารย์กล่าวว่า ประกาศกเอลียาห์จะต้องมาก่อน” 12พระองค์ตรัสตอบว่า “ใช่แล้ว เอลียาห์มาก่อนเพื่อจัดทุกสิ่งให้เข้าสภาพเดิม พระคัมภีร์เขียนไว้อย่างไรเกี่ยวกับบุตรแห่งมนุษย์ พระคัมภีร์เขียนว่าบุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทุกข์ทรมานอย่างมาก และถูกเหยียดหยาม 13ดังนั้นเราบอกท่านว่า “ประกาศกเอลียาห์ได้มาแล้ว และประชาชนทั้งหลายได้กระทำกับเขาตามความพอใจ ดังที่มีเขียนถึงเขาไว้ในพระคัมภีร์”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• วันนี้เรามาศึกษาไตร่ตรองเรื่องราวการสำแดงพระวรกายอย่างรุ่งโรจน์ บนภูเขาทาบอร์ และเรื่องราวขณะเดินกลับลงมาจากภูเขา เรื่องราวต่อเนื่องมากๆ ในพระวรสารนักบุญมาระโก...

• เรื่องนี้ต้องอ่านเปรียบเทียบกับหนังสืออพยพ บทที่ 24

1พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า 'ท่านจงขึ้นไปเฝ้าพระยาห์เวห์บนภูเขาพร้อมกับอาโรน นาดับ อาบีฮู และผู้อาวุโสชาวอิสราเอลอีกเจ็ดสิบคน ท่านทั้งหลายจะต้องกราบนมัสการเราอยู่ห่าง ๆ 2โมเสสเท่านั้นจะเข้าใกล้พระยาห์เวห์ได้ ส่วนคนอื่นจะเข้าใกล้ไม่ได้ และประชากรจะไม่ขึ้นไปพร้อมกับเขา'
9แล้วโมเสส อาโรน นาดับ อาบีฮู และผู้อาวุโสชาวอิสราเอลเจ็บสิบคนขึ้นไปบนภูเขา 10และเห็นพระเจ้าของอิสราเอล ใต้พระบาทของพระองค์เป็นพื้นสุกใสเหมือนนิลสีครามบริสุทธิ์ดังท้องฟ้า...
12พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า 'ท่านจงขึ้นมาหาเราบนภูเขานี้ และจงอยู่ที่นี่เถิด ...13โมเสสพร้อมกับโยชูวา ผู้ช่วยจึงเตรียมตัวขึ้นไป บนภูเขาของพระเจ้า 14เขาสั่งบรรดาผู้อาวุโสว่า 'ท่านทั้งหลายจงคอยอยู่ที่นี่จนกว่าเราจะกลับมาหาท่าน อาโรนและเฮอร์จะอยู่ที่นี่กับท่านทั้งหลาย ใครมีข้อพิพาท ก็จงมาหาเขาทั้งสองเถิด' 15โมเสสขึ้นไปบนภูเขา แล้วเมฆปกคลุมภูเขาไว้ 16พระสิริรุ่งโรจน์ของพระยาห์เวห์ ลงมาอยู่บนภูเขาซีนาย เมฆปกคลุมภูเขานั้นไว้เป็นเวลาหกวัน ในวันที่เจ็ด พระยาห์เวห์ทรงเรียกโมเสสจากกลางเมฆนั้น 17ชาวอิสราเอลเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระยาห์เวห์เป็นเหมือนไฟลุกลามอยู่บนยอดเขา 18โมเสสเข้าไปในกลุ่มเมฆแล้วขึ้นไปบนภูเขา โมเสสอยู่บนภูเขาเป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืน

ประเด็นสำคัญ:

• เนื้อหาสาระของเรื่องนี้มีความใกล้ชิดอย่างมากกับ อพยพ 24

• การขึ้นไปบนภูเขา เพื่อประจักษ์พระวรกายอย่างรุ่งโรจน์นี้ มีเฉพาะเปโตร ยากอบ และยอห์น ติดตามพระองค์ขึ้นไป คนอื่นๆ อยู่ที่ที่ราบเชิงเขา
o ทำไมมีเพียงสามคนที่ถูกเรียกเป็นพิเศษเพื่อการนี้ สังเกตว่า ทั้งสามคนนี้อยู่ในเหตุการณ์สำคัญของพระเยซูเจ้าเสมอ (มก 5:37; 14:33) เทียบ มก 3:16 สามคนนี้อยู่ในลำดับแรกของรายชื่ออัครสาวกของพระเยซูเจ้า
o จำนวนสามเป็นจำนวนที่เกี่ยวกับพยานสำคัญ ซึ่งต้องมีสองคนขึ้นไป เทียบ อพย 24:9 “แล้วโมเสส อาโรน นาดับ อาบีฮู และผู้อาวุโสชาวอิสราเอลเจ็บสิบคนขึ้นไปบนภูเขา”

• บนภูเขาสูง ตามลำพัง ความหมาย...
o ภูเขาสูง ที่ประทับของพระเจ้า เป็นที่มนุษย์ขึ้นไปพบกับพระเจ้า
o พระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยน ลักษณะของคำกริยานี้เป็นแบบ Passive ซึ่งเน้นว่าการสำแดงพระวรกายนี้เป็นการกระทำของพระเจ้า “Divine Passive”
o ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเช่นนั้นได้ และนี่คือผลของการกระทำของพระเจ้าซึ่งเกินกว่าความสามารถของมนุษย์ ในมัทธิวและลูกาเน้นที่พระพักตร์ของพระองค์ขาว

• เอลียาห์กับโมเสส ประจักษ์มาสนทนากับพระองค์... ความหมาย
o สองสถาบันของชาวยิวที่ประคับประคองชีวิตให้ปฏิบัติตนซื่อสัตย์ต่อยาห์เวห์ โมเสสคือผู้มอบกฎหมาย และเอลียาห์คือผู้ตำหนิติเตียน ความนอกใจของประชากร (เทียบ มลค 3:22-23 HB) แต่ข้อสังเกตคือ ทั้งสองคนนี้กลับปรากฎตัวมาสนทนากับพระเยซูเจ้า พิจารณาดีๆ ใครยิ่งใหญ่กว่ากัน
o พระเยซูคือพระบุตรของพระเจ้า โมเสสกับเอลียาห์เป็นเพียงผู้รับใช้ของพระเจ้า

• เมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากก้อนเมฆ ความหมาย
o นี่หมายถึงการประทับอยู่อย่างซ่อนเร้นของพระเจ้า มีเสียง แต่เมฆปกคลุมทำให้ไม่เห็นสิ่งใดมากกว่านั้น

• เสียงจากเมฆ คำสั่ง... “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด”
o นี่คือคำประกาศที่สำคัญที่สุด
o โมเสสเป็นผู้นำด้านกฏหมาย
o เอลียาห์เป็นยอดประกาศกที่ซื่อสัตย์ต่อยาห์เวห์
o ประชาชนในพันธสัญญาเดิมเคยติดตามท่านทั้งสอง
o แต่ที่นี่คือ “บุตรสุดที่รัก” และคำสั่งที่ตามมาก็คือ “จงเชื่อฟังท่านเถิด” (Shema “จงฟัง” คำสั่งที่เคยให้ฟังโมเสส เปลี่ยนไป จากกฎของยาห์เวห์ที่ประทานทางโมเสส แต่บัดนี้ฟัง ซึ่งหมายถึงเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระบุตร)

• “ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบ ๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น” ความหมาย
o เป็นการยืนยันว่า ต่อไปนี้ ไม่ใช่โมเสส ไม่ใช่เอลียาห์
o แต่ พระเยซูคริสตเจ้าเท่านั้น ที่บรรดาศิษย์ต้องเชื่อฟัง และติดตามพระองค์

• ขณะลงจากภูเขา...
o พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย
o สังเกตว่า เรื่องราวเกี่ยวกับพระธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้านั้น ยังไม่ถึงเวลาต้องเล่าให้ใครฟัง หรือเป็นไปได้ไหมที่ทรงสั่งห้ามบอกแก่ผู้ใด...เพราะพระองค์บอกให้รอจนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย
o นั่นหมายความว่า พระธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้าทั้งครบนั้นย่อมต้องประกอบด้วยรหัสธรรมปัสกาทั้งครบ คือ พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพ
o สิ่งที่สำคัญคือ พระองค์เป็นพระคริสต์จริงตามที่เปโตรประกาศไว้ และยืนยันโดยการสำแดงพระวรกายอย่างรุ่งโรจน์ แต่ทว่า... พระองค์เป็นพระคริสต์ที่ต้องรับทนทรมานด้วย

• ศิษย์ทั้งสามคนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใครแต่ยังปรึกษากันว่า “จนกว่าจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย” นี้ หมายความว่าอย่างไร
o นี่คือคำตอบที่ว่า บรรดาศิษย์นั้นยังขาดความเข้าใจ เขายังคงปรึกษาหารือกัน เพราะพวกเขายังไม่ได้เข้าใจพระคริสต์ในส่วนที่ต้องรับทรมาน และสิ้นพระชนม์นั้นเอง
o อาจกล่าวได้ว่า พวกเขาเข้าใจพระคริสต์ในฐานะที่รุ่งโรจน์ และเป็นพระแมสซียาห์ ตามที่เขาคิดว่าจะมาเพื่อปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ในเยรูซาเล็ม
o เราต้องไม่ลืมว่า พระเยซูเจ้ากำลังจะไปกรุงเยรูซาแล็ม และผู้ติดตามพระองค์ส่วนใหญ่คิด และแน่ใจว่า พระองค์จะเสด็จไปเพื่อปลดอำนาจโรมลงจากอิสราแอล

• ศิษย์ถามพระองค์ขณะลงจากภูเขา... “ทำไมเอลียาห์ต้องมาก่อน” (เพราะเขาเพิ่งเห็นเอลียาห์กับโมเสส)
o ต่อคำถามนี้ ทำให้แน่ใจว่า พวกศิษย์เข้าใจว่าพระเยซูเจ้ากำลังจะไปปราบดาภิเษกจริง เพราะตามพระคัมภีร์กล่าวว่า เมื่อพระแมสซียาห์จะมา เอลียาห์ต้องมาก่อน เพื่อนำหน้าพระองค์
o ตามหนังสือประกาศกมาลาคีที่บอกว่า ในวันของพระยาห์เวห์จะมาถึง เอลียาห์จะต้องนำหน้า มาก่อน... “ดูซิ เราจะส่งประกาศกเอลียาห์มาหาท่าน ก่อนที่วันยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวของพระยาห์เวห์จะมาถึง เขาจะทำให้ใจของพ่อกลับมาหาลูก และใจของลูกกลับไปหาพ่อ เพื่อเราจะไม่ต้องมาทำลายล้างแผ่นดิน” (มลค 3:23-24)
o ดังนั้น ศิษย์ทั้งสามคนถามพระองค์ถึงเอลียาห์ เพราะเขารู้จักหนังสือประกาศกมาลาคี และรู้ว่า เอลียาห์จะมาก่อนวันของพระยาห์เวห์ และที่สำคัญเขาเพิ่งเห็นเอลียาห์มาสนทนกับพระเยซู..
o เขาถามพระองค์ “ทำไมเอลียาห์ต้องมาก่อน” อาจเพียงเพื่อต้องการให้พระเยซูเจ้าตอบยืนยันว่าพระองค์เป็นพระคริสต์แบบที่พวกเขาคิดจริงๆ เพราะถ้าเอลียาห์มา ตามที่ประกาศกมาลาคีบอก... พระแมสซียาห์หรือพระคริสตเจ้าก็กำลังมา พวกเขาต้องการให้พระองค์ยืนยันให้พวกเขามั่นใจว่าพระองค์ คือ พระคริสต์ที่จะมาเป็นกษัตริย์ปลดปล่อยประชากรจากชาวโรม และพวกเขาหวังจะได้เป็นใหญ่กับพระองค์ โดยไม่ได้คิดหรือยอมรับได้ว่า พระองค์จะรับทรมานและสิ้นพระชนม์

• พระเยซูเจ้าตรัส “ใช่แล้ว เอลียาห์มาก่อนเพื่อจัดทุกสิ่งให้เข้าสภาพเดิม พระคัมภีร์เขียนไว้อย่างไรเกี่ยวกับบุตรแห่งมนุษย์ พระคัมภีร์เขียนว่าบุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทุกข์ทรมานอย่างมาก และถูกเหยียดหยาม”
o นี่คือคำตอบของพระเยซูเจ้าที่ตอกย้ำให้รู้ว่า พระคัมภีร์ที่เขียนไว้เกี่ยวกับเอลียาห์ต้องเป็นความจริง และที่เขียนไว้เกี่ยวกับพระเยซูที่จะต้องรับทรมานก็ต้องเป็นความจริงๆ
o พระองค์พยายามพาบรรดาศิษย์ให้เข้าใจ เข้าใจถ่องแท้ว่าพระองค์ที่ทรงเป็นพระคริสตเจ้าผู้ที่ต้องรับทรมานและสิ้นพระชนม์ ถ้าพวกเขาอยากติดตามพระองค์ต้องติดตามพระองค์พร้อมกับไม้กางเขนและพระทรมาน...
o พระองค์พยายามที่จะให้พวกเขาเข้าใจและให้ยอมรับพระคริสต์ทั้งครบอย่างแท้จริง

การไตร่ตรอง: ชีวิตของเราเชื่อฟังใคร

เราพบความจริงจากพระวรสารนักบุญมาระโกว่า พระเยซูเจ้าคือพระบุตรของพระเจ้า และเราถูกเรียกร้องให้ฟัง “เชื่อฟัง” พระองค์ (อยู่กับพระองค์)
• ชีวิตของเราทุกวันนี้ เราเชื่อฟังใคร??
• เราเชื่อฟังพระเยซูเจ้าจริงหรือ??
• เราอยู่กับพระองค์จริงๆ หรือเราอยู่ในที่ที่เรียกว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริง ๆ”??
• ศูนย์กลางชีวิตของเราแต่ละคนอยู่ที่พระเยซูเจ้าหรือไม่ อย่างไร??

• พระเยซูเจ้าทรงทำให้บรรดาศิษย์เห็นความรุ่งโรจน์ของพระองค์ก็จริง แต่ขณะนั้นเองพระองค์ทรงสอนเขา และพยายามเปลี่ยนความเข้าใจของเขาให้รับรู้ และยอมรับความจริงของพระคริสตเจ้า คือความบริบูรณ์ในองค์พระคริสตเจ้านั่นเอง แต่ดูเหมือนบรรดาศิษย์จะพยายามที่จะเข้าใจพระองค์ในฐานะพระคริสต์ที่รุ่งเรือง ซึ่งเป็นการยอมรับพระองค์เพียงบางส่วนเท่านั้น
• สำหรับเราทุกคน เรายอมรับพระคริสตเจ้าทั้งครบหรือไม่???
• ต่อปัญหาในชีวิต ในหน้าที่การงาน หรือความยากลำบากต่างๆ นั้น เราเผชิญปัญหานี้อย่างไร???
• เราเคยมีคำถามในทำนองนี้บ้างไหมเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบาก คำถามที่มองหาแต่ส่วนที่เป็นความสุขหรือความสำเร็จเท่านั้น โดยไม่ได้ยอมรับความจริงว่า ความทุกข์ คือส่วนหนึ่งของการติดตามพระคริสตเจ้า บนหนทางแห่งไม้กางเขนของพระองค์

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก