"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2016

สัปดาห์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา

1คร 3:18-23…………….
18จงอย่าหลอกลวงตนเอง ถ้าท่านใดคิดว่าตนเองเป็นคนฉลาดในโลกนี้ ก็จงยอมเป็นคนโง่ จึงจะเป็นคนฉลาดอย่างแท้จริง 19เพราะความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ในโลกนี้เป็นความโง่เขลาเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “พระองค์ทรงจับคนฉลาดด้วยอุบายของเขาเอง” 20และยังมีเขียนไว้อีกว่า “พระเจ้าทรงทราบว่าความคิดของคนฉลาดเป็นสิ่งไร้ประโยชน์” 21ฉะนั้น อย่าให้ใครยกเอามนุษย์มาอวด เพราะทุกสิ่งเป็นของพวกท่าน 22เปาโลก็ดี อปอลโล เคฟาส โลก ชีวิต ความตาย สิ่งปัจจุบัน หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ดี ทุกสิ่งล้วนเป็นของพวกท่าน 23แต่พวกท่านเป็นของพระคริสต์และพระคริสต์เป็นของพระเจ้า

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

“บางทีเราคิดว่าเราสุดยอด เราฉลาด แต่....” พ่อมีประสบการณ์หลายอย่างในชีวิตที่เวลาที่พ่อกระทำ เวลาที่พ่อตัดสินใจกระทำเวลานั้นเราว่า เรายอดแล้วนะ เราคิดว่าเราเจ๋งนี่นา แต่ทำไม ทำไม ทำไม... “ไม่ฉลาดเอาเสียเลย” พ่อมีประสบการณ์เล่าให้ฟังครับ...มีหลายเรื่องครับ อ่านดีๆนะครับ เทห์ดูฉลาดเสียไม่มี (ประชดประชันตนเองครับ)
• ตอนเด็กชอบนกพิราบเป็นชีวิตจิตใจ ประสบการณ์แสนชาญฉลาด(น้อย)ของพ่อ
o บนหลังคาเล้าไก่ที่บ้านก็เป็นหลังคาสังกะสีเป็นร้อยแผ่น...จำนวนแผ่นมาก เพราะเป็นหลังคาเล้าหมูเล้าไก่ของบ้านของเราและของบ้านป้าที่ติดกัน... เป็นพื้นที่แผ่นเลย หลังคาใหญ่มากๆ เมื่อคิดด้วยมาตราวัดสมัยเราเป็นเด็ด
o เวลานั้น...พ่อกับพี่ชายและลูกผู้พี่ พวกเรานั่งมองนกพิราบ รักมันมาก ชอบมาก และอยากจะจับมาเลี้ยงเป็นชีวิตจิตใจ... พ่ออยากจับนกพิราบมาเลี้ยงครับ เพราะชอบมาก อยากได้ๆๆ แต่บนหลังคาบ้านเราไม่ค่อยมีนกพิราบมาเกาะเลย ทำไมๆๆๆมองไปฝั่งตรงข้าม (เข้าเรียกวันว่าบ้านตาวิน) บ้านแกมีนกพิราบเป็นสิบๆ เป็นร้อยบางครั้ง มาเกาะบนหลังคาเต็มไปหมด แค่ข้ามคลองเท่านั้นคือบ้านเรา สถานที่ใหญ่กว่า หลังคาใหญ่กว่า... พวกมันนะเจ้านกพิราบมากมาย สีขาว สีเทาเยอะที่สุด สีน้ำตาลก็มี... พวกมันจะบินมันก็บินมาหลังคาบ้านเราบ้างก็ได้ แต่ทำไมหลังคาบ้านเราไม่อยู่ในสายตาพวกนกพิราบเลยเล่า...
o นกพิราบทั้งหลายเอ๋ย สีเทาก็เยอะ สีขาวๆ ก็มี น้ำตาลปนขาวก็สวย อยากได้ไปหมด อยากจับมาเลี้ยงไว้ในกรงที่ทำไว้ เพราะบ้านยายเราเป็นโรงสีข้าว มีข้าวเปลือกเลี้ยงพวกเจ้าอย่างสบาย... ทำไมไม่มาเกาะที่หลังคาเล้าไก่บ้านเราบ้างหนอ????

• ดังนั้น พ่อ พี่ชาย และลูกผู้น้องชายอีกคน “สามเซียนสามซน”
o เรียกว่า เซียนมาก และเจ้าความคิดกันทุกคน...
o วางแผนครับ... วิธีการคือเราต้องไปเอาข้าวเปลือกจากโรงสีของยายมาหนึ่งปี๊บ โปรยให้ทั่วหลังคาเล้าไก่ที่เป็นหลังคาสังกะสีเป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นดี (เราคิด คิด ไตร่ตรองกันเรียกว่า เป็นความคิดที่ฉลาดสุดๆ (ประชดความโง่ของพวกเรา)
o แผนคือ...พวกเราจะโปรยข้าวเปลือกบนหลังคานั้น เพื่อล่อให้พวกเจ้านำพิราบมันมาเกาะกิน และมาเดินให้ทั่วหลังคาเลย มีข้าวเปลือกเหลือหอมกรุ่นแห่งท้องทุ่งบนหลังคาสังกะสีมีหรือนกพิราบจะไม่มาหาเรา (ฮา)
...

• เจ๊งครับ ฉลาดมาก...
o ประการต่อไป เราวางแผนกลยุทธแบบที่ต้องจับทีเดียวให้ได้ทั้งฝูง ยิงไม่ได้เดี๋ยวมันเจ็บ ตายและจะเอามาเลี้ยงไว้ไม่ได้... “คิด” (ด้วยปัญญาอันชาญฉลาด น้อยๆ)
o พวกเราเราเคยเห็นผู้ใหญ่แถวบ้านเขาเอาไฟฟ้าช๊อคปลาในน้ำ ปลามันก็ช๊อคและตัวแข็งเหมือนตายชั่วขณะแต่ไม่ตาย เดี๋ยวก็ฟื้น
o ได้การล่ะ... สำหรับนกพิราบ ก็คงไม่ต่างกัน... เราก็เอาไฟฟ้าช๊อคมัน รับรองจับได้ทั้งฝูงแน่นอน... ดังนั้น สามเซียนพี่น้อง... นำโดยใครพี่น้องไม่ต้องจินตนาการพวกเราฉลาดพอกัน... อย่าเดาเดี๋ยวจะถูกต้อง... พวกเราลงมือดำเนินการตามแผน...

• แผนเป็นดังนี้
o เอาสายไฟที่มีปลั๊กเสียบมาเตรียมเสียบปลั๊ก และก็เอาปลายสายที่เปลือยตอนปลายสายไว้ ซึ่งมีสองทางแยกเป็นสองบวกลบตามปกตินั่นแหละไปผูกไว้กับรูชายหลังคาสังกะสี เจาะรูเป็นสองรูคู่กัน และเชื่อมสายซ้ายรูหนึ่ง ขวาอีกรูหนึ่งที่สั่งกะสีคู่กันนั่นแหละ (ฉลาดจริงๆ (ประชด))
o ตกลงกันเพื่อความปลอดภัย พวกเราห้ามใครแตะสังกะสีเด็ดขาดเพราะไฟฟ้าจะเดินไปทั่วหลังคาเลยทุกพื้นที่ เหมือนในน้ำเวลาเขาช้อคปลา...
o ภายในพริบตา สุดยอด เราพิจารณาศึกษาและจินตนาการกันว่าแผนพวกเราสามเซียน เราจะต้องจับนกพิราบได้ทั้งฝูงแน่นอน...
o ทุกอย่างพร้อม ขึ้นไปบนหลงคาเดินโปรยข้าวเปลือก ติดสายไฟ และเราสามคนก็เฝ้าสังเกตและเข้าที่กำบังเพื่อความปลอดภัย พ่อเองเป็นคนลงมือถือปลั๊กไฟและคอยเสียบเตรียมเสียบปลั๊กไฟ เพราะเป็นน้องเล็กสุดต้องคอยทำตามคำสั่งของพี่ชาย... ที่ซ่อนตนดูนกกันอยู่ 5555555 “ได้ทั้งฝูงแน่งานนี้เจ้านกพิราบน้อยๆเอ๋ย น่ารักทุกตัว จะเอากรงที่ไหนมาเลี้ยงพวกเจ้าไหวเล่านี่ จะเลือกตัวไหนดี พวกแกจะนอนตัวแข็งเพราะโดนไฟช้อค แต่ไม่ตายหรอกจะเอาแค่สลบ ตัวเกร็งๆแป๊บเดียว...”
o พี่ชายกับลูกผู้น้องเตรียมกระสอบขึ้นไปจับได้เลย รับรอง ช๊อคทั้งฝูงหลับชั่วขณะแน่นอน เลือกตัวสวยๆ ได้เลย มีเวลาหลายนาที เตรียมตัวที่ทางขึ้นหลังคา และอย่าแตะหลังคานะเดี๋ยวไฟดูด.....

• เป็นไปตามแผน
o พวกเราเข้าที่หลบซ่อนกัน ดูความเป็นไปหลังโปรยข้าวเปลือก... เหลือแต่สายไฟและปลั๊กไฟพร้อมอยู่ในมือไอ้เกียรติแล้วรอฟังพี่ๆสองคนออกคำสั่งขั้นเด็ดขาด พิชิตพิราบทั้งฝูง “โอ้ย มือสั่น จนจ่อ ตื่นเต้นมาก....” ...
o ดูพวกนกสิ...เฮ้ย...และแล้วพวกมันก็มาจริงๆ ค่อยๆร่อนลงจอดบนหลังคาเล้าไก่อขงเราแล้ว โห โห โห ... มาลงจอดกันเต็มไปหมด หนึ่งตัว สองตัว สามตัว เพิ่มเป็นสิบ ยี่สิบ สวยๆน่ารักทุกตัว นกพิราบแสนซื่อและเครื่องหมายแห่งสันติภาพ....
o สามเซียนแอบคุยกัน ดีใจ ใจเต้นตุ้บๆเลย “คิดว่าพอแล้วล่ะเดี่ยวเลี้ยงไม่ไหว มันเยอะไป ”....
o พวกเราพร้อม เสียงพี่ชายตะโกนมาเบาๆกันนกตื่น มือโบกเหมือนนายพลในหลุมหลบภัยกำลังบัญชาให้พลทหราอย่างพ่อ ลงมือใช้อาวุธหนัก “เกียรติพร้อมยัง” พี่ชายส่งสัญญาณ (ขณะนั้น พี่สาวกำลังปั๊มน้ำฉีดน้ำให้หมู แม่กับยายกำลังนอนเล่นคุยกันในครัว มีพัดลมหมุนๆๆๆ จ่อๆอยู่ จากำลังทำงานในโรงสี เปิดพัดลมฟังวิทยุสบายแฮ...)
o เสียงพร้อม “เอ้าพวกเรา พร้อมแล้ว มันมาเยอะแล้ว” พวกนกพิราบน่ารัก เดี๋ยวเยอะไปเลี้ยงไหวนะย้ำๆๆๆ...
o เตรียมพร้อม เสียงนัดหมายนับ “หนึ่ง สอง สาม” !!!! เสียงพี่ชาย “เกียรติเสียบปลั๊ก” พ่อมั่นใจมาก เสียบทันที...เสียงดังปึ้บที่สะพานไฟหลักของบ้าน... 55555555
o “ฟิวส์ขาด” ไฟดังทั้งบ้าน พัดลม ไฟฟ้า ปั๊มน้ำหยุดหมด...
o เงียบกันทั้งสามตัวเลยเรา คาดไม่ถึง ไม่เป็นไปตามคาด (ก็โง่งัยครับ) พวกนกเดินกินข้าวเปลือกกันต่อไปอย่างไร้เยื่อใย เอนจอยๆๆ ไม่ยอมแม้แต่จะแกล้งชักตายให้เห็นหรืออย่างน้อยสะดุ้งก็ยังดี ไม่ได้แกล้งทำเป็นตายชั่วขณะให้ดีใจสักหน่อยก็ไม่มี เสียดายไม่เห็นพวกมันชัดๆ เพราะมันอาจจะยิ้มเยาะหัวเราะเย้ยพวกเราแน่ๆเลย....กินข้างเปลือกเหลืองอร่ามบนหลังคาสังกะสีของเรา

• จบครับผลทันตา...
o ไฟดับทั้งบ้าน เสียงผู้ใหญ่ตะโกน “เกิดอะไร ทำไมไฟดับ”... จาเดินมาจากโรงสีทันทีสีหน้าเครียดหาสาเหตุ เราสามคนสามเซียนนั่งท่าหมอบฟุบหลบหน้าดุจเอวาและอาดัมในสวนสวรรค์...ตอนทำบานั่งกันเงียบ ไม่กล้าปริเสียงเลย โหพวกเราช่าง “โง่สนิทจริง” “โง่ไร้ร่องรอยฉลาดจริงๆ” ปลายสายไฟมันเกาะคู่กันที่สังกะสี มันก็ช้อคสิ... (ฉลาดสุดๆ)
o ทั้งสามคนเก็บตัวซ่อนเงียบ ไม่มีแม้แต่เวลาจะไปปลดสายไฟออกจากหลังคาที่พวกเราได้เชื่อมต่อไว้อย่างแสนฉลาด (ประชดตนเอง)...

• จาเดินตรวจตราหน้าเข้มมาแต่ไกล... ตามนิสัยแสนละเอียด... ฟิวส์ขาด แต่ทำไมมันขาด มองสอดส่ายสายตา เห็นสายไฟแปลกๆ เกาะหลังคาและไต่จากปลั๊กไฟขึ้นไปบนหลังคา ไปเชื่อมกับรอยรูสังกะสี
o เสียงจาดังมาแบบขมมาก.... “ใคร ใคร ใคร” เสียงขมๆ คนฟังสามคนก็ขื่นๆๆๆ สุดๆ “ใครเล่นอะไร...ไอ้ยศ ไอ้เกียรติ ไอ้เป็ด...” เสียวสันหลังวาบเหมือนโดนไฟช้อคกันเอง มือพ่อยังถือปลักไฟที่เสียบและช้อคดับหมด... คาปลั๊กอยู่เลยจะดึงออกยังไม่มีแรงเหมือนกล้ามเนื้อมือออกแรงเมื่อเจอจาเดินมา
o “ทำอะไรกัน... เอาสายไฟไปทำอะไรบนหลังคา... ออกมา อยู่ไหน” เสียงเหมือนพระเจ้าเรียกอาอัมเอวาในสวนสวรรค์ตอนทำบาปเข้าแล้ว....
o เงียบสักพักเห็นหมดทางซ่อนตัวต่อไปรู้สึกเหมือนอาดัมเอวาในสวนเอเดนจริงๆ ใครเล่าจะหนีพ้น... เสียงย้ำมาอีก...“แล้วใครเอาข้าวเปลือกไปโรยบนหลังคา...” ความผิดกระทงที่สอง (ถ้านกมันตอบได้ มันคงตอบไปแล้ว... และพ่อรู้สึกเสมอมาว่า นกพิราบเนี่ยหน้ามันยิ้มๆแบบฉงนๆตลอดเวลา ทุกครั้งที่มองหน้ามันนะมันยิ้มเยาะๆให้พ่อทุกทีจนปัจจุบัน ไม่เชื่อลองสังเกตสิครับ) ในที่สุด เรื่องแบบนี้ไม่มีใครแน่ๆ....
o ออกมาจากที่ซ่อนในที่สุด ตามลำดับจอมวางแผน หรือตามลำดับความฉลาดน้อย (โง่นั่นเอง) คุกเข่า.... ตี และตำหนิ สอน ว่าเรา “ทำเรื่องอะไรโง่ๆ ทำอะไรแบบนั้น เอาสายไฟเปลือยๆไปเกาะหลังคาคู่กันแบบนี้ได้อย่างไร... นี่ถ้าไฟไหม้บ้านขึ้นมาทำอย่างไร....” (โถจา..ก็เราคิดว่าพวกเราฉลาดแล้วนี่ ก็อยากได้นกพิราบน่ะ... คิดในใจเท่านั้นนะ) หน้ากระดานเรียงหนึ่งคนหนึ่งหลายทีครับ โดนตีน่ะ
o กลับมาคิดเวลานี้ เออ ตอนนั้นเราว่าเราวางแผนแสนฉลาดแล้วเชียว... สามหัวช่วยกันคิดวางแผนอย่างแยบยลเชียวนะ... แต่ทำไม “โง่เช่นนี้หนอ” หลาบจำเลยครับโดนครั้งนั้น ทำให้รู้ว่า เราคิดกันสุดๆ คิดว่าฉลาดเหลือเกิน แต่เด็กอย่างเราก็ช่างเด็กโง่จริงๆในสายตาของจาและแม่และผู้ใหญ่....
o ยอมครับ ยอมจำนน ไมทำอีกแล้ว รอดตายจากไฟช๊อคตายมาได้ก็บุญโขแล้วครับ..... ความจริงมีเรื่องแบบนี้อีกมากเล่าไม่ไหวครับ.... เรื่องแบบที่เราคิดว่า เราฉลาดแล้วเนี่ย แต่ทำไมโง่จังเลย(หน้าแดง เขินเลยแหละครับ)

• พ่อเล่าประสบการณ์ปัญญาน้อย ฉลาดน้อยหรือโง่มากๆมาให้ฟังครับ
o มีใครบ้างไม่เคยทำอะไรโง่ที่เราคิดว่าฉลาดล้ำเลิศเช่นพ่อ ตอนเป็นเด็กๆนะครับ
o เราว่าเราฉลาดแล้ว แต่ช่างโง่เขลาเหลือเกิน...

• ส่วนพระเจ้า พระองค์ยิ่งใหญ่และฉลาดเพียงใดเมื่อเราได้พิจารณาตัวเราเอง
o อ่านพระคัมภีร์วันนี้นะครับจะเข้าใจ และจะทำให้เราถ่อมตนสุภาพเจียมตนมากทีเดียวครับกับปัญญาของเรา ที่เขาว่า “ความรู้หรือปัญญาเท่าหางอึ่งน่ะครับ” เอ...อึ่งมันมีหางที่ไหนล่ะครับ...
o ดังนั้น เราจงรู้จักพระเจ้า
o จงรู้ตนเองดีๆ และจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าครับ....
o พระเจ้าอวยพรครับ อย่าลืมคิดถึงเรื่องฉลาดๆ(น้อย)ของเราในอดีตบ้างนะครับ สนุกดีครับ... ยิ้มได้เลยแหละครับ และเราจะเห็นว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุดจริงๆ “เพราะความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ในโลกนี้ เป็นความโง่เขลาเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า”

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก