"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม 2016

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

มีคา 2:1-5………….
1วิบัติจงเกิดแก่ผู้วางแผนร้าย
และคิดทำความชั่วอยู่บนที่นอน
พอรุ่งขึ้นตอนเช้าก็ทำ
เพราะเขามีอำนาจจะทำเช่นนั้น


2เขาอยากได้ทุ่งนาใดก็เข้ายึด
เขาอยากได้บ้านใดก็ริบไป
เขารีดไถทั้งเจ้าของและบ้านเรือน
เขาบีบคนและมรดก
3พระยาห์เวห์จึงตรัสดังนี้ว่า
“ดูซิ เรากำลังวางแผนต่อสู้กับคนประเภทนี้
เป็นภัยพิบัติซึ่งท่านถอนคอให้พ้นไม่ได้
ท่านจะยืดอกเดินอย่างผึ่งผายไม่ได้
เพราะนั่นคือเวลาแห่งภัยพิบัติ
4เวลานั้น จะมีผู้แต่งคำพังเพยถึงท่าน
และจะคร่ำครวญอย่างขมขื่นว่า
‘พวกเราถูกปล้นจนหมดตัวแล้ว
พระเจ้าทรงมอบมรดกของประชากรของข้าพเจ้า
ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นแล้ว
พระองค์ทรงเอาไปอย่างไร
พระองค์ทรงแบ่งทุ่งนาของพวกเราให้แก่บรรดาศัตรู’
5ดังนั้น จะไม่มีผู้ใดขึงเชือกวัดส่วนมรดก
เพื่อจับฉลากให้ท่านในชุมชนของพระยาห์เวห์”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• “มีคาห์ยาห์ฮู” หรือ “มีคาห์” (ภาษาฮีบรู Mikayahu)
o แปลว่า “ใครจะเหมือนพระยาห์เวห์” (Who is like Yahweh?)
o ชื่อนี้คล้ายกับชื่อ “มีคาแอล= ใครจะเหมือนพระเจ้า” (Who is like God?)
o ชื่อเป็นคำถามครับ เพราะคำว่า “มี “Mi”ภาษาฮีบรูคือคำต้นคำถามว่า “ใคร”” งัยครับ

• ดังนั้น เชื่อประกาศกมีคาห์แสดงอำนาจสูงสุดของพระเจ้าครับ ไม่มีใครเลยเหมือนพระองค์ ประกาศกมีคาห์ได้เทศน์สอน ได้ประกาศด้วยว่าได้รับอิทธิพลของคำประกาศและคำสอนของประกาศกอิสยาห์ ประกาศกโฮเชยาห์ และอาโมส....
o สรุปว่า สามประกาศกที่เรารำพึงกันมาสามอาทิตย์แล้ว “ในบทอ่านมิสซาวันธรรมดา” ส่งผลกระทบเนื้อหามาจนถึงประกาศกองค์นี้ครับ ทำให้น่าอ่านยิ่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยครับ

• ประกาศกมีคาห์ประกาศย้ำซ้ำคำสอนและความจริงเหล่านั้น แต่ท่านได้สอนเนื้อหานั้นในวิถีทางและวิธีการของท่านอย่างโดดเด่น โดยเน้นความยิ่งใหญ่ของยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล

• ประกาศกมีคาห์เป็นที่รู้จักกันว่า ท่านเป็นตัวอย่างของประกาศกที่ไร้ซึ่งความกลัว เป็นแชมป์เปียนของความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวไร้ความกลัว (Fearless Champion) ไม่กลัวการกดขี่หรือการเบียดเบียนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะท่าน “มั่นใจในพระองค์” ผู้เดียว....

• ปัญหาสำคัญที่เป็นสาระของคำสอนของประกาศกมีคาห์ มีสองประการสำคัญคือ
1. การประพฤติผิดๆ ทางสังคมและเศรษฐกิจ การใช้อย่างผิดๆ
2. คุณภาพชีวิตทางด้านศาสนาที่ตกต่ำอย่างมาก

ดังนั้น เนื้อหาการประกาศคือ

• พระเจ้าแม้ทรงโกรธแล้วกับสิ่งผิดๆ แต่ก็ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาด้วย พระกรุณาของพระยาห์เวห์ คือ “hesed”
o คือ ความรักมั่นคงและยั่งยืนไม่สิ้นสุด ซึ่งความรักเช่นนี้ที่เป็นสายใยผูกมัดทั้งสองฝ่าย คือพระเจ้ากับประชากรเข้าด้วยกันในพันธสัญญา

• “ความรักของพระเจ้าคือบ่อเกิดของพันธสัญญานิรันดร”
o ดังนั้น พิธีกรรม พิธีการทางศาสนา การประพฤติทางศาสนามากมายจะมีความหมายได้ก็ต่อเมื่อ พวกเขาต้องประพฤติอย่างถูกต้องทางศีลธรรมด้วยเท่านั้น ถ้าขาดศีลธรรม ศาสนาและพิธีกรรมก็ไร้ค่า

• ความชั่วทางสังคม คือ “เขาอยากได้ทุ่งนาใดก็เข้ายึด เขาอยากได้บ้านใดก็ริบไป เขารีดไถทั้งเจ้าของและบ้านเรือน เขาบีบคนและมรดก” (มีคา 2:2)

• การตักเตือนของพระเจ้า คือ “มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงบอกท่านไว้แล้วว่าอะไรดี และพระยาห์เวห์ทรงประสงค์สิ่งใดจากท่าน คือให้ท่านปฏิบัติความยุติธรรมและรักความดีงาม และดำเนินชีวิตอย่างถ่อมตนกับพระเจ้าของท่าน” (มีคา 6:8)

• คนที่ต้องตักเตือนมากเป็นพิเศษคือ บรรดาผู้นำนั่นเอง เป็นอย่างนี้เสมอเลย จะดีจะเลวก็อยู่ที่ผู้นำนี่แหละ โดนกันทั้งแผง นี่คือประสบการณ์แห่งความล่มสลายเสมอมา
o เมื่อบรรดาผู้ปกครองขาดภาวะผู้นำและเอาแต่ได้ บิดเบือนความจริง รักความอยุติธรรมและเหลิงอำนาจ เอาแต่โกง เอาแต่เก็บผลประโยชน์
o และที่สำคัญ “สมณะ” ก็เอากับเขาด้วย หลงใหลได้ปลื้มไปกับความร่ำรวยเงินทองและอำนาจ หมดกัน...

• พระเจ้าจึงเตือนผ่านทางประกาศกมีคาห์แรงๆว่า
o “ท่านทั้งหลายที่เป็นหัวหน้าของพงศ์พันธุ์ยาโคบเอ๋ย ท่านทั้งหลายที่เป็นผู้นำพงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ยโปรดฟังเรื่องนี้เถิด ท่านเกลียดความยุติธรรมและบิดเบือนความถูกต้อง 10ท่านสร้างศิโยนด้วยโลหิตสร้างกรุงเยรูซาเล็มด้วยความอยุติธรรม 11บรรดาหัวหน้าของเมืองนี้ตัดสินความเพราะเห็นแก่สินบนบรรดาสมณะก็สั่งสอนเพราะเห็นแก่ค่าจ้าง บรรดาประกาศกประกาศพระวาจาเพราะเห็นแก่เงิน ถึงกระนั้นเขายังแอบอ้างพระยาห์เวห์ พูดว่า“พระยาห์เวห์ทรงอยู่ในหมู่เรามิใช่หรือจะไม่มีภัยใดเกิดขึ้นแก่เราได้”” (มีคา 3:9-11)

• แต่ แต่ แต่.... ความหวังยังมีเสมอสำหรับพระเจ้า “แต่ข้าพเจ้าจะมองดูพระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าจะหวังในพระเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงฟังข้าพเจ้า” (มีคา 7:7)

• พี่น้องที่รักครับ นี่อย่างไรครับ ประกาศกมีคาห์ “ใครจะเหมือนยาห์เวห์”
o ท่านเป็นประกาศกไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ กล้ามาก มีคา...นายแน่มาก
o ประกาศกแท้จริงๆ กล้ารักในความจริง กล้าประกาศความเท็จ ท่านประกาศในอาณาจักรยูดาห์ อาณาจักรใต้ สมัยกษัตริย์ โยธาม (742-735 ก่อนคริสตกาล) และสมัยกษัตริย์ อาหัส (735-715 ก่อนคริสตกาล) และสมัยกษัตริย์เฮเซคียาห์ (715-678 ก่อนคริสตกาล)
o ท่านไม่สามารถทนได้กับสภาพสังคมจริงๆ เพราะเวลานั้น ความร่ำรวยของนายทุนที่ดินได้กดขี่คนยากจนสุดๆ แล้ว ประเภททำได้กับคนยากไร้ ช่างไม่เกรงพระเจ้ากันเสียเลย...
o และที่สำคัญภาวะตกต่ำก็กระทบวงการศาสนา วงการศาสนิกและศาสนบริกร คือ พวกสมณะหรือพระสงฆ์และประกาศก กลับกลายเป็นเหมือน “พ่อค้า” และเป็น “ผู้พิพากษา” กินทั้งต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำไปกับผู้นำและคนชั้นสูงของอิสราเอล ซึ่งทั้งหมดสามารถซื้อได้ด้วยสินบนจริงๆ เลย ซื้อได้ ซื้อความถูกต้องในสังคมได้ ด้วยเงินและอำนาจ
o ศาสนากลายเป็นเรื่องของการกระทำกิจการใหญ่ภายนอกให้โดดเด่น และเรื่องศีลธรรมอันดีถูกละเลยไปกันหมด

• สังคมของอิสราเอลในสมัยประกาศกมีคาห์นั้นป่วยหนักจริงๆ ต้องการการพูดความจริง...
o ประกาศกมีคาห์ ท่านไม่สามารถเงียบเฉยอีก เพราะบาปของสังคมรุนแรงเหลือเกิน และบาปนี้ทำลายความหมายและความรู้จักพระเจ้าพระเจ้า และย่ำยีศักดิ์ศรีของมนุษย์ และซ้ำร้ายคือทำลายเพื่อนมนุษย์แต่สร้างหรือมโนว่าเป็นพระพรหรือพระเจ้า....

• พี่น้องที่รักครับ อ่านประกาศกมีคาห์กันสักสองสามวันนี้นะครับ เราจะเห็นภาพสะท้อนสังคม และความจำเป็นที่เราต้องการเสียงของประกาศกแท้ในโลกปัจจุบันของเราจริงๆ ครับ และเราทุกคนนี่เองที่ต้องทำหน้าที่ประกาศกเช่นมีคาห์...

• ลงท้ายสะท้อนสังคมปัจจุบันด้วยพระสมณะสาสน์เตือนใจของพระสันตะปาปาฟรังซิสกันหน่อยครับ... จาก Evangelii Gaudium “ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร”
o พระสันตะปาปาเตือนย้ำว่า พระองค์ต้องการพระศาสนจักรที่บอบช้ำ บาดเจ็บ และมอมแมมจริงๆ เพราะพระศาสนจักรได้ออกไปสู่ผู้คนบนถนน
o เราต้องการออกไปสู่คนยากไร้ มากกว่าพระศาสนจักรที่ใส่ใจแต่การเป็นของตนเอง เป็นศูนย์กลางเท่านั้น และที่สุดก็จบเห่ลงเพราะการถูกตอกตรึงติดอยู่กับระบบเครือข่ายของความหลงใหลความถูกต้องของขั้นตอน และการดำเนินงานบริหาร
o “การเลือกอยู่ข้างคนจนเป็นอันดับแรก” เรื่องนี้ต้องเป็นเทววิทยาชีวิตของพระศาสนจักรมากกว่าเป็นเพียงความคิดด้านสังคม พระสันตะปาปาจึงต้องการพระศาสนจักรที่ยากจน และเพื่อคนจากจน เพราะคนจนและความยากจนมีบทสอนเรามากเหลือเกิน
o เราคริสตชนต้อง “กล้า” ประกาศความใหม่เสมอของพระวรสาร ประกาศด้วยความ “ชัดเจน” (Boldness: Parrhesia) ในทุกเวลา ทุกสถานที่ แม้ในยามที่ถูกต่อต้านหรือคัดค้าน

• พี่น้องที่รักครับ โลกปัจจุบันต้องการเราคริสตชนเป็นดังประกาศก “มีคาห์” กล้าหาญ เด็ดเดียว เพราะเราเชื่อว่า “ใครเล่าจะเหมือนพระเจ้าของเรา” เราต้องกล้าที่จะประกาศความดี ความรักของพระองค์เสมอไป...

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก