"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2016

สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา 

กจ 16:11-15…

1เปาโลเดินทางมาถึงเมืองเดอร์บีและเมืองลิสตรา ที่เมืองนี้ศิษย์คนหนึ่งชื่อทิโมธี มารดาของเขาเป็นคริสตชนชาวยิว แต่บิดาเป็นชาวกรีก 2เขาเป็นที่นับถือของบรรดาพี่น้อง คริสตชนที่เมืองลิสตราและเมืองอิโคนิยุม 3เปาโลต้องการให้เขาร่วมเดินทางไปด้วย จึงให้เขาเข้าสุหนัต เพื่อเอาใจบรรดาชาวยิวที่อยู่ในที่ต่าง ๆ แถบนั้น เพราะทุกคนรู้ว่า บิดาของเขาเป็นชาวกรีก 4เมื่อคณะของเปาโลผ่านไปตามเมืองต่าง ๆ ก็แจ้งให้บรรดาคริสตชนรู้ข้อกำหนดที่บรรดาอัครสาวกและผู้อาวุโสตกลงกันที่กรุงเยรูซาเล็ม เตือนเขาให้ปฏิบัติตาม 5บรรดากลุ่มคริสตชนจึงมีความเชื่อมั่นคงยิ่งขึ้นและมีจำนวนคริสตชนเพิ่มขึ้นทุกวัน


6พระจิตเจ้าทรงห้ามคณะของเปาโลประกาศพระวาจาในแคว้นอาเซีย เขาจึงเดินทางผ่านแคว้นฟรีเจียและแคว้นกาลาเทีย 7มาถึงแคว้นมิเซีย เขาพยายามเข้าไปในแคว้นบิธีเนีย แต่พระจิตของพระเยซูเจ้า ไม่ทรงอนุญาตให้เข้าไป 8เขาจึงเดินทางผ่านแคว้นมิเซีย ไปถึงเมืองโตรอัส 9เวลากลางคืนเปาโลเห็นนิมิต ชาวมาซิโดเนียคนหนึ่งยืนอยู่ อ้อนวอนเปาโลว่า “โปรดข้ามมาในแคว้นมาซิโดเนียและช่วยพวกเราด้วยเถิด” 10เมื่อเปาโลเห็นนิมิตนี้แล้ว พวกเราก็หาโอกาสที่จะไปยังแคว้นมาซิโดเนียทันที เพราะเชื่อแน่ว่าพระเจ้าทรงเรียกเราให้ไปประกาศข่าวดีแก่ชาวแคว้นนั้นด้วย
11พวกเราแล่นเรือออกจากเมืองโตรอัส มุ่งไปยังเกาะซาโมธรัส วันรุ่งขึ้นก็เดินทางต่อไปถึงเมืองเนอาบุรี 12จากเมืองนี้เราเดินทางไปถึงเมืองฟิลิปปี อาณานิคมของชาวโรมัน เป็นเมืองเอกของแคว้นมาซิโดเนีย เราพักอยู่ที่เมืองนี้หลายวัน 13วันสับบาโตวันหนึ่ง เราออกนอกประตูเมืองไปยังริมลำธาร เพราะคิดว่าที่นั่นเป็นสถานที่สำหรับอธิษฐานภาวนา เรานั่งพูดคุยกับบรรดาสตรีที่มาชุมนุมกันอยู่ที่นั่น 14สตรีคนหนึ่งชื่อ ลิเดีย มาจากเมืองธิอาทิรา เป็นคนขายผ้ากำมะหยี่สีม่วงแดง เป็นคนเลื่อมใสในพระเจ้าฟังเราอยู่ องค์พระผู้เป็นเจ้าเปิดใจนางให้ยอมรับถ้อยคำของเปาโล 15นางและทุกคนในครอบครัวรับศีลล้างบาป แล้วจึงเชิญเรา พูดว่า “ถ้าท่านคิดว่าดิฉันเป็นผู้มีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว จงมาพักที่บ้านของดิฉันเถิด” นางเชิญชวนจนเราปฏิเสธไม่ได้

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• “เปาโล เดินทาง เดินทาง และเดินทาง หยุดไม่ได้เพราะความรัก...”
o ความกระตือรือร้นเพื่อพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า... ชีวิตคือธรรมทูตสำหรับผู้ที่เชื่อในพระคริสตเจ้า...

• ใครเป็นผู้กระตุ้นเตือนหรือผลักดันให้เปาโลเดินทางเช่นนี้...
o คำตอบ คือ ความรักของพระคริสตเจ้าผลักดันเปาโลให้เดินทางตลอดไป
o คนที่มีความรักอยู่เฉยไม่ได้
o ความรักทำให้คนที่มีความรักแสวงหา ออกกำลังกายใจ เดินทาง และมุ่งไปสู่เพื่อนพี่น้องเพื่อประกาศข่าวดี...

• พ่อเคยได้พบประสบการณ์ของเพื่อนๆที่มีความรัก ทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือประสบการณ์ของทุกคนที่มีความรักที่พ่อจินตนาการได้ หรือแม้แต่ได้เคยดูในละครก็ตาม พ่อพบความจริงว่า
o คนที่มีความรักไม่เคยอยู่เฉยที่จะทำทุกอย่างเพื่อคนที่รัก... จริงไหมครับ...
o พ่อเองก็ต้องยอมรับความจริงว่า ถ้าเรารักใครสักคนหรือสักกลุ่ม ถ้าเรามีความรัก เราจะกล้าออกจากทุกอย่าง ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความสุข เพื่อความดีของคนที่เรารัก….

• พ่อเคยคิดถามตนเองว่า ทำไมนักบุญเปาโลเป็นคนที่ร้อนรนเพื่อการประกาศข่าวดีนัก พ่อเคยคิดว่าทำไมท่านเดินทางไปไม่รู้จักหยุดหย่อน แม้เรือแตก แม้ถูกเบียดเบียน ถูกเฆี่ยน ถูกปองร้าย ถูกจองจำ... และท่านประกาศว่า “แต่พระวาจาของพระเจ้าจะถูกจองจำไม่ได้....”
o นั่นคือประเด็นสำคัญที่สุด เพราะ “ความรัก ความรัก ความรัก” ที่มีต่อพระวาจาของพระเจ้า
o เพราะความรักที่มีต่อพระเยซูคริสตเจ้า ผู้ที่ท่านได้พบในแสงสว่างและเสียงจากพระองค์ บนถนนไปเมืองดามัสกัส และท่านได้กลับใจ และทุ่มสุดกำลังเพื่อพระนามของพระองค์จนแม้ต้องตายก็ไม่กลัว เพราะความรักต่อพระองค์....
o นักบุญเปาโลเป็นตัวอย่างของการเดินทางตลอดไปวางใจในพระเจ้าและเชื่อในพระองค์

• พี่น้องที่รัก นักบุญเปาโลคนเดียวทำให้คนต่างศาสนามากมายได้มารู้จักพระคริสตเจ้า และทำให้คนต่างชาติจำนวนมหาศาลได้กลับมารับความเชื่อในพระองค์

• กิจการอัครสาวกทำให้เราเห็นว่า ท่านได้รับพลังของพระจิตเจ้า พลังแห่งความรักของพระเจ้า ทำให้ท่านเดินทาง มุ่งหน้าตลอดไปเพื่อประกาศพระนามของพระองค์...

• พ่อได้เห็นตัวอย่างจากหนังสือกิจการอัครสาวก ถ้าเราดูดีๆ ถ้าเราอ่านดีๆ เราจะพบว่า หนังสือกิจการอัครสาวกนั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ มากกว่าครึ่งคือเรื่องราวการกลับใจและการประกาศข่าวดี การเดินทางของเปาโล...

• จากการตรวจสอบศึกษาไตร่ตรองหนังสือกิจการอัครสากนี้ทำให้พ่อยิ่งมั่นใจ
o “ความรัก” ทำให้เรากล้าออกเดินทางในความเชื่อ และเจริญชีวิตในความรักตลอดไป...
o พระศาสนจักรสอนเราในเอกสาร “ประตูแห่งความเชื่อ” ว่า “ ความเชื่อเป็นจริงเฉพาะในประสบการณ์แห่งความรัก” ดังนั้น
o ถ้าเราเจริญชีวิตในความรักจริงๆ เฉพาะการเจริญชีวิตในหนทางแห่งความรักเท่านั้น ที่เราคริสตชนจะสามารถกล่าวได้ว่า เรามี “ความเชื่อ”
o เพราะความเชื่อที่ปราศจากกิจการแห่งความรักเป็นความเชื่อที่ตายแล้ว หรือเป็นความเชื่อที่งมงายและไม่มีอยู่จริง
o ดังนั้นนักบุญเปาโลเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ เพราะท่านได้พบ ได้เชื่อ และได้เชื่ออย่างลึกซึ้งท่านจึงออกไปประกาศข่าวดีด้วยความรักต่อทุกคนอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะความรัก... ความเชื่อ ความรักที่เป็นประสบการณ์จริงขยายหัวใจของเราไปสู่ความหวังและความหวังนั้นไม่มีที่สิ้นสุด...

• พี่น้องที่รัก สัปดาห์ที่หกเทศกาลปัสกาแล้ว เราได้อ่านกิจการอัครสาวกตลอดมาอย่างต่อเนื่อง พ่อเชื่อว่า กิจการอัครสาวกอันที่จริง ตัวอย่างของเปาโลชัดที่สุดว่า “กิจการอัครสาวกคือกิจการของความรัก และเป็นกิจการของความหวังที่เป็นพลังมาจากความเชื่อในพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ พระคริสตเจ้า องค์ปัสกาของเรานั่นเอง”

• พ่อขอย้ำนะครับ...
o กิจการของเราคริสตชนจำเป็นต้องเป็นกิจการแห่งความรักและการประกาศข่าวดีแห่งความรักเสมอไม่จบสิ้นไม่มีวันสิ้นสุดความหวัง เพราะถ้าเรามีความเชื่อแท้จริงในพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ตลอดไป....

• พ่อขอให้เรามั่นใจในความเชื่อในพระเยซูผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ และแน่นอนถ้าเป็นเช่นนั้น คริสตชนผู้มีความเชื่อ เราต้องเจริญชีวิตในความรักในความเมตตาและในความดีต่อพี่น้องอย่างไม่มีทางอื่นใดที่จะดีไปกว่านี้ได้เลย

• ขอพระเจ้าอวยพรให้เรากล้าหาญในความรัก ความรักต่อพระเยซู เหมือนกับบรรดาอัครสาวกของพระเยซูเสมอไป
o ขอให้ “ความรักของพระคริสตเจ้าเร่งรัดผลักดันชีวิตของเราเสมอไป ให้รักพระองค์ในเพื่อนพี่น้องมากขึ้นทุกวันนะครับ....”
o เพราะนี่คือความเชื่อของเราจริงๆ ตัวอย่างของนักบุญเปาโล... จะเห็นว่า เสียงของพระจิตเจ้าเรียกร้อง พระจิตเจ้าองค์ความรัก... นำเปาโลให้เดินทาง เดินทาง มิได้หยุดหย่อน... พลังของความรักต่อพระเจ้านี้จึงเป็นพลังของ “การเดินทาง” แห่งความรักจริงๆ... ดูตัวอย่างเปาโลนี้อีกทีครับ รวมทั้งการตอบรับของลิเดียที่พระจิตเจ้าเปิดใจนางให้ร่วมงานกับเปาโล และพร้อมจะรับใช้ แบ่งปัน และให้ที่กับเปาโลเพื่องานธรรมทูต... พ่อสรุปให้สั้นๆ ดังนี้
o เปาโลเดินทางมาถึงเมืองเดอร์บีและเมืองลิสตรา
o พระจิตเจ้าทรงห้ามคณะของเปาโลประกาศพระวาจาในแคว้นอาเซีย เขาจึงเดินทางผ่านแคว้นฟรีเจียและแคว้นกาลาเทีย มาถึงแคว้นมิเซีย
o เขาพยายามเข้าไปในแคว้นบิธีเนีย แต่พระจิตของพระเยซูเจ้า ไม่ทรงอนุญาตให้เข้าไป
o เขาจึงเดินทางผ่านแคว้นมิเซีย ไปถึงเมืองโตรอัส
o พวกเราแล่นเรือออกจากเมืองโตรอัส มุ่งไปยังเกาะซาโมธรัส
o วันรุ่งขึ้นก็เดินทางต่อไปถึงเมืองเนอาบุรี
o จากเมืองนี้เราเดินทางไปถึงเมืองฟิลิปปี อาณานิคมของชาวโรมัน เป็นเมืองเอกของแคว้นมาซิโดเนีย เราพักอยู่ที่เมืองนี้หลายวัน
o สตรีคนหนึ่งชื่อ ลิเดีย มาจากเมืองธิอาทิรา.... เชิญเรา พูดว่า “ถ้าท่านคิดว่าดิฉันเป็นผู้มีความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว จงมาพักที่บ้านของดิฉันเถิด” นางเชิญชวนจนเราปฏิเสธไม่ได้

• พี่น้องที่รัก เรื่องการเดินทางด้วยพลังแห่งความรักนี่เป็นสิ่งที่เราคริสตชนน่าจะได้พิจารณาไตร่ตรองกันให้มากขึ้นๆเสมอครับ..

• พระศาสนจักรเป็นธรรมทูตจริงๆ เราก็เป็นธรรมทูตจริงๆ เช่นกัน พ่อคิดว่า เราควรเหลือเกินที่จะ “ออกเดินทาง” ไปประกาศพระคริสตเจ้า เราต้องกล้าออกไปจริงๆ ครับ พระสันตะปาปาฟรังซิสสอนเราหนักแน่นมากให้เราคริสตชนต้องกล้าออกไป ไปยังเพื่อนพี่น้องของเราให้มากกว่าที่เคยครับ... อ่าน Evangelii Gaudium กันอีกหน่อยนะครับ อ่านเจตนาเตือนใจจากพระสันตะบิดรของเราอย่างดีๆครับ
o คริสตชนทุกคน ทุกคนจริงๆ ต้องรู้สึกให้ได้ถึงความจำเป็น รู้สึกจริงๆว่าต้องนำความรักของพระคริสต์ไปยังผู้อื่น และต้องทำให้เป็น “พันธกิจถาวร” ของเราทุกคน
o เราต้องเอาชนะความยากของปัจจุบัน คือ โลก กระแสโลก ที่หยิบยื่นปัจเจกนิยมให้กับเรา แต่เราต้องเอาชนะด้วยการออกไปเพื่อนำความรักไปจริงๆ (EG 2)
o พระสันตะปาปาเรียกร้องให้ผู้อ่านคำสอนนี้ ได้ค้นพบความสดชื่นแท้จริงที่มาจากพระวรสาร... ต้องค้นพบหนทางใหม่ที่สร้างสรรค์ โดยไม่ทำให้ข่าวดีของพระเยซูเจ้าต้องถูกเก็บเงียบไปเป็นอันขาด (EG 11)
o เราทุกคนได้รับเรียกสู่การออกเดินทางธรรมทูตครั้งใหม่ คริสตชนทุกคนและชุมชนทั้งหมด จะร่วมกันพิเคราะห์แยกแยะว่า หนทางใดที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกร้องเรา อย่างไรก็ตาม เราทุกคนได้รับเชิญให้ยอมรับเสียงเรียกนี้ คือการออกจากความสะดวกสบายปลอดภัยของตนเอง และมีความกล้าหาญที่จะไปยังทุกพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างแห่งพระวรสาร (EG 20-24)
o พระสันตะปาปาย้ำสอนเตือนใจเราคริสตชนอย่างเด็ดขาดว่า พระองค์ต้องการพระศาสนจักรที่บอบช้ำ บาดเจ็บ และมอมแมมจริงๆ เพราะพระศาสนจักรได้ออกไปสู่ผู้คนบนถนน มากกว่าพระศาสนจักรที่ใส่ใจแต่การเป็นของตนเอง เป็นศูนย์กลางเท่านั้น

• พี่น้องที่รักครับ ให้เรากล้าออกเดินทางเช่นเปาโล พ่อขอให้เราคริสตชนร่วมกันจริงๆครับ คือ
o ให้เรากล้าประกาศเล่าเรื่อง พูดถึงพระเยซูและบัญญัติแห่งความรักให้มากขึ้นกว่าที่เคย
o ให้เราคริสตชนกล้าเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยานจริงๆว่าเรามีศรัทธาในพระเยซู
o ให้เรากล้าเจริญชีวิตในความรักและที่สำคัญรักในความจริงและความถูกต้องยุติธรรม
o ให้เรากล้าเถิดครับกล้าเจริญชีวิตในความรักต่อคนยากไร้ กล้าออกไปหาคนยากจนเป็นพิเศษให้มากขึ้นกว่าที่เคย กล้าออกจากความปลอดภัยของเราออกไปร่วมหัวจมท้ายกับพี่น้องผู้ยากไร้และเป็นเหยื่อของกระแสโลกที่เห็นแก่ตัวและคอรัปชั่น
o พี่น้องที่รักครับขอให้เราร้อนรนด้วยการกล้าออกเดินทางเพื่อประกาศข่าวดี ประกาศความยินดีแห่งพระวรสารให้ไปถึงพี่น้องของเราทุกคนมากขึ้นนะครับ ขอพระเจ้าอวยพรนะครับ พระศาสนจักรคงมีชีวิตชีวาน่ารักมาก ถ้าเราทุกคนเข้มแข็งในการเจริญชีวิตคริสตชนให้โดดเด่นกว่าที่เคยเสมอมา นี่คือข้อเรียกร้อง พระสมณะสาสน์เตือนใจของพระสันตะปาปาฟรังซิสอย่างหนักแน่นจริงๆครับ..

• พ่อเองก็กล้าขอเรียกร้องเช่นกัน คือ
o ขอให้เรากล้ามอมแมมมากขึ้น เพราะเราได้ออกไปกอบกู้เพื่อนพี่น้องผู้ยากไร้และเป็นเหยื่อของระบบเศรษฐกิจที่อยุติธรรม และระบบเศรษฐกิจที่กลายเป็นเครือข่ายของบาป
o ก็ยังดีกว่าที่เราคริสตชนจะพลอยมือเปื้อนเลือดไปด้วยเพราะเราได้ไหลตามกระแสไป ไหลไปทำให้ความเป็นมนุษย์ของพี่น้องของเราต้องหายไปเพราะการค้ามนุษย์และการเอาเปรียบคนยากจนครับ “เครือข่ายฆาตกรรมเหล่านี้ก่อตัวเกิดขึ้นในสังคมอย่างเงียบๆ และคนจำนวนมากมือเปื้อนเลือดเพราะเข้าไปมีส่วนร่วม “กระทำ” (EG 211)

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก