"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2016
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

วันนี้เรามารู้จักพระนางเอสเธอร์กันก่อนสักหน่อยครับ เป็นหนังสือพระคัมภีร์สำหรับเราคาทอลิกต้องถือว่าน่าอ่านมากๆ และเป็นวีรสตรีสำหรับชาวยิว เป็นหนังสือที่อาจจะยากที่จะศึกษาสักหน่อย เพราะมีบางส่วนที่เป็นที่ยอมรับสำหรับชาวยิว บางส่วนไม่เป็นที่ยอมรับ แต่สำหรับเราคาทอลิกส่วนนั้นๆ เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสารบบที่สอง


• ชื่อ “เอสเธอร์” ภาษาอีบรู אֶסְתֵּר อ่านออกเสียง “ ‘ester” เห็นรากก็รู้ว่าแปลว่า “star หรือ stella” รากของคำมีความหมาย หมายถึง “ดวงดาว”


• เราทราบจากพระคัมภีร์ว่า เอสเธอร์ คือชาวยิว และได้เป็นพระราชินีของกษัตริย์อาหสุเอรัสแห่งเปอร์เซีย ซึ่งตามธรรมประเพณีทำให้เราทราบว่า คือ พระราชา เซอร์เซสที่หนึ่ง


• หนังสือเอสเธอร์ก็เล่าถึงการที่หญิงคนหนึ่งช่วยชนชาติยิว ให้รอดพ้นจากอันตรายของชาติทั้งชาติ
o ชาวยิวในแคว้นเปอร์เซียถูกคุกคามจะทำลายล้างให้สิ้นชาติโดยฮามัน ซึ่งเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ที่ทรงอำนาจและเป็นศัตรูของชนชาติยิว
o แต่ที่สุดชาวยิวก็ได้รับความช่วยเหลือจากพระนางเอสเธอร์ หญิงสาวชาวยิวที่ได้ขึ้นเป็นพระราชินี และปฏิบัติตามคำแนะนำของโมรเดคัยผู้เป็นลุง


• เหตุการณ์กลับตาละปัดหน้ามือเป็นหลังมือ ฮามันที่ปองร้ายชาวยิวกลับถูกโทษแขวนคอ และโมรเดคัยได้รับตำแหน่งคืน ชาวยิวกลับทำลายล้างศัตรูของตน
o วันฉลอง “ปูริม” ถูกตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะครั้งนี้ สั่งให้ชาวยิวทำการฉลองเป็นประจำทุกปี

 

• เรื่องนี้แสดงให้เห็นความเกลียดชังที่ชาวยิวได้รับจากชนต่างชาติในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นผลมาจากวิถีชีวิตของเขาที่แตกต่างจากชนชาติอื่นๆ ทำให้พวกเขามีความขัดแย้งกับผู้ปกครองที่ต้องการรวบอำนาจไว้ทั้งหมด เช่นเดียวกับที่กษัตริย์อันทิโอคัส เอปีฟาเนส เบียดเบียนชาวยิว ความรู้สึกชาตินิยมแบบสุดโต่งนี้เป็นแต่เพียงปฏิกิริยาเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น การเข่นฆ่าอย่างทารุณเพื่อล้างแค้นที่เล่าในหนังสือทำให้เราผู้อ่านรู้สึกว่าโหดเหี้ยมมาก แต่เราอย่าลืมว่าหนังสือนี้เขียนขึ้นก่อนคำสอนของพระคริสตเจ้า


• เจตนานี้เป็นเรื่องทางศาสนาโดยตรง การที่โมรเดคัยและพระนางเอสเธอร์ได้เลื่อนตำแหน่ง การที่ชาวยิวได้รับความช่วยเหลือให้รอดตาย ชวนให้ระลึกถึงเรื่องของดาเนียล และโดยเฉพาะเรื่องโยเซฟ ซึ่งแต่แรกถูกกลั่นแกล้งเบียดเบียน แต่แล้วในภายหลังก็ได้รับตำแหน่งทรงเกียรติเพื่อช่วยประชากรของตนให้รอดพ้น
o ในเรื่องโยเซฟในหนังสือปฐมกาล พระเจ้ามิได้ทรงสำแดงพระอานุภาพให้ปรากฏภายนอก พระองค์เพียงแต่คอยทรงนำเหตุการณ์อยู่เบื้องหลัง
o ในหนังสือเอสเธอร์ฉบับภาษาฮีบรูก็เช่นกัน ไม่มีการออกพระนามของพระเจ้าโดยตรง แต่ก็แสดงให้เห็นว่า พระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้าคอยควบคุมองค์ประกอบต่างๆของเหตุการณ์ที่เล่า ผู้อยู่ในเหตุการณ์รู้เรื่องพระญาณเอื้ออาทรดี และมีความหวังลึกๆในพระเจ้าว่าจะทรงช่วยเหลือตามแผนที่ทรงวางไว้


• แม้ว่ามนุษย์ที่ทรงเลือกไว้ให้เป็นเครื่องมืออาจมีความลังเล – ดู อสธ 4:13-17 ซึ่งเป็นกุญแจไขให้รู้เจตนาของหนังสือ


• ข้อความที่เพิ่มเติมเป็นภาษากรีกมีลักษณะทางศาสนาชัดเจนกว่า แต่ก็บอกตรงๆว่าผู้เขียนฉบับภาษาฮีบรูละไว้ให้ผู้อ่านเข้าใจเอง พระศาสนจักรคาทอลิกใช้ข้อความเพิ่มเติมของหนังสือเอสเธอร์นี้หลายตอนในพิธีกรรมดังเช่นที่เราอ่านในวันนี้


• ตัวบทของหนังสือเอสเธอร์มีสองแบบ คือแบบสั้นภาษาฮีบรู และแบบยาวภาษากรีก ต้นฉบับภาษากรีกก็ยังพบได้เป็น 2 สำนวน คือสำนวนภาษากรีกที่นิยมใช้กันทั่วไป กับสำนวนแก้ไขของลูเชียนชาวอันทิโอก

 

พี่น้องที่รัก วันนี้เรามาอ่านหนังสือเอสเธอร์ตอนนี้ ที่พระศาสนจักรจัดวางไว้ในพิธีกรรมในช่วงมหาพรตนี้เพื่อให้เราคริสตชนได้อ่านและไตร่ตรอง พ่อคิดว่า เราได้เห็นบทนำของหนังสือเอสเธอร์ที่เสนอให้อ่านข้างบนต้นนี้แล้ว เรามาสัมผัสตัวบทพระคัมภีร์ตอนนี้สำหรับเราคาทอลิกกันสักหน่อยครับ

-------------------------------------------


อสธ 4:17K-17U…..

(17K)พระราชินีเอสเธอร์ทรงเป็นทุกข์แทบจะสิ้นพระชนม์ จึงทรงแสวงหาความช่วยเหลือจากองค์พระผู้เป็นเจ้า พระนางทรงเปลื้องฉลองพระองค์ที่หรูหราออก แล้วทรงชุดไว้ทุกข์แสดงความโศกเศร้า ทรงโปรยขี้เถ้าและฝุ่นดินบนพระเศียรแทนเครื่องหอมมีค่า ไม่สนพระทัยที่จะประดับพระกายให้งดงามอย่างที่เคย แต่ทรงสยายพระเกศาให้ยุ่งเหยิง แล้วทรงอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอลว่า

(17L) “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า
ข้าแต่พระมหากษัตริย์ของข้าพเจ้าทั้งหลาย
พระองค์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นทรงเป็นพระเจ้า
โปรดทรงช่วยเหลือข้าพเจ้าเถิด
ข้าพเจ้าอยู่คนเดียว ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือข้าพเจ้านอกจากพระองค์เท่านั้น
ข้าพเจ้าทำลังเผชิญอันตรายเสี่ยงชีวิต

(17M) ตั้งแต่เป็นเด็ก ข้าพเจ้าเคยได้ยินจากบุคคลในครอบครัว
เล่าว่าพระองค์ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า
ทรงเลือกสรรชาวอิสราเอลจากชนชาติทั้งหลาย
ทรงเลือกบรรพบุรุษของข้าพเจ้าจากบรรพบุรุษของเขา
เป็นมรดกถาวรของพระองค์
พระองค์ทรงกระทำตามที่ทรงสัญญาไว้กับเขาทุกประการ

(17N) บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ทำบาปผิดต่อพระองค์
พระองค์จึงทรงปล่อยให้ข้าพเจ้าทั้งหลายตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู
เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายไปกราบไหว้เทพเจ้าของเขา
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงเที่ยงธรรม

(17O) แต่บัดนี้ บรรดาศัตรูยังไม่พอใจที่ได้กดขี่ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ให้มีความขมขื่นที่ต้องเป็นทาส
แต่เขายังทำพันธสัญญากับรูปเคารพของตน ว่า
จะลบล้างพระสัญญาที่พระองค์ตรัสไว้
จะทำลายล้างผู้ที่เป็นมรดกของพระองค์
จะปิดปากผู้ที่สรรเสริญพระองค์
และขจัดพระสิริรุ่งโรจน์ให้หมดไปจากพระวิหารและพระแท่นบูชาของพระองค์
(17P) กลับจะทำให้ชนต่างชาติสรรเสริญรูปเคารพที่ไร้ค่า
จะยกย่องกษัตริย์ที่ตายได้ให้เป็นกษัตริย์นิรันดร

(17Q) ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า
โปรดอย่าทรงมอบอำนาจปกครองของพระองค์
ให้แก่สิ่งที่ไม่มีความเป็นอยู่เหล่านั้นเลย
อย่าให้บรรดาศัตรูได้หัวเราะเยาะเพราะข้าพเจ้าทั้งหลายต้องพินาศ
โปรดให้แผนการของเขากลับมาทำลายเขาเอง
โปรดทรงลงโทษผู้ที่ริเริ่มเบียดเบียนข้าพเจ้าทั้งหลาย
ให้เป็นตัวอย่างเถิด
(17R) ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทรงระลึกถึงข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด
โปรดทรงสำแดงพระองค์ในเวลาที่ข้าพเจ้าทั้งหลายมีความทุกข์
โปรดให้ข้าพเจ้ามีความกล้าหาญเถิด
ข้าแต่กษัตริย์ของบรรดาเทพเจ้า
พระองค์ทรงพระอานุภาพเหนือผู้มีอำนาจทุกคน
(17S) โปรดทรงใส่ถ้อยคำจูงใจไว้ในปากของข้าพเจ้า
เมื่อต้องเผชิญกับสิงโต
โปรดทรงเปลี่ยนใจของเขาให้เกลียดชังศัตรูที่ต่อสู้กับข้าพเจ้าทั้งหลาย
เพื่อเขากับพวกจะพินาศ
(17T) โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอดพ้นอันตรายด้วยพระหัตถ์ของพระองค์
โปรดทรงช่วยเหลือข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าอยู่คนเดียว
ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือนอกจากพระองค์ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า
(17U) พระองค์ทรงรอบรู้ทุกอย่าง
ทรงทราบว่าข้าพเจ้าชังเกียรติยศจากคนอธรรม
และรังเกียจการร่วมเตียงกับผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัด
และคนต่างชาติ
-------------------------------------------------

 

อรรถาธิบายประเด็นสำคัญ

• เพื่อให้อรรถาธิบายหนังสือเอสเธอร์ ที่เราอ่านในวันนี้ ดังนั้น “วันนี้ขอ 10 คำ” นี่เป็นภาษาวัยรุ่นปัจจุบัน เวลาที่เขาพูดกันเขามักจะบอกว่า “ขอสามคำ ขอสองคำ ขอหนึ่งคำ”...


• พี่น้องที่รัก ดังนั้นวันนี้พ่อขอคำภาวนา 10 คำ อ่านผ่านๆไปเราอาจไม่สังเกตเห็น แต่พ่อค่อยๆแกะและสังเกตนั้น พ่อได้ค้นพบคำภาวนาสิบคำในหนังสือเอสเธอร์ครับ


• พ่ออยากแบ่งปันจริงๆ และดูเหมือนว่า ผู้นิพนธ์พระคัมภีร์นี้มีเจตนาจริงที่จะเสนอคำภาวนาเป็นคำวิงวอนสิบคำเพื่อร้องขอพระเจ้า เหมาะสมกับเทศกาลมหาพรตซึ่งเป็นเวลาแห่งการภาวนาเป็นพิเศษในยามทุกข์ใจ ในความบาปและความบกพร่องที่เราต้องการขอพระกรุณาจากพระเจ้าพระนางเอสเธอร์หันหน้าเข้าพึ่งพระเจ้าในยามทุกข์ใจที่สุด เพราะรักและเพราะห่วงชนชาติของตน คำภาวนาของพระนางเอสเธอร์จึงกลายเป็นความงดงามเหลือเกิน เป็นคำร้องขอ 10 คำ


• เรื่องราวตอนนี้ เป็นเรื่องราวที่พระราชินีเอสเธอร์ทรงเป็นทุกข์อย่างหนักต่อเรื่องราวของชนชาติอิสราเอล ประชากรของพระเจ้า โดยส่วนตัวของพ่อ พ่อชอบหนังสือเล่มนี้ในตอนนี้มากๆ คือเมื่อพระนางเอสเธอร์เป็นทุกข์แทบสิ้นชีวิต สิ่งที่น่าประทับใจคือ
1. พระนางแสวงหาความช่วยเหลือจากพระเจ้า....
2. พระนางเปลี่ยนเครื่องฉลองพระองค์หรูหราออก และ
3. เริ่มไว้ทุกข์เพื่อขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า และ
4. พระนางได้โรยเถ้าใส่ตนเองเป็นเครื่องหมายของความทุกข์ใจ และต้องการร้องขอความเมตตาจากพระเจ้า...

 

• พระนางหันหน้าเข้าพึ่งพระเจ้าครับ... คำคร่ำครวญถึงประสบการณ์แห่งความรักของพระเจ้า และคำคร่ำครวญถึงบาปของตนและของประชากรของพระเจ้า


• ในพระคัมภีร์วันนี้ที่พิธีกรรมจัดให้เราอ่านในมิสซา พ่อได้อ่านอย่างสังเกตและได้พิจารณาพระคัมภีร์ตอนนี้จากข้อที่ 17Q ถึงข้อที่ 17U พ่อได้พบกุญแจดอกสำคัญในการภาวนาของพระนางเอสเธอร์


• คือ วาจาที่พระนางพร่ำวิงวอนขอพระเจ้าเป็นคำร้องขอ 10 คำ ที่เราเห็นคำแปลคำว่า “โปรด” พ่อจะคัดมาให้ดูนะครับว่าพระนางขออะไรจากพระเจ้าสิบคำ หรือสิบคำว่า “โปรด” ที่ร้องขอพระเจ้า....นั้นมีอะไรบ้าง

1. โปรดอย่าทรงมอบอำนาจปกครองของพระองค์ ให้แก่สิ่งที่ไม่มีความเป็นอยู่เหล่านั้นเลย
2. โปรดให้แผนการของเขากลับมาทำลายเขาเอง
3. โปรดทรงลงโทษผู้ที่ริเริ่มเบียดเบียนข้าพเจ้าทั้งหลายให้เป็นตัวอย่างเถิด
4. โปรดทรงระลึกถึงข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด
5. โปรดทรงสำแดงพระองค์ในเวลาที่ข้าพเจ้าทั้งหลายมีความทุกข์
6. โปรดให้ข้าพเจ้ามีความกล้าหาญเถิด
7. โปรดทรงใส่ถ้อยคำจูงใจไว้ในปากของข้าพเจ้าเมื่อต้องเผชิญกับสิงโต
8. โปรดทรงเปลี่ยนใจของเขาให้เกลียดชังศัตรูที่ต่อสู้กับข้าพเจ้าทั้งหลายเพื่อเขากับพวกจะพินาศ
9. โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอดพ้นอันตรายด้วยพระหัตถ์ของพระองค์
10. โปรดทรงช่วยเหลือข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าอยู่คนเดียว

 

• คำถามสำคัญคือ ทำไมต้อง 10 คำ พี่น้องครับ พ่อมีคำตอบที่น่าคิดดังนี้
o ประการแรก ปกติการภาวนาของชาวยิวถ้าเป็นการภาวนาอย่างทางการ หรือคำภาวนาของหมู่คณะนั้น ต้องมีการภาวนาร่วมกันสิบคนขึ้นไป ไม่น้อยกว่าสิบคน ถือว่าเป็นการภาวนาหมู่คณะทางการ
o ประการที่สอง เลข 10 คือเลขสำคัญสำหรับชนชาติอิสราเอล นั่นคือบัญญัติ 10 ประการ หรือพระคำพระวาจา 10 คำของพระเจ้า ที่เป็นบัญญัติที่ชาวอิสราเอลต้องไม่ละเมิด ไม่หลงลืมหรือทอดทิ้งและไม่ใส่ใจ ตรงข้ามพวกเขาต้องซื่อสัตย์ที่สุดต่อบัญญัติของพระเจ้าเพื่อรักษาชนชาติ รักษาสันติสุข รักษาพันธสัญญาของพระเจ้า


• ในเวลาและยุคสมัยของพระนางเอสเธอร์ เป็นเวลายามที่ประชากรของพระเจ้าหลงใหลกระแสโลกและได้ทอดทิ้งพระเจ้าเที่ยงแท้ และไม่ได้ซื่อสัตย์ ได้ละทิ้งบัญญัติสิบประการของพระเจ้าทำให้พวกเขาไม่ได้รักษาพันธสัญญาของพระเจ้า

 

• ดังนั้น การหันหน้าเข้าพึ่งพระเจ้าของพระนางเอสเธอร์ ผู้นิพนธ์พระคัมภีร์ดูเหมือนร้อยเรียงคำวิงวอน 10 คำ ที่ร้องขอ “โปรด” สิบครั้ง ประหนึ่งเป็นการรื้อฟื้นพันธสัญญาและพระบัญญัติที่พวกเขาได้ทำบาปและได้ละเมิดความรักของพระองค์ ดังนั้น ในการกลับใจ ในการภาวนา จึงเป็นการฟื้นฟูบัญญัติของพระเจ้าสิบคำที่พ่อได้เสนอให้อ่านข้างต้นครับ....

 

พี่น้องที่รักครับ นี่เป็นการค้นพบและเป็นการสังเกตตัวบทพระคัมภีร์ที่พ่อได้พบจากหนังสือเอสเธอร์ตอนนี้ครับ... พ่อหวังว่า เราจะเป็นเช่นกัน คือ หันหน้าเข้าพึ่งพระเจ้า จำศีลภาวนา ใช้โทษบาป และไตร่ตรองถึงบัญญัติสิบประการของพระเจ้าที่ในบางข้อ หรืออาจจะในหลายๆ ข้อที่เราได้ละเมิดต่อพระองค์...

 

มหาพรตเป็นเวลาของการทบทวน การวิงวอนภาวนา และการฟื้นฟูชีวิตของเราให้ซื่อสัตย์ต่อบัญญัติของพระเจ้าครับ ให้เราได้ใช้โอกาสที่ได้อ่านพระวาจาวันนี้ในเทศกาลมหาพรตนี้ โดยให้เราภาวนาพึ่งพระเจ้ามากเป็นพิเศษนะครับ... บัญญัติสำคัญที่สุดที่เราต้องทบทวน คือ บัญญัติแห่งความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนมนุษย์นะครับ


มหาพรตปีนี้ หนังสือเอสเธอร์ที่เราอ่านวันนี้น่าจะทำให้เราได้ภาวนาวิงวอนพระเจ้ามากขึ้น “โปรด โปรด โปรด ทรงพระเมตตาเถิดพระเจ้าข้า... เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายได้ทำบาป...” ให้เราได้ใช้โอกาสมหาพรตปีนี้สวดภาวนามากๆ วิงวอนพระเจ้ามากๆ และทบทวนชีวิตของเรากับบัญญัติของพระเจ้าเป็นพิเศษนะครับ

 

อ่านพระคัมภีร์หนังสือเอสเธอร์วันนี้อย่างดีๆนะครับ คำภาวนาขอพึ่งพระเจ้าในยามโดดเดี่ยวของพระนางเอสเธอร์ น่าจะเป็นกำลังใจและกำลังภาวนาแก่เราทุกคนเลยนะครับ โดยเฉพาะในยามนี้ของโลกปัจจุบันที่ชีวิตของเรา สังคมโลกของเรา ต้องการการหันหน้าเข้าพึ่งพระเจ้าให้มากกว่าที่เคย ขอพระเจ้าอวยพรเสมอ ให้เราวิงวอนพระเจ้า “โปรด” เมตตาเราและสังคมของเรา โลกของเราเสมอไป

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก