"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2015
สัปดาห์ที่สามสิบสี่ เทศกาลธรรมดา
ลก 21:20-28…
20เมื่อท่านทั้งหลายเห็นกองทัพต่างๆ ล้อมกรุงเยรูซาเล็ม็ ก็จงรู้ไว้เถิดว่าความพินาศของนครนั้นใกล้เข้ามาแล้ว 21เวลานั้นผู้ที่อยู่ในแคว้นยูเดียจงหนีไปยังภูเขา ผู้ที่อยู่ในกรุงจงรีบออกไปเสีย ผู้ที่อยู่ในชนบทก็จงอย่าเข้ามาในกรุง 22เพราะวันเหล่านั้นจะเป็นวันพิพากษาลงโทษ ข้อความที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์จะเป็นจริงทุกประการ 23น่าสงสารหญิงมีครรภ์และหญิงแม่ลูกอ่อนในวันนั้น ทุกขเวทนาใหญ่หลวงจะครอบคลุมทั่วแผ่นดินและพระพิโรธจะลงมาเหนือชนชาตินี้ 24บางคนจะตายด้วยคมดาบ บางคนจะถูกจับเป็นเชลยไปอยู่ในประเทศต่างๆ กรุงเยรูซาเล็มจะถูกคนต่างศาสนาเหยียบย่ำจนกว่าจะครบเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้


25“จะมีเครื่องหมายในดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวต่างๆ ชนชาติต่างๆ บนแผ่นดินจะทนทุกข์ทรมาน ฉงนสนเท่ห์ต่อเสียงกึกก้องของทะเลที่ปั่นป่วน 26มนุษย์จะสลบไปเพราะความกลัว และหวั่นใจถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในโลก เพราะสิ่งต่างๆ ในท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน 27หลังจากนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ 28เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มเกิดขึ้น ท่านทั้งหลายจงยืนตรง เงยหน้าขึ้นเถิด เพราะในไม่ช้าท่านจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระแล้ว”



อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
  

• ข้อความจากพระวรสารวันนี้ยังคงอยู่ในวรรณกรรมประเภทวิวรณ์ เป็นเสียงเตือนเราผู้อ่านให้ได้ตระหนัก เตรียมพร้อม และไม่กลัวกับความวุ่นวายใดๆในกระแสโลก ครับกระแสโลกมีความทุกข์ทรมานในรูปแบบต่างๆเสมอมิดได้ขาด วรรณกรรมวิวรณ์ไม่ใช่เป็นการทำนายอนาคต แต่เป็นการนำเอาประสบการณ์ในอดีตมากมายมา เพื่อเป็นเครื่องเตือนให้บรรดาศิษย์ของพระองค์ต้อง “เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมไว้” ประเด็นอยู่ที่ตรงนี้เลยครับ การเตรียมพร้อมไว้เสมอสำหรับการที่พระเยซูเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง หรือการที่เราจะได้พบกับพระคริสตเจ้าไม่ว่าจะเป็นเมื่อใด ณ เวลาใด ไม่มีอะไรต้องกังวลจริงๆ

• พระวรสารให้ภาพที่ดูว่าสาหัสนะครับ พี่น้องสังเกตุไหม...
o “เมื่อท่านทั้งหลายเห็นกองทัพต่างๆ ล้อมกรุงเยรูซาเล็ม็ ก็จงรู้ไว้เถิดว่าความพินาศของนครนั้นใกล้เข้ามาแล้ว
o เวลานั้นผู้ที่อยู่ในแคว้นยูเดียจงหนีไปยังภูเขา ผู้ที่อยู่ในกรุงจงรีบออกไปเสีย ผู้ที่อยู่ในชนบทก็จงอย่าเข้ามาในกรุง เพราะวันเหล่านั้นจะเป็นวันพิพากษาลงโทษ
o น่าสงสารหญิงมีครรภ์และหญิงแม่ลูกอ่อนในวันนั้น
o ทุกขเวทนาใหญ่หลวงจะครอบคลุมทั่วแผ่นดินและพระพิโรธจะลงมาเหนือชนชาตินี้
o บางคนจะตายด้วยคมดาบ บางคนจะถูกจับเป็นเชลยไปอยู่ในประเทศต่างๆ
o กรุงเยรูซาเล็มจะถูกคนต่างศาสนาเหยียบย่ำจนกว่าจะครบเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้

• พ่อแยกออกมาให้อ่านพระวาจานี้เป็นข้อๆ น่ากลัวใช่ไหม... นี่และวรรณกรรมประเภทวิวรณ์เพื่อทำให้เราได้เห็นความน่าสะพรึงกลัว....

• แต่พี่น้องที่รัก เยรูซาเล็มเล็กนิดเดียวเอง สองตารางกิโลเมตร มีประชาการถึงหมื่นคนหรือเปล่าก็ไม่ทราบในสมัยพระเยซู... คิดดีๆครับ ฟังดูน่ากลัว มาก...อ่านพระคัมภีร์แล้วกลับมามองกรุงเทพฯของเรา...ประเทศ สังคมโลกของเราสิครับ...
o เมืองหลวงของเรา ประชากรเป็นสิบล้านเฉพาะในกรุงเทพฯ... มีอะไรหนักกว่าเยรูซาเล็มนักหนา... ปัญหาสังคมมากมาย การทอดทิ้งทารก การทำแท้ง การฆาตกรรมรายวัน การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และการคอรัปชั่นในรูปแบบต่างๆที่ดาดดื่น มาเฟียเต็มพื้นที่แทบทุกปากซอยและริมถนน...
o การข่มขู่ ลูกหนี้ที่เป็นทาสไร้อิสรรายวัน อยู่ด้วยน้ำตาที่จ่ายแต่ดอกเบี้ยจนเพลียจนถึงรุ่นลูกหลาน สังคมป่วยหนักจริงๆ ตามหาดชายทะเลก็ถูกยึดครองด้วยเจ้าพ่อเจ้าพี่เจ้าแม่... อาการหนักมาเป็นแรมนานชั่วอายุ
o คนเดินชายทะเลจะนั่งสักนิดก็โดนข่มขู่ปูเสื้อปูผ้าก็ไม่ได้ ทำตัวเป็นเจ้าของชายหาด...ที่จริงก็เป็นจริงๆ เพราะมีการคอรัปชั่น กินแบ่งหันของพวกมาเฟียที่บ่อยครั้งก็อยู่ในคราบเครื่องแบบ...
o สังคมป่วยหนักจริง วุ่นวายและสับสน ซับซ้อนซ่อนเงื่อนปม มากกว่าเยรูซาเล็มสมัยพระเยซูเจ้ามากมายนักหนา
o ทุขเวทนาของชาวเมืองหลวงและทั่วประเทศของเรามีไม่น้อยเลยนะครับ ทั่วโลก ทั่วประเทศเขตขันธ์ ล้วนมีความทุกข์มากมาย...

• อ่านพระวาจาในวันนี้ คำเตือนเยรูซาเล็มให้ตระหนักถึงความทุกข์ ความบกพร่อง ควรเป็นคำเตือนที่เตือนเราในปัจจุบันกับกระแสโลกสังคมปัจจุบันของเราให้จงหนักที่สุด... พ่อเชื่อว่าเราต้องพร้อม ต้องตอบรับสภาพและพัฒนาฟื้นฟูจริงๆกับสังคมและชีวิตของเรา... สังคมบาดเจ็บ ป่วยหนักและต้องการความรักมากขึ้นทุกวันเสมอนะครับ ปัญหาหนักกว่าเยรูซาเล็มนัก ดังนั้น พระวาจาวันนี้ ควรทำให้เราได้กล้าประกาศ “ความรักมั่นคง ความซื่อสัตย์ของพระเจ้า ด้วยชีวิต และกิจการของเราทุกคน”

• พระวรสารเน้นว่าจะเกิดความน่าสะพรึงกลัวมากมายแต่... “

o “หลังจากนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่
o เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มเกิดขึ้น ท่านทั้งหลายจงยืนตรง เงยหน้าขึ้นเถิด เพราะในไม่ช้าท่านจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระแล้ว”

• พี่น้องที่รัก เรามีคำตอบครับ คำตอบคือ “พระเยซู บุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมา ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่” พ่อคิดว่าเราไม่ต้องกลัวอะไร ไม่ต้องกลัวเกินไป... เพราะเรามีพระเจ้าครับ มีพระองค์ เพียงพอจริงๆ นะครับ... เช้านี้พ่อฮำเพลงในลำคอตลอด...
o “จงอย่ากังวลไป จงอย่าได้กลัวเลย ผู้วางใจพระเจ้า ไม่ขาดสิ่งใดเลย จงอย่ากังวลใจ จงอย่าได้กลัวเลย เพียงพระเจ้าเพียงพอ”

• พ่อชอบพระวาจาตอนสุดท้ายสำหรับเรา... “ท่านทั้งหลายจงยืนตรง เงยหน้าขึ้นเถิด เพราะในไม่ช้าท่านจะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว”
o สำหรับสังคมโลก สังคมไทยเราโดยเฉพาะ “ยืนตรง” สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดในกระแสสังคมที่ยังมีความยากลำบากและโกลาหลวุ่นวายไปกับการฉ้อโกง คอรัปชั่น จนเราต้องมีหลักสูตร “โตไปไม่โกง” ความจริงต้องมีหลักสูตร “โตอยู่แล้วก็เลิกโกง” เลิกเอาเปรียบ เลิกการอารัด เอาแต่ได้ พ่อเชื่อและเห็นว่าสิ่งนี้สำคัญมากที่สุดคือ “ยืนตรงเงยหน้า” ชอบธรรม ซื่อตรง
o ถึงเวลาที่เราจะต้องยืนหยัดในพระเยซู พระเจ้าองค์ความรักและความจริงๆ ถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูปชีวิตให้ความซื่อตรงและในความสัตย์จริงให้เต็มที่ และกระทำให้จงได้ครับ พ่อเห็นว่าบัดนี้เป็นเวลาที่เหมาะ การปฏิรูปประเทศจะเป็นได้ กาปฏิรูปสังคมจะเป็นได้ ความปองดองจะเกิดได้ทันที ถ้าคนไทยเรา ชาวโลกของเรา “เลิกโกง” ถ้าคนโกงก็ต้องชดใช้ด้วย “ถ้าเป็นซักเคียส” ก็ต้องชดใช้สี่เท่า... นั่นจะดีมาก กลับใจอย่างต่อเนื่องและเลิกทำชั่วทำบาป โดยเฉพาะความคดโกงที่สร้างความวุ่นวายและทำให้โลกของเราไม่สมดุลกันจนทุกวันนี้
o ถึงเวลาครับที่เราจะยืนขึ้นรับเสด็จพระคริสตเจ้า องค์ความรักและความจริง พระองค์เพียงพอ และเราต้องเรียนรู้ที่จะซื่อสัตย์มั่นคง.. ในกระแสโลกปัจจุบัน ไม่มีอะไรต้องกลัว มีพระเจ้าเพียงพอ และพ่อเชื่อว่าเราจะดำเนินชีวิตอย่างรู้จักพอเพียง และแบ่งปันด้วยรักเมตตาธรรมจริงๆ
o ถึงเวลายืนตรงเคารพความจริงและความเมตตา ถึงเวลาที่จะดัดความคดในข้องอในกระดูกและคุดในจิตใจ... พระเจ้าเตือนเราดังเช่นทรงเตือนเยรูซาเล็ม เราต้องเป็นเยรูซาเล็มแท้จริง คือ “นครแห่งสันติ” เพราะมีพระเจ้าในชีวิตของเราทุกคนครับ

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก