"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2015
สัปดาห์ที่สาม เทศกาลมหาพรต
ลก 4:24-30…
24แล้วพระองค์ยังทรงเสริมอีกว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน
25เราบอกความจริงอีกว่าในสมัยประกาศกเอลียาห์ เมื่อฝนไม่ตกเป็นเวลาสามปีหกเดือน และเกิดความอดอยากครั้งใหญ่ทั่วแผ่นดิน มีหญิงม่ายหลายคนในอิสราเอล 26แต่พระเจ้ามิได้ทรงส่งประกาศกเอลียาห์ไปหาหญิงม่ายเหล่านี้ นอกจากหญิงม่ายที่เมืองศาเรฟัทในเขตเมืองไซดอน 27ในสมัยประกาศกเอลีชา มีคนโรคเรื้อนหลายคนในอิสราเอล แต่ไม่มีใครได้รับการรักษาให้หายจากโรค นอกจากนาอามานชาวซีเรียเท่านั้น’”
28เมื่อคนที่อยู่ในศาลาธรรมได้ยินเช่นนี้ ทุกคนโกรธเคืองยิ่งนัก 29จึงลุกขึ้นขับไล่พระองค์ออกไปจากเมือง นำไปที่หน้าผาของเนินเขาที่เมืองตั้งอยู่ ตั้งใจจะผลักพระองค์ลงไป 30แต่พระองค์ทรงดำเนินฝ่ากลุ่มคนเหล่านั้น แล้วเสด็จจากไป

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• เมื่อสามอาทิตย์ก่อนหน้านี้เอง พ่อได้ไปที่นาซาแร็ธอีกครั้ง ครั้งนี้พ่อได้ขึ้นไปบนยอดเขาที่นาซาแร็ธเมืองที่พระเยซูเจ้าทรงเจริญ พระชนม์ขึ้นตลอดเวลาสามสิบปี พ่อได้มีโอกาสขึ้นไปบนยอดเขาที่เป็นหน้าผาด้วย หน้าผาที่ธรรมประเพณีบอกว่า พระเยซูเจ้าเคยถูกผลักดันมาที่หน้าผานี้โดยตั้งใจที่จะผลักพระองค์คงไป แต่พระองค์ได้เสด็จฝ่าจากไป... พ่อขึ้นไปบนยอดเขานี้ คับสุงจริงๆ และอากาศครั้งนี้ที่พ่อไปก็หนาวเหน็บ... พ่อลงไปเดิน เดินเงียบๆ ขณะที่บรรดาคุณพ่ออีกหลายท่านได้ไปเดิน ไปถ่ายรูป แต่พ่อปลีกตัวออกมานิดเพราะมีเวลาเยอะหน่อย และคืนนั้น พวกเราก็พักที่โรงแรมที่นาซาแร็ธด้วย พ่อจึงมีเวลาเดินเงียบๆ ลมแรงมากๆ อากาศเย็นเยือกกับเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นฤดูหนาวและเป็นช่วงหนาวสุดด้วย

• พ่อจำได้ว่า พ่อมีเวลาเดินเงียบๆประมาณสิบห้านาที... พ่อมองย้อนไปที่เมืองนาซาแร็ธที่อยู่บนเขา พ่อมองเพื่อเห็นภาพพระวรสารที่เราได้อ่านวันนี้ พระเยซูทรงอำนาจมากแต่วันนี้พระองค์กลับมานาซาแร็ธและเหตุการณ์ก็บอกกับ เรา...


• พ่อเดินไตร่ตรองบนเขาลูกนั้น...พ่อถามตนเองทำไมพระเยซูเจ้าตรัสเช่นนั้น ‘เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน’


• พ่อเชื่อว่า พระเยซูเจ้าน่าจะไม่ได้รับการต้อนรับในนาซาแร็ธมากนัก พ่อคิดว่า ไม่แปลก

o เพราะคนที่น่าซาแร็ธเห็นพระองค์สมัยเป็นเด็ก

o เคยเห็นพระองค์เป็นเด็กเล็กๆ เป็นเจ้าหนูน้อยคนที่ชื่อเยซูบาร์โยเซฟ บาร์ดาวิด (เยซูบุตรโยเซฟ บุตรดาวิด) คงมีคนในหมู่บ้านนับกสิบนับร้อยนามสกุล “บุตรดาวิด” 

o ทรงประทับในครอบครัวเล็กๆ น่าจะยากจนด้วย หรืออาจจะปานกลางและไม่ร่ำรวยนักนักวิชาการคิดว่า ถ้านักบุญโยเซฟและแม่พระสามารถพาพระองค์ไปฉลองที่เยรูซาเล็มได้ในวัยสิบสอง ขวบ และโอกาสอื่นๆ แสดงว่า ครอบครัวของพระองค์น่าจะมีฐานะพ่อจะสามารถเดินทางไปได้... แต่ก็ไม่แปลกเพราะพระองค์ในวัยเด็กก็คงจะเป็นที่รู้จัก และเห็นได้จากคนรอบข้างในหมู่บ้านเล็กๆที่นาซาแร็ธ...


• แล้วทำไมพระองค์จึงตรัสเช่นนั้น ว่าประกาศกไม่ได้รับเกียรติในบ้านเมืองของตน 

o เรื่องนี้เราต้องย้อนขึ้นไปอ่านพระวรสารก่อนหน้านี้... พระวรสารเล่าว่าพระองค์เสด็จกลับมาที่นาซาแร็ธ... และพระองค์เสด็จเข้าไปในศาลาธรรมตามหน้าที่ของชาวยิวผู้ศรัทธา 

o ภาพก่อนหน้านี้เล่าว่า ในศาลาธรรมที่นาซาแร็ธ พระองค์ได้อ่านพระคัมภีร์หนังสือประกาศกอิสยาห์ในท่ามกลางประชาชนที่นั่น หนังสือประกาศกอิสยาห์ที่พระองค์อ่าน..ที่กล่าวถึงเวลาแห่งความโปรดปรานของ พระเจ้า พระคัมภีร์ตอนที่กล่าวถึงการเปิดตาของคนตาบอด ประกาศอิสรภาพและเชลย...

o แล้วพระองค์ม้วนหนังสือปิดส่งคืน และเตรียมจะเทศนาหรือกล่าวบางคำเพื่อสรรเสริญพระเจ้า... และพระองค์ได้ตรัส “ทุกสิ่งพวกท่านได้ยินกับหูได้สำเร็จลงในวันนี้” 

o ผลตอนแรกคือ...และทุกคนในศาลาธรรมทึ่งและจ้องมองดูพระองค์ และก็ชมเชยพระองค์ด้วยสายตาและความชื่นชม เพราะอันที่จริงคำทำนายทั้งหลายของประกาศกถึงพระคริสตเจ้า พระแมสซียาห์ก็ได้สำเร็จวันนี้ (คือในพระองค์พระเยซู) สายตาคนส่วนใหญ่ในศาลาธรรมน่าจะเชื่อกันหมด เพราะได้ยินเรื่องดีๆมากมายในชีวิตของพระองค์ทั่วกาลิลี ทรงทำอัศจรรย์มากมาย ทรงปรีชาเหนือใครๆ (ทุกคนคงรู้ว่าพระองค์ปรีชามากมาตั้งแต่เด็ก เคยนั่งสนทนากับบรรดาธรรมมาจารย์ในพระวิหารที่เยรูซาเล็ม จินตนาการแล้ว พระองค์ต้องเก่งมากๆ จนโดดเด่นในหมู่บ้านแน่ๆ)


• แต่ที่สุดก็มีเสียงแห่งความสงสัยของชาวนาซาแร็ธ หลายคนอดไม่ได้ ตั้งคำถาม เราได้เห็นบรรยากาศในพระวรสารสองข้อก่อนที่จะมาถึงพระวรสารวันนี้ คือ “เขากล่าวกันว่า “นี่เป็นลูกของโยเซฟมิใช่หรือ”

o (พ่อคิดถึงตัวเองเหมือนกัน...เวลาพ่อกลับไปบ้าน ถ้าไปมิสซาที่วัด พี่ป้าน้าอาเยอะแยะเลย...บางครั้งพ่อเทศน์ ทุกคนต่างจ้องมองดูพระองค์ (อาจหลับบ้างมั้ง) แต่พ่อเห็นสายตาและการตอบรับ... แต่ก็อาจมีบ้างกระมังบางคนที่นั่นอาจคุยกันและถามกัน และอาจกล่าวกันเมื่อกลับบ้านหรือแม้แต่หน้าวัด หรือแม้กระทั่งในนวัดขณะพ่อเทศน์ “เฮ้ย..แก..พี่ที่เทศน์นี่ลูกใคร??...เออพ่อองค์นี้ลูกตาสดยายแป้นนี่ หว่า...” (จาชื่อสด แม่ชื่อแป้น ถ้าพ่อเป็นลูกชาวยิว พ่อคงชื่อว่า “สมเกียรติบาร์บาร์ตาสดบาร์ยายแป้น...”ปกติชาวยิวจะไม่ใส่ชื่อแม่ครับในภาษา ฮีบรูแต่ตรงนี้ใส่พ่อใส่ไว้ จะได้ประกาศชื่อแม่ให้ทราบกันทั่วหน้าเผื่อสวดให้แม่แป้นของพ่อในสวรรค์ครับ ระยะหวังผลแผ่นดินกับสวรรค์ครับ) บางทีอาจเป็นเช่นนี้ก็ได้...


• ยิ่งไปกว่านั้น จากที่นาซาแร็ธที่พ่อเดินไตร่ตรองบนภูเขานั้น... พ่อก็เห็นความจริงว่าบางทีเรื่องเหล่านี้... ถ้าพ่อเทศน์สอนเรื่องต่างๆที่บ้านพ่อเองที่เจ้าเจ็ด บางทีอาจต้องประกาศเตือนสอนศีลธรรมและความเชื่อ บางที...อาจมีเสียงเหมือนกันว่า “สอนพี่น้องแกก่อนเถอะ”


• พระเยซูเจ้าก็ตรัสดังนี้ที่ศาลาธรรมที่นาซาแร็ธ... “ท่านคงจะกล่าวคำพังเพยนี้แก่เราเป็นแน่ว่า ‘หมอเอ๋ย จงรักษาตนเองเถิด สิ่งที่พวกเราได้ยินว่าเกิดขึ้นที่เมืองคาเปอรนาอุมนั้น ท่านจงทำที่นี่ในบ้านเมืองของท่านด้วยเถิด’” (ข้อ 22-23) พระองค์อยู่นาซาแร็ธแต่ไปประกาศที่ชายทะเลสาบกาลิลี ที่คาเปอรนาอุม... ทรงทำอัศจรรย์มากมายที่นั่น และที่นาซาแร็ธดูเหมือนพระองค์ทราบดีว่ามีหลายคนคงอยากให้พระองค์ทำอัศจรรย์ ให้พวกเขา... แต่พระองค์ทราบดีว่า พวกเขาไม่ได้ยอมรับพระองค์ดังที่พ่อเล่ามาก่อนแล้ว...


• พี่น้องที่รัก พ่อกำลังคิดถึง ความจริงของพระวาจาที่ว่า “ประกาศกไม่ได้รับเกียรติในบ้านเมืองของตน” พ่อคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงและน่าไตร่ตรอง...


• ประสบการณ์ครับ... ในพระศาสนจักรของเรา เรามีพระสงฆ์ นักบวช สามเณร โดยปกติพวกเราก็ถูกย้ายให้ไปทำงานตามวัดต่างๆ ตั้งแต่เป็นสามเณรก็จะถูกส่งให้ไปทำงาน ฝึกงาน เป็นพระสงฆ์ก็จะถูกย้ายไปที่ต่างๆ พ่อเองก็มาอยู่บ้านเณรใหญ่เวลานี้ ปกติเจ้าอาวาสก็ย้ายทุกๆห้าปีโดยประมาณ และปกติ ปกติจริงๆ ครับ พวกเราพระสงฆ์จะไม่ถูกส่งไปทำงานในวัดบ้านเกิดของตนเอง นักบวชก็เช่นกัน เรามักจะไม่ถูกส่งไปทำงานในวัดบ้านเกิดของเราเอง... พระศาสนจักรก็มีปรีชาญาณเช่นนี้ที่จะส่งพวกเราพระสงฆ์นักบวชไปที่ไหนก็ได้ แต่ปกติจะไม่ส่งไปทำงาน ไปเป็นเจ้าอาวาส หรือในฐานะนักบวชที่ทำงานในวัดบ้านเกิดของตนเอง... อาจเป็นเพราะปรีชาญาณแห่งพระดำรัสของพระเยซูเจ้าวันนี้กระมังครับ “ประกาศกไม่ได้รับเกียรติในบ้านเมืองของตน”

• พ่อสรุปละครับ พระวาจาวันนี้สอนอะไรเราหนอ....

o พ่อเดินที่นาซาแร็ธ บนเชิงเขาที่พวกเขาเคยคิดจะผลักพระองค์ลงไปเพราะโกรธพระองค์ที่ทรงตำหนิถึง ความไม่เชื่อของพวกเขา ตำหนิถึงการไม่ยอมรับพระเยซูของชาวนาซาแร็ธในศาลาธรรมสมัยพระองค์ พ่อคิดว่า บนยอดผาสูแบบนี้ เขาคิดจะ “ผลักพระองค์ลงไปที่ก้นเหวนั้น”.... พ่อได้ขอคิดจากพระวรสารวันนี้ สำหรับเทศกาลมหาพรตในปีนี้เป็นพิเศษ.. พ่อเชื่อว่าเราคริสตชนต้องเรียนรู้ พ่อด้วยต้องเรียนรู้อย่างมากๆที่จะให้เกียรติยกย่องกันและกัน พ่อต้อง “ไม่ดูถูกหรือกดพี่น้องให้ต่ำไป” คงต้องไม่ทำเหมือนชาวนาซาแร็ธที่จะผลักพระองค์ผู้สูงส่งลงสู่ก้นเหวไปเลย...

o พ่อรู้ละครับ พ่อต้องไม่ผลักพี่รอบข้างที่หลายคนแสนดี แสนเก่ง น่ารัก ยอดเยี่ยม พ่อต้องไม่ผลักเขาลงสู่ก้นเหวในสายตาของพ่อ คือ ต้องไม่ดูถูกเขา...ภาษาอังกฤษชัดกว่าครับ “Look down” แปลว่าดูถูก แต่แปลตามตัวอักษร แปลว่า “มองให้ต่ำลงไป หรือมองคนอื่นด้วยสายตาที่กดลงไปเลย ลงเหวเลย”

o พี่น้องที่รักครับ... อย่ากดสายตาของเราต่ำในการมองเพื่อนพี่น้อง อย่าใช้สายตาของเรากดคนอื่นจมดิงลงเหวเลยนะครับ... ยกย่อง รัก ให้เกียรติ ยกสายตาขึ้นมองความงดงามของพระเจ้าในกันและกันดีกว่านะครับ... ทุกคนมีข้อดี ข้อเสียครับ เลือกมองส่วนที่ดี ให้เกียรติ เห็นใจในส่วนที่บกพร่องและให้อภัยกันดีกว่า... 

o พ่อบอกไว้ก่อนนะ สายตาที่ดูถูก เหยียดหยาม เกลียดชัง อิจฉา ริษยา ดูออกนะครับ คนอื่นมองมาเห็นตาเราก็รู้แล้วว่าเราคิดอย่างไร... ระวังสายตากันหน่อยนะครับ ดูกระจกกันบางลูก ถามกันบ้างว่า ตาเราดุไปไหม ร้อนไปไหม ดูถูกไปไหม... มองคนอื่นต่ำไปไหม... 

o พี่น้องที่รักครับ...หมั่นดูกระจกตกแต่งปรับสายตาให้งดงามนะครับ... พ่อคิด...ถ้าพ่อเป็นพระสงฆ์ และพ่อมีสายตาที่ดูถูกคนอื่น คนยากจนที่เขาต้องการความช่วยเหลือ และไม่ต้อนรับด้วยสายตาและจิตใจ... พ่อคงจะได้อยู่อีกฝั่งของเหวที่ข้ามไปหาพี่น้องไม่ได้แน่ๆ เหมือนเรื่องลาซารัสกับเศรษฐีใจแคบคนนั้น... ถ้าตาของเราดุไป หัดฝึกให้สายตาเรายิ้มได้นะครับ มีคนบอกพ่อว่า พ่อครับ สายตาคนเรายิ้มได้นะครับ เห็นแต่ดวงตาและไม่ริมฝีปาก ก็รู้ครับว่ายิ้มอยู่ พ่อฝึกบ่อยๆอยู่ครับ เอากระดาษปิดปากไว้ และฝึกยิ้มด้วยสายตา... ทำได้จริงนะครับ... คือ คิดดีๆถึงคนที่เรามอง รักเขา อยากรักเขา อยากช่วยเหลือเขา อยากให้เกียรติเขา...พี่น้องฝึกนะครับ ตาเราจะยิ้มได้จากแววตาเลยครับ...


• พี่น้องที่รักครับ... ให้เกียรติกัน ยกย่องกันนะครับ นาซาแร็ธเป็นเมืองบนภูเขาสูง แต่พระเยซูถูกมองด้วยสายตาที่ดูถูกเกือบถูกผลักลงก้นเหวเลย... ชีวิตคริสตชน พระศาสนา พระอาณาจักรของพระเจ้าสูงส่งกว่านาซาแร็ธมากนัก... เราชาวสวรรค์ ณ แผ่นดินครับ อย่ากดต่ำซึ่งชีวิงกันและกันเลยนะครับ... ยกย่องให้เกียรติกันเสมอ... ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องครับ จงเป็นชาวสวรรค์ จงมีดวงตาและดวงใจของชาวสวรรค์นะครับ... ขอพระเจ้าอวยพรครับ

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก