"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันอังคารที่ 6 มกราคม 2015
เทศกาลพระคริสตสมภพ หลังพระคริสต์แสดงองค์
มก 6:34-44…
34เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงแลเห็นประชาชนมากมายก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง พระองค์จึงทรงเริ่มสั่งสอนเขาหลายเรื่อง 35เนื่องจากเป็นเวลาเย็นมากแล้ว บรรดาศิษย์จึงเข้ามาเฝ้าพระองค์ ทูลว่า “สถานที่นี้เป็นที่เปลี่ยวและเป็นเวลาเย็นมากแล้ว 36ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้ประชาชนไปซื้ออาหารกินตามชนบทและตามหมู่บ้านรอบ ๆ นี้เถิด” 
37พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านทั้งหลายจงหาอาหารให้เขากินเถิด” บรรดาศิษย์จึงทูลถามว่า “พวกเราจะต้องไปซื้ออาหารสักสองร้อยเหรียญมาให้เขากินหรือ”

38พระองค์ตรัสว่า “ท่านมีขนมปังกี่ก้อน ไปดูซิ” บรรดาศิษย์ไปดูแล้วกลับมารายงานว่า “มีขนมปังอยู่ห้าก้อนกับปลาสองตัว” 
39พระองค์จึงทรงสั่งให้ทุกคนนั่งลงเป็นกลุ่ม ๆ ตามพื้นหญ้าสีเขียว 40เขาก็นั่งลงเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มละหนึ่งร้อยคนบ้าง ห้าสิบคนบ้าง 41พระองค์ทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวขึ้นมา ทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นมองท้องฟ้า แล้วทรงกล่าวถวายพระพร ทรงบิขนมปังส่งให้บรรดาศิษย์ไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ทั้งยังทรงแบ่งปลาสองตัวแจกจ่ายให้ทุกคนด้วย 42ทุกคนได้กินจนอิ่ม 43แล้วยังเก็บเศษขนมปังและปลาที่เหลือได้ถึงสิบสองกระบุงเต็ม 44จำนวนคนที่กินขนมปังครั้งนั้นมีผู้ชายถึงห้าพันคน

 อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• “สงสาร” คือ นิสัยถาวรของคริสตชน... ความสงสารเป็นพลังมาจากความรัก เพราะรักจึงรู้สึกสงสารและกระทำความดี เมตตากรุณา


• ความสงสารไม่จบที่เพียงความรู้สึก “Misericordia” พ่อขอให้เราได้อ่านพระวาจาวันนี้ดีๆ เราได้ยินบ่อยๆ แต่คำสำคัญคือ “พระองค์ทรงสงสาร” 


• เรามาทำความเข้าใจคำว่า “สงสารหรือเมตตา หรือใจสงสาร ใจเมตตา” 


• ความเมตตากรุณาของพระเยซูคริสตเจ้า มหาสมณะอันที่จริงนั้นคือสาระสำคัญที่สุดเช่นเดียวกับความสุภาพอ่อนโยน


• ความหมายของคำว่า “ใจเมตตา” (misericordia= Miserere+Cordia) หัวใจที่เปี่ยมด้วยความสงสาร เราเห็นในข้อนี้ว่า ทัศนคติของมนุษย์และการกระทำของพระเจ้านั้นถูกแสดงออกด้วยคำที่มีรากศัพท์ เดียวกันอย่างแท้จริง “ใจเมตตา และพระเมตตา” 

o ภาษากรีกโดยทั่วไปทางโลกใช้คำนี้ “eleison” เพื่อหมายถึง “Compassion” และที่สำคัญคำว่า “Compassion” นี้ใช้ในพันธสัญญาใหม่เพื่อหมายถึง “การให้ทาน หรือให้สิ่งที่จำเป็นจริงๆ แก่ผู้ที่มีความต้องการที่สุด” สังเกตคำว่า “Compassion= Com+passion หรือ ภาษาลาติน cum+passio”

o พระเยซูทรงทอดพระเนตรเห็นประชาชนติดตามพระองค์ พวกเขาหิว พวกเขาต้องการอาหาร... ดังนั้น “ความเมตตาสงสาร” เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจากมนุษย์ และดูเหมือนพระเยซูเจ้าจะสอนเรื่องนี้โดยเรียกร้องอย่างมากเช่นกัน และที่สำคัญ พระองค์เรียกร้องความเมตตา ไม่ใช่เครื่องบูชา


• วันนี้พ่ออยากให้เราเป็นเหมือนพระเยซูเจ้าในประการนี้จริงๆ “สงสาร เมตตาสงสาร” และทรงกระทำเพื่อช่วยพวกเขา นั่นคือผลจากความสงสาร ความสงสารหรือเมตตา มีกระบวนการดังนี้

o ข้อสังเกต พระวรสาร เน้นการแสดงความเมตตานี้โดยเฉพาะกับบรรดาผู้ที่อยู่ชายขอบสังคม หรือผู้ที่มีความต้องการความช่วยเหลือ ความเห็นใจมากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องสะมาเรียผู้ใจดี (ลก 10) เราพบว่า เนื้อหาสาระของ “ความเมตตา” สรุปกระบวนการสามประการคือ
1. เราได้เห็น ได้มองดู และเห็นความอ่อนแอหรือความจำเป็นของเพื่อนพี่น้องรอบข้าง เหมือนพระเยซูเจ้าทรงเห็นประชาชนหิวเมื่อต้องติดตามพระองค์ และทรงรู้ว่าที่นั้นเป็นที่เปลี่ยวยากที่จะหาซื้ออาหาร...
2. เมื่อได้เห็น สิ่งที่ตามมาคือ “ความสงสาร” “Compassion” ความรู้สึกอัดแน่นในหัวใจ ความปรารถนาที่จะร่วมทุกข์ เห็นใจและรู้สึกลึกลงไปในใจ บางครั้งถึงขนาดน้ำตาคลอและร้องไห้ แต่ความสงสารไม่ได้จบเพียงที่นี่...แต่
3. การลงมือ ตัดสินใจกระทำอะไรบางอย่างที่เราสามารถทำได้จริงๆ การลงมือจริงๆ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องของเราโดยสุดความสามารถ

o นี่คือสิ่งที่เราสามารถเรียกว่า “กระบวนการของความสงสาร” (Process of Pity and Mercy)


• พี่น้องที่รักเราได้เห็น กระบวนการนี้เกิดขึ้นในองค์พระเยซูเจ้า....

o ทรงแลเห็นประชาชนมากมาย

o ก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง

o พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านทั้งหลายจงหาอาหารให้เขากินเถิด” และแม้บรรดาศิษย์จะพยายามปฏิเสธถึงความเป็นไปไม่ได้... พวกเขามีขนมปังเพียงน้อยนิด แต่พระองค์เป็นผู้ทำอัศจรรย์ทวีขนมปังเลี้ยงเขาจนอิ่มและเหลืออีกมากมาย


• พี่น้องที่รัก เราฟังพระวรสารตอนนี้มากมามายหลายรอบ วันนี้พ่อคิดว่า เรามาไตร่ตรองกันจริงๆเถอะว่าเราจะสามารถเป็นเหมือนพระองค์ เลียนแบบพระองค์ในเรื่องหัวใจที่ห่วงในและเมตตาสงสารได้อย่างไรกัน พ่อเชิญชวนทุกท่านให้เอาจริงกันหน่อยครับ... พ่อมั่นใจว่า... “ความสงสารในหัวใจ ใจเมตตา” คือ “หัวใจของเราคริสตชน” เป็นอย่างอื่นไม่ได้โดยเด็ดขาดครับ...

• ให้เราหันมาอ่านพระวรสารตอนนี้และให้พระวรสารตอนนี้อ่านสอนหัวใจเรากันจริงๆ หน่อยนะครับ....

• ในพระวรสารเน้น “ความเมตตา” เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจากมนุษย์ และดูเหมือนพระเยซูเจ้าจะสอนเรื่องนี้โดยเรียกร้องอย่างมากเช่นกัน และที่สำคัญ พระองค์เรียกร้องความเมตตา ไม่ใช่เครื่องบูชา

o เมื่อฟาริสีสะดุดเพราะพระเยซูเจ้าทรงนั่งร่วมโต๊ะกับคนเก็บภาษีและคนบาป (มธ 9:10-13) พระองค์ทรงยืนยันว่า “จงไปเรียนรู้ความหมายของพระวาจาที่ว่า ‘เราพอใจความเมตตากรุณา มิใช่พอใจเครื่องบูชา’ เพราะเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่มาเพื่อเรียกคนบาป”

o ทรงตำหนิฟาริสีที่กล่าวว่าศิษย์ของพระองค์ที่เก็บรวงข้าวในวันสับบาโต “ถ้าท่านเข้าใจความหมายของข้อความที่ว่า ‘เราพอใจความเมตตากรุณา มิใช่พอใจเครื่องบูชา’ ท่านคงจะไม่กล่าวโทษผู้ไม่มีความผิด เพราะบุตรแห่งมนุษย์เป็นนายเหนือวันสับบาโต” (12:7)


• ใน รม 12:3-8 เปาโลกล่าวถึงของขวัญหรือพระหรรษทานที่แตกต่าง พระหรรษทานสำหรับหมู่คณะ “ผู้ที่ได้รับพระพรที่จะตักเตือน ก็จงตักเตือน ผู้ที่บริจาค ก็จงบริจาคด้วยความเอื้อเฟื้ออย่างจริงใจ ผู้ที่เป็นผู้นำ ก็จงทำหน้าที่ผู้นำด้วยความเอาใจใส่ ผู้ที่แสดงความเมตตากรุณา ก็จงแสดงความเมตตากรุณาด้วยใจยินดี” (รม 12:8)

• พระพรที่แตกต่าง และพระพรที่สำคัญก็คือความเมตตา ในที่นี้กล่าวถึงบุคคลที่มีความเมตตา โดยที่เปาโลดูเหมือนจะคิดถึงบรรดาคนที่อยู่ที่โครินธ์ที่ให้ทุกสิ่งอย่างมี เงื่อนไข มีเจตนาแฝง โดยที่ อันที่จริงเปาโลต้องการเน้นว่า “พระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยความยินดี”

• ยด 21-23 “20ท่านที่รักทั้งหลาย จงเสริมสร้างตนเองจากพื้นฐานความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของท่าน จงอธิษฐานภาวนาในพระจิตเจ้า 21จงมีความรักอย่างมั่นคงในพระเจ้า ขณะที่รอคอยพระกรุณาของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา เพื่อจะได้รับชีวิตนิรันดร 22จงสงสารคนที่อ่อนแอ 23จงช่วยเขาให้รอดพ้นโดยดึงเขาออกมาจากไฟ จงสงสารคนอื่นด้วย แต่ต้องมีความระมัดระวัง จงอยู่ห่างแม้กระทั่งเสื้อที่เปื้อนมลทินของเขา” เรื่องที่อยู่เบื้องหลังคำสอนของจดหมายของยูดาห์นี้คือเรื่องคำสอนผิดๆ หลังจากที่ได้จัดการกับคำสอนผิดๆ ทั้งหลายแล้ว ผู้นิพนธ์อธิบายว่าจะทำอย่างไรที่จะรักษาชีวิตหมู่คณะไว้ได้

• พ่อสรุป สิ่งที่พ่อเสนอไว้แต่แรก... “ความสงสาร ความเมตตา Misericordia” คือ นิสัยถาวรของคริสตชน... ความสงสารเป็นพลังมาจากความรัก เพราะรักจึงรู้สึกสงสารและกระทำความดี เมตตากรุณา

• พี่น้องที่รัก... ถ้าเราอยากเลียนแบบพระเยซูเจ้า 
1. จงมีความรัก สงสารคนอื่นจริงๆ ชีวิตคริสตชนต้องเรียบร้อยมาก 
2. จงเป็นคนน่ารักมาก 
3. จงเปี่ยมเมตตาสงสารไม่ ไม่ดุและเกรี้ยวกราก... 
4. ขอเถอะครับสงสารเถอะครับ รับรู้และเมตตาเถอะครับ... 
5. จงเป็นคนน่ารักที่สุดสำหรับการเลียนแบบพระเยซู... 
6. จงให้อาหาร เลี้ยงดู และ
7. จงแบ่งปันเสมอนะครับ

• เพราะทั้งหมดนี้คือ ความสงสาร ความใส่ใจ ความเมตตาและการแบ่งปันเช่นนี้ นี่คือนิสัยดีถาวรของพวกเราคริสตชนทุกคนครับ.... ขอพระเจ้าอวยพรครับ

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก