"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันอังคารที่ 23 กันยายน 2014
สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา
สภษ 21:1-6,10-13…
1พระทัยของกษัตริย์เป็นเหมือนธารน้ำในพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์
พระเจ้าจะทรงผันไปทางไหนก็ได้ตามพระประสงค์
2มนุษย์เห็นว่ากิจการทั้งหมดของตนถูกต้อง
แต่ผู้ชั่งจิตใจคือพระยาห์เวห์


3การปฏิบัติความชอบธรรมและความยุติธรรม
เป็นที่โปรดปรานของพระยาห์เวห์มากกว่าการถวายเครื่องบูชา
4ดวงตายโส ใจเย่อหยิ่ง
เป็นเหมือนตะเกียง ของคนชั่วร้าย และเป็นบาป
5แผนงานของคนขยันนำความอุดมสมบูรณ์มาให้อย่างแน่นอน
แต่ความรีบเร่งเกินไปนำความขัดสนมาให้
6ทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากการพูดมุสา
เป็นเหมือนความเพ้อฝันของผู้แสวงหาความตาย
10วิญญาณของคนชั่วร้ายปรารถนาความชั่ว
ดวงตาของเขาไม่มีความเมตตากรุณาต่อเพื่อนบ้าน
11เมื่อคนชอบเยาะเย้ยถูกลงโทษ คนขาดสติก็ฉลาดขึ้น
เมื่อผู้มีปรีชาได้รับการสั่งสอน เขาก็ได้ความรู้มากขึ้น
12พระเจ้าผู้ทรงเที่ยงธรรม ทรงสังเกตบ้านของคนชั่วร้าย
และทรงเหวี่ยงคนชั่วร้ายให้พินาศ
13ผู้ใดอุดหูไม่ฟังเสียงร้องของคนยากจน
เมื่อผู้นั้นร้องก็จะไม่มีผู้ใดฟังเขา

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

ชีวิตทีมีปรีชาญาณ ต้องเป็นดังสุภาษิตแต่ละข้อที่เราได้ฟังในวันนี้ งดงามทุกข้อจริงๆครับ พ่อขอให้อรรถาธิบายเป็นข้อๆไปนะครับ... วันนี้มาแปลกเพราะเป็นวรรณกรรมปีชาญาณที่ชื่อหนังสือว่าสุภาษิต...

• พระทัยของกษัตริย์เป็นเหมือนธารน้ำในพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ พระเจ้าจะทรงผันไปทางไหนก็ได้ตามพระประสงค์ มนุษย์เห็นว่ากิจการทั้งหมดของตนถูกต้องแต่ผู้ชั่งจิตใจคือพระยาห์เวห์
o น้ำจากพระทัยของพระเจ้า หรือ พระพระประสงค์ของพระเจ้า คือ เป้าหมายและแรงจูงใจสูงสุดของมนุษย์
o มนุษย์มีหน้าที่กระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า เราสวดภาวนาทุกวันไม่ใช่หรือว่า “พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์”
o พระประสงค์ของพระเจ้าคือที่ตั้งของการตัดสินใจและความมุ่งมั่นของเรา แม้แต่หัวใจของกษัตริย์ก็เป็นเหมือนธารน้ำที่พระเจ้าสามารถจัดให้ไหลไปทางใด
o พี่น้องที่รักครับ... พระคัมภีร์สุภาษิตตอนนี้เตือนเราว่า “ใจของเรามนุษย์ควรผันไปตามหัวใจยิ่งใหญ่และชอบธรรมของพระเจ้า”
o พระเจ้าคือผู้เป็นบ่อเกิดและจุดสูงสุดของชีวิตและกิจการของมนุษย์... ทำตามพระประสงค์ขอพระเจ้าคือสันติสุขแท้จริงเพราะพระเจ้าคือองค์ความจริงตลอดไป...
o สรุปว่า เรามนุษย์ไม่ควรทำตามใจตัวเองมากเกินไป คิดถึงพระประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งก็คือความดี ความรักและความเมตตาไม่สิ้นสุดให้ มากๆ บางทีเราโกรธกัน เกลียดกัน แม้ต่อในครอบครัว บางทีบุตรโกรธเกลียดบิดามารดา ไม่น่าเชื่อ ได้งัยเนี่ย แต่ก็ทำกันได้จริงๆ เบาๆกันหน่อยนะครับ พยายามกันหน่อย อย่าตามใจตัวเอง เอาแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ตัวกันมากนักเลย...

• การปฏิบัติความชอบธรรมและความยุติธรรม เป็นที่โปรดปรานของพระยาห์เวห์มากกว่าการถวายเครื่องบูชา
o พี่น้องเอ๊ย.... “ความชอบธรรมและความยุติธรรม” คือ “พระประสงค์ของพระเจ้า”
o มนุษย์จะถือว่าชอบธรรมแท้จริง ถ้าเรายึดพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นที่ตั้ง เพราะพระองค์คือหลักศิลาแห่งความยุติธรรม พระองค์คือความเที่ยงธรรมของเราเสมอไป
o บ่อยครั้งมนุษย์ถือศาสนา เลือกถวายบูชา เลือกการทำบุญมากมาย แต่กิจการแท้จริงของเขานั้นยังคงอยุติธรรม คนช่างคอรัปชั่น นักการเมือง ข้าราชการ นักสังคม นักธุรกิจ แม้แต่ครูบาอาจารย์ ฯลฯ มากมายก็ฟอกตนเองด้วยการทำบุญให้ทานจาก (เศษเงินหรือซากหักพังของความฉ้อโกงจนร่ำรวย) คดโกงคอรัปชั่นหรือใช้อำนาจให้ได้มา... ถ้าเป็นแบบนั้น จะเรียกว่าชอบธรรมได้อย่างไร
o เออ....อาจเรียกได้เหมือนกันว่า “ผู้ชอบทำ (ไม่ใช่ชอบธรรมเพราะไม่มีธรรมะที่นั่น) แต่เป็นผู้ชอบทำความชั่วร้าย” เพียงแต่งฟอกตนด้วยกิจการศรัทธาทางศาสนา ถือศาสนาเพื่อฟอกตนให้ดูดีในสังคมกระนั้นหรือ
o บ่อยครั้ง...ไม่ใช่คนคอรัปชั่นโกงกินมากมายหรอกหรือที่จัดกิจกรรมกฐินผ้าป่า ทำบุญสร้างกุศลกันหน้าเลนส์หน้ากล้องทีวีและสื่อ...
o ดั้งนั้น สุภาษิตประโยคนี้ชัดเจน การปฏิบัติความชอบธรรมและความยุติธรรมต่างหากที่เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า

• ดวงตา-ยโส ใจเย่อหยิ่งเป็นเหมือนตะเกียง ของคนชั่วร้าย และเป็นบาป
o สุภาษิตข้อนี้แทบไม่ต้องอธิบายเลย ไม่ต้องให้ภาพอธิบายใดๆ ดวงตา หัวใจเกลียดชังและ ความร้อนของดวงตา ความอิจฉาจากหัวใจ เรื่องนี้คนไทยเรารู้จักดี คนชั่วร้ายมีลักษณะแบบนี้เสมอ แต่ตรงกันข้าม คนดี อ่อนโยนเสมอ คนดี มีหัวใจงดงามเสมอ

• แผนงานของคนขยันนำความอุดมสมบูรณ์มาให้อย่างแน่นอน แต่ความรีบเร่งเกินไปนำความขัดสนมาให้
o ความขยันหมั่นเพียรเท่านั้นที่มีค่าและนำความดี การไม่สุกเอาเผากิน นำความยั่งยืนมาให้แกชีวิต
o การมีใจร้อน เร่งรัด ไม่เห็นใจ ไม่รอคอย ยังแต่จะนำความวุ่นวานมาสู่ทุกคน คนอ่อนโยน มีความหมั่นเพียรและมีความหวังเสมอการรอคอย.... ให้โอกาสเสมอ
o พี่น้องเอ๊ย... ใจเย็นๆกันมากๆนะครับ ปัจจุบันโลกเรามันร้อนมาก คนใจร้อนมาก รถติดมาก การเงินติดขัดมาก ใจก็ติดขัดคาใจกันมากๆ ใจร้อนกันจังเลย... วีนๆๆๆ ปรี๊ดๆๆๆใส่กันจนเคยตัว... เห็นใจกันหน่อยนะครับ น่ารักกันมากๆ อดทน เพียรทนกันมากๆ อย่าใจร้อนนักเลย.. ให้อภัยกันให้มากๆ ให้อภัยให้ได้ ใจจะมีความสุขมาก จะเก็บเกลียดเก็บชังฝังหุ่นกันไป ทำไม... ให้อภัยใจสงบ คนฉลาด คนมีปรีชาญาณ ย่อมเรียนรู้จำให้อภัย รัก และเมตตาเสมอครับ... เราคริสตชนนะครับ อย่าทำเสียลักษณะของคริสตชนด้วยการไม่รู้จักควบคุมตนเองเลยนะครับ...

• ทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากการพูดมุสา เป็นเหมือนความเพ้อฝันของผู้แสวงหาความตาย
o ข้อนี้มอบให้กับบรรดาคนที่เป็นนักฉ้อนักโกงทุกรูปแบบ คนรวยที่ได้มาจากความโกงและคอรัปชั่นควรถูกตำหนิและต้องรับโทษ อีกทั้งชดใช้ให้คนอื่นๆ ที่ถูกฉ้อโอกาสไปนะครับ
o บรรดาคน ครอบครัว พรรค พวก ที่ทำตัวชั้นสูงในสังคม คนการบ้านการเมืองที่ได้เคยคอรัปชั่นดูเหมือนรุ่งเรื่องเสมอ โกหก ปิดบังความจริง วาจากล่าวเท็จเพื่อผลประโยชน์ ดูเหมือนพวกเขารุ่งเรื่องเหลือเกิน มีหน้าตาในสังคม การเมือง หรือแม้บางทีศาสนาก็เอากับเขาไปด้วย
o ความร่ำรวยที่มาจากการโกงนั้นรุ่งโรจน์แต่อยู่บนความเท็จ จิตใจภายในไม่มีความสุขแท้ และเป็นหนทางสู่ความตาย การเยินยอสรรเสริญของผู้คนก็เป็นเพียงเติมความเพ้อฝันให้เขา เมื่อหมดอำนาจ ก็ตายจากแม้จากความทรงจำดีๆ เสียด้วยซ้ำ เหลือเพียงความทรงจำที่บอบช้ำและไร้คนสรรเสริญ

• วิญญาณของคนชั่วร้ายปรารถนาความชั่ว ดวงตาของเขาไม่มีความเมตตากรุณาต่อเพื่อนบ้าน
o ข้อความนี้จากสุภาษิตชัดไม่ต้องอธิบาย แต่ที่น่าคิดคือ คิดถึงไตร่ตรองถึงดวงตา เพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ คนชั่วจะไม่มีสายตาที่เมตตากรุณาได้เลย
o ตรงกันข้ามคนที่มีความรัก มีความชื่นชม ความสงบ ความอดทน จึงมีความเมตตาได้อย่างแท้จริง คนที่มีพระเจ้าเท่านั้น สามารถมีความเมตตาแท้จริงจากภายในสู่ภายนอก ไม่เสแสร้ง น้ำใสและใจจริงๆเท่านั้น ทำให้ดวงตาของคนที่มีพระเจ้า น่ารัก น่าชื่นชม และงดงามออกในสายตาครับ

• เมื่อคนชอบเยาะเย้ยถูกลงโทษ คนขาดสติก็ฉลาดขึ้น เมื่อผู้มีปรีชาได้รับการสั่งสอน เขาก็ได้ความรู้มากขึ้น
o สิ่งที่ต้องการแท้จริงก็คือ “ชีวิตที่มีปรีชาญาณ” รักความถูกต้องความยุติธรรมและดำเนินชีวิตในความยุติธรรมเสมอไป
o ถ้าฉลาดจริงๆ ต้องไม่โง่ในเรื่องโง่ๆเด็ดขาดใช่ไม่ครับ หรือแย่กว่า คือ คำที่คนเก่าเขาตำหนิกันบ่อยๆ พ่อก็เคยโดนครับ “ฉลาดแต่เรื่องโง่” โห โห โห แรงอ่ะ
o คริสตชนเราต้องฉลาดในเรื่องดีๆ เสมอ มีปรีชาญาณจริงๆในการเจริญชีวิตอย่างชาญฉลาดในเรื่องดีๆเสมอครับ

• พระเจ้าผู้ทรงเที่ยงธรรม ทรงสังเกตบ้านของคนชั่วร้ายและทรงเหวี่ยงคนชั่วร้ายให้พินาศ
o ความชั่วร้าย รังของคนชั่วร้าย กับพระเจ้าไม่สามารถจะไปกันได้
o เพราะพระเจ้าคือองค์ความดีไม่มีที่สิ้นสุด
o ความชั่วร้าย คนชั่วร้ายไม่สามารถคงอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าตลอดไปได้เลย เวลาของพวกเขาคือกระแสลมที่ผ่านไป และไปสู่ความพินาศเพราะกิจการและชีวิตของเขาเอง

• ผู้ใดอุดหูไม่ฟังเสียงร้องของคนยากจน เมื่อผู้นั้นร้องก็จะไม่มีผู้ใดฟังเขา
o ดูเหมือนว่านี่คือมาตรการสูงสุดที่เริ่มจากที่ตกต่ำสุดในสังคม คือ การโน้มลงฟังเสียงร้องของคนยากจน ถ้าไม่ฟังเสีงของคนยากจนละก็จะไม่มีใครฟังเขาเช่นกันเมื่อเขาร้องทูน
o เรื่องนี้เราพบในพระวรสารโดยตลอด เรื่องความจำเป็นต้องให้ความเอาใจใส่ รักช่วยเหลือคนยากจน และอันที่จริงพระเยซูเจ้าตรัสชัดเจน “สิ่งที่ท่านทำกับพี่น้องผู้ต่ำต้อย... ท่านทำกับเราเอง”
o การอุดหูคือการตัดสินใจไม่ฟัง ทั้งๆ ที่ “ได้ยิน” ได้ยิน แต่ไม่ได้ฟัง นั่นคือประเด็น ชีวิตที่มีปรีชาญาณคือการตั้งใจฟังเสียงของพระเจ้า และเสียงของพี่น้องโดยเฉพาะผู้ยากไร้...

พี่น้องที่รักเอ๊ย... พี่น้องที่รักครับ.... อ่านพระคัมภีร์หนังสือสุภาษิตวันนี้แล้วจะมีความสุขกับวาทะแห่งปรีชาญาณ และจะหันหัวใจเรา หล่อหลอมใจเราให้รักพระเจ้า รักความจริง และรักเพื่อนพี่น้องอย่างแน่นอน ขอพระเจ้าอวยพรครับ

 

 

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก