"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2015
สัปดาห์ที่สอง เทศกาลมหาพรต

มธ 23:1-12…
1ครั้งนั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่ประชาชนและบรรดาศิษย์ว่า 2“พวกธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนั่งบนธรรมาสน์ของโมเสส 3ถ้าเขาสั่งสอนเรื่องใด ท่านจงปฏิบัติตามเถิด แต่อย่าปฏิบัติตามพฤติกรรมของเขา เพราะเขาพูด แต่ไม่ปฏิบัติ 4เขามัดสัมภาระหนักวางบนบ่าคนอื่น แต่เขาเองไม่ปรารถนาแม้แต่จะขยับนิ้ว 5เขาทำกิจการทุกอย่างเพื่อให้คนเห็น เช่น เขาขยายกลักบรรจุพระวาจาให้ใหญ่ขึ้น ผ้าคลุมของเขามีพู่ยาวกว่าของคนอื่น 6เขาชอบที่นั่งมีเกียรติในงานเลี้ยง ชอบนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม

7ชอบให้ผู้คนคำนับตามลานสาธารณะ ชอบให้ทุกคนเรียกว่า ‘รับบี’
8“ส่วนท่านทั้งหลาย อย่าให้ผู้ใดเรียกว่า ‘รับบี’ เพราะอาจารย์ของท่านมีเพียงผู้เดียวและทุกคนเป็นพี่น้องกัน 9ในโลกนี้อย่าเรียกผู้ใดว่า ‘บิดา’ เพราะว่าพระบิดาของท่านมีเพียงพระองค์เดียวคือพระบิดาในสวรรค์ 10อย่าให้ผู้ใดเรียกท่านว่า ‘อาจารย์’ เพราะพระอาจารย์ของท่านมีเพียงพระองค์เดียวคือพระคริสตเจ้า 11ในกลุ่มของท่าน ผู้ใดเป็นใหญ่จะต้องเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น 12ผู้ใดที่ยกตนขึ้น จะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• พ่ออ่านพระวาจาวันนี้แล้วพ่อบาดใจจริงๆ “พวกธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนั่งบนธรรมาสน์ของโมเสส ถ้าเขาสั่งสอนเรื่องใด ท่านจงปฏิบัติตามเถิด แต่อย่าปฏิบัติตามพฤติกรรมของเขา เพราะเขาพูด แต่ไม่ปฏิบัติ เขามัดสัมภาระหนักวางบนบ่าคนอื่น แต่เขาเองไม่ปรารถนาแม้แต่จะขยับนิ้ว” 

o พ่อไตร่ตรอง ให้คำอธิบายไปแล้วก็รู้สึกว่ากำลังบาดเจ็บ และจำเป็นต้องเถือเนื้อตนเอง เปิดเผยตนเอง และต้องยอมรับความจริงมากๆ... 

o พระวาจาวันนี้เรียกร้องให้เราต้อง “เป็นประจักษ์พยานด้วยชีวิต” อันนี้สำคัญเหลือเกิน...


• พ่อยอมรับว่าพระเยซูเจ้าทรงสอนบรรดาศิษย์ด้วยแบบอย่างของพระองค์ และให้หลีกเลี่ยงแบบอย่างของฟาริสี ธรรมาจารย์ พวกที่นั่งบนที่นั่งของโมเสส คือ สอนกฎหมาย สอนกฎเกณฑ์ กุมอำนาจ และใช้อำนาจสอนทางศาสนาและธรรมประเพณี... แต่ชีวิตบ่อยครั้งน่าตำหนิ น่าตำหนิจริงๆ วันนี้พ่อคิดว่า พ่อต้องหันมามองตนเอง หันมาเตือนตนเองและพี่น้องพระสงฆ์ของพ่อก่อน พระสังฆราชด้วย และพี่น้องนักบวช เป็นพิเศษจริงๆครับ...

• พฤติกรรมของธรรมจารย์และฟาริสี คือ ผู้ใหญ่ในศาสนาของชาวยิว ผู้ที่อยู่ในสถาบันทางศาสนา แน่นอน สถาบันนี้มีบรรดาสมณะหรือพระสงฆ์ด้วยครับ รวมกันเป็นสภาซันเฮดริน เรียกว่า คณะผู้ใหญ่ในศาสนา เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ผู้ทำหน้าที่ควบคุมเรื่องกฎเกณฑ์ของชีวิตในมิติศาสนา การตัดสิน การให้คุณ ให้โทษ (ส่วนใหญ่จะเป็นการตัดสิน) “ที่นั่งของโมเสส” เป็นเครื่องหมายถึงอำนาจทางศาสนาที่ต้องได้รับการควบคุมจากบัญญัติสิบประการ และจากธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งมีมากมายจริงๆ การจะเป็นยิวที่ดีต้องถือกฎ 613 ข้ออย่างเคร่งครัด และมีธรรมเนียมปฏิบัติอีกมากๆมายก่ายกอง เรียกว่า “เยอะ”

• ฟาริสีธรรมาจารย์จะแสดงตนเป็นคนศรัทธาต่อพระเจ้ามากๆ มากจริงๆ ติดกับพระคัมภีร์ ถือตามตัวอักษร ขยายกลักพระธรรมบนหน้าผากใหญ่ (กลักพระธรรมคือกล่องบรรจุพระคัมภีร์ เพราะโมเสสเคยสั่งให้คิดถึงพระธรรมตลอดเวลา (เทียบ ฉธบ 6:4ff) เพลงสดุดีบทที่หนึ่ง (เทียบ สดด 1) ก็กล่าวว่า ผู้ชอบธรรมคือคนที่รำพึงถึงพระธรรมตลอดเวลา พวกนี้ก็เลยนำใส่กล่องมากคาดไว้บนหน้าผากเลย...นี่ให้รู้ไปเลยว่า คิดถึงตลอด) พวกเขาก็ทำแบบนี้ เครื่องแต่กายก็มีอะไรรุงรังไปหมด มือ แขน พระเจ้าสั่งให้ทำอะไรก็ต้องให้บัญญัติเป็นเครื่องนำทาง พวกนี้ก็เอาพระคัมภีร์ลอกลงบนสายหนังคาดมือตลอดแขนซะเลย ให้รู้ไปเลยว่า ถือบัญญัติตลอด (ฮา) กลายเป็นเครื่องหมายของความเคร่งครัด เป็นคนศรัทธา และเป็นศาสนาที่มีศรัทธาอย่างเห็นได้ชัด...

• โมเสส อันที่จริงให้บัญญัติไว้ไม่มาก มีบัญญัติสิบประการ และธรรมเนียมเพื่อความอยู่รอดของประชากร เพื่อความดีส่วนรวม แต่ นานไป ธรรมเนียมต่างๆถูกอธิบาย ถูกประยุกต์ใช้ จนเลย เลยเถิด ไปกันใหญ่ เป็นแต่เรื่องภายนอก กลายเป็นสิ่งภายนอก เป็นเรื่องการแสดงออกอวดอ้างและทำเพื่อประกาศตนเองว่ามีบุญ เป็นผู้บริสุทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์...

• ชีวิตฟาริสีธรรมจารย์ บ่อยครั้ง ในความเป็นจริง เป็นผู้สอน เป็นผู้นำทางศาสนา และกินผลประโยชน์จากพระวิหาร จากประชาชน จากเครื่องบูชา... บ่อยครั้ง กฎเล็กน้อยมากมายถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงเอาประโยชน์โดยอ้างธรรมเนียม อ้างพระเจ้า... หนักๆเข้าก็เอากันใหญ่ เคยตัว ได้เยอะ โลภ เหิมเกริม เหลิงเจิ้งไป เสียนิสัย และติดนิสัยเขี่ยลูกเข้าประตูตัวเอง... บ่อยๆ ศานาเสื่อมถอยเพราะผู้นำทางจิตวิญญาณหลงเหลิงไปกับอำนาจ ทรัพย์สิน สมบัติ และการเงิน... ที่สุดก็สร้างกฎเกณฑ์ สร้างกรอบให้คนเดิน เพื่อพากันหลั่งไหลจนหลงใหลได้ปลื้ม และงมงาย พาณิชย์เข้าแทรก การเมืองเข้าแซง การเงินเป็นหลัก สร้างสิ่งภายนอก และก็ทำให้ศาสนาเสื่อมถอยศรัทธา และก็มักจะพลาดกันที่คนศาสนานี่แหละ...

• จากกฎหมายเพื่อความดีกลายเป็นการกดขี่แห่งศรัทธา... คนก็เชื่อศรัทธา ยอมให้เทียมแอก... พี่น้องที่รักครับ... พระเยซูเจ้าคงเอือมระอาจึงตรัสแรงอย่างนี้...

o ถ้าเขาสั่งสอนเรื่องใด ท่านจงปฏิบัติตามเถิด แต่อย่าปฏิบัติตามพฤติกรรมของเขา เพราะเขาพูด แต่ไม่ปฏิบัติ 

o เขามัดสัมภาระหนักวางบนบ่าคนอื่น แต่เขาเองไม่ปรารถนาแม้แต่จะขยับนิ้ว 

o เขาทำกิจการทุกอย่างเพื่อให้คนเห็น เช่น เขาขยายกลักบรรจุพระวาจาให้ใหญ่ขึ้น ผ้าคลุมของเขามีพู่ยาวกว่าของคนอื่น

o เขาชอบที่นั่งมีเกียรติในงานเลี้ยง ชอบนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม 

o ชอบให้ผู้คนคำนับตามลานสาธารณะ ชอบให้ทุกคนเรียกว่า ‘รับบี’


• พระเยซูเจ้า ตรัสสอนตรงจริงๆ เรียกว่าหมัดตรง... พี่น้องครับ... พ่อบอกตรงได้เลยว่า ที่สุดพวกนี้ก็หาเรื่องให้พระเยซูเจ้า ยุยง ให้พระองค์ถึงตาย เพราะอำนาจสั่นคลอนและเจอของจริง เพียงแต่รับไม่ได้เท่านั้นเอง... พ่อคิดว่าพระวาจาของพระเจ้าวันนี้ กำลังกระแทกหัวใจพ่อจริงๆ พ่อเองต้องไตร่ตรองจริงๆ ครับ

o พี่น้องรักพระสงฆ์นักบวช น่าดีใจ พ่อก็ได้รับความรัก (ความเมตตา) นั่นไปด้วย พ่อไม่กล้าที่จะบอกว่า “พ่อสมควรได้รับครับ” พ่อเองก็เป็นคนบาป ต้องข้อน-อก ขออภัยบาปในบทสารภาพบาปพร้อมกับพี่น้องเหมือนกัน... พี่น้องรัก เคารพพ่อในฐานะพระสงฆ์ พ่อยิ่งต้องตระหนักและสำนึก “เป็นพระองค์ไม่ใช่เรา” (พ่อก็เป็นคนบาป) ความรักของพี่น้อง คือ ความรักต่อพระเจ้า ไม่ใช่ความดีของพ่อ แต่เป็นความรักของพระองค์ พ่อต้องไม่ลืมตัว ต้องไม่ลืมตัว ต้องไม่ลืมตัว...

o พ่อสอนพระคัมภีร์ พ่อเขียนบทเทศน์มากมาย เทศน์มากมาย บทเทศน์พ่อรวมกันจะได้สักห้าพันหน้าแล้วกระมังครับ... พ่อเขียน พ่อสอน พ่อเทศน์... พ่อยิ่งต้องเจียมตัว พ่อกลัวที่จะโดนพระองค์ตำหนิ และบอกกับพี่น้องว่า “ฟังสิ่งที่พ่อสอนแต่อย่าทำตามอย่างพ่อเขา” จบกัน พ่อก็จะไม่ต่างจากฟาริสีและธรรมาจารย์...

o พี่น้องครับ พ่อคิดว่า พระวาจาวันนี้เตือนพ่อก่อน เตือนแรงๆด้วย เตือนบรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช... ลืมตัวไม่ได้ สอนและต้องปฏิบัติสิ่งที่สอน คำสอนจึงจะมีความหมาย มีน้ำหนัก... พ่อไตร่ตรองแล้ว พ่อยอมรับครับ ขอน้อมรับคำสอนของพระองค์จริงๆ


• พระวาจาวันนี้ ลงท้ายเตือนพ่อและเตือนพวกเราคริสตชนจริงๆ ครับ โดยเฉพาะเตือนพวกพ่อๆทั้งหลาย บรรดาสมณะทั้งหลายครับ... “ในกลุ่มของท่าน ผู้ใดเป็นใหญ่จะต้องเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น ผู้ใดที่ยกตนขึ้น จะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”

o แทบไม่ต้องอธิบาย แค่เพียงเตือนตนเองก็พอมังครับ..

o พระสงฆ์ นักบวช คือ ผู้รับใช้... พ่ออยากเตือนตนเองแรงๆ อย่าใช้คนอื่นมากนัก เพราะเราเป็นผู้รับใช้จริงๆ 

o พี่น้องครับ “รัก คือ การรับใช้” “การรับใช้คือความรัก” แยกกันไม่ออก พระเยซูเจ้าแบบอย่างแสนดี “ล้างเท้าบรรดาศิษย์” เรามีทางอื่นหรอครับ... พ่อยอมละครับ ยอมให้กลับพระองค์ ขอประกาศยอมให้กับพี่น้องด้วย ถ้าพ่อเคยตัว ใช้แต่คนอื่น ตำหนิติเตียนพ่อได้เลยนะครับ... ถ้าพ่อไม่รับใช้ ตำหนิได้เลยครับ... อย่าให้เป็นเพียงไตเติ้ล แต่ต้องให้เป็นความเป็นจริงครับ


• พี่น้องที่รักครับ พ่อคิดว่า พวกเราต้องกลับใจ พวกพ่อๆเองเริ่มก่อนใคร รับใช้ รัก เมตตา และไม่หลงไปตามแบบฟาริสีและธรรมาจารย์ พระเยซูเจ้าเตือนเราแรงๆด้วยพระวาจา พ่อคิดว่า โอกาสดีครับ... ขอบคุณพระวาจาทรงชีวิตจริงๆ

• ขอพระเจ้าอวยพรให้เราทุกคนได้รับใช้กันและกันด้วยความรักเสมอนะครับ... 


• สุดท้าย ให้เราพร้อมใจกันฝึกฝนความถ่อมตน และสุภาพกันมากๆนะครับ “พ่อนี่แหละที่ต้องจริงจังกับความถ่อมตน ถ้าพ่อไม่ถ่อมตน ตำหนิพ่อนะครับ” พระเยซูเจ้าสอนเราครับ “ผู้ใดที่ยกตนขึ้น จะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น” ขอพระเจ้าอวยพรครับ

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก