"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

2. สาวคู่รัก 1ดิฉันเป็นเหมือนดอกไม้ในที่ราบชาโรน

                         เป็นเหมือนดอกลิลลี่ในหุบเขา

          หนุ่มคู่รัก     2ดอกลิลลี่อยู่ในกอหนามฉันใด

                          ที่รักของฉันก็โดดเด่นในหมู่หญิงสาวaฉันนั้น

          สาวคู่รัก      3ต้นแอ๊ปเปิ้ลอยู่ในหมู่ไม้ป่าฉันใด

 ที่รักของดิฉันก็อยู่ในหมู่ชายหนุ่มฉันนั้น

 ดิฉันปรารถนาจะนั่งใต้ร่มเงาของเขา

 ผลของเขาช่างมีรสหวานสำหรับดิฉัน

 4เขานำดิฉันเข้าไปในห้องเก็บเหล้าองุ่นb

 ชูธงที่เขียนว่า “ความรัก” ไว้เหนือดิฉัน

 5จงชูกำลังของดิฉันด้วยผลองุ่นแห้งอัด

 ทำให้ดิฉันสดชื่นด้วยผลแอ๊ปเปิ้ล

 เพราะดิฉันป่วยด้วยความรักc

 6แขนซ้ายของเขาช้อนศีรษะของดิฉันไว้

 แขนขวาของเขาสวมกอดดิฉัน

                                    7ธิดาแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย

  ดิฉันขอร้องเธอทั้งหลายต่อหน้าละมั่งและแม่กวางในทุ่งd

  อย่าได้รบกวนหรือปลุกที่รักของดิฉัน

  จนกว่าเขาจะพอใจตื่น

เพลงบทที่สอง

          สาวคู่รักe     8ฟังซิ เสียงที่รักของดิฉัน เขากำลังมา

 กำลังกระโดดอยู่บนภูเขา

 กำลังกระโดดข้ามเนินเขา

 9ที่รักของดิฉันเป็นเหมือนละมั่งหรือเหมือนลูกกวาง

 ดูซิ เขากำลังยืนอยู่หลังกำแพงของเรา

 มองเข้ามาทางหน้าต่าง

 ลอบมองผ่านลูกกรงเข้ามา

 10ที่รักของดิฉันเริ่มพูดกับดิฉันว่า

 “ที่รักของฉันเอ๋ย จงลุกขึ้นเถอะ

 คนสวยของฉันเอ๋ย จงมาเถิด

 11ดูซิ ฤดูหนาวผ่านไปแล้ว

 ฝนก็วายและจบสิ้นไปแล้ว

 12“ดอกไม้ต่างๆปรากฏขึ้นมาบนแผ่นดิน

 เวลาสำหรับร้องเพลงมาถึงแล้ว

 เสียงคูของนกเขาก็ได้ยินในแผ่นดินของเรา

 13ต้นมะเดื่อเทศกำลังผลิผล

 เถาองุ่นผลิดอกบานส่งกลิ่นหอมฟุ้ง

 ที่รักของฉันเอ๋ย จงลุกขึ้นเถอะ

 คนสวยของฉันเอ๋ย จงมาเถิด

 14“นกพิราบของฉันเอ๋ย เธอซ่อนตัวอยู่ในซอกผา

 ในซอกลึกของหน้าผา

 ขอให้ฉันได้ยินเสียงของเธอสักหน่อยเถิด

 เพราะเสียงของเธอนั้นไพเราะ

 และใบหน้าของเธอก็งดงาม”

 15จงจับสุนัขจิ้งจอกมาให้เราเถิด

 สุนัขจิ้งจอกตัวเล็กๆที่ทำลายสวนองุ่น

 เพราะสวนองุ่นของเรามีดอกแล้วf

 16ที่รักของดิฉันเป็นของดิฉัน และดิฉันก็เป็นของเขาg

 เขากำลังเลี้ยงฝูงสัตว์อยู่ในหมู่ต้นลิลลี่

17ที่รักของดิฉันเอ๋ย จงกลับมาเถิด

 ก่อนที่ลมเย็นจะพัดมา และเงาจะหนีไปh

 จงเป็นเหมือนละมั่ง

 หรือลูกกวางบนเทือกเขาเบเธอร์iเถิด

2 a สาวคู่รักเปรียบเทียบว่าเธอเป็นดอกไม้และดอกลิลลี่ - หนุ่มคู่รักก็สานคำชมต่อโดยกล่าวว่าเธอเป็นเหมือนดอกลิลลี่ในกอหนาม เขาไม่รักใครนอกจากเธอเท่านั้น – ที่นี่ เช่นเดียวกับใน 4:13-14 ไม่เป็นการถูกต้องที่จะไปสนใจกับรายละเอียดต่างๆทางพฤกษศาสตร์ของพืชเพื่อเจาะจงลงไปว่าเป็นพืชชนิดใด แทนที่จะคิดถึงความไพเราะของคำประพันธ์

b “ห้องเก็บเหล้าองุ่น” – แปลตามตัวอักษรว่า “บ้านเหล้าองุ่น” – จึงยังอาจแปลได้อีกว่า “ห้องงานเลี้ยง” (อสธ 7:8; ปญจ 7:2) และยังอาจหมายถึง “การเลี้ยงในงานสมรส” เหมือนใน ยรม 16:8-9 ก็ได้ด้วย.

c “ป่วยเพราะความรัก” – เหมือนกับอัมโนนที่ป่วยเพราะรักนางทามาร์ น้องสาวต่างมารดา (2 ซมอ 13:2) – ในพระคัมภีร์มีข้อความเปรียบเทียบเช่นนี้ที่นี่เท่านั้น - แต่ในเพลงรักของชาวอียิปต์เราพบการเปรียบเทียบเช่นนี้หลายครั้ง

d “ละมั่งและแม่กวาง” สะท้อนชีวิตของคนเลี้ยงสัตว์ เช่นเดียวกับในข้อ 9 และ 17 – ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่คำ “ละมั่ง” (ภาษาฮีบรูว่า tzebaot) และคำ “แม่กวาง” (ฮบ ’ayyalot) ถูกเรียงลำดับไว้เช่นนี้จะเป็นการเลี่ยงไม่ให้ต้องกล่าวว่า ’elohe tzbaot ซึ่งเป็นพระนามของพระเจ้าแห่งอิสราเอล เพื่อจะไม่ต้องออกพระนามพระเจ้าในบทเพลงทางโลกเช่นนี้

e มีการเปลี่ยนฉาก – สาวคู่รักอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ในเมือง – หนุ่มคู่รักมาจากชนบท ปรากฏตัวที่หน้าต่าง (ข้อ 8-9 – เทียบ 5:2ฯ) – บทประพันธ์ของชาวอียิปต์และชาวกรีกมักจะมีการบ่นรำพันของคู่รักที่มีประตูกั้นอยู่ - ที่นี่หนุ่มคู่รักชวนสาวคู่รักให้มาพบกับตน โดยร้องเพลงแสดงความร่าเริงยินดีของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นฤดูแห่งดอกไม้ นกต่างๆ และความรัก (ข้อ 10-14) - ความรู้สึกเรื่องธรรมชาติ ความสดชื่น ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกในสมัยปัจจุบันอย่างเยี่ยมยอดเช่นนี้พบไม่ได้อีกเลยที่อื่นในพันธสัญญาเดิม

f “สวนองุ่นของเรามีดอกแล้ว” น่าจะเป็นข้อความโดดๆที่เสริมเข้ามาที่นี่โดยอิทธิพลของข้อ 13 ที่เล่าถึงเถาองุ่นออกดอกหอมฟุ้ง – ที่ตรงนี้ เถาองุ่นเป็นภาพเปรียบเทียบหมายถึงความงามของหญิงสาวซึ่งปรารถนาจะขจัดหนุ่มๆเจ้าชู้ (= สุนัขจิ้งจอกตัวเล็กๆ) ที่มาเกี้ยวพาราสีเธอ

g การย้ำถึงการที่คู่รักทั้งสองคนเป็นเจ้าของของกันจะพบได้อีกเกือบจะคำต่อคำใน 6:3 และ 7:11 และในแต่ละกรณี วลีนี้ถูกกล่าวขณะที่คู่รักไม่อยู่กับตน จึงแสดงถึงความรักที่มั่นคง แต่โดยธรรมชาติ ความรักย่อมโหยหาการอยู่ร่วมกัน และในแต่ละกรณีความเชื่อใจต่อคู่รักจะแสดงออกมาพร้อมกับการโหยหากัน หรือการที่คู่รักชักช้าอยู่มาไม่ทันเวลา – เช่นในข้อ 17 ที่นี่ และใน 6:1; 7:12.

h “ลมเย็นจะพัดมา และเงาจะหนีไป” – ดู ปฐก 3:8 – ในปาเลสไตน์ ลมจะพัดมาตอนเย็น  ก่อนดวงอาทิตย์จะตก เวลานั้น เงาที่ทอดยาวดูเหมือนกำลังจะ “หนี” ไป – เวลาเย็นเป็นเวลาที่หนุ่มคู่รักจะกลับมาจากชนบท - เพลงบทนี้จึงเริ่มต้นและจบลงด้วยถ้อยคำคล้ายๆกัน (เป็นรูปแบบวรรณกรรมที่เรียกว่า “inclusio”) – ปลายของข้อ 17 จึงซ้ำคำหลายคำในข้อ 8-9ก.

i “เบเธอร์” – หลายคนพยายามอธิบายความหมายของคำนี้ว่าเป็นสามัญนาม แต่รู้สึกว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ – คำนี้น่าจะเป็นวิสามัญนามมากกว่า อาจเป็นชื่อของสถานที่ที่มีอยู่จริงๆ “เบเธอร์” อยู่ทางตะวันตกของกรุงเยรูซาเล็ม (ยชว 15:39) หรือเป็นชื่อของสถานที่ตามตำนาน  คล้ายกันกับใน พซม 4:6 และ 8:14 ซึ่งกล่าวถึง “ภูเขามดยอบและสมุนไพร” – “เบเธอร์” อาจเป็นสถานที่ในปาเลสไตน์ตรงกับ “ปุน” (Punt) ดินแดนแห่งเครื่องเทศในตำนานของชาวอียิปต์ - เพลงรักบทหนึ่งของอียิปต์กล่าวว่า “เมื่อแขนของเขาโอบกอดดิฉัน ก็เหมือนกับว่าดิฉันกำลังอยู่ในดินแดน ‘ปุน’”

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก