"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

คำประกาศพระวาจากล่าวโทษชาวอัมโมนa

          49. 1กล่าวโทษชาวอัมโมน

พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้

“อิสราเอลไม่มีบุตร

ไม่มีทายาทหรือ

แล้วทำไมเทพมิลโคมจึงได้รับแคว้นกาดเป็นมรดก

แล้วประชากรของเขาจึงมาอาศัยอยู่ในเมืองต่างๆของแคว้นกาดb

2ดังนั้น ดูซิ วันเวลาจะมาถึง

- พระยาห์เวห์ตรัส -

เมื่อเราจะทำให้เมืองรับบาห์ของชาวอัมโมน

ได้ยินเสียงอึกทึกของสงคราม

เมืองนี้จะกลายเป็นกองซากปรักหักพัง

และชนบทโดยรอบจะถูกไฟเผา

แล้วอิสราเอลจะเข้ายึดครองมรดกที่เขาถูกแย่งชิงไป

- พระยาห์เวห์ตรัส -

3ชาวเมืองเฮชโบนเอ๋ย จงร้องคร่ำครวญเถิด

เพราะเมืองอัยถูกทำลายแล้วc

ชาวเมืองรับบาห์เอ๋ย จงร้องโหยหวนเถิด

จงสวมผ้ากระสอบไว้ที่สะเอว

จงร้องคร่ำครวญ จงวิ่งไปมาภายในซากกำแพงเมือง

เพราะเทพมิลโคมจะถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย

พร้อมกับบรรดาสมณะและเจ้านายของเขา

4เมืองที่เป็นกบฏเอ๋ย

ทำไมเจ้าจึงโอ้อวดถึงหุบเขาต่างๆd

หุบเขาของเจ้าอุดมสมบูรณ์

เจ้าวางใจในทรัพย์สมบัติของตน พูดว่า

‘ใครจะมาสู้กับฉัน’

5ดูซิ เราจะส่งความหวาดกลัวมาเหนือเจ้า

ทำให้เจ้ากลัวทุกคนที่อยู่โดยรอบ

- พระยาห์เวห์ พระเจ้าจอมจักรวาลตรัส -

ท่านทั้งหลายจะถูกขับไล่

แต่ละคนจะไปตามทางของตน

จะไม่มีผู้ใดรวบรวมผู้หลบหนีไว้ด้วยกัน

6แต่ต่อมาเราจะให้ชาวอัมโมนที่เป็นเชลยกลับคืนมา”

- พระยาห์เวห์ตรัส -

 

คำประกาศพระวาจากล่าวโทษชาวเอโดมe

7กล่าวโทษชาวเอโดม

พระยาห์เวห์จอมจักรวาลตรัสดังนี้

“ปรีชาญาณไม่มีที่เมืองเทมานอีกแล้วหรือ

คำปรึกษาของผู้มีปรีชาfสิ้นไปแล้วหรือ

ปรีชาญาณของเขาสูญหายไปแล้วหรือ

8ผู้อาศัยที่เมืองเดดานเอ๋ย

จงหนี จงถอยไป จงไปซ่อนตัวในที่ลึก

เพราะเราจะนำหายนะมาสู่เอซาวg

ในเวลาที่เราลงโทษเขา

9ถ้าคนเก็บองุ่นมาพบเจ้า

เขาจะไม่ทิ้งผลองุ่นค้างไว้บ้างหรือ

ถ้าขโมยมาเวลากลางคืน

เขาจะไม่ปล้นตามใจชอบหรือ

10แต่เราได้ปล้นเอซาวจนหมดสิ้น

เราได้เปิดที่ซ่อนของเขา

เขาไม่มีที่ซ่อนอีกแล้ว

ลูกหลาน พี่น้อง และเพื่อนบ้านของเขาถูกทำลาย

ไม่มีเขาอีกแล้ว

11จงทิ้งลูกกำพร้าของเจ้าไว้เถิด

เราจะให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป

บรรดาหญิงหม้ายของเจ้าจงวางใจในเราเถิด”

12เพราะพระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ “ดูซิ ผู้ที่ไม่จำเป็นต้องดื่มถ้วยนั้นยังต้องดื่ม แล้วเจ้าจะพ้นโทษไปได้หรือ เจ้าจะพ้นโทษไปไม่ได้ เจ้าจะต้องดื่มอย่างแน่นอน 13เพราะเราได้สาบานต่อเราเองแล้วว่า – พระยาห์เวห์ตรัส - เมืองโบสราห์hจะต้องเป็นที่น่าสยดสยอง เป็นที่เยาะเย้ย เป็นที่ร้าง และเป็นที่สาปแช่ง เมืองทุกเมืองของเขาจะเป็นสิ่งปรักหักพังตลอดไป”

 

14ข้าพเจ้าได้ยินข่าวสารจากพระยาห์เวห์

ผู้ถือสารถูกส่งไปยังนานาชาติ แจ้งว่า

“จงรวมกำลังกันเข้ามาต่อสู้กับเมืองนี้

จงเตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามเถิด

15เพราะว่า ดูซิ เราจะทำให้เจ้าเป็นชนชาติเล็กที่สุดในชนชาติทั้งหลาย

ให้เป็นที่ดูหมิ่นในหมู่มนุษย์

16เพราะความโหดร้ายและใจหยิ่งผยองของเจ้าได้หลอกลวงเจ้า

เจ้าอาศัยอยู่ในซอกหินi และยึดยอดภูเขาไว้

แม้เจ้าทำรังอยู่สูงเหมือนนกอินทรี

เราก็จะฉุดเจ้าลงมาจากที่นั่น”

- พระยาห์เวห์ตรัส –

17เอโดมจะเป็นที่น่าสยดสยอง ทุกคนที่ผ่านไปจะประหลาดใจ และเมื่อเห็นการถูกทำลายเช่นนี้ก็จะส่งเสียงแสดงความหวาดกลัว 18เมืองโสโดม เมืองโกโมราห์ และเมืองใกล้เคียงถูกทำลายฉันใด – พระยาห์เวห์ตรัส – จะไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ที่นั่นฉันนั้น จะไม่มีมนุษย์คนใดพำนักอยู่ในเมืองนั้นอีก

19“ดูซิ สิงโตขึ้นมาจากป่าของแม่น้ำจอร์แดน

มุ่งไปหาทุ่งหญ้าที่เขียวชอุ่มอยู่เสมอฉันใด

เราก็จะขับไล่ชาวเอโดมให้ออกไปจากแผ่นดินโดยฉับพลัน

และจะแต่งตั้งผู้ที่เราเลือกสรรไว้ที่นั่นฉันนั้น

ผู้ใดเล่าเป็นเหมือนเรา ผู้ใดเล่าจะสู้คดีกับเรา

ใครเล่าเป็นผู้เลี้ยงแกะที่จะสู้ความกับเราได้

20ดังนั้น จงฟังแผนการที่พระยาห์เวห์ทรงวางไว้ปรักปรำเอโดม

จงฟังพระประสงค์ที่ทรงดำริไว้ลงโทษผู้อาศัยที่เมืองเทมานเถิด

ใช่แล้ว แม้แกะตัวเล็กที่สุดก็จะถูกลากไปจากฝูง

ทุ่งหญ้าจะร้างไปต่อหน้าเขา

21เสียงล้มของเอโดมจะทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน

เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเขาจะได้ยินไปถึงทะเลต้นกกj

22ดูซิ ศัตรูจะขึ้นไปและบินร่อนเหมือนนกอินทรี

กางปีกเหนือเมืองโบสราห์

วันนั้น ใจของบรรดาชายฉกรรจ์แห่งเอโดม

จะเป็นเหมือนใจของหญิงซึ่งกำลังเจ็บครรภ์จะคลอดบุตร”

คำประกาศพระวาจากล่าวโทษหัวเมืองแห่งซีเรียk

          23กล่าวโทษกรุงดามัสกัส

เมืองคามัทและอารปัดต้องอับอาย

เพราะได้ยินข่าวร้าย

เขาวุ่นวายใจ ทุรนทุรายเหมือนทะเลปั่นป่วน

ซึ่งสงบลงไม่ได้l

24กรุงดามัสกัสอ่อนกำลังหันหลังหนีไป

รู้สึกกลัวจนตัวสั่น

มีความทุกข์และโศกเศร้า

เหมือนหญิงที่เจ็บครรภ์จะคลอดบุตร

25อนิจจา เมืองที่เคยรุ่งเรือง

เมืองที่เคยรื่นเริงmถูกทอดทิ้งเสียแล้ว

26ดังนั้น บรรดาชายหนุ่มของเมืองนี้จะล้มลงตามลานสาธารณะ และบรรดานักรบจะถูกทำลายในวันนั้น – พระยาห์เวห์ตรัส –

27เราจะจุดไฟเผากำแพงเมืองกรุงดามัสกัส

ไฟนั้นจะเผาผลาญพระราชวังของเบนฮาดัดn

คำประกาศพระวาจากล่าวโทษชนอาหรับเผ่าต่างๆ

            28กล่าวโทษชนเผ่าเคดาร์และอาณาจักรฮาโซร์o ซึ่งกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนทรงโจมตีได้ พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้

จงลุกขึ้น จงยกทัพขึ้นไปโจมตีชนเผ่าเคดาร์

จงทำลายประชาชนทางทิศตะวันออกเถิด

29กระโจมและฝูงแพะแกะของเขาจะถูกริบไป

รวมทั้งม่านและข้าวของทุกอย่างของเขา

อูฐของเขาจะถูกยึดไปด้วย

ทุกคนจะร้องให้เขาได้ยินว่า “ความหวาดกลัวอยู่ทุกด้าน”

30ผู้อาศัยที่เมืองฮาโซร์เอ๋ย จงหนีไป

จงไปให้ไกล จงไปหลบอยู่ในที่ลึกเถิด

- พระยาห์เวห์ตรัส -

          เพราะกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน

ทรงวางแผนโจมตีท่านทั้งหลาย

พระองค์ตั้งพระทัยโจมตีท่าน

31จงลุกขึ้น จงยกทัพขึ้นไปโจมตีชนชาติหนึ่ง

ที่อยู่อย่างสงบ รู้สึกปลอดภัย

- พระยาห์เวห์ตรัส -

ชนชาตินี้ไม่มีประตูเมืองและไม่มีดาลประตู

อาศัยอยู่ตามลำพัง

32อูฐของเขาจะถูกปล้น

ฝูงโคมากมายจะเป็นของเชลย

เราจะทำให้ผู้ที่โกนจอนหูกระจัดกระจายไปตามลม

เราจะนำหายนะจากทุกด้านมาให้เขา

- พระยาห์เวห์ตรัส -

33เมืองฮาโซร์จะเป็นที่อาศัยของหมาใน

จะเป็นที่ร้างตลอดไป

ไม่มีผู้ใดจะอาศัยอยู่ที่นั่นอีก

จะไม่มีมนุษย์คนใดพำนักอยู่ในเมืองนั้นอีก

คำประกาศพระวาจากล่าวโทษแคว้นเอลามp

34พระยาห์เวห์ตรัสกับประกาศกเยเรมีย์เกี่ยวกับแคว้นเอลาม ต้นรัชสมัยของกษัตริย์เศเดคียาห์แห่งยูดาห์ 35พระยาห์เวห์จอมจักรวาลตรัสดังนี้

          “ดูซิ เราจะหักคันธนูของเอลาม

ที่มาแห่งพลังของเขา

36เราจะนำลมจากฟากฟ้าทั้งสี่ทิศ

มาปะทะเอลาม

เราจะทำให้เขากระจัดกระจายไปตามลมเหล่านี้ทั้งหมด

จะไม่มีชนชาติใดที่ผู้ถูกขับไล่ออกจากเอลามไปไม่ถึง

37เราจะทำให้ชาวเอลามกลัวจนตัวสั่นต่อหน้าศัตรู

และต่อหน้าผู้มุ่งจะเอาชีวิตของเขา

เราจะนำหายนะมาสู่เขา

ความโกรธของเราลุกเป็นไฟ

- พระยาห์เวห์ตรัส -

เราจะส่งดาบไปไล่ตามเขา

จนกว่าเราจะได้ทำลายล้างเขาทุกคน

38เราจะตั้งบัลลังก์ของเราในแคว้นเอลาม

จะทำลายกษัตริย์และเจ้านายของเขา

- พระยาห์เวห์ตรัส -

39แต่ในอนาคต เราจะนำชาวเอลามที่เป็นเชลยกลับคืนมา - พระยาห์เวห์ตรัส

49 a คำประกาศพระวาจาตอนนี้มาจากประกาศกเยเรมีย์จริงๆ นอกจากข้อ 2 ซึ่งเป็นข้อความที่เสริมเข้ามาในภายหลัง

b ดินแดนของชาวอัมโมนอยู่ทางเหนือของแคว้นโมอับทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน มีราชธานีอยู่ที่เมืองรับบาห์ (ข้อ 2) หรือ “เมืองรับบาห์ของชาวอัมโมน” (รับบัท-อัมโมน) ซึ่งได้แก่กรุงอัมมันในปัจจุบัน – เมื่อชาวอิสราเอลทั้ง 12 เผ่าอพยพเข้ามายึดครองแผ่นดินคานาอัน เขตแดนทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนถูกกำหนดให้เป็นกรรมสิทธิ์ของชนเผ่ากาด (ดู กดว บทที่ 32; ยชว 13:24-28) เมื่อชาวอัมโมนพร้อมกับเทพมิลโคม เทพเจ้าประจำชาติ ได้ยึดดินแดนนี้ไปจากอาณาจักรอิสราเอลภายหลังปี 734 ก.ค.ศ. และอีกครั้งหนึ่งในปี 721 ก.ค.ศ. ชาวอัมโมนและเทพมิลโคมจึงเป็นเสมือนผู้เข้ามาแย่งชิงดินแดนนี้ไป *** ที่ตรงนี้ และในข้อ 3 เราอ่านว่า “มิลโคม” เหมือนในสำนวนแปลโบราณต่างๆ และ 1 พกษ 11:5,7,33 แทนที่จะอ่านว่า “กษัตริย์ของพวกเขา” (malkam) เหมือนในต้นฉบับภาษาฮีบรู

c “เมืองเฮชโบน” เป็นเมืองของแคว้นโมอับ (ดู 48:1 เชิงอรรถ b) อาจถูกชาวอัมโมนยึดไป – “เมืองอัย” (“อัย” แปลว่า “สิ่งปรักหักพัง”) อาจมีหลายเมืองที่มีชื่อนี้ เช่น ยชว 8:28 – แต่ที่นี่เป็นเมืองหนึ่งในแคว้นอัมโมน – บางคนอ่านว่า “เมืองอาร์” (ดู กดว 21:28)

d “หุบเขาของเจ้า” - หุบเขาสำคัญของแคว้นอัมโมนคือลุ่มแม่น้ำยับบอก

e ประกาศกเยเรมีย์ประกาศพระวาจาตอนนี้ราวปี 605 ก.ค.ศ. – ให้สังเกตข้อความคล้ายกันกับใน อบด 1-9.

f “ผู้มีปรีชา” – แปลตามต้นฉบับภาษากรีก – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “บรรดาบุตร” - แคว้นเอโดมเป็นที่เลื่องลือว่าเป็นดินแดนของผู้มีปรีชา – ดู 1 พกษ 5:10-11; โยบ 2:11 เชิงอรรถ d; บรค 3:11-23.

g “เมืองเดดาน” คือโอเอซิส El-Ela ในอาราเบีย – ใน อสค 25:13 “เมืองเทมาน” (ในปัจจุบันน่าจะเป็นเมือง Tawilan ใกล้กับเมือง Petra) และ “เมืองเดดาน” ดูเหมือนจะเป็นเมืองชายแดน (ทางทิศเหนือและทิศใต้) ของแคว้นเอโดม *** เกี่ยวกับ “เอซาว” หรือ “เอโดม” ดู ปฐก 36:8.

h “เมืองโบสราห์” เป็นราชธานีของแคว้นเอโดม (คนละเมืองกับเมืองโบสราห์ในแคว้นโมอับ 48:24) ในปัจจุบันคือ El-Buseirah ราว 40 กม.ทางใต้ของทะเลตาย

i “ซอกหิน” ของเอโดม – ดู 2 พกษ 14:7; อสย 16:1 – ตั้งแต่นานมาแล้วมักจะเข้าใจว่า “ซอกหิน” นี้หมายถึงเมืองเปตรา (Petra) - แต่อาจตั้งอยู่เหนือขึ้นไปในบริเวณใกล้กับเมืองโบสราห์ก็ได้

j ต้นฉบับภาษาฮีบรูยังเพิ่มคำว่า “เสียงของเขา” ซึ่งไม่มีในต้นฉบับภาษากรีก – หลายคนเข้าใจว่า “ทะเลต้นกก” หมายถึง “ทะเลแดง”

k คำกล่าวโทษกรุงดามัสกัส - เมืองนี้ไม่ถูกกล่าวถึงในรายชื่อที่อยู่ใน 25:20-26 - อาจกล่าวพาดพิงถึงความตกใจกลัวของประชาชนในแคว้นซีเรีย ซึ่งขณะนั้นเป็นประเทศราชของอียิปต์ เมื่ออียิปต์พ่ายแพ้ต่อกองทัพบาบิโลนของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ในการรบที่เมืองคารเคมิช ในปี 605 ก.ค.ศ. – ดู 46:2 เชิงอรรถ b.

l “เหมือนทะเล” (kayam) – แปลโดยคาดคะเน – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ในทะเล” (bayam) *** “เมืองคามัท” ดู 39:5 – “เมืองอารปัด” ในปัจจุบันคือ Tell Erfad ทางทิศเหนือของเมืองอาเลปโป

m “เมืองที่เคยรื่นเริง” – ตามต้นฉบับภาษาซีเรียค – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “เมืองแห่งความยินดีของเรา”

n “เบนฮาดัด” คือกษัตริย์เบนฮาดัดที่ 3 โอรสของกษัตริย์ฮาซาเอล ทรงครองราชย์ที่กรุงดามัสกัสราวปี 840 ก.ค.ศ. – ดู 2 พกษ 13:24; อมส 1:4.

o “ฮาโซร์” เป็นชื่อรวมๆ หมายถึงชนอาหรับกึ่งเร่ร่อนเผ่าต่างๆ ตรงข้ามกับชนเบดูอินเผ่าเร่ร่อนตามทะเลทราย – “อาณาจักร” ที่นี่ต้องเข้าใจในความหมายกว้างๆ หมายถึงกลุ่มชนที่มีหัวหน้าเผ่าปกครอง

p “เอลาม” เป็นชื่อของที่ราบสูงทางตะวันออกของเมโสโปเตเมีย ชาวมีเดียและชาวเปอร์เซียผู้รุกรานในสมัยต่อมา จะออกมาจากแคว้นนี้เพื่อทำลายกรุงบาบิโลน – ตั้งแต่ปี 597 ก.ค.ศ. มาแล้ว ประกาศกเยเรมีย์อาจเห็นล่วงหน้าว่าชาวเปอร์เซียจะเข้ายึดครองแคว้นเอลามได้

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก