"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

หนังสือประกาศกเอเสเคียล

อารัมภบท

        1. 1วันที่ห้าเดือนสี่ปีที่สามสิบ ขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยที่ริมแม่น้ำเคบาร์ ท้องฟ้าเปิดออก และข้าพเจ้าได้เห็นนิมิตจากพระเจ้า 2วันที่ห้าของเดือน - คือในปีที่ห้าที่กษัตริย์เยโฮยาคีนทรงถูกกวาดต้อนเป็นเชลย – 3พระยาห์เวห์ตรัสกับสมณะเอเสเคียล บุตรของบุซีในแผ่นดินของชาวเคลเดีย ริมแม่น้ำเคบาร์  aพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือเขาที่นั่นb

นิมิตเห็นพระพาหนะของพระยาห์เวห์c

          4ข้าพเจ้ามองดู ก็เห็นลมพายุพัดมาจากทิศเหนือ เห็นเมฆก้อนใหญ่ที่มีรไฟล้อมอยู่ มีความสุกใสลุกอยู่โดยรอบ ตรงใจกลางกองไฟมีแสงที่มีสีเหมือนอำพันแวบวาบออกมาเหมือนไฟ

5จากกลางกองไฟนี้มีร่างสิ่งมีชีวิตสี่ตนปรากฏออกมา รูปร่างมีสัณฐานเหมือนมนุษย์ 6แต่ละตนมีหน้าสี่หน้า มีปีกสี่ปีก 7ขาของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ตรง มีฝ่าเท้าเหมือนฝ่าเท้าลูกโค สุกใสเหมือนทองสัมฤทธิ์ขัดมัน 8ใต้ปีกของแต่ละตนมีมือมนุษย์ทั้งสี่ด้านตรงกับใบหน้าและปีกทั้งสี่ 9ปีกแต่ละปีกจรดกัน สิ่งมีชีวิตแต่ละตนบินตรงไปข้างหน้า ไม่หันกลับมาเลย 10ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตเป็นดังนี้ แต่ละตนมีใบหน้าเหมือนหน้ามนุษย์ มีใบหน้าสิงโตทางด้านขวา มีใบหน้าโคเพศผู้ทางด้านซ้าย มีใบหน้านกอินทรีทางด้านหลังd 11ปีกeของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้แผ่กางขึ้นเบื้องบน แต่ละตนมีสองปีกจรดกับปีกของอีกตนหนึ่ง ส่วนอีกสองปีกปกคลุมกายของตน 12แต่ละตนบินตรงไปข้างหน้า ไม่ว่าจิตจะนำไปทางไหนก็ไปทางนั้น มุ่งไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมาเลย

          13ระหว่างสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มีบางสิ่งที่ดูเหมือนfถ่านคุอยู่เหมือนคบเพลิงที่เคลื่อนไปมาในระหว่างสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ไฟส่องแสงสุกใสและมีแสงฟ้าแลบออกมาจากไฟนั้น 14สิ่งมีชีวิตเหล่านี้วิ่งไปมาเหมือนฟ้าแลบแปลบปลาบg

          15ข้าพเจ้ามองดูสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ก็เห็นวงล้ออยู่บนพื้นดินข้างสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ที่แต่ละตนมีสี่หน้า 16ล้อเหล่านี้มีลักษณะและรูปทรงแวบวาบเหมือนบุษราคัม วงล้อทั้งสี่มีรูปร่างเดียวกัน ลักษณะและรูปทรงเป็นเหมือนวงล้อที่ซ้อนกัน 17เมื่อเคลื่อนไหว สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็เคลื่อนไปได้ทั้งสี่ทิศhโดยไม่ต้องหันกลับ 18ขอบวงล้อนั้นสูงและน่ากลัว ขอบวงล้อทั้งสี่ส่องแสงวูบวาบiโดยรอบ 19เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เคลื่อนไหว วงล้อก็เคลื่อนไหวตามไปด้วย และเมื่อสิ่งมีชีวิตเหาะขึ้นจากพื้นดิน วงล้อก็เหาะตามขึ้นไปด้วย 20จิตนั้นไปทางไหนj สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็ตามไป วงล้อก็เหาะตามไปด้วย เพราะจิตของสิ่งมีชีวิตอยู่ในวงล้อ 21เมื่อสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว วงล้อก็เคลื่อนไหวด้วย เมื่อสิ่งมีชีวิตหยุด วงล้อก็หยุด เมื่อสิ่งมีชีวิตเหาะขึ้นจากพื้นดิน วงล้อก็เหาะตามไปด้วย เพราะจิตของสิ่งมีชีวิตอยู่ในวงล้อ 22เหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีบางสิ่งบางอย่างเหมือนแผ่นฟ้า ส่องแสงเหมือนแก้วผลึกkแผ่กว้างอยู่เหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้l 23ใต้แผ่นฟ้า ปีกของสิ่งมีชีวิตกางออกตรง จรดกัน สิ่งมีชีวิตแต่ละตนมีปีกสองปีกปกคลุมกายm 24เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เคลื่อนไหว ข้าพเจ้าได้ยินเสียงของปีกเหมือนเสียงน้ำมากมาย เหมือนเสียงฟ้าร้องของพระผู้ทรงสรรพานุภาพ เหมือนเสียงพายุ เหมือนเสียงโกลาหลวุ่นวายในค่าย เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้หยุด ก็หุบปีกลง 25มีเสียงมาจากแผ่นฟ้าเบื้องบนเหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้n

          26เหนือแผ่นฟ้าเหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีสิ่งหนึ่งคล้ายอัญมณีสีน้ำเงิน มีลักษณะเหมือนบัลลังก์ และเหนือบัลลังก์ที่อยู่เบื้องบนนี้มีผู้หนึ่งลักษณะเหมือนมนุษย์

          27แล้วข้าพเจ้าก็เห็นแสงที่มีสีเหมือนอำพันจากเหนือบั้นเอวขึ้นไป และเห็นแสงเหมือนไฟจากใต้บั้นเอวลงมา เห็นความสุกใสอยู่รอบท่านผู้นั้น 28ท่านผู้นั้นมีความสุกใสเหมือนสายรุ้งบนเมฆในวันที่ฝนตกอยู่โดยรอบ ข้าพเจ้าเห็นรูปทรงของพระสิริรุ่งโรจน์ของพระยาห์เวห์oเช่นนี้ เมื่อเห็นแล้ว ข้าพเจ้าก็ซบหน้าลงจรดพื้น และได้ยินเสียงผู้หนึ่งพูด

1 a ข้อ 1-3 ดูเหมือนจะนำ “อารัมภบท” 2 ตอนมาเรียงต่อกันไว้ ตอนแรก (ข้อ 2-3ก) พูดถึงประกาศกเอเสเคียลในบุรุษที่สาม และทำหน้าที่เป็น “อารัมภบท” ของหนังสือทั้งเล่ม กล่าวว่านิมิตที่ประกาศกเห็นครั้งแรกเกิดขึ้นในปีที่ห้าที่กษัตริย์เยโฮยาคีนทรงถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย (คือราวปี 593-592 ก.ค.ศ.) ส่วนอีกตอนหนึ่ง (ข้อ 1) อาจกล่าวนำ “นิมิตเรื่องพระพาหนะของพระยาห์เวห์” ก่อนที่เรื่องนี้จะถูกจัดวางไว้ในลำดับปัจจุบัน (ดู “ความรู้เรื่องประกาศก” ข้อ 14) – ถ้าเป็นเช่นนี้ ปีที่กล่าวถึง (“ปีที่สามสิบ”) ก็อธิบายได้ยากสักหน่อย นอกจากเราจะแก้ไขวลีให้เป็น “ปีที่สิบสาม” (ที่กษัตริย์เยโฮยาคีนถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย) ซึ่งตรงกับฤดูร้อนปี 585 ก.ค.ศ. – บางที “ปีที่สามสิบ” อาจเป็นอายุของประกาศกก็เป็นได้ (นักวิชาการบางคนคิดเช่นนี้)

b “พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือเขา” เป็นวลีที่ประกาศกเอเสเคียลใช้บ่อยๆ เพื่อหมายถึง “การเข้าฌาน” – ดู  3:22; 8:1; 33:22; 37:1; 40:1 – สำนวนแปลโบราณหลายสำนวนอ่านวลี “เหนือเขา” ว่า “เหนือข้าพเจ้า” – เพื่อทำให้ต้องอ่านข้อ 3ข ติดต่อกับข้อ 4.

c เห็นได้ชัดว่านิมิตครั้งนี้ต้องการจะพูดกับผู้ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยไปที่กรุงบาบิโลน – แม้รายละเอียดบางประการออกจะสับสนเข้าใจยาก แต่ความหมายโดยทั่วไปนั้นชัดเจน คือ ต้องการจะบอกว่าพระยาห์เวห์ทรงอยู่เหนือขอบเขตของสถานที่ พระองค์ไม่ทรงถูกผูกติดไว้กับพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม แต่ทรงติดตามประชากรของพระองค์ไปในแดนเนรเทศได้ด้วย

d “สิ่งมีชีวิต” ประหลาดนี้ชวนให้คิดถึง karibu ของชาวอัสซีเรีย (ชื่อนี้ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตใหญ่โตที่มีปีกแผ่คลุมหีบพันธสัญญา – ดู อพย 25:18 เชิงอรรถ i) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีศีรษะมนุษย์ มีร่างสิงโต มีกีบเท้าโคเพศผู้ และมีปีกนกอินทรี [แต่ประกาศกอธิบายไม่ชัดว่า สิ่งมีชีวิตแต่ละตนมีใบหน้าสี่หน้าของสัตว์ทั้งสี่ชนิด หรือแต่ละตนมีใบหน้า(เดียว)ที่มีลักษณะของสัตว์แต่ละชนิด] – รูปสิ่งมีชีวิตดังกล่าวตั้งไว้เป็นยามรักษาการณ์ประตูพระราชวังต่างๆที่กรุงบาบิโลน ประกาศกบรรยายว่าผู้รับใช้บรรดาเทพเจ้าเหล่านี้ถูกเทียมเข้ากับพระพาหนะพระเจ้าของอิสราเอล เป็นการอธิบายอย่างมีชีวิตชีวาถึง “ความยิ่งใหญ่เหนือธรรมชาติ” (“อุตรภาพ” = transcendence) ของพระยาห์เวห์ – ลักษณะของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนนี้ในภายหลังถูกนำมาใช้บรรยายถึง “สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตน” ใน วว 4:7,8 ฯลฯ – ในธรรมประเพณีของคริสตชน “สิ่งมีชีวิต” ทั้งสี่ตนนี้เป็นสัญลักษณ์หมายถึงผู้นิพนธ์พระวรสารทั้งสี่ฉบับ

e “ปีก” – ตามต้นฉบับภาษากรีก – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ใบหน้าและปีก”

f “เหมือน” – สำนวนแปลโบราณต่างๆว่า “ในระหว่าง” *** “ที่ดูเหมือน” – แปลตามตัวอักษรว่า “ในรูปปรากฏของ” ตามต้นฉบับภาษากรีก – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “รูปปรากฏของ(สิ่งมีชีวิต)เหล่านี้”

g “วิ่งไปมา” – ข้อนี้พบได้ในต้นฉบับภาษาฮีบรูเท่านั้น – อาจเป็นข้อความเสริมของผู้คัดลอก

h “ทั้งสี่ทิศ” – ไม่แน่ว่าข้อความนี้เป็นตัวบทดั้งเดิมหรือเปล่า – แปลตามตัวอักษรว่า “เมื่อ(วงล้อทั้งสี่)เคลื่อนไหว ก็เคลื่อนไปทั้งสี่ทิศ”

i “ส่องแสงวูวาบ” – แปลตามตัวอักษรว่า “มีตา” – แต่คำว่า “ตา” ต้องเข้าใจในความหมายเปรียบเทียบว่า “สุกใส” “วูบวาบ” – ข้อ 4,7,16,22,27; 8:2; 10:9 – การกล่าวถึงแสงสะท้อนเหล่านี้อาจเป็นข้อความเสริมของผู้คัดลอกที่ได้รับความคิดมาจาก 10:12 ก็เป็นได้

j หลังคำว่า “ไป” ต้นฉบับภาษาฮีบรูเสริมว่า “เพราะจิตไปข้างหน้า”

k หลังคำ “แก้วผลึก” ต้นฉบับภาษาฮีบรูเสริมคำว่า “ที่น่ากลัว” - วลีนี้ไม่มีในต้นฉบับภาษากรีก

l พระบัลลังก์ของพระยาห์เวห์จึงถูกสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตน “พยุงไว้” ไม่ใช่ “ถูกลากไป” – เทียบเรื่องหีบพันธสัญญาใน อพย 25:10 เชิงอรรถ e – พระยาห์เวห์ประทับบนพระบัลลังก์เหนือสิ่งมีชีวิตที่มีปีก (1 ซมอ 4:4 ฯลฯ)

m “มีปีกสองปีกคลุมกาย” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูซ้ำ “แต่ละตนมีปีกสองปีกคลุมกาย” เป็นการเขียนซ้ำ (dittography) ซึ่งไม่พบในต้นฉบับคัดลอกหลายฉบับและในต้นฉบับภาษากรีก

n ต้นฉบับภาษาฮีบรูเสริม “เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้หยุด มันก็หุบปีกลง” – เป็นการเขียนซ้ำจากปลายข้อ 24.

o ชาวอิสราเอลไม่กล้ามองดูพระพักตร์พระยาห์เวห์ – เมื่อพระยาห์เวห์ทรงสำแดงพระองค์ จึงทรงสำแดงเพียง “พระสิริรุ่งโรจน์” ของพระองค์ให้เห็นเท่านั้น ซึ่งหมายถึงเครื่องหมายภายนอกที่อยู่รอบๆ และแสดงว่าพระองค์ประทับอยู่ที่นั่นเท่านั้น (อพย 32:18,22) – “พระสิริรุ่งโรจน์” นี้ ตามปรกติมักจะปรากฏในรูปของ “เมฆสุกใส” (อพย 16:10) – เรื่อง “พระสิริรุ่งโรจน์” ดู 43:1,5 ด้วย – ที่ตรงนี้ “เมฆ” ยังมีรูปทรงเงาดำ (silhouette) ของมนุษย์ที่สุกปลั่งปรากฏให้เห็นอีกด้วย

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก