"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2014
สมโภชพระคริสตสมภพ
อสย 52:7-10…
7เท้าของผู้นำข่าวดีมาประกาศบนภูเขาช่างงามยิ่งนัก
เขาประกาศสันติภาพ นำข่าวดี 
ประกาศความรอดพ้น กล่าวแก่ศิโยนว่า
“พระเจ้าของท่านทรงเป็นกษัตริย์ปกครอง”
8บรรดาทหารยามของท่านร้องเสียงดัง
ร้องตะโกนพร้อมกันด้วยความยินดี
เพราะเขาได้เห็นกับตาว่า
พระยาห์เวห์เสด็จกลับสู่ศิโยน
9ซากปรักหักพังแห่งกรุงเยรูซาเล็มเอ๋ย
จงร้องเพลงยินดีพร้อมกันเถิด
เพราะพระยาห์เวห์ทรงปลอบโยนประชากรของพระองค์
และทรงไถ่กู้กรุงเยรูซาเล็มแล้ว
10พระยาห์เวห์ทรงสำแดงพระอานุภาพ
ต่อหน้าประชาชาติทั้งปวง
ชนชาติทั้งหลายจากสุดปลายแผ่นดินจะได้เห็นว่า
พระเจ้าของเราประทานความรอดพ้นให้แก่เรา

 


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• สุขสันต์พระคริสตสมภพ Merry Christmas แด่พี่น้องคริสตชนทุกท่าน... 


• เช้าวันพระคริสตสมภพทุกปี เราได้อ่านพระคัมภีร์บทเหล่านี้ อิสยาห์ พ่อมั่นใจว่า เมื่อคืนวานนี้เราได้ฉลองคริสต์มาสอีฟ เป็นการฉลองการบังเกิดของพระคริสตเจ้า และยามเช้าเราได้มีมิสซาสมโภชพระคริสตสมภพ


• โดยพระศาสนจักรได้จัดให้เราได้อ่านบทอ่านจากประกาศกอิสยาห์ ประกาศเสียงแห่ง “ความปลอบใจ” ต่อประชากรของพระองค์อย่างงดงาม เสียงแห่งความหวังได้มาถึงแล้ว พระเจ้าทรงเป็นกษัตรยิ์ปกครองชีวิตของประชากรของพระองค์ 

o มีเสียงร้องตะโกนประกาศด้วยความยินดี “นี่คือเวลาแห่งความยินดี” ความยินดีจริงๆของชีวิตของเรา แม้เยรูซาเล็มจะต้องกลายเป็นซากปรักหักพังอย่างน่าเสียใจ ประชากรของพระเจ้าต้องระทมทุกข์เพราะบาปและความผิดก็ตาม

o แต่ในที่สุด ในที่สุด พระเจ้าพระยาห์เวห์จะทรงปลอบโยนประชากรของพระองค์ พระเจ้าจะไม่มีวันปล่อยให้ประชากรของพระองค์ต้องระทมทุกข์โดยปราศจากความ ปลอบโยนจากพระเจ้าอย่างแน่นอน 

o เสียงของอิสยาห์ยืนยันให้เราผู้อ่านได้มั่นใจว่า “ความรักของพระเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด” 

o ที่สุดความรักของพระเจ้าจะมาถึง และประชากรของพระองค์ได้ชื่นชมยินดีในพระเจ้าอย่างแน่นอน พี่น้องครับ เช้านี้พ่ออยากให้เราอ่านบทอ่านสองบทนี้ดีๆ เริ่มอ่านอิสยาห์กันก่อนและต่อไปอ่านพระวรสารนักบุญยอห์นนะครับ


พี่น้องที่รักครับ บทอ่านพระวรสารนักบุญยอห์นต่อไปนี้ต้องอ่าน เพราะเราได้อ่านทุกเช้าวันคริสต์มาสในวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีมิได้ขาดเลย พระวรสารนักบุญยอห์นบทที่ 1 ข้อ 1-18 นี้เป็นบทนำหรือบทโหมโรงประกาศความจริงเกี่ยวกับพระคริสตเจ้า “พระวจนาตถ์” ที่ภาษากรีกเรียกว่า Logos “โลกอส” แปลว่า “พระวาจา” the Word ที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อสร้างโลกตั้งแต่หนังสือปฐมกาลพระทรงใช้พระวาจาที่ พระเจ้าตรัสเพื่อสร้างโลกและสรรพสิ่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย มาจากพระวาจาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าพระบิดา พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งจากพระวาจาของพระองค์ คือ “พระวจนาตถ์”

พี่น้องทรงไหมครับว่า ยอห์นบทนี้เราควรอ่านอย่างไร พระวาจาบทนี้ตอนนี้เป็นพระวาจาที่เขียนขึ้นในรูปแบบของบทเพลงโหมโรงที่กล่าว ถึงพระวจนาตถ์ของพระเจ้า... ในบทนำนี้เราได้เรียนรู้หลายประการมากๆเกี่ยวกับพระเยซูคริสตเจ้า พระกุมารที่บังเกิดมา 
พี่น้องครับเราอ่านกันก่อนและพ่อจะอธิบายสรุปให้เราเข้าใจพระวาจาเช้าวัน คริสต์มาสนี้อย่างดีๆ เพื่อเราจะได้มีความสุขในการอ่านพระวาจาของพระเจ้าในพระวรสารวันนี้นะครับ เริ่มอ่านกันก่อนครับ พ่อขอให้อ่านทั้ง 18 ข้อเลยนะครับ....

ยน 1:1-5,9-14…
• 1เมื่อแรกเริ่มนั้น พระวจนาตถ์ทรงดำรงอยู่แล้ว พระวจนาตถ์ประทับอยู่กับพระเจ้าและพระวจนาตถ์เป็นพระเจ้า2พระองค์ประทับอยู่ กับพระเจ้าแล้วตั้งแต่แรกเริ่ม3พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งอาศัยพระวจนาตถ์ไม่มี สักสิ่งเดียวที่พระเจ้าไม่ทรงสร้าง โดยทางพระวจนาตถ์ 
• 4ชีวิตอยู่ในพระองค์ และชีวิตเป็นแสงสว่างสำหรับมนุษย์ 


• 5แสงสว่างส่องในความมืด และความมืดกลืนแสงสว่างนั้นไม่ได้ 


• 6พระเจ้าทรงส่งชายผู้หนึ่งมาเขาชื่อ ยอห์น 7เขามาในฐานะพยานเพื่อเป็นพยานถึงแสงสว่าง 8เขาไม่ใช่แสงสว่างแต่เป็นพยานถึงแสงสว่าง 
• 9แสงสว่างแท้จริงซึ่งส่องสว่างแก่มนุษย์ทุกคนกำลังจะมาสู่โลก 10พระวจนาตถ์ประทับอยู่ในโลกและโลกถูกสร้างโดยอาศัยพระองค์แต่โลกไม่รู้จัก พระองค์


• 11พระองค์เสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์แต่ประชากรของพระองค์ ไม่ยอมรับพระองค์ 


• 12ผู้ใดที่ยอมรับพระองค์คือผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ประทานอำนาจให้ผู้นั้นกลายเป็นบุตรของพระเจ้า 


• 13เขามิได้เกิดจากสายเลือด มิได้เกิดจากความปรารถนาตามธรรมชาติ มิได้เกิดจากความต้องการของมนุษย์แต่เกิดจากพระเจ้า 


• 14พระวจนาตถ์ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ และเสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางเรา เราได้เห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ เป็นพระสิริรุ่งโรจน์ที่ทรงรับจากพระบิดา ในฐานะพระบุตรเพียงพระองค์เดียวเปี่ยมด้วยพระหรรษทานและความจริง 


• 15ยอห์นเป็นพยานถึงพระองค์ และประกาศว่าผู้ที่มาภายหลังข้าพเจ้าได้นำหน้าข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนข้าพเจ้า’
• 16จากความไพบูลย์ของพระองค์ เราทุกคนได้รับ พระหรรษทานต่อเนื่องกัน 17เพราะพระเจ้าได้ประทานธรรมบัญญัติผ่านทางโมเสส แต่พระหรรษทานและความจริงมาทางพระเยซูคริสตเจ้า

• 18ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าเลย พระบุตรเพียงพระองค์เดียว ผู้สถิตอยู่ในพระอุระของพระบิดานั้นได้ทรงเปิดเผยให้เรารู้


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• พี่น้องที่รัก สิ่งที่เราได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งจากพระวรสารนักบุญยอห์นวันนี้ ยอห์นเตือนเราให้รู้จักพระคริสตเจ้าอย่างลึกซึ้งมากๆ เลยครับ พระกุมารที่บังเกิดมาหรือพระคริสตเจ้านี้คือใครหนอ... พ่อสรุปแบบนี้นะครับ
1. พระเยซูกุมาร คือ พระวจนาตถ์ หรือพระวาจาของพระเจ้า... พระองค์ความปรารถนาของพระเจ้า หรือ พระประสงค์ของพระเจ้า และที่สำคัญ พระองค์คือ “พระเจ้า” ทรงอยู่กับพระเจ้าตั้งแต่แรกเริ่ม พระองค์คือพระเจ้าพร้อมกับพระเจ้าพระบิดา.. และพระเจ้าพระบิดาทรงสร้างทุกสิ่งโดยทางพระเยซูพระวจนาตถ์ ไม่มีสักสิ่งเดียวที่พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างโดยอาศัยพระวาจาของพระองค์

2. “ชีวิต” Life อยู่ในพระองค์ หมายความว่า พระองค์คือชีวิต ในพระองค์เราสามารถพบชีวิต และมีชีวิต ชีวิตนี้เองที่เราสามารถได้รับอีกครั้งหนึ่งแม้เราต้องผ่านความตายก็ตาม แต่ชีวิตแท้จริงมีอยู่ในพระองค์ พี่น้องครับ “ชีวิต” คือความปรารถนาของเรา ชีวิตคือพลังและความปรารถนาของเราทุกคน พ่ออยากให้เราแสวงหาพระองค์ แสวงหาชีวิตของพระองค์

3. พระเยซูคือ “แสงสว่าง” ที่เข้ามาในโลกที่มืดมนในทุกมิติ แต่พระองค์พระกุมารคือ “แสงสว่าง” อย่างแน่นอน... แสงสว่างแท้ที่เข้ามาในโลก และความมืดเอาชนะความสว่างไม่ได้อย่างแน่นอน เราต้องมั่นใจในพระองค์ ชีวิตของเราต้องไม่เดินในความมืดอีกต่อไป

4. นักบุญยอห์นบัปติส คือ “ประจักษ์พยาน” พยานถึงแสงสว่าง พระเจ้าทรงยอห์นมาเพื่อนำหน้าแสงสว่างและเป็นพยานเพื่อประกาศถึงแสงสว่างแท้ ที่กำลังมาสู่โลก ยอห์นไม่ใช่แสงสว่าง เพราะพระคริสตเจ้าเท่านั้นคือความสว่าง ยอห์นเป็นเพียงพยานถึงแสงสว่าง ประกาศว่าความสว่างแท้กำลังมาสู่โลก... พี่น้องที่รักครับ ของให้เรามั่นใจว่าพระองค์คือแสงสว่างนิรันดรของเราทุกคนเสมอไป เราต้องเดินในหนทางแห่งความสว่างของพระองค์

5. โลกถูกสร้างโดยทางพระวจนาถต์หรือพระวาจาแท้ๆ แต่โลกไม่รู้จักพระองค์ ยอห์นเขียนพระวรสารต้องการให้เราได้เห็นว่า “โลก หรือ กระแสโลก” ปฏิเสธที่จะยอมรับพระองค์ กระแสโลกเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อต้องเผชิญกับความจริงและความดี... พี่น้องครับ ให้เราเลือกที่จะไม่ไหลตามกระแสโลก เพราะพระคริสตเจ้าชนะโลกแล้ว ให้เรารักพระคริสตเจ้ามากกว่าหลงไปกับกระแสโลกเสมอนะครับ

6. บรรดาพี่น้องของพระคริสตเจ้าคือชาวยิว กลับเลือกที่จะรักความมืด ไม่ยอมรับพระคริสตเจ้า พระองค์เสด็จมาในวงศ์วานของดาวิด แต่ประชากรอิสราเอลชอบกระแสโลก ชอบความมืด และปฏิเสธที่จะรับพระองค์

7. แต่ใครก็ตามที่ “เชื่อในพระองค์” คือ “ยอมรับ มอบตนเองทั้งหมดให้กับพระองค์” ผลตามมาคือพลังของการเป็นบุตรของพระเจ้า พลังของความเชื่อในพระองค์จะทำให้คนที่เชื่อในพระองค์ “ทุกคน” ได้เป็นบุตรของพระเจ้า ดังนั้น หัวใจสำคัญคือ “ความเชื่อในพระองค์คริสตเจ้า พระวจนาตถ์ผู้รับเอากายบังเกิดมาประทับท่ามกลางเรา

8. การได้พบพระคริสตเจ้า เท่ากับเราได้พบกับพระสิริรุ่งโรจน์หรือแสงสว่างแท้ของพระเจ้าในพระคริสต เจ้า พระองค์ทรงเป็นพระสิริรุ่งโรจน์ที่ทรงรับจากพระบิดา ในฐานะพระบุตรเพียงพระองค์เดียวเปี่ยมด้วยพระหรรษทานและความจริง ในพระองค์เราได้รับและได้พบกับ “พระหรรษทานและความจริง” พ่อเชื่อว่า การได้ยอมรับพระคริสตเจ้าจะต้องนำเราไปสู่พระหรรษทาน และนำเราไปสู่ความจริงนิรันดร์อย่างมั่นใจในพระองค์ และรักในความจริงของพระองค์

9. สิ่งที่เราได้รับคือ “พระหรรษทานต่อเนื่องกัน” Grace upon Grace ความหมายคือพระหรรษทานที่สูงสุดคือพระเยซูคริสตเจ้า ถ้าเราตอบรับพระองค์ เราได้รับพระหรรษทานจากพระเจ้า และพระหรรษทานนั้นคือ “พระเยซูคริสตเจ้า” นั่นเอง ไม่ใช่เพียงการดำเนินชีวิตตามธรรมบัญญัติ แต่ดำเนินชีวิตโดย “พระหรรษทานและความจริง”

10. ไม่มีใครเคยเห็นพระบิดานอกจากพระบุตร ดังนั้น การที่เราได้เห็นพระบุตรของพระเจ้า พระกุมารน้อยจอมราชาที่เราฉลองในวันนี้ ทำให้เราได้เห็นพระเจ้าอย่างแน่นอน คือ เราได้เห็น “ความรัก” ของพระเจ้าพระบิดา และ “ความรักของพระเจ้านี้ปรากฏในพระบุตรของพระองค์” ที่เราได้ฉลองในวันนี้ การบังเกิดของพระองค์พระกุมาร คือ การบังเกิดของ...
a. ชีวิต 
b. แสงสว่าง
c. ความจริง 
d. พระหรรษทาน
e. ความรักนิรันดร

พี่น้องที่รัก... เช้าวันคริสตมาสเราได้ฉลองการบังเกิดมาของพระองค์ บทอ่านทั้งสองบททำให้เราได้รับการปลอบโยน เพราะความรักที่พระเจ้าทรงรักเราได้มาบังเกิดเป็นพระคริสตเจ้าองค์ความจริง นิรันดรที่เราได้พบกับพระองค์... 
พ่อขอส่งความสุขแห่งความรัก ความจริง ชีวิต พระหรรษทาน และแสงสว่างนิรันดร มายังทุกท่านครับ... “Merry Christmas แด่พี่น้องที่รักทุกท่านครับ....” ขอให้เราได้รับพระพรแห่งการเป็นบุตรของพระเจ้า และได้รับ พระหรรษทานสูงสุด Grace upon Grace นะครับ

 

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก