"เราประกาศให้ท่านรู้ถึงสิ่งที่เราได้เห็น" (1ยน. 1:3)

กษัตริย์ดาวิดทรงเป็นทุกข์ที่อับซาโลมสิ้นพระชนม์

19 1กษัตริย์ทรงสะเทือนพระทัย เสด็จขึ้นไปในห้องเหนือประตู ทรงกันแสง และขณะที่ทรงพระดำเนินaทรงคร่ำครวญว่า “ลูกเอ๋ย อับซาโลม ลูกเอ๋ย อับซาโลม ลูกพ่อ ถ้าพ่อตายแทนลูกได้ก็จะดีกว่า อับซาโลม ลูกเอ๋ย ลูกของพ่อ” 2เมื่อมีคนไปบอกโยอาบว่า “ดูซิ กษัตริย์ทรงกันแสงอาลัยอับซาโลม” 3ในวันนั้น ชัยชนะก็กลับกลายเป็นการไว้ทุกข์สำหรับกองทัพทั้งหมด เพราะวันนั้นบรรดาทหารรู้ว่า กษัตริย์ทรงเป็นทุกข์ถึงพระโอรส 4วันนั้น ทหารต่างกลับเข้าเมืองอย่างเงียบๆ เหมือนทหารที่ละอายใจเพราะหนีทัพ 5กษัตริย์ทรงคลุมพระพักตร์ ทรงคร่ำครวญเสียงดังว่า “อับซาโลม ลูกเอ๋ย อับซาโลม ลูกพ่อ ลูกเอ๋ย”

6โยอาบเข้าไปเฝ้ากษัตริย์ในห้อง ทูลว่า “ในวันนี้พระองค์ทรงทำให้ผู้รับใช้ทุกคนของพระองค์ต้องอับอาย ทั้งๆ ที่เขาได้ช่วยอารักขาพระชนมชีพของพระองค์ และอารักขาชีวิตพระโอรสและพระธิดา มเหสีและนางสนมของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักผู้ที่เกลียดชังพระองค์ และทรงเกลียดชังผู้ที่รักพระองค์ 7ในวันนี้ พระองค์ทรงแสดงอย่างชัดเจนว่า พระองค์ไม่ทรงไยดีต่อทหารและผู้บังคับบัญชาทหารของพระองค์เลย บัดนี้ ข้าพเจ้าเห็นแล้วว่าถ้าอับซาโลมยังมีชีวิตอยู่วันนี้ และข้าพเจ้าทุกคนต้องตาย พระองค์จะพอพระทัยมากกว่า

8ขอเชิญเสด็จไปข้างนอกตรัสให้กำลังใจแก่ทหารของพระองค์เถิด ถ้าพระองค์ไม่เสด็จ ข้าพเจ้าขอสาบานต่อพระยาห์เวห์ว่า จะไม่มีทหารสักคนเดียวเหลืออยู่กับพระองค์ตลอดคืนนี้ นั่นจะเป็นหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับพระองค์ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงบัดนี้” 9กษัตริย์จึงเสด็จไปประทับอยู่ที่ประตูเมือง เมื่อบรรดาทหารรู้ว่ากษัตริย์ประทับอยู่ที่ประตูเมือง ก็เข้ามาเฝ้าเฉพาะพระพักตร์โดยพร้อมเพรียงกัน


ประชาชนทูลเชิญกษัตริย์ดาวิดให้เสด็จกลับกรุงเยรูซาเล็ม

ชาวอิสราเอลต่างหนีกลับไปบ้านของตน 10ประชาชนจากเผ่าต่างๆ ของอิสราเอลโต้เถียงกันว่า “กษัตริย์ทรงปลดปล่อยพวกเราให้พ้นเงื้อมมือของศัตรู และทรงช่วยพวกเราให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของชาวฟีลิสเตีย พระองค์ต้องเสด็จหนีอับซาโลมไป ทิ้งแผ่นดินไว้ 11ส่วนอับซาโลมที่เราได้เจิมขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเราก็ตายแล้วในสมรภูมิ ทำไมจึงไม่มีใครนำกษัตริย์กลับมา”

          12ถ้อยคำที่ชาวอิสราเอลพูดกันนี้ล่วงรู้ไปถึงกษัตริย์b กษัตริย์ดาวิดจึงทรงส่งคนไปบอกสมณะศาโดกและอาบียาธาร์ว่า “จงไปถามบรรดาผู้อาวุโสของชนเผ่ายูดาห์ว่าc ‘ทำไมท่านจึงเป็นคนสุดท้ายที่คิดจะนำพระราชากลับเข้าพระราชวัง 13ท่านทั้งหลายเป็นพี่น้องของเรา ท่านทั้งหลายเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันกับเรา ทำไมท่านจึงเป็นคนสุดท้ายที่คิดจะนำกษัตริย์กลับไป’ 14และจงถามอามาสาว่าd ‘ท่านเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันกับเรามิใช่หรือ ขอพระเจ้าทรงลงโทษเราอย่างหนัก ถ้าท่านจะไม่ได้เป็นผู้บัญชาการกองทัพของเราแทนโยอาบ’” 15ดังนี้ พระองค์ทรงชนะใจชนเผ่ายูดาห์ทุกคนเป็นเอกฉันท์ เขาจึงส่งคนไปทูลกษัตริย์ให้เสด็จกลับพร้อมกับข้าราชบริพารทั้งปวง


กษัตริย์ดาวิดทรงอภัยโทษชิเมอี

16เมื่อกษัตริย์เสด็จกลับมาถึงแม่น้ำจอร์แดน ชนเผ่ายูดาห์ออกมารับเสด็จที่เมืองกิลกาล เพื่อนำพระองค์ข้ามแม่น้ำจอร์แดน 17ชิเมอีบุตรของเก-ราคนเผ่าเบนยามินจากบาฮูริมรีบลงมาเฝ้ากษัตริย์ดาวิดพร้อมกับชนเผ่ายูดาห์ 18เขาพาชนเผ่าเบนยามินจำนวนหนึ่งพันคนมาด้วย ศิบาผู้รับใช้ในครอบครัวของกษัตริย์ซาอูลพาบุตรชายสิบห้าคนและผู้รับใช้ยี่สิบคนมาถึงแม่น้ำจอร์แดนก่อนกษัตริย์ 19เพื่อข้ามไปรับe ราชวงศ์ของกษัตริย์ข้ามฟากตามพระประสงค์

          ขณะที่กษัตริย์กำลังจะเสด็จข้ามแม่น้ำจอร์แดน ชิเมอีบุตรของเก-ราเข้ามากราบลงเฉพาะพระพักตร์ 20ทูลว่า “ข้าแต่เจ้านาย ขอทรงอภัยโทษความผิดของข้าพเจ้าเถิด โปรดลืมความผิดที่ผู้รับใช้ของพระองค์ได้ทำในวันที่พระราชาเจ้านายเสด็จออกจากกรุงเยรูซาเล็ม ขอพระองค์อย่าทรงเก็บเรื่องนี้ไว้ในพระทัยเลย 21ผู้รับใช้ของพระองค์ยอมรับว่าได้ทำบาป เพราะเหตุนี้ผู้รับใช้ของพระองค์จึงเป็นคนแรกจากชนเผ่าโยเซฟf ที่ลงมารับเสด็จพระราชาเจ้านายของข้าพเจ้าในวันนี้”

22อาบีชัยบุตรของนางเศรุยาห์ก็ทูลว่า “ชิเมอีต้องถูกฆ่าเพราะความผิดที่ได้สาปแช่งผู้รับเจิมของพระยาห์เวห์” 23กษัตริย์ดาวิดตรัสว่า “บุตรนางเศรุยาห์เอ๋ย เรามีความคิดไม่ตรงกัน ทำไมท่านจึงมาขัดความประสงค์ของเราในวันนี้ วันนี้จะไม่มีชาวอิสราเอลคนใดถูกฆ่า เพราะวันนี้ เรารู้แล้วว่า เราเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอล” 24กษัตริย์ตรัสแก่ชิเมอีว่า “ท่านจะไม่ต้องตาย” แล้วกษัตริย์ทรงสาบานกับเขาg

เมริบบาอัล

25เมริบบาอัลหลานชายของกษัตริย์ซาอูลลงมารับเสด็จกษัตริย์ด้วย เขาไม่ได้ตัดเล็บเท้าh ขริบเครา หรือซักเสื้อผ้าตั้งแต่วันที่กษัตริย์เสด็จออกจากกรุงเยรูซาเล็ม จนถึงวันที่เสด็จกลับมาโดยสวัสดิภาพ

26เมื่อเมริบบาอัลออกจากกรุงเยรูซาเล็มiมารับเสด็จ กษัตริย์ตรัสถามเขาว่า “เมริบบาอัลเอ๋ย ทำไมท่านไม่ไปกับเรา” 27เขาทูลตอบว่า “ข้าแต่พระราชาเจ้านายของข้าพเจ้า ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าหลอกลวงข้าพเจ้า ผู้รับใช้ของพระองค์สั่งให้เขาผูกอานบนหลังลาj เพื่อข้าพเจ้าจะขี่ตามเสด็จ เพราะผู้รับใช้เป็นง่อย 28แต่เขากลับทูลใส่ร้ายผู้รับใช้ต่อพระราชาเจ้านายของข้าพเจ้า บัดนี้ พระราชาเจ้านายของข้าพเจ้าทรงเป็นเหมือนทูตสวรรค์ของพระเจ้า โปรดทรงทำตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบเถิด 29ทุกคนในครอบครัวของบิดาข้าพเจ้าสมควรให้พระราชาเจ้านายของข้าพเจ้าฆ่า แต่พระองค์กลับทรงให้ผู้รับใช้มีเกียรติร่วมโต๊ะเสวย ข้าพเจ้าจะมีสิทธิ์ขออะไรจากพระราชาอีก” 30กษัตริย์ตรัสตอบว่า “ท่านไม่ต้องพูดอะไรอีก เราตัดสินใจแล้วว่า ท่านกับศิบาจะต้องแบ่งทรัพย์สมบัติกัน” เมริบบาอัลทูลกษัตริย์ว่า “พระองค์จะทรงยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้เขาก็ได้ การที่พระราชาเจ้านายของข้าพเจ้าเสด็จกลับมาอย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว”

 

บารซิลลัย

32บารซิลลัยชาวกิเลอาดลงมาจากเมืองโรเกลิม เพื่อนำกษัตริย์ข้ามแม่น้ำจอร์แดน แล้วจึงถวายบังคมลาที่แม่น้ำจอร์แดน 33บารซิลลัยชรามากแล้ว อายุแปดสิบปี เป็นคนมั่งมีมาก ช่วยส่งเสบียงให้กษัตริย์ตลอดเวลาที่ประทับอยู่ที่เมืองมาหะนาอิม 34กษัตริย์ตรัสกับบารซิลลัยว่า “จงมาอยู่กับเราที่กรุงเยรูซาเล็มเถิด เราจะเลี้ยงดูท่านอย่างดี” 35แต่บารซิลลัยทูลกษัตริย์ว่า “ข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่อีกนานเท่าไร ที่จะขึ้นไปอยู่กับพระราชาที่กรุงเยรูซาเล็ม 36ข้าพเจ้าอายุแปดสิบปีแล้ว ไม่รู้สึกร้อนรู้สึกหนาวอีกต่อไป กินและดื่มอะไรก็ไม่รู้รสแล้ว แยกไม่ออกว่าเป็นเสียงร้องเพลงของชายหรือหญิง ทำไมผู้รับใช้ของพระองค์จะต้องเป็นภาระสำหรับพระราชาเจ้านายของข้าพเจ้าอีกk 37ผู้รับใช้จะตามเสด็จพระราชาไปสักระยะหนึ่ง ทำไมพระราชาจึงจะต้องประทานบำเหน็จรางวัลให้ข้าพเจ้าเช่นนี้ 38ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้ผู้รับใช้กลับบ้านไปตายในบ้านเมืองของตน ใกล้ที่ฝังศพของบิดามารดาเถิด คิมฮามบุตรของข้าพเจ้าlผู้รับใช้ของพระองค์อยู่ที่นี่ ให้เขาไปกับพระราชาเจ้านายของข้าพเจ้าเถิด ขอทรงปฏิบัติต่อเขาตามที่พอพระทัยเถิด” 39กษัตริย์ตรัสตอบว่า “เราจะพาคิมฮามไปด้วย เราจะทำตามที่ท่านขอร้อง” 40ประชาชนทุกคนข้ามแม่น้ำจอร์แดน เมื่อกษัตริย์เสด็จข้ามไปแล้ว ทรงจูบลาบารซิลลัยและทรงอวยพรเขา เขาก็กลับไปบ้าน


ชนเผ่ายูดาห์และอิสราเอลพิพาทกันเรื่องกษัตริย์

41กษัตริย์เสด็จต่อไปถึงเมืองกิลกาล คิมฮามตามเสด็จไปด้วย ชนเผ่ายูดาห์ทั้งหมดและชาวอิสราเอลครึ่งหนึ่งตามเสด็จm 42ชาวอิสราเอลทั้งหลายเข้าเฝ้าทูลถามกษัตริย์ว่า “ทำไมชนเผ่ายูดาห์พี่น้องของข้าพเจ้าทั้งหลายจึงเชิญพระองค์เสด็จไปอย่างเงียบๆ แล้วนำพระราชา ราชวงศ์กับข้าราชบริพารของกษัตริย์ดาวิดข้ามแม่น้ำจอร์แดนไป” 43ชนเผ่ายูดาห์ทุกคนตอบชาวอิสราเอลว่า “พระราชาทรงเป็นญาติสนิทของพวกเรา ทำไมท่านจึงขุ่นเคืองใจในเรื่องนี้ กษัตริย์ไม่ทรงจ่ายเสบียงให้เรากิน และไม่ประทานสิ่งใดให้เราเป็นค่าตอบแทน”n 44ชนอิสราเอลตอบชนเผ่ายูดาห์ว่า “เรามีสิทธิ์ในกษัตริย์ถึงสิบส่วน ยิ่งกว่านั้น เราเป็นบุตรคนแรกo มิใช่ท่าน ทำไมท่านจึงดูหมิ่นพวกเรา เราเป็นพวกแรกที่ให้เชิญกษัตริย์เสด็จกลับมามิใช่หรือ” แต่ถ้อยคำของชนเผ่ายูดาห์ก็ดุดันกว่าถ้อยคำของชาวอิสราเอลมาก

 

19 a “ทรงพระดำเนิน” ต้นฉบับภาษากรีกฉบับคัดลอกของลูเซียนว่า “ทรงกันแสง”

b ข้อ 12ข ถูกย้ายที่ตามบางฉบับ คำว่า “บ้าน” คำสุดท้าย ซึ่งซ้ำกับข้อ 12ก ถูกตัดออก

c กษัตริย์ดาวิดทรงต้องการให้เผ่าของพระองค์คิดถึงพระองค์เป็นพวกแรก ทั้งนี้เป็นเพราะความสัมพันธ์ทางสายเลือด ในเวลาเดียวกัน ก็ยังเป็นเพราะทรงคิดสงสัยอยู่เช่นเดียวกันว่า ราชวงศ์อาจให้ความไว้วางใจได้เฉพาะกับความจงรักภักดีของเผ่ายูดาห์เท่านั้น

d อามาสาคือผู้นำทางทหารในการกบฏ (17:25) ดังนั้น เขาต้องการเอาชนะพระทัยกษัตริย์ดาวิด พระองค์ไม่ทรงไม่ไว้วางใจคนกระหายเลือดอย่างโยอาบ และทรงเตรียมปลดเขาออกจากตำแหน่ง แต่โยอาบชิงกำจัดคู่แข่งของเขาเสียก่อน (20:8-13) และอยู่ในตำแหน่งไปจนกษัตริย์ดาวิดสิ้นพระชนม์ (1 พกษ 2:5ฯ, 28ฯ)

e “เพื่อข้ามไปรับ” ต้นฉบับภาษากรีกว่า “ทำงานอย่างแข็งขัน”

f วลี “ชนเผ่าโยเซฟ” บางครั้งก็รวมทั้งชนเผ่าเบนยามินด้วย

g แต่ทรงตั้งพระทัยจะให้พระโอรสทรงกำจัดเขาในภายหลัง (1 พกษ 2:8ฯ, 36-46)

h “ตัดเล็บเท้า” ต้นฉบับภาษากรีกเสริมว่า “และเล็บมือ”

i “จากกรุงเยรูซาเล็ม” แปลตามสำเนาคัดลอกภาษากรีกบางฉบับ ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ในกรุงเยรูซาเล็ม”

j “สั่งให้เขาผูกอานบนหลังลา” แปลตามสำนวนแปลโบราณบางฉบับ ต้นฉบับภาษาฮีบรูแปลได้ว่า “คิดอยู่ในใจว่า ‘ข้าพเจ้าจะใส่อาน...’”

k ต้นฉบับภาษาฮีบรูไม่ชัดเจน

l บุตรของบารซิลลัย

m “ติดตาม” แปลตามต้นฉบับภาษากรีก ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ทำให้ข้ามไป”

n “ค่าตอบแทน” แปลตามทาร์กุม ต้นฉบับภาษาฮีบรูไม่ชัดเจน

o “เราเป็นบุตรคนแรก มิใช่ท่าน” แปลตามสำนวนแปลโบราณบางฉบับ ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ในดาวิด เรามีมากกว่าท่าน”

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก