"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

42. 1แต่อย่าละอายในเรื่องต่อไปนี้a

          และอย่าทำบาปเพราะเกรงใจผู้อื่น

          2อย่าละอายธรรมบัญญัติของพระผู้สูงสุดและพันธสัญญากับพระองค์

          และอย่าละอายที่จะประกาศว่าผู้ไม่ยำเกรงพระเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ถ้าเขาไม่ผิดb

          3อย่าละอายที่จะช่วยแบ่งค่าใช้จ่ายกับผู้ร่วมงานและเพื่อนเดินทางc

          อย่าละอายที่จะแบ่งมรดกกับผู้อื่น

          4อย่าละอายที่จะตรวจสอบความถูกต้องของตาชั่งและตุ้มน้ำหนัก

          และอย่าละอายที่จะหากำไร ไม่ว่ามากหรือน้อย

          5อย่าละอายที่จะต่อรองกับพ่อค้าd

          อย่าละอายที่จะอบรมสั่งสอนบุตรของท่านเสมอๆ

          อย่าละอายที่จะโบยตีผู้รับใช้เลวทรามจนเลือดไหล

          6ถ้าภรรยาอยากรู้อยากเห็น ก็ควรใช้ตราผนึกนางไว้

          ถ้ามีคนจำนวนมาก ก็จงเก็บสิ่งของลั่นกุญแจ

          7อย่าละอายที่จะนับและชั่งสิ่งที่ท่านจะฝากไว้กับผู้อื่น

          อย่าละอายที่จะบันทึกทุกอย่างที่ท่านให้หรือรับ

          8อย่าละอายที่จะดัดนิสัยคนโง่

          และอย่าละอายที่จะดัดนิสัยผู้ชรามากที่ถกเถียงกับเยาวชนe

          แล้วท่านจะเป็นผู้ได้รับการอบรมสั่งสอนโดยแท้จริง

          และจะได้รับเกียรติจากทุกคน

บิดาต้องห่วงใยบุตรหญิงของตน

            9บุตรหญิงทำให้บิดามีความกังวลใจ แม้ไม่แสดงให้ปรากฏf

          เป็นความห่วงใยจนทำให้เขานอนไม่หลับ

          เมื่อเธอยังสาว เขาก็เกรงว่าจะไม่มีชายมาสู่ขอ

          เมื่อเธอแต่งงานแล้ว เขาก็เกรงว่าเธอจะไม่เป็นที่รักของสามี

          10เมื่อยังสาว บิดาก็เกรงว่าเธอจะถูกหลอกลวง

          ตั้งครรภ์ขณะที่ยังอยู่ในบ้านของบิดา

          เมื่อเธออยู่กับสามีแล้ว เขาก็เกรงว่าเธอจะคิดนอกใจ

          และเมื่อแต่งงานแล้ว เขาก็เกรงว่าเธอจะเป็นหมันไม่มีบุตร

          11ถ้าบุตรหญิงดื้อรั้น ก็จงเฝ้าระวังเธอไว้ให้ดี

          เพราะเธอจะทำให้ท่านเป็นที่เยาะเย้ยของศัตรู

          เป็นที่ครหาของคนทั้งเมือง มีเรื่องให้คนเขานินทา

          ท่านจะต้องอับอายคนทั้งปวง

จงระวังสตรี

            12อย่าจ้องมองความงามของมนุษย์ใดๆ

          อย่านั่งจับกลุ่มคุยกับสตรีg

                13เพราะแมงกินผ้าออกมาจากเสื้อผ้าฉันใด

          ความชั่วร้ายของสตรีก็ออกมาจากสตรีฉันนั้น

          14ความชั่วร้ายของชายยังดีกว่าความใจดีของสตรี

          สตรีย่อมนำความอับอายจนถูกเยาะเย้ยh

II. พระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า

ก. ในธรรมชาติ

                15บัดนี้ ข้าพเจ้าจะระลึกถึงพระราชกิจขององค์พระผู้เป็นเจ้า

          และจะกล่าวถึงสิ่งต่างๆที่ข้าพเจ้าได้เห็น

          พระราชกิจขององค์พระผู้เป็นเจ้าเกิดขึ้นด้วยพระวาจาของพระองค์i

          และสิ่งสร้างทั้งปวงก็เชื่อฟังพระประสงค์ของพระองค์j

          16ดวงอาทิตย์แสงจ้าส่องสว่างเหนือทุกสิ่ง

          พระราชกิจขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปี่ยมด้วยพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์

          17แม้องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ประทานอำนาจแก่บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์k

          ให้บอกเล่าสิ่งน่าอัศจรรย์ที่ทรงเนรมิตไว้ทั้งหมด

          องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพก็ทรงบันดาล

          ให้ทุกสิ่งตั้งมั่นอยู่ในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์l

          18พระองค์ทรงหยั่งดูห้วงสมุทรและใจมนุษย์

          และทรงรู้วิถีทางของสิ่งเหล่านี้

          พระผู้สูงสุดทรงทราบทุกสิ่ง

          และทรงสังเกตเห็นเครื่องหมายแห่งอนาคตm

          19พระองค์ทรงประกาศทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและสิ่งที่จะเกิดขึ้น

          และทรงเปิดเผยร่องรอยของสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่

          20ไม่มีความคิดใดจะหนีพ้นพระองค์ไปได้

          ไม่มีแม้แต่ถ้อยคำเดียวที่ซ่อนเร้นจากพระองค์

          21พระองค์ทรงจัดระเบียบของโลกให้แสดงพระปรีชาญาณยิ่งใหญ่ของพระองค์

          เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่เหมือนเดิมตลอดมาตราบนิรันดร

          ไม่มีสิ่งใดมาเพิ่มหรือลดจากพระองค์

          พระองค์ไม่ทรงต้องการคำแนะนำของผู้ใด

          22พระราชกิจทั้งปวงของพระองค์น่าปรารถนาอย่างยิ่ง

          แม้มนุษย์จะเห็นได้เพียงประกายน้อยนิด

          23ทุกสิ่งเหล่านี้มีชีวิตอยู่และดำรงอยู่ตลอดไป

          ทุกสิ่งเชื่อฟังพระองค์ในทุกกรณี

          24ทุกสิ่งอยู่ตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ

          พระองค์ไม่ทรงสร้างสิ่งใดไว้ให้บกพร่องn

          25สิ่งหนึ่งส่งเสริมความดีของอีกสิ่งหนึ่ง

          ผู้ใดเล่าจะชมความรุ่งเรืองของพระองค์จนอิ่มได้

42 a บุตรสิราจะบอกว่ามีกิจการบางอย่างที่ทำได้ แม้สังคมอาจรังเกียจหรือมีอคติต่อต้าน

b “ผู้ไม่ยำเกรงพระเจ้า” อาจหมายถึงคนต่างชาติ -- ชาวอิสราเอลต้องปฏิบัติกับเขาเหมือนปฏิบัติกับชาวอิสราเอลด้วยกัน

c “อย่าละอายที่จะช่วยแบ่งค่าใช้จ่าย” – แปลตามตัวอักษรว่า “อย่าอายบัญชีของ...” ** “ผู้ร่วมงานและเพื่อนเดินทาง” – บางคนแปลโดยคาดคะเนว่า “เพื่อนร่วมเดินทาง”

d “ต่อรองกับพ่อค้า” – เทียบ บสร 26:29 และ 27:2 ที่กล่าวว่าการค้าขายเป็นบาป แต่ที่นี่บุตรสิราบอกว่าการค้าขายเป็นกิจการถูกต้อง แต่ก็เป็นโอกาสให้ทำบาปได้

e “ถกเถียงกับเยาวชน” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ทำบาปฐานชู้สาว”

f “บุตรหญิงทำให้บิดามีความกังวลใจ” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “บุตรหญิงเป็นทรัพย์สมบัติที่ทำให้บิดาผิดหวัง”

g “อย่าจ้องมองความงดงามของมนุษย์ใดๆ อย่านั่งจับกลุ่มคุยกับสตรี” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูของข้อนี้ว่า “อย่าปล่อยให้เธออวดความงานแก่ชายใด อย่าให้เธอจับกลุ่มนินทากับสตรีอื่นๆ”

h หนังสือสุภาษิต (สภษ 5:15 เชิงอรรถ b) กล่าวถึงสตรีในแง่ลบอยู่แล้ว แต่บุตรสิรายังมองสตรีอย่างเคร่งครัดยิ่งกว่านั้นอีก แม้เราจะไม่ต้องคิดว่าข้อความนี้แสดงพฤติกรรมของสตรีโดยทั่วไปเสมอ ถึงกระนั้นคำสอนของธรรมาจารย์ในสมัยต่อๆมาก็ยังอยู่ในแนวเดียวกัน

i “พระวาจา” – ข้อนี้สะท้อนคำสอนที่ว่าพระวาจาของพระเจ้าทรงพลังในการเนรมิต (เทียบ บสร 43:26; ปฐก บทที่ 1; สดด 33:6; ปชญ 9:1-2; ยน 1:1 เชิงอรรถ a) – วรรณกรรมประเภทปรีชาญาณโดยทั่วไปมักจะกล่าวว่า “พระปรีชาญาณ” ทรงพลังเนรมิต (ดู สภษ 8:22 เชิงอรรถ f)

j ข้อความในบรรทัดนี้ไม่มีในต้นฉบับภาษากรีก จึงแปลตามสำเนาโบราณฉบับภูเขาซีนาย (S); ต้นฉบับภาษาฮีบรู และสำนวนแปลโบราณภาษาซีเรียค

k “บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์” หมายถึง “บรรดาทูตสวรรค์” (ดู โยบ 5:1 เชิงอรรถ a)

l “ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า.....ในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานพละกำลังแก่พลโยธาของพระองค์ให้ตั้งอยู่ต่อหน้าพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์”

m ดวงดาวเป็น “เครื่องหมายของอนาคต” ไม่เพียงแต่เพราะกำหนดความแตกต่างของฤดูกาล (บสร 43:6; ปฐก 1:14-18) แต่ยังเพราะคนโบราณเชื่อด้วยว่าอนาคตถูกเขียนไว้บนท้องฟ้าแล้ว (ยรม 10:2) ข้อนี้ยังอาจกล่าวพาดพิงถึงเครื่องหมายพิเศษที่ประชาชนรอคอยว่าจะกล่าวล่วงหน้าถึงการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ด้วย (มธ 24:29-31)

n ต้นฉบับภาษาฮีบรูของข้อนี้ว่า “ทุกสิ่งแตกต่างกัน ไม่มีสิ่งใดถูกสร้างโดยไร้ประโยชน์”

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก