"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

ความตาย

    41. 1ความตายเอ๋ย ความคิดถึงเจ้าช่างน่าขมขื่นยิ่งนัก

          สำหรับผู้ที่สุขสบายอยู่กับทรัพย์สมบัติ

          สำหรับผู้ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด และประสบความสำเร็จในกิจการทุกอย่าง

          และยังหาความสุขสำราญได้ในชีวิตa

          2ความตายเอ๋ย คำตัดสินของเจ้าเป็นที่น่าปรารถนาสำหรับคนยากไร้อ่อนกำลัง

          สำหรับผู้ชรามากและกังวลใจในทุกสิ่ง

          ผู้ไม่ยอมรับสภาพของตนและหมดความพากเพียร

          3อย่ากลัวคำตัดสินของความตาย

          จงระลึกถึงบรรดาผู้ที่มาก่อนและจะมาภายหลังท่าน

          4เป็นกฎที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดไว้สำหรับมนุษย์ทุกคน

          แล้วทำไมท่านจึงไม่ยอมรับพระประสงค์ของพระผู้สูงสุดเล่า

          ท่านจะมีชีวิตอยู่สิบปี ร้อยปี หรือพันปี

          ในแดนมรณะ ก็ไม่มีผู้ใดบ่นถึงชีวิตอีกต่อไปb

ชะตากรรมของคนอธรรม

            5บุตรของคนบาปเป็นเด็กน่ารังเกียจ

          ที่เติบโตขึ้นในสังคมของผู้ไม่ยำเกรงพระเจ้า

          6มรดกของบุตรคนบาปจะพินาศ

          ความอับอายจะคงอยู่กับลูกหลานของเขาตลอดไป

          7บรรดาบุตรจะสาปแช่งบิดาที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า

          เขาต้องอับอายเพราะความชั่วของบิดา

          8ท่านทั้งหลายผู้ไม่ยำเกรงพระเจ้าเอ๋ย วิบัติจงเกิดแก่ท่านเถิด

          ท่านได้ละทิ้งธรรมบัญญัติของพระเจ้าผู้สูงสุด

          9เมื่อท่านเกิดมา ท่านก็เกิดมาเพื่อถูกสาปแช่งc

          เมื่อท่านจะตาย ท่านก็จะรับคำสาปแช่งเป็นผลตอบแทน

          10ทุกสิ่งที่มาจากดินจะกลับเป็นดินอีกฉันใด

          ผู้ไม่ยำเกรงพระเจ้าก็จะผ่านจากคำสาปแช่งไปสู่ความพินาศฉันนั้น

          11การไว้ทุกข์มีไว้สำหรับผู้ตาย

          แต่ชื่อเสียงไม่ดีของคนบาปจะไม่ถูกลบล้างd

          12จงเอาใจใส่รักษาชื่อเสียงของท่านไว้ให้ดี เพราะชื่อเสียงนี้จะคงอยู่

          มากกว่าทรัพย์สมบัติทองคำนับพันเสียอีก

          13จำนวนวันของชีวิตที่ดีมีอยู่จำกัด

          แต่ชื่อเสียงดีจะคงอยู่ตลอดไป

ความรู้จักละอาย

            14ลูกทั้งหลายเอ๋ย จงรักษาคำอบรมสั่งสอนไว้และอยู่ในสันติ

          ทั้งปรีชาญาณที่ซ่อนอยู่และขุมทรัพย์ที่ไม่ปรากฏจะมีประโยชน์ใด

          15คนที่ซ่อนความโง่เขลาของตน

          ย่อมดีกว่าคนที่ซ่อนปรีชาญาณของตน

          16เพราะฉะนั้น จงตั้งใจฟังคำพูดของข้าพเจ้าเถิด

          เพราะเป็นการไม่ดีที่จะละอายในทุกเรื่อง

          เช่นเดียวกับเป็นการไม่ดีที่จะชมทุกสิ่ง

          17เมื่อท่านประพฤติผิดศีลธรรม จงละอายบิดามารดา

          เมื่อท่านพูดเท็จ จงละอายผู้นำและผู้มีอำนาจ

          18เมื่อท่านได้ทำผิด จงละอายผู้พิพากษาและผู้ปกครอง    

เมื่อท่านทำผิดกฎหมาย จงละอายที่ประชุมของประชากร

          19เมื่อท่านทุจริต จงละอายผู้ร่วมงานและเพื่อน

          เมื่อท่านลักขโมย จงละอายคนในละแวกเดียวกัน

          20จงละอายที่ไม่ปฏิบัติตามคำสาบานและคำสัญญาต่อพระเจ้า

          จงละอายที่จะวางข้อศอกบนขนมปังที่โต๊ะอาหารe

          21จงละอายที่จะดูถูกทั้งผู้ให้และผู้รับ

          จงละอายที่จะไม่ยอมตอบคำทักทาย

          22จงละอายที่จะจ้องมองหญิงโสเภณี

          จงละอายที่ไม่ได้ช่วยเหลือญาติพี่น้อง

          23จงละอายที่ได้ยึดส่วนมรดกและของขวัญของผู้อื่นมาเป็นของตน

          จงละอายที่หมายปองภรรยาของผู้อื่น

          24จงละอายที่จะสนิทสนมกับหญิงรับใช้

          และอย่าเข้าไปใกล้เตียงของนาง

          25จงละอายที่ได้ด่าว่าเพื่อน

          เมื่อได้ของขวัญแล้วก็อย่าดูหมิ่นเขา

          26จงละอายที่จะนำถ้อยคำที่ได้ฟังมาไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง

          จงละอายที่ได้เปิดเผยความลับของผู้อื่น

          27ถ้าท่านรู้สึกละอายอย่างแท้จริงเช่นนี้

          ท่านจะเป็นที่เคารพรักของทุกคน

41 a “ยังหาความสุขสำราญได้” – แปลตามต้นฉบับภาษาฮีบรู – ต้นฉบับภาษากรีกว่า “ยังรู้รสอาหารได้”

b “ในแดนมรณะ ก็ไม่มีใครบ่นถึงชีวิตอีกต่อไป” – ชีวิตในแดนมรณะเหมือนกันสำหรับทุกคน ดังนั้น เมื่อชีวิตในโลกแม้จะยืนยาวมากจบลง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะคิดอิจฉาอีกต่อไป

c ตัวบทภาษาฮีบรูเสริมว่า ถ้าท่านให้กำเนิดบุตร เขาก็จะมีความทุกข์ ถ้าท่านสะดุดล้ม ก็เพื่อจะยินดีตลอดไป (แต่ประโยคสุดท้ายนี้น่าจะแปลตามสำนวนแปลภาษาซีเรียคที่ว่า ถ้าท่านสะดุดล้ม คนอื่นๆจะดีใจ)

d “ชื่อไม่ดีของคนบาปจะไม่ถูกลบล้าง” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ร่างกายมนุษย์ล้วนอนิจจัง แต่ชื่อเสียงของผู้ทำความดีจะไม่ถูกลบล้าง”

e “วางข้อศอกบนขนมปังที่โต๊ะอาหาร” น่าจะเป็นมรรยาทในการนั่งโต๊ะ – แต่ความเข้าใจเช่นนี้ไม่เข้ากับบริบท -- ตัวบทภาษาฮีบรูก็ไม่ชัดเจนเช่นกันเมื่อมีว่า “ไม่ปฏิบัติตามคำสาบานและคำสัญญาต่อพระเจ้า และยื่นข้อศอกบนขนมปัง”

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก