Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

12.1aจงระลึกถึงพระผู้สร้างของท่านขณะที่ท่านยังเยาว์วัย

                   ก่อนที่วันเลวร้ายจะมา

                   และเวลาจะมาถึง เมื่อท่านจะต้องพูดว่า

                   “ข้าพเจ้าไม่มีความสนุกเลย”

                   2เวลานั้นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายจะอับแสงสำหรับท่าน

                   และท้องฟ้าจะมีเมฆปกคลุมอยู่เสมอ

                   3เวลานั้นแขนของท่านที่ปกป้องท่านไว้จะสั่นสะท้าน

                   ขาของท่านที่เคยค้ำจุนท่านจะอ่อนล้า

                   ฟันจะลดจำนวนลงจนเคี้ยวอาหารไม่แหลก

                   นัยน์ตาของท่านจะฝ้าฟางจนเห็นไม่ชัดb

                   4หูของท่านจะตึงจนไม่ได้ยินเสียงอึกทึกจากถนน

                   ท่านจะไม่ได้ยินเสียงโม่แป้ง

                   เสียงนกร้องและเสียงของท่านจะอ่อนลงและสั่นเครือc

                   5ท่านจะกลัวที่สูง และแต่ละก้าวก็มีอันตรายที่จะหกล้ม

                   ผมของท่านจะหงอกขาวเหมือนดอกอัลมันด์

                   ท่านเดินแทบจะไม่ไหว

                   และความปรารถนาใดๆจะหมดสิ้นไป

                   ท่านจะไปสู่ที่พำนักถาวร

                   ขณะที่มีผู้ร้องไห้และไว้ทุกข์ตามถนนd

                   6ก่อนที่สายเงินจะขาดe

                   ตะเกียงทองคำจะล้มแตก

                   เหยือกน้ำจะแตกที่พุน้ำ

                   ล้อเชือกตักน้ำจะตกลงไปในบ่อ

                   7ร่างกายของท่านจะกลายเป็นฝุ่นดินดังเดิม

                   และลมปราณจะกลับไปหาพระเจ้าผู้ประทานลมปราณแก่ท่านf

          8ปัญญาจารย์พูดว่า “ไม่เที่ยงแท้ที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยงแท้”g

บทสรุปh

          9นอกจากจะเป็นผู้มีปรีชาแล้ว ปัญญาจารย์ยังสอนความรู้ให้ประชาชนอีกด้วย เขาได้ใคร่ครวญ ค้นคว้า และเรียบเรียงสุภาษิตจำนวนมาก 10ปัญญาจารย์ได้พยายามแสวงหาถ้อยคำที่น่าฟังและเขียนถ้อยคำแห่งความจริงไว้อย่างถูกต้อง

          11ถ้อยคำของบรรดาผู้มีปรีชาเป็นเหมือนปฏัก สุภาษิตต่างๆที่รวบรวมไว้เป็นเหมือนหมุดที่ปักแน่น ซึ่งผู้เลี้ยงแกะผู้เดียวให้เราไว้i

          12ยิ่งกว่านั้น ลูกเอ๋ย จงระวังให้ดีเถิด มีผู้เขียนหนังสือไว้มากมายไม่มีที่สิ้นสุด แต่การเรียนมากทำให้ร่างกายเหน็ดเหนื่อย

          13โดยสรุป เมื่อลูกได้ฟังเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว จงยำเกรงพระเจ้าและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ เพราะสิ่งนี้เป็นหน้าที่jของมนุษย์ทุกคน 14พระเจ้าจะทรงพิพากษาทุกสิ่งที่เราทำ ทั้งกิจการดี กิจการเลว และกิจการที่ซ่อนเร้น

12 a บทประพันธ์บทนี้ไพเราะมาก แสดงถึงอารมณ์ลึกๆและความเสียดาย บรรยายถึงวัยชราโดยส่วนใหญ่ใช้ภาพพจน์เปรียบเทียบ แต่ก็ไม่ง่ายเสมอไปที่จะเข้าใจความหมายของภาพเปรียบเทียบได้ถูกต้อง - ความหมายแบบหนึ่งซึ่งพวกธรรมาจารย์มักจะใช้อธิบาย เข้าใจว่าบทประพันธ์นี้หมายถึงส่วนต่างๆของร่างกาย (ดูโดยเฉพาะข้อ 3 – แขน ฟัน ตา) ในที่นี้เราแปลภาพเปรียบเทียบตามความคิดเช่นนี้ – แต่บางคนไม่เห็นด้วยกับการอธิบายแบบนี้ เขาเห็นว่าบทประพันธ์บทนี้อาจเป็นการบรรยายถึงวัยชราว่าเป็นเหมือนฤดูหนาวของชีวิต แต่เป็นฤดูหนาวที่ไม่มีฤดูใบไม้ผลิตามมาเหมือนกับในธรรมชาติ

b คำแปลตามตัวอักษรของบทประพันธ์เป็นดังนี้

                        2ก่อนที่ดวงอาทิตย์ แสงสว่าง ดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายอับแสง

                                และเมฆกลับมาเมื่อหมดฝนแล้ว

                                3เมื่อผู้เฝ้าบ้านสั่นสะท้าน และคนแข็งแรงจะหลังงอ

                                หญิงโม่แป้งจะเลิกทำงาน เพราะมีจำนวนลดลง

                                ผู้ที่เยี่ยมหน้าต่างก็มองเห็นไม่ชัด

c ข้อ 4 แปลตามตัวอักษรว่า

                        4และประตูที่เปิดสู่ถนนจะปิด เมื่อเสียงโม่เพลาลง

                                เสียงนกร้องจะปลุกให้ลุกขึ้น และเสียงเพลงก็เบาลง

d ข้อ 5 แปลตามตัวอักษรว่า

                        5เมื่อเขาจะกลัวที่สูงและอันตรายตามถนน

                                เมื่อต้นอัลมันด์จะออกดอก และตั๊กแตนจะคลานอย่างช้าๆ

                                ผลต้นพริกจะหมดรสชาติ

                                เพราะมนุษย์กำลังไปยังที่พำนักถาวรของตน

                                และผู้ไว้ทุกข์เดินไปมาตามถนน

e “จะขาด” – แปลโดยคาดคะเนตามสำนวนแปลภาษาซีเรียคและของ Symmachus – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ถูกนำไปเสีย”

f ส่วนที่มาจากดินของมนุษย์ย่อมกลับไปเป็นดินอีก แต่เนื่องจากในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดทำให้มนุษย์พอใจได้ บุคลิกทั้งหมดของมนุษย์จึงไม่ได้มากจากโลกนี้ - สิ่งที่มาจากพระเจ้าจึงกลับไปหาพระเจ้า

g หนังสือปัญญาจารย์จบด้วยถ้อยคำที่เริ่มต้น “ปัญญาจารย์พูดว่า ‘ไม่เที่ยงแท้ที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยงแท้’” – หนังสือนี้สอนผู้อ่านว่าเขาไม่มีค่าอะไร แต่ก็สอนถึงความยิ่งใหญ่ของเขาด้วย โดยชี้ให้เห็นว่าโลกนี้ไม่เหมาะกับเขา ปัญญาจารย์ปลุกผู้อ่านให้นับถือศาสนาโดยไม่หวังผลประโยชน์ และให้อธิษฐานภาวนาอย่างสิ่งสร้างที่สำนึกถึงความว่างเปล่าของตน จึงนมัสการความลึกลับของพระเจ้า (เทียบ สดด 39)

h บทสรุปเป็นภาคผนวกที่ไม่ได้มาจากมือของผู้เขียนหนังสือปัญญาจารย์ - อาจเป็นผลงานของศิษย์คนหนึ่งของปัญญาจารย์ – เพราะบทสรุปนี้เป็นคำชมปัญญาจารย์ แต่งขึ้นในลีลาการเขียนแบบเดียวกัน (ดูข้อ 12-14)

i “ปฏัก” ใช้เพื่อไล่สัตว์ให้เดินไปข้างหน้า – “หมุด” เป็นหลักปักเพื่อผูกสัตว์ไว้ - คนเลี้ยงสัตว์ใช้ของทั้งสองอย่างนี้ตามความจำเป็น ไม่ใช่ตามใจชอบ เพื่อประโยชน์ของฝูงสัตว์ – “ผู้เลี้ยงแกะ” อาจเป็นการกล่าวพาดพิงถึงโมเสส - บางคนคิดว่าเป็นการกล่าวพาดพิงถึงกษัตริย์ซาโลมอนหรือพระเจ้า - ตัวบทอาจไม่สมบูรณ์ก็ได้

j “หน้าที่” – แปลโดยคาดคะเน – คำนี้ไม่มีในต้นฉบับภาษาฮีบรู