Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“เราก็บอกทุกคนด้วยว่า จงตื่นเฝ้าเถิด”

71. จงระวังตัวไว้ให้พร้อม (มก 13:33-37)
         13 33“จงระวัง จงตื่นเฝ้าเถิด เพราะท่านทั้งหลายไม่รู้ว่าวันเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไร 34เหมือนกับชายคนหนึ่งที่ก่อนจะเดินทางออกจากบ้านได้มอบอำนาจให้กับผู้รับใช้ ให้แต่ละคนมีงานของตนและยังสั่งคนเฝ้าประตูให้คอยตื่นเฝ้าไว้ 35 ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะมาเมื่อไร อาจจะมาเวลาค่ำ เวลาเที่ยงคืน เวลาไก่ขัน หรือเวลารุ่งเช้า 36ถ้าเขากลับมาโดยไม่คาดคิด อย่าให้เขาพบท่านกำลังหลับอยู่ 37สิ่งที่เราบอกท่าน เราก็บอกทุกคนด้วยว่า จงตื่นเฝ้าเถิด”


อธิบายความหมาย
          คำสั่งให้ตื่นเฝ้าที่พระองค์ตรัสถึง 3 ครั้งกับอัครสาวกสี่คนที่อยู่โดยลำพัง มีคุณค่าและมีพละกำลังสำหรับชุมชนคริสตชนทั้งหมด และเป็นตอนจบคำปราศรัยของพระองค์เรื่องอันตวิทยาซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ข้อ 5 การดำเนินชีวิตของคริสตชนในโลกนี้ก็มีความมั่นใจว่า พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพจะเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ จุดหมายปลายทางของแต่ละคนเมื่อตายและเมื่อสิ้นพิภพ จะเป็นการพบประกับพระองค์ และคำตักเตือนเหล่านี้จะค้ำจุนผู้ที่กำลังรอคอยการเสด็จมาของพระองค์

- “จงระวัง” แปลตามตัวอักษรว่า “จงจับตามอง” เป็นคำตักเตือนที่เราพบบ่อย ๆ ในคำปราศรัยนี้ เปรียบได้กับบทสร้อย (เทียบ 13:5, 9, 23, 33) เป็นการตักเตือนให้ตั้งใจฟัง คิด และไตร่ตรองด้วยวิจารณญาณตลอดคำปราศรัยของพระเยซูเจ้า

- จงตื่นเฝ้าเถิด เพราะท่านทั้งหลายไม่รู้ว่าวันเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไร แล้วพระเยซูเจ้าทรงเน้นการตื่นเฝ้าระวังทั้งหมด 4 ครั้ง (เทียบ 13:33, 34, 35, 37) คำตักเตือนนี้เป็นผลตามมาของพระวาจาที่ว่า “ส่วนเรื่องวันและเวลานั้น ไม่มีใครรู้เลย ทั้งบรรดาทูตสวรรค์ และแม้แต่พระบุตร นอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียว” (13:32)

- เหมือนกับชายคนหนึ่งที่ก่อนจะเดินทางออกจากบ้านได้มอบอำนาจให้กับผู้รับใช้ ให้แต่ละคนมีงานของตนและยังสั่งคนเฝ้าประตูให้คอยตื่นเฝ้าไว้ อุปมาเรื่องเจ้านายที่ก่อนจะออกเดินทางได้มอบภารกิจให้ผู้รับใช้ดูแลบ้าน โดยแต่ละคนมีหน้าหน้าที่เฉพาะของตน ชวนให้คิดถึงอุปมาเรื่องเงินตะลันต์ (เทียบ มธ 25:14-30) และอุปมาเรื่องผู้รับใช้สิบคนที่รับเงินไปทำทุน (เทียบ ลก 19:12-27) ผู้รับใช้ไม่รู้ว่าเจ้านายจะกลับมาเมื่อไร ดังนั้น เขาจึงต้องตื่นเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคงไม่หมายความว่าเขาจะนอนหลับไม่ได้ แต่หมายความว่าเขาต้องรับรู้ว่าเจ้านายเป็นผู้ใดแม้ในปัจจุบันไม่อยู่ตรงนี้ แต่จะกลับมาอย่างแน่นอน และอาจมาเวลาใดก็ได้

- ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะมาเมื่อไร พระวาจานี้แสดงว่า แม้พระเยซูเจ้าตรัสคำปราศรัยนี้แก่บรรดาอัครสาวกสี่คนเท่านั้น แต่ก็ตรัสสำหรับมนุษย์ทุกคนโดยไม่ยกเว้นผู้ใดเลย พระองค์ทรงอบรมบรรดาอัครสาวก เพื่อเขาจะได้หามนุษย์ทุกคนเหมือนชาวประมงหาปลา

- อาจจะมาเวลาค่ำ เวลาเที่ยงคืน เวลาไก่ขัน หรือเวลารุ่งเช้า นักบุญมาระโกบันทึกขนบประเพณีของคนโบราณที่แบ่งเวลากลางคืนออกเป็นสี่ยาม แต่ละยามยาวสามชั่วโมง เพื่อเน้นว่าการตื่นเฝ้าระวังต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคงตลอดคืน แม้เมื่อนักบุญมาระโกจะเล่าเรื่องคืนที่พระเยซูเจ้าทรงรับทรมาน ก็แบ่งเป็นสี่ยามอย่างชัดเจนคือ “ครั้นถึงเวลาค่ำ” (14:17) พระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยแก่บรรดาศิษย์ว่า คนหนึ่งในหมู่เขาจะทรยศต่อพระองค์ “เวลาเที่ยงคืน” พระเยซูเจ้าทรงถูกมหาสมณะสอบถาม (เทียบ 14:60) “เวลาไก่ขัน” (14:68,72) เมื่อเปโตรปฏิเสธพระองค์ และ “ครั้นรุ่งเช้า” (15:1) เมื่อพระเยซูเจ้าทรงถูกนำไปต่อหน้าปีลาต

- ถ้าเขากลับมาโดยไม่คาดคิด นักบุญลูกาใช้สำนวนคล้ายคลึงกันนี้ เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “บุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย” (ลก 12:40)

- อย่าให้เขาพบท่านกำลังหลับอยู่ เรายังพบคำตักเตือนนี้ของพระเยซูเจ้าในสวนเกทเสมนี (เทียบ 14:37-41) ในอุปมาเรื่องหญิงสาวสิบคน (เทียบ มธ 25:1-13) และในจดหมายของนักบุญเปาโลที่เขียนว่า “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงเหมือนขโมยที่มาตอนกลางคืน” (1 ธส 5:2)

- สิ่งที่เราบอกท่าน เราก็บอกทุกคนด้วยว่า จงตื่นเฝ้าเถิด” คำปราศรัยของพระเยซูเจ้าซึ่งพระองค์ตรัสกับบรรดาศิษย์สี่คนที่แยกตัวออกจากผู้อื่น ก็กลายเป็นคำปราศรัยสำหรับมนุษย์ทุกคนด้วย ตั้งแต่บทที่ 14 เป็นต้นไป นักบุญมาระโกเริ่มเล่าเรื่องการรับทรมานของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดร่วมกับการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า ที่เขาต้องการบันทึกไว้ในพระวรสาร

ค้นหาข้อความภาษาไทย

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย