ข. ประมวลกฎหมายพันธสัญญาj

กฎหมายเกี่ยวกับพระแท่นบูชา

22องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่โมเสสว่า "จงประกาศแก่ชาวอิสราเอลดังนี้ ท่านทั้งหลายได้เห็นแล้วว่า เราพูดกับท่านจากฟากฟ้า  23ท่านต้องไม่ทำเทวรูปด้วยเงินหรือทองเพื่อกราบไหว้เคียงคู่กับเราเลย

24ท่านจะต้องสร้างแท่นบูชาสำหรับเราด้วยดิน เพื่อถวายเครื่องเผาบูชาและศานติบูชา รวมทั้งถวายแกะและโคในสถานที่ที่เราเลือกให้ท่านระลึกถึงนามของเราk เราจะมาหาท่านและจะอวยพรท่าน  25ถ้าท่านจะสร้างแท่นบูชาด้วยหินให้เรา ก็จงอย่าใช้เหล็กสกัด เพราะเครื่องมือที่ใช้จะทำให้แท่นบูชานั้นไม่ศักดิ์สิทธิ์  26ท่านอย่าทำบันไดขึ้นแท่นบูชาของเรา เพื่อจะได้ไม่เป็นที่น่าเกลียด เมื่อท่านต้องขึ้นบันได"l


j ข้อความใน 20:22-23:33 ได้ชื่อว่า "ประมวลกฎหมายพันธสัญญา" ตาม 24:7 (แม้ว่าชื่อนี้ใน 24:7 หมายเพียงบทบัญญัติสิบประการเท่านั้น) ประมวลกฎหมายพันธสัญญาเป็นการรวบรวมกฎหมายและขนบธรรมเนียมที่ใช้กันในภายหลัง เพราะสะท้อนสภาพสังคมกสิกรที่ตั้งหลักแหล่งถาวรแล้ว ประมวลกฎหมายนี้น่าจะเริ่มใช้ในช่วงแรกของการยึดครองแผ่นดินคานาอันก่อนที่จะมีระบบกษัตริย์ เป็นการประยุกต์ใช้เจตนารมณ์ของบทบัญญัติสิบประการ จึงถือกันว่าเป็นกฎบัตรของพันธสัญญาที่ภูเขาซีนายด้วย และถูกนำมาแทรกไว้หลังบทบัญญัติสิบประการ ประมวลกฎหมายพันธสัญญานี้มีเนื้อหาคล้ายกับประมวลกฎหมายฮัมมูราบี ประมวลกฎหมายของชาวฮิตไทต์และกฤษฎีกาของโฮเรมเห็บ แต่ความละม้ายคล้ายกันเช่นนี้ไม่หมายความว่าชาวอิสราเอลลอกยืมมาใช้ แต่น่าจะชี้ให้เห็นว่า เป็นกฎหมายที่มาจากแหล่งเดียวกันมากกว่า นั่นคือได้มาจากประมวลกฎหมายและขนมธรรมเนียมโบราณ ซึ่งชนแต่ละชาตินำมาประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม ข้อกำหนดของประมวลกฎหมายพันธสัญญานี้อาจจัดรวมตามเนื้อหาได้เป็น 3 กลุ่ม คือ (1) กฎหมายแพ่งและอาญา (21:1-22:20) (2) ระเบียบเกี่ยวกับศาสนพิธี (20:22-26; 22:28-31; 23:10-19) และ (3) กฎศีลธรรมสำหรับสังคม (22:21-27; 23:1-9) ในแง่ของรูปแบบวรรณกรรม ข้อกำหนดต่าง ๆ แบ่งออกได้สองประเภท คือ "กฎหมายพิจารณาโทษการกระทำผิด" มีรูปแบบ "ถ้า" ตามลีลาการเขียนของกฎหมายของชาวเมโสโปเตเมีย และ "กฎหมายสั่งหรือห้าม" ในรูปแบบ "ต้อง" หรือ "อย่า" ตามลีลาการเขียนของบทบัญญัติสิบประการ หรือวรรณกรรมปรีชาญาณของชาวอียิปต์

k ข้อกำหนดนี้แตกต่างกับข้อกำหนดใน ฉธบ 12:5 ฯลฯ เพราะอนุญาตให้มีสถานที่ประกอบศาสนพิธีหลายแห่ง การนมัสการเช่นนี้ถูกต้องและทำได้ในทุกแห่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสำแดงว่าพระองค์ประทับอยู่ที่นี่น เป็นการเปิดเผยว่าสถานที่นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์

l "เป็นที่น่าเกลียด" แปลตามตัวอักษรว่า "เพื่อจะไม่เปิดเผยความเปลือยเปล่าของท่านที่นั่น" เมื่อถวายบูชา บรรดาสมณะสวมผ้าเพียงผืนเดียวคล้ายผ้าขาวม้าเช่นเดียวกับชาวอียิปต์ ดังนั้น จึงอาจอุจาดตาเมื่อก้าวขึ้นบันได เป็นการขาดความเคารพต่อแท่นบูชา