Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เชื้อพระวงศ์ของกษัตริย์ดาวิดa
11. 1หน่อหนึ่งจะแตกออกจากตอของเจสซีb

          กิ่งหนึ่งจะงอกขึ้นจากรากของเขา

          2พระจิตของพระยาห์เวห์cจะพำนักอยู่เหนือเขา

          คือจิตแห่งปรีชาญาณและความเข้าใจ

          จิตแห่งความคิดอ่านและอานุภาพ

          จิตแห่งความรู้และความยำเกรงพระยาห์เวห์

          3เขาจะพอใจยำเกรงพระยาห์เวห์d

          จะไม่พิพากษาตามที่ตาเห็น

          จะไม่ตัดสินตามที่หูได้ยิน

          4แต่จะพิพากษาคนยากจนด้วยความชอบธรรม

          จะตัดสินอย่างเที่ยงธรรมเพื่อผู้ถูกข่มเหงในแผ่นดิน

          คำพูดของเขาจะเป็นเหมือนไม้เรียวที่เฆี่ยนตีผู้คนบนแผ่นดิน

          ลมปากของเขาจะประหารคนอธรรม

          5ความชอบธรรมจะเป็นดังผ้าคาดสะเอว

          ความซื่อสัตย์จะเป็นเหมือนเข็มขัดคาดบั้นเอวของเขา

          6สุนัขป่าจะอยู่กับลูกแกะe

          เสือดาวจะนอนอยู่กับลูกแพะ

          ลูกโคและลูกสิงโตจะหากินอยู่ด้วยกัน

          เด็กคนหนึ่งก็ยังนำมันไปได้

          7แม่โคกับหมีจะหากินด้วยกัน

          ลูกของมันจะนอนอยู่ด้วยกัน

          สิงโตจะกินฟางเหมือนโคเพศผู้

          8ทารกที่ยังไม่หย่านมจะเล่นอยู่ที่ปากรูงูเห่า

          เด็กที่หย่านมแล้วจะเอามือวางที่รังของงูพิษ

          9จะไม่มีผู้ใดทำร้ายหรือทำลาย

          ทั่วภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา

          เพราะแผ่นดินจะรู้จักพระยาห์เวห์อย่างสมบูรณ์

          ดั่งน้ำปกคลุมทะเล

การกลับจากแดนเนรเทศf

          10วันนั้น รากของเจสซีจะตั้งขึ้นเป็นเครื่องหมายสำหรับประชาชนทั้งหลาย

          จะเป็นที่แสวงหาของนานาชาติ และจะมีที่พำนักอย่างรุ่งโรจน์

          11วันนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงเหยียดพระหัตถ์ออกไปอีกครั้งหนึ่ง

          เพื่อไถ่ประชากรส่วนที่เหลือของพระองค์

          คือผู้ที่รอดชีวิตจากอัสซีเรีย จากอียิปต์

          จากเมืองปัทโรส จากเอธิโอเปีย จากเอลาม จากชินาร์

          จากเมืองฮามัท จากเมืองชายทะเลและเกาะต่างๆg

          12พระองค์จะทรงยกเครื่องหมายให้นานาชาติได้เห็น

          จะทรงรวบรวมอิสราเอลที่ถูกเนรเทศ

          และรวบรวมยูดาห์ที่กระจัดกระจาย

จากแผ่นดินทั้งสี่ทิศ

13ความอิจฉาของเอฟราอิมจะหมดไป

บรรดาศัตรูของยูดาห์จะถูกทำลายล้าง

เอฟราอิมจะไม่อิจฉายูดาห์อีกต่อไป

และยูดาห์จะไม่เป็นศัตรูกับเอฟราอิมอีกh

14แต่อาณาจักรทั้งสองจะโฉบลงเหนือไหล่เขาของชาวฟีลิสเตียทางทิศตะวันตก

จะร่วมกันปล้นประชาชนทางทิศตะวันออก

จะยื่นมือออกต่อสู้กับเอโดมและโมอับ

ชาวอัมโมนจะตกอยู่ในปกครองของเขา

15พระยาห์เวห์จะทรงทำให้อ่าวของทะเลแห่งอียิปต์แห้งไปi

จะทรงยกพระหัตถ์นำลมร้อนมาทำให้แม่น้ำยูเฟรติสเป็นลำธารเจ็ดสาย

ที่คนสวมรองเท้าจะเดินข้ามไปได้

16พระองค์จะทรงเปิดทางหลวงสำหรับประชากรที่เหลือของพระองค์

คือผู้ที่รอดชีวิตจากอัสซีเรีย

ดังที่เคยทรงเปิดทางสำหรับชาวอิสราเอล

เมื่อเขาขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์j

11 a บทประพันธ์บทนี้กล่าวถึงพระเมสสิยาห์ ให้รายละเอียดถึงคุณลักษณะสำคัญของพระเมสสิยาห์ซึ่งจะเสด็จมาจากราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด (ข้อ 1) เขาจะได้รับจิตของประกาศกอย่างเต็มเปี่ยม (ข้อ 2) จะสถาปนาให้สังคมมี “ความดีบริบูรณ์” ซึ่งสะท้อนความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้ (ข้อ 3ฯ – ดู 1:26 เชิงอรรถ n; 5:16 เชิงอรรถ f) เขาจะรื้อฟื้นสันติภาพแห่งสวนเอเดนขึ้นมาอีก (ข้อ 6-8) ซึ่งเป็นผลจากการรู้จักพระเจ้า (ข้อ9)

b “เจสซี” เป็นบิดาของกษัตริย์ดาวิด (1 ซมอ 16:1ฯ; ดู นรธ 4:22) เป็นบรรพบุรุษของกษัตริย์ทุกพระองค์ของอาณาจักรยูดาห์ และของพระเมสสิยาห์ (เทียบ มธ 1:6-16)

c “(พระ)จิตของพระยาห์เวห์” (42:1; 61:1ฯ; 63:10-13; สดด 51:12; ปชญ 1:5; 9:17) หรือ “พระปราณของพระองค์” (ทั้งคำ “จิต” และ “(ลม)ปราณ” เป็นคำแปลของคำภาษาฮีบรู “ru’ah”) พบได้ทั่วไปว่าทรงพลังทำงานอยู่ทั่วไปในประวัติศาสตร์ที่พระคัมภีร์เล่าไว้ - ก่อนจะทรงเนรมิตสร้างโลก “ลม”นี้อยู่เหนือห้วงน้ำลึก (ปฐก 1:2) สิ่งสร้างทั้งหลายล้วนได้รับชีวิตจาก “ลมปราณ” นี้ (ปฐก 2:7; สดด 33:6; 104:29-30; เทียบ อสค 37:5-6,9-10) “(พระ)จิต” นี้ประทานพลังให้บรรดาผู้วินิจฉัย (วนฉ 3:10; 6:34; 11:29) ประทานพลังแก่กษัตริย์ซาอูล (1 ซมอ 11:6) ประทานความเชี่ยวชาญให้นายช่าง (อพย 31:3; 35:31) ช่วยผู้พิพากษาในการพิจารณาตัดสินคดีความ (กดว 11:17) ประทานปรีชาญาณแก่โยเซฟ (ปฐก 41:38) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดลใจบรรดาประกาศกเป็นพิเศษ (อสย 48:16; 61:1; กดว 11;17 (โมเสส), 25-26; 24:2; 1 ซมอ 10:6-10; 19:20; 2 ซมอ 23:2 (ดาวิด); 2 พกษ 2:9 (เอลียาห์); 2 พศด 15:1; 20:14; 24:20; มคา 3:8; ศคย 7:12 – ขณะที่ประกาศกเทียมพยากรณ์ตามความคิดของตนเอง (อสค 13:3 – ดู ดนล 4:5,15; 5:11-12,14 ด้วย) – ข้อความตอนนี้สอนว่าพระเมสสิยาห์จะได้รับ “(พระ)จิต” เช่นเดียวกับบรรดาประกาศก – ต่อมาในภายหลัง ประกาศกโยเอล (ยอล 3:1-2) จะกล่าวล่วงหน้าว่าพระเจ้าจะทรงหลั่ง(พระ)จิตนี้เหนือประชาชนทุกคน (ดู กจ 2:16-17) – เช่นเดียวกับคำสอนเรื่อง “ปรีชาญาณ” (ดู สภษ 8:22 เชิงอรรถ e; ปชญ 7:22 เชิงอรรถ i) คำสอนเรื่อง “พระจิตเจ้า” จะชัดเจนสมบูรณ์ในพันธสัญญาใหม่ (ดู ยน 1:33 เชิงอรรถ x; 14:16 เชิงอรรถ I, 26 เชิงอรรถ r; กจ 1:8 เชิงอรรถ j; 2:4,24 เชิงอรรถ u; รม 5:5 เชิงอรรถ d)

d จิตเหมือนกับที่บรรดาประกาศกได้รับทำให้พระเมสสิยาห์มีคุณธรรมเด่นชัดเหมือนบรรดาบรรพบุรุษ – คือมีปรีชาญาณและความเข้าใจเหมือนกษัตริย์ซาโลมอน มีความกล้าหาญและความรอบคอบเหมือนกษัตริย์ดาวิด มีความรู้และความยำเกรงพระเจ้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบรรพบุรุษและประกาศก เช่น โมเสส ยาโคบ และอับราฮัม (เทียบ 9:5) – รายชื่อคุณสมบัติเหล่านี้ ตามที่มีในฉบับ LXX และ Vg ซ้ำคำ “ความยำเกรงพระยาห์เวห์” อีกครั้งหนึ่ง ที่เรามักจะแปลว่า “ความศรัทธา” รายชื่อเช่นนี้จึงกลายเป็นรายชื่อ “พระพรเจ็ดประการของพระจิตเจ้า” ในคำสอนของคริสตชน

e การที่มนุษย์เป็นกบฏต่อพระเจ้า (ปฐก 3) ทำให้ความสมดุลของมนุษย์กับธรรมชาติถูกทำลายไป (ปฐก 3:17-19) ความปรองดองกันของมนุษย์กับมนุษย์ก็ถูกทำลายด้วย (ปฐก 4) บรรดาประกาศกมักกล่าวพยากรณ์ถึงสงครามและการกดขี่ข่มเหงว่าเป็นการลงโทษบาปของอิสราเอล – แต่ในสมัยของพระเมสสิยาห์ เมื่อบาปจะได้รับการอภัย และมนุษย์จะคืนดีกับพระเจ้าแล้ว พระอาณาจักรแห่งความยุติธรรมจะสถาปนาสันติภาพ ซึ่งเป็นผลของการคืนดีนี้ขึ้นมาอีก – การทำไร่ไถนาจะบังเกิดผล (ฮชย 2:20,23-24; อมส 9:13-14) เครื่องอาวุธจะถูกโยนทิ้งไป (อสย 2:4; 9:4; มคา 4:3-4; 5:9-10; ศฟย 3:13; ศคย 3:10) – พันธสัญญาใหม่จะเป็นพันธสัญญาแห่งสันติภาพ (สดด 72:3,7; ศคย 9:8-10) และสันติภาพนี้จะแผ่ขยายไปถึงอาณาจักรของบรรดาสัตว์ด้วย แม้กระทั่งกับ “งู” ซึ่งเป็นต้นเหตุของบาปแรกของมนุษย์ - ที่ตรงนี้บรรยายถึงยุคของพระเมสสิยาห์โดยใช้สัญลักษณ์เหมือนกับการกลับไปหาสันติภาพดั้งเดิมในสวนอุทยานเอเดนอีก

f บทประพันธ์บทนี้ ซึ่งแต่งขึ้นตอนปลายของการเนรเทศที่กรุงบาบิโลน ถูกนำมาแทรกไว้ที่นี่ เพราะกล่าวถึง “รากของเจสซี” ในข้อ 10 (ดูข้อ 1)

g รายชื่อดินแดนต่างๆที่ชาวยิวถูกแยกย้ายกันไปอยู่ในช่วงเวลาเนรเทศ คือเมืองปัทโรสในอียิปต์สูง เอธิโอเปีย (คูช) เปอร์เซีย (เอลาม) บาบิโลน (ชินนาร์) เมืองฮามัทในซีเรีย “เมืองต่างๆตามชายทะเล” ได้แก่ประเทศกรีซและเมืองที่ไกลออกไปรอบทะเลเมดิเตอเรเนียน

h ในบริบทเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ บรรดาประกาศกมักจะกล่าวพยากรณ์ถึงการยุติความแตกแยกระหว่างอาณาจักรอิสราเอลและยูดาห์ และกล่าวถึงการคืนดีกันของทั้งสองอาณาจักรนี้ (ยรม 3:18; 23:5-6; 31:1; อสค 37:15-27; ฮชย 2:2; มคา 2:12; ศคย 9:10)

i “ทรงทำให้....แห้งไป” – แปลตามสำนวนแปลโบราณต่างๆ – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “จะถูกทำลายล้าง” – “แม่น้ำยูเฟรติส” ในภาษาฮีบรูใช้เพียง “แม่น้ำ” – ดูข้อ 16.

j อัศจรรย์ที่ประกาศกทำนายถึงนี้เป็นการกล่าวซ้ำถึงอัศจรรย์ที่เคยเกิดขึ้นในสมัยโมเสสและโยชูวา คือการข้ามทะเลต้นกกและข้ามแม่น้ำจอร์แดน การกลับจากแดนเนรเทศได้รับการบรรยายให้เป็นเหมือนการอพยพออกจากอียิปต์อีกครั้งหนึ่ง (ดู 40:3 เชิงอรรถ d).