Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

พิธีขออภัยบาปa

  1. 1วันที่ยี่สิบสี่เดือนเดียวกันนั้น ชาวอิสราเอลมาชุมนุมกันเพื่อจำศีลอดอาหาร สวมเสื้อผ้ากระสอบ โปรยฝุ่นดินบนศีรษะb 2ผู้สืบเชื้อสายจากอิสราเอลที่แยกตนออกจากชนต่างชาติแล้วยืนขึ้นสารภาพบาปของตน และสารภาพความผิดของบรรพบุรุษ 3ทุกคนต่างยืนอยู่ในที่ของตน มีผู้อ่านหนังสือธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาให้เขาฟังเป็นเวลาสามชั่วโมง อีกสามชั่วโมงเขาสารภาพบาปและกราบนมัสการพระยาห์เวห์พระเจ้าของตนc 4เยชูอา บานีd ขัดมีเอล เชบานิยาห์ บุนนี เชเรบิยาห์ บานีและเคนานี ยืนอยู่บนยกพื้นของชนเลวี เขาร้องเสียงดังวอนขอพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเขา 5เยชูอา ขัดมีเอล บานี คาชับเนยาห์ เชเรบิยาห์ โฮดียาห์ เชบานิยาห์ และเปธัคยาห์ ชนเลวี สั่งว่า “จงลุกขึ้นและถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย บัดนี้และตลอดไปเถิด”

“ขอถวายพระพรแด่พระนามรุ่งโรจน์ของพระองค์

ซึ่งอยู่เหนือคำถวายพระพรและคำสรรเสริญใดๆe

6ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ผู้เดียวทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า

พระองค์ทรงเนรมิตท้องฟ้า สวรรค์สูงสุดและดวงดาวทั้งหลาย

ทรงเนรมิตแผ่นดินและทุกสิ่งที่อยู่บนแผ่นดิน

ทรงเนรมิตทะเลและทุกสิ่งที่อยู่ในทะเล

พระองค์ประทานชีวิตแก่ทุกสิ่ง

และดวงดาวบนท้องฟ้าถวายนมัสการพระองค์

7พระองค์คือพระยาห์เวห์พระเจ้า

พระองค์ทรงเลือกสรรอับราม

และทรงนำเขาออกมาจากเมืองอูร์ในแคว้นเคลเดีย

ประทานนามใหม่ให้เขาว่าอับราฮัม

8พระองค์ทรงพบว่าใจของเขาซื่อสัตย์ต่อพระองค์

จึงทรงทำพันธสัญญากับเขา

ว่าจะประทานแผ่นดินของชาวคานาอัน

ชาวฮิตไทต์ ชาวอาโมไรต์

ชาวเปริสซี ชาวเยบุส และชาวเกอร์กาซี

ให้แก่เขาและลูกหลาน

พระองค์ทรงรักษาพระสัญญา

เพราะพระองค์ทรงเที่ยงธรรม

9“พระองค์ทรงเห็นความทุกข์ยากของบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายในอียิปต์

ทรงฟังเสียงร้องทุกข์ของเขาทั้งหลายที่ทะเลต้นกก

10ทรงทำเครื่องหมายและปาฏิหาริย์เพื่อลงโทษพระเจ้าฟาโรห์

บรรดาข้าราชบริพารและประชาชนทุกคนในแผ่นดินของพระเจ้าฟาโรห์

เพราะพระองค์ทรงทราบว่าเขาเหล่านั้น

ได้ข่มเหงบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายอย่างโหดเหี้ยม

พระองค์ทรงบันดาลให้พระนามเลื่องลือไปจนทุกวันนี้

11พระองค์ทรงแยกทะเลต่อหน้าเขาทั้งหลาย

เขาจึงเดินผ่านกลางทะเลบนดินแห้ง

แต่ทรงโยนผู้ไล่ตามเขาทั้งหลายลงในที่ลึก

เหมือนกับโยนก้อนหินลงไปในน้ำที่ปั่นป่วน

12พระองค์ทรงนำเขาด้วยเสาเมฆในเวลากลางวัน

และด้วยเสาเพลิงในเวลากลางคืน

เพื่อส่องสว่างให้เขาในทางที่เขาต้องไป

13พระองค์เสด็จลงมาบนภูเขาซีนาย

และตรัสกับเขาจากท้องฟ้า

ประทานพระวินิจฉัยเที่ยงธรรม ธรรมบัญญัติเที่ยงแท้

ข้อกำหนดและบทบัญญัติที่ดีแก่เขา

14พระองค์ทรงสอนเขาให้รู้ว่าวันสะบาโตเป็นวันศักดิ์สิทธิ์

และประทานบทบัญญัติ ข้อกำหนดf และธรรมบัญญัติแก่เขา

โดยทางโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์

15พระองค์ประทานอาหารแก่เขาจากท้องฟ้าเมื่อเขาหิว

ทรงทำให้น้ำไหลออกมาจากก้อนหินเมื่อเขากระหาย

และทรงบัญชาให้เขาเข้าไปยึดครองแผ่นดิน

ที่พระองค์ทรงสาบานว่าจะประทานให้เขา

16“แต่เขาเหล่านั้น คือบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้ประพฤติอย่างหยิ่งยโส

ดื้อรั้น มิได้เชื่อฟังบทบัญญัติของพระองค์

17เขาไม่ยอมเชื่อฟัง

ไม่ได้ระลึกถึงการอัศจรรย์ที่พระองค์เคยทรงกระทำสำหรับเขา

แต่เขาดื้อรั้นและเป็นกบฏ

ได้แต่งตั้งผู้นำเพื่อกลับไปเป็นทาสอีกในอียิปต์g

แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่พร้อมเสมอจะให้อภัย

ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระเมตตาและทรงพระกรุณา

ไม่โกรธง่าย เปี่ยมด้วยความรักมั่นคง

พระองค์จึงไม่ทรงละทิ้งเขาเหล่านั้น

18“แม้เมื่อเขาหลอมรูปลูกโคขึ้นเพื่อกราบไหว้

แล้วพูดว่า “นี่คือพระเจ้าของท่าน

ผู้ทรงนำท่านให้ออกมาจากอียิปต์”

เขาก็ได้ลบหลู่พระองค์อย่างยิ่ง

19แต่พระองค์ทรงพระเมตตายิ่งใหญ่

ไม่ทรงทอดทิ้งเขาในถิ่นทุรกันดาร

เสาเมฆที่อยู่เหนือเขา

ไม่เลิกที่จะนำเขาขณะเดินทางเวลากลางวัน

เสาเพลิงก็ไม่เลิกส่องทางที่เขาต้องเดินในเวลากลางคืน

20พระองค์ประทานพระจิตดีของพระองค์ให้สอนเขา

ประทานมานาดับความหิว

และประทานน้ำแก้กระหายของเขาต่อไป

21พระองค์ทรงเลี้ยงเขาในถิ่นทุรกันดารตลอดเวลาสี่สิบปี

และเขามิได้ขาดสิ่งใดเลย

เสื้อผ้าของเขาไม่ขาดวิ่น

และเท้าของเขาก็ไม่บวม

22“พระองค์ประทานอาณาจักรและชนชาติต่างๆแก่เขา

และทรงแบ่งปันดินแดนเหล่านี้แก่เขาให้เป็นเขตแดน

เขาจึงยึดครองแผ่นดินของสิโหนกษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบนh

และแผ่นดินของโอก กษัตริย์แห่งแคว้นบาชาน

23พระองค์ทรงทวีจำนวนลูกหลานของเขาเหมือนดวงดาวในท้องฟ้า

และทรงนำเขาเข้าไปในแผ่นดินที่พระองค์ทรงสัญญา

ไว้แก่บรรพบุรุษว่าเขาจะได้เข้าไปยึดครอง

24บุตรหลานของเขาก็ได้เข้าไปและยึดครองแผ่นดินนั้น

พระองค์ทรงทำให้ชาวคานาอันที่อยู่ในแผ่นดินนั้น

ต้องอับอายต่อหน้าเขา

ทรงมอบชาวคานาอันทั้งกษัตริย์และประชาชนของแผ่นดินไว้ในมือของเขา

เขาจะได้จัดการกับชาวคานาอันเหล่านั้นตามใจชอบ

25เขาจึงเข้ายึดเมืองป้อมและแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์

และครอบครองบ้านเรือนที่มีสิ่งดีๆทุกอย่าง

มีบ่อเก็บน้ำซึ่งสกัดไว้ในหิน มีสวนองุ่น สวนมะกอกเทศ และต้นไม้ผลมากมาย

เขาจึงได้กินจนอิ่มและอ้วน

และดำเนินชีวิตอย่างสุขสบายเพราะความดียิ่งใหญ่ของพระองค์

26“แต่เขาทั้งหลายไม่เชื่อฟังและเป็นกบฏต่อพระองค์

โยนธรรมบัญญัติของพระองค์ทิ้งไป

ฆ่าบรรดาประกาศกที่ตักเตือนเขาให้กลับมาหาพระองค์

และเขาลบหลู่พระองค์อย่างยิ่ง

27พระองค์จึงทรงมอบเขาไว้ในเงื้อมมือของศัตรู

ซึ่งข่มเหงเขา

แต่เมื่อเขาถูกข่มเหง เขาก็ร้องหาพระองค์

และพระองค์ทรงฟังเขาจากสวรรค์

ทรงพระเมตตาเขาอย่างยิ่ง

ประทานผู้ปลดปล่อยเขา

ซึ่งช่วยเขาให้พ้นจากเงื้อมมือของศัตรู

28เมื่อเขาพ้นจากการถูกข่มเหง

เขาก็ทำความชั่วร้ายเฉพาะพระพักตร์พระองค์อีก

พระองค์จึงทรงละทิ้งเขาไว้ในเงื้อมมือศัตรูซึ่งกดขี่เขา

          เมื่อเขาเริ่มเรียกหาพระองค์

พระองค์ก็ทรงฟังเขาจากสวรรค์

พระองค์ทรงพระเมตตาช่วยกู้เขาไว้หลายครั้ง

29พระองค์ทรงตักเตือนเขาให้กลับมาปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระองค์

แต่เขาประพฤติอย่างหยิ่งยโส

ไม่เชื่อฟังบทบัญญัติของพระองค์

ทำบาปผิดต่อพระวินิจฉัยของพระองค์

ซึ่งให้ชีวิตแก่ผู้ปฏิบัติตาม

แต่เขาเป็นกบฏ ดื้อรั้น ไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์

30พระองค์ทรงเพียรทนเขาเป็นเวลาหลายปี

ทรงเตือนเขาด้วยพระจิตของพระองค์

อาศัยบรรดาประกาศก แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง

พระองค์จึงทรงมอบเขาไว้ในเงื้อมมือของชนต่างชาติของแผ่นดิน

31แต่พระองค์ก็ยังทรงพระเมตตาอย่างยิ่ง

มิได้ทรงทำลายล้างเขา

ไม่ทรงทอดทิ้งเขา

เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระเมตตาและทรงพระกรุณา

32บัดนี้ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

ทรงพระอานุภาพและน่าเกรงขาม

พระองค์ทรงรักษาพันธสัญญาและความรักมั่นคง

โปรดทรงคำนึงถึงความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย

แก่บรรดากษัตริย์ บรรดาหัวหน้า

บรรดาสมณะ บรรดาประกาศก บรรพบุรุษ และประชากรทั้งปวงของพระองค์

ตั้งแต่สมัยกษัตริย์แห่งอัสซีเรียจนถึงวันนี้

อย่าทรงคิดว่าเป็นความทุกข์เล็กน้อยเลย

33พระองค์ทรงเที่ยงธรรม

ที่ทรงอนุญาตให้ความทุกข์ยากเหล่านี้เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย

พระองค์ทรงปฏิบัติอย่างซื่อสัตย์

แต่ข้าพเจ้าทั้งหลายประพฤติตนอย่างเลวร้าย

34บรรดากษัตริย์ หัวหน้า สมณะ

และบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระองค์

และตามคำตักเตือนที่พระองค์ทรงเตือนเขา

35แม้เขาอยู่ในอาณาจักรของตน

มีความสุขสบายทุกอย่างที่พระองค์ประทานให้

มีพื้นดินกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ที่พระองค์ทรงมอบให้

เขาก็ไม่ได้รับใช้พระองค์

ไม่ได้ละทิ้งกิจการชั่วร้ายของตน

36และแล้วในวันนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นทาส

เป็นทาสในแผ่นดินที่พระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษ

ให้กินผลผลิตและใช้สิ่งดีต่างๆในแผ่นดิน

37ผลผลิตมากมายของแผ่นดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรดากษัตริย์

ที่พระองค์ทรงแต่งตั้งไว้ให้ปกครองข้าพเจ้าทั้งหลาย

เพราะบาปที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้กระทำ

บรรดากษัตริย์ทรงเป็นเจ้าของที่ทรงใช้ข้าพเจ้าทั้งหลาย

และฝูงสัตว์เลี้ยงของข้าพเจ้าทั้งหลายตามที่พอพระทัย

ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงมีความทุกข์อย่างยิ่ง”

9 a “ขออภัยบาป” ในเรื่องการแต่งงานกับชนต่างชาติ เรื่องเล่านี้ต่อมาจาก อสร 10:44 – มีแต่ข้อ 1-2 เท่านั้นที่คัดมาจาก “บันทึกความจำของเอสรา”

b พิธีกรรมขออภัยบาป (ยอล บทที่ 1-2) มีการขับร้องบทเพลงคร่ำครวญเป็นส่วนประกอบด้วย (ดู สดด บทที่ 74, 79, 83) – ณ ที่นี้ ข้อ 5ข-37อาจเป็นข้อความที่ใช้ในพิธีกรรมขออภัยบาปแบบนี้

c ข้อ 3 นี้เป็นข้อความที่เสริมเข้ามา ได้รับความคิดมาจาก 8:3-6 ที่เล่าว่าการประชุมนี้สอดคล้องกับพิธีกรรมขออภัยบาปที่ปฏิบัติกันในสมัยของผู้เขียนพงศาวดาร

d “บานี” – บางคนคาดว่าน่าจะเป็น “บินนุย” (ดู 10:10; 12:8,24)

e ผู้เขียนพงศาวดารเล่าวาชนเลวีเป็นผู้เชิญชวนประชากรในพิธีกรรมและกล่าวเพลงสดุดีที่มีเขียนไว้ที่นี่ – ข้อความเหล่านี้อาจคัดมาจากพิธีกรรมในสมัยของผู้เขียน – เพลงสดุดีบทนี้เท้าความถึงเหตุการณ์หลายประการในพระคัมภีร์ (ดู บสร 36:1-17 ด้วย)  - ข้อความบรรทัดแรกนี้เรียบเรียงขึ้นโดยคาดคะเน

f “บทบัญญัติ ข้อกำหนด....” บางคนคิดว่าบรรทัดนี้มีคำหนึ่งเกินจำนวนคำที่กำหนดไว้ในกฎคำประพันธ์ภาษาฮีบรู คำนี้อาจถูกเพิ่มเข้ามาให้สอดคล้องกับข้อ 13.

g “ในอียิปต์” ตามต้นฉบับภาษากรีกและสำเนาโบราณภาษาฮีบรูบางฉบับ – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “เขาเป็นกบฏ”

h “แผ่นดินของกษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบน” – แปลตามตัวอักษรว่า “แผ่นดินของสิโหน และแผ่นดินของกษตริย์แห่งเมืองเฮชโบน” – ผู้คัดลอกอาจเผลอเขียนคำว่า “แผ่นดิน” ซ้ำสองครั้ง.