Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ชาวอิสราเอลเสียใจที่เกือบจะทำลายล้างเผ่าเบนยามินa

21 1ชาวอิสราเอลเคยสาบานไว้ที่เมืองมิสปาห์ว่า 'พวกเราจะไม่มีใครยอมยกบุตรสาวให้เป็นภรรยาของชนเผ่าเบนยามินเลย' 2ประชากรขึ้นไปที่เมืองเบธเอลเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่ที่นั่นจนเย็น ร้องไห้คร่ำครวญเสียงดัง 3ทูลว่า 'ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล ทำไมเหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้นในอิสราเอล ทำไมเผ่าหนึ่งจะต้องสูญหายไปจากอิสราเอลในวันนี้?b 4วันรุ่งขึ้น ประชากรลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ สร้างพระแท่นบูชาขึ้นที่นั่น ถวายเครื่องเผาบูชาและศานติบูชา 5แล้วชาวอิสราเอลถามกันว่า 'ในบรรดาชาวอิสราเอลเผ่าต่าง ๆ มีใครบ้างที่ไม่ได้ขึ้นมาชุมนุมเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์?' –เขาทั้งหลายเคยสาบานไว้ว่า ผู้ใดที่ไม่ขึ้นมาเฝ้าพระยาห์เวห์ที่เมืองมิสปาห์จะต้องถูกประหาร

6แต่ชาวอิสราเอลรู้สึกเสียใจในเรื่องเผ่าเบนยามินพี่น้องของตนกล่าวว่า 'วันนี้ ชนเผ่าหนึ่งถูกทำลายไปจากอิสราเอล 7เราจะทำอย่างไรดีจึงจะจัดหาภรรยาให้แก่ผู้ที่ยังเหลืออยู่เล่า เราเคยสาบานไว้ต่อพระยาห์เวห์ว่า เราจะไม่ยกบุตรสาวของเราให้เป็นภรรยาของเขาเลย?'

ชาวอิสราเอลให้หญิงสาวชาวยาเบชเป็นภรรยาของชนเผ่าเบนยามิน

8ชาวอิสราเอลถามกันว่า 'ในบรรดาเผ่าต่างๆของอิสราเอล ใครบ้างไม่ได้ขึ้นมาเฝ้าพระยาห์เวห์ที่เมืองมิสปาห์?' เขาพบว่า ไม่มีใครจากเมืองยาเบชในแคว้นกิเลอาดมาชุมนุมกันที่ค่าย 9เมื่อมีการระดมพล ไม่มีใครจากเมืองยาเบชในแคว้นกิเลอาดอยู่ที่นั่นเลย 10ชุมชนอิสรเาอลจึงส่งทหารกล้าจำนวนหนึ่งหมื่นสองพันคนไปที่นั่นพร้อมกับสั่งว่า 'จงไปฆ่าทุกคนที่อยู่ในเมืองยาเบชในแคว้นกิเลอาด รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก 11ท่านทั้งหลายจงทำดังนี้ จงฆ่าผู้ชายทุกคนและผู้หญิงทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์กับชาวแล้ว แต่จงไว้ชีวิตหญิงสามพรหมจารี' และเขาก็ทำดังนั้นc 12ในหมู่ชาวเมืองยาเบชในแคว้นกิเลอาด เขาพบหญิงสาวพรหมจารีสี่ร้อยคนซึ่งไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับชายใด จึงพาตัวมาที่ค่าย (ที่เมืองชิโลห์ซึ่งอยู่ในแผ่นดินคานาอัน)

13ที่ชุมนุมทั้งหมดจึงส่งผู้ถือสารไปบอกชนเผ่าเบนยามินที่หินผาริมโมนเสนอสันติภาพ 14ชนเผ่าเบนยามินก็กลับมาในเวลานั้น ชาวอิสราเอลเผ่าอื่นๆจึงยกหญิงสาวชาวเมืองยาเบชในแคว้นกิเลอาดที่เขาไว้ชีวิตให้เป็นภรรยา แต่ก็ยังไม่พอสำหรับทุกคน

ชนเผ่าเบนยามินลักพาหญิงสาวชาวเมืองชิโลห์

15ประชากรอิสราเอลรู้สึกเสียใจในเรื่องเผ่าเบนยามิน เพราะพระยาห์เวห์ทรงทำให้ชนอิสราเอลเผ่าต่างๆแตกแยกกัน 16บรรดาผู้อาวุโสของชุมชนกล่าวว่า 'เราจะทำอย่างไรดีเพื่อจัดหาภรรยาให้คนที่รอดชีวิตอยู่ เพราะบรรดาหญิงจากเผ่าเบนยามินถูกฆ่าตายหมดแล้ว?' 17เขายังเสริมอีกว่า 'ชนเผ่าเบนยามินที่รอดชีวิตอยู่จะต้องมีทายาทสืบต่อไปd เพื่อไม่ให้เผ่าหนึ่งต้องสูญเสียไปจากอิสราเอล?' 18แต่เราไม่สามารถยกบุตรสาวของเราให้เป็นภรรยาของเขา' –เพราะชาวอิสราเอลเผ่าอื่นๆสาบาน สาปแช่งผู้ที่ยกบุตรสาวของตนให้เป็นภรรยาของชนเผ่าเบนยามิน!'

19เขาจึงว่า 'ในไม่ช้าจะมีงานฉลองพระยาห์เวห์ประจำปีที่เมืองชิโลห์'e (เมืองนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองเบธเอล ด้านตะวันออกของถนนระหว่างเมืองเบธเอลและเมืองเชเคม อยู่ทางใต้เมืองเลโบนาห์) 20เขาจึงบอกชนเผ่าเบนยามินว่า 'จงไปซ่อนตัวอยู่ในสวนองุ่นเถิด 21คอยดูให้ดี เมื่อเห็นบรรดาหญิงสาวชาวเมืองชิโลห์ออกมาเริงระบำร่วมกัน ก็จงออกมาจากสวนองุ่น ให้แต่ละคนฉุดหญิงสาวชาวเมืองชิโลห์คนหนึ่งเพื่อเป็นภรรยาแล้วกลับไปในแผ่นดินเบนยามินเถิด 22ถ้าบิดาหรือพี่น้องชายของหญิงสาวเหล่านั้นมาประท้วงกับเราเราจะบอกว่า "ปล่อยเขาไปเพราะเห็นแก่เราเถิด เพราะเราไม่สามารถจัดหาภรรยาได้พอสำหรับทุกคนในสงคราม และเนื่องจากว่าท่านไม่ได้ยกบุตรสาวให้พวกเขา ท่านจึงไม่ผิดสาบาน"'f

23ชนเผ่าเบนยามินก็ทำตาม แต่ละคนได้ภรรยาจากจำนวนหญิงสาวที่ออกมาเริงระบำ ซึ่งเขาฉุดมาได้ เขาเดินทางกลับไปยังแผ่นดินที่เป็นมรดกของตน สร้างเมืองขึ้นใหม่และเข้าอยู่ที่นั่น

24ในเวลาเดียวกัน ชาวอิสราเอลเผ่าอื่นๆก็แยกย้ายกันกลับไปยังเผ่าและตระกูลของตน แต่ละคนออกจากที่นั่นกลับไปยังแผ่นดินที่เป็นมรดกของตน

25ในสมัยนั้น ชาวอิสราเอลยังไม่มีกษัตริย์ปกครอง แต่ละคนจึงทำตามใจของตนg


21a บทนี้นำเรื่องจากธรรมประเพณีสองสายเข้ามาไว้ด้วยกันเชื่อมด้วยคำสรุปในข้อ 14 ธรรมประเพณีสายแรกคงจะมาจากสักการสถานที่เมืองมิสปาห์ ธรรมประเพณีอีกสายหนึ่งมาจากสักการสถานที่เมืองเบธเอล ผู้เรียบเรียง วนฉ หลังการเนรเทศคงจะได้ปรับปรุงข้อความจนเราไม่แน่ใจว่าเป็นเช่นนี้หรือเปล่า เรื่องการนำหญิงสาวชาวยาเบช-กิเลอาดมาให้เป็นภรรยาของชนเผ่าเบนยามิน ต้องการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างชาวเมืองนี้กับชนเผ่าเบนยามินในสมัยของกษัตริย์ซาอูล (ดู 1 ซมอ 11:1; 30:11-13) ส่วนเรื่องการฉุดหญิงสาวที่เมืองชิโลห์มาเป็นภรรยาของชนเผ่าเบนยามินนั้น อาจสะท้อนเทศกาลฉลองโบราณในฤดูเก็บผล
องุ่นซึ่งเป็นการชุมนุมของหญิงสาวที่ต้องการหาสามี

b ความขัดแย้งระหว่างเผ่าไม่ได้ทำลายความรู้สึกสมานฉันท์ที่ผูกพันประชากรอิสราเอลไว้ด้วยกัน ผู้เรียบเรียง วนฉ สมัยหลังการเนรเทศจึงเน้นเรื่องนี้โดยย้ำถึง 'ชุมชนอิสราเอล' บ่อยๆ

c 'แต่จงไว้ชีวิต... เขาก็ทำดังนั้น' แปลตามสำนวนแปลโบราณ ต้นฉบับภาษาฮีบรูละข้อความนี้

d “ชนเผ่าเบนยามิน…มีทายาทสืบต่อไป” ต้นฉบับภาษากรีกว่า “พวกเราจะรักษาคนที่รอดชีวิตอยู่ไว้อย่างไรสำหรับชนเผ่าเบนยามิน”

e งานฉลองนี้น่าจะเป็นงานฉลองของชาวคานาอัน (ดู 9:27) ซึ่งต่อมาชาวอิสราเอลจะฉลองกันในเทศกาลเก็บเกี่ยว (อยพ 23:16) หรือเทศกาลอยู่เพิง (ฉธบ 16:13)

f ตัวบทของข้อนี้ค่อนข้างจะสับสน แต่ดูเหมือนเป็นการกล่าวพาดพิงถึงเหตุการณ์ที่เมืองยาเบช-ในแคว้นกิเลอาดเมื่อจำนวนผู้หญิงที่ไม่ถูกฆ่ามีจำนวนไม่พอสำหรับชาวเบนยามินที่เหลือทุกคนและยังพาดพิงไปถึงคำสาบานที่เมืองมิสปาห์ด้วย

g เรื่องชนเผ่าเบนยามินใน 19:1-21:25 เริ่มต้นและจบลงด้วยข้อความเดียวกันใน 17:6 และ 18:1 ในที่นี้ อาจเป็นการต่อเติมของผู้เรียบเรียง หรือเป็นคำอธิบายของบรรดาสมณะประจำสักการสถานที่เมืองเบธเอล ซึ่งมีทรรศนะคล้ายกับบรรดาสมณะประจำราชวิหารที่เมืองดานในเรื่องชนเผ่าดาน (ดู 17:1 เชิงอรรถ b)