Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

: อาชญากรรมที่เมืองกิเบอาห์และสงครามล้างเผ่าเบนยามินa

ชนเลวีกับภรรยาน้อยผู้อาศัยในเขตแดนเอฟราอิม

19 1ในสมัยเมื่อชาวอิสราเอลยังไม่มีกษัตริย์ปกครอง มีชนเลวีคนหนึ่งอยู่ในดินแดนกลางแถบภูเขาเอฟราอิม เขาพาหญิงคนหนึ่งจากเมืองเบธเลเฮมในแคว้นยูดาห์มาเป็นภรรยาน้อย 2วันหนึ่ง ภรรยาน้อยโกรธสามีbจึงละทิ้งเขากลับไปอยู่บ้านของบิดาที่เมืองเบธเลเฮมในแคว้นยูดาห์ และอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสี่เดือน 3สามีจึงตั้งใจจะไปพบเธอเพื่อชักชวนให้เธอกลับมา เขาพาคนใช้กับลาสองตัวไปด้วย เธอต้อนรับเขาเข้าไปในบ้านของบิดา เมื่อบิดาของเธอเห็นเขาก็ต้อนรับเขาด้วยความยินดี 4บิดาของหญิงคนนั้นคะยั้นคะยอให้เขาพักอยู่ด้วย เขาจึงพักอยู่สามวัน ทุกคนกินดื่มและค้างคืนที่นั่น 5เช้าวันที่สี่เขาตื่นแต่เช้าตรู่ และชนเลวีเตรียมตัวออกเดินทาง แต่บิดาของหญิงนั้นกล่าวแก่บุตรเขยว่า 'จงกินอะไรสักเล็กน้อยให้มีกำลังขึ้น แล้วจึงค่อยไป' 6ชายทั้งสองนั่งลง กินและดื่มด้วยกัน แล้วบิดาของหญิงนั้นก็กล่าวกับชนเลวีผู้นั้นว่า 'จงค้างอีกคืนหนึ่ง ทำใจให้สบายเถิด' 7ชายนั้นลุกขึ้นจะออกเดินทาง บิดาของภรรยาก็ขอร้องเขาให้อยู่ต่อ เขาจึงค้างคืนอยู่ที่นั่นอีก 8ในวันที่ห้า ชนเลวีลุกขึ้นแต่เช้าตรู่เพื่อออกเดินทาง แต่บิดาของหญิงนั้นกล่าวว่า 'จงกินอะไรให้มีกำลังก่อนเถิด!' จงคอยc ให้สายก่อนจึงค่อยไป” ทั้งสองคนก็รับประทานอาหารด้วยกัน 9เมื่อชนเลวีลุกขึ้นเพื่อออกเดินทางพร้อมกับภรรยาน้อยและคนใช้ บิดาของหญิงนั้นก็กล่าวว่า 'ดูซิ เกือบจะค่ำอยู่แล้ว จงค้างคืนอยู่ที่นี่ก่อนเถิด เดี๋ยวก็จะมือดแล้ว จงพักอยู่ที่นี่ให้สบายใจเถิด พรุ่งนี้เช้า ค่อยลุกขึ้นเดินทางกลับบ้าน' 10แต่ชนเลวีไม่อยากค้างคืนที่นั่นอีก เขาจึงลุกขึ้นยกอานลาทั้งสองตัวออกเดินทางมาถึงหน้าเมืองเยบุสd --คือกรุงเยรูซาเล็ม พร้อมกับภรรยาน้อยและคนใช้e

อาชญากรรมของชาวเมืองกิเบอาห์f

11ใกล้ค่ำแล้ว เขามาถึงเมืองเยบุส คนใช้จึงกล่าวแก่นายว่า 'ให้เราแวะเข้าไปค้างคืนในเมืองของชาวเยบุสเถิด' 12แต่นายตอบว่า 'เราจะไม่แวะเข้าไปในเมืองของคนต่างด้าว ซึ่งไม่ใช่ชาวอิสราเอล เราจะเดินทางต่อไปถึงเมืองกิเบอาห์' 13แล้วกล่าวเสริมกับคนใช้อีกว่า 'ให้เราเถิดต่อไปถึงที่ใดที่หนึ่งแล้วค้างคืนที่เมืองกิเบอาห์หรือเมืองรามาห์เถิด' 14เขาจึงเดินทางผ่านมเองเยบุสไป พอพลบค่ำก็มาถึงเมืองกิเบอาห์ของเผ่าเบนยามิน 15เขาแวะที่นั่น เข้าไปค้างคืนที่เมืองกิเบอาห์ ชนเลวีเข้าไปนั่งที่จตุรัสในเมือง แต่ไม่มีใครต้อนรับเขาเข้าไปค้างคืนในบ้าน

16เผอิญเย็นนั้น ชายชราผู้หนึ่งกำลังกลับจากทำงานในทุ่งนา เขาเป็นคนต่างถิ่นจากดินแดนแถบภูเขาเอฟราอิมมาอาศัยอยู่ที่เมืองกิเบอาห์ แต่ชาวเมืองนั้นเป็นชนเผ่าเบนยามิน 17ชายชราสังเกตเห็นคนเดินทางอยู่ที่จตุรัสของเมือง จึงถามว่า 'ท่านมาจากไหน จะไปไหนเล่า? 18ชนเลวีก็ตอบว่า 'พวกเราเดินทางมาจากเมืองเบธเลเฮมในแคว้นยูดาห์ กำลังไปยังดินแดนกลางแถบภูเขาเอฟราอิม ข้าพเจ้ามาจากที่นั่น ได้ไปที่เมืองเบธเลเฮมในแคว้นยูดาห์และบัดนี้กำลังกลับไปบ้านg แต่ไม่มีใครให้ข้าพเจ้าค้างคืนในบ้านของเขาเลย 19พวกเรามีฟางและหญ้าแห้งสำหรับลา มีขนมปังและเหล้าองุ่นสำหรับข้าพเจ้า ภรรยาน้อยและคนใช้ เราไม่ขาดอะไรเลย' 20ชายชราก็ว่า 'ข้าพเจ้ายินดีต้อนรับท่าน ข้าพเจ้าจะดูแลท่านทุกอย่าง ท่านอย่านอนค้างคืนที่จตุรัสนี้เลย' 21ชายชราก็พาชนเลวีไปพักที่บ้านจัดหาหญ้าให้ลากิน แขกของเขาก็ล้างเท้า แล้วจึงกินและดื่ม

22เขากำลังคุยสนุกสนานกันอยู่ ทันใดนั้น คนวิปริตทางเพศบางคนในเมืองนั้นมาล้อมบ้าน ทุบประตูตะโกนบอกชายชราเจ้าของบ้านว่า 'จงนำตัวชายคนที่เข้าพักในบ้านของท่านออกมา ให้ร่วมเพศกับเขาเถิด!' 23เจ้าของบ้านออกมาพบเขากล่าวว่า 'พี่น้องเอ๋ย อย่าทำชั่วเช่นนั้นเลย ชายคนนี้เป็นแขกในบ้านของข้าพเจ้า อย่าทำสิ่งน่าอับอายเช่นนั้นเลยh 24บุตรสาวของข้าพเจ้าซึ่งยังเป็นพรหมจารีiอยู่ที่นี่ ข้าพเจ้าจะพาเธอออกมาให้ท่านทำตามใจชอบ แต่อย่าทำสิ่งน่าอับอายเช่นนี้กับชายผู้นี้เลย' 25แต่คนวิปริตเหล่านั้นไม่ยอมฟัง ชนเลวีจึงนำภรรยาน้อยของตนออกมามอบให้คนเหล่านั้น พวกเขาก็ข่มขืนเธอตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า พอฟ้าสาง เขาจึงปล่อยเธอไป

26พอเช้าตรู่ หญิงนั้นก็มาล้มลงที่ประตูบ้านของชายชราที่สามีพักอยู่ เธออยู่ที่นั่นจนสว่าง 27เช้าวันนั้น สามีของเธอตื่นขึ้นเปิดประตูบ้านจะออกเดินทางต่อไป ก็เห็นหญิงซึ่งเป็นภรรยาน้อยนอนยู่ที่ประตูบ้าน มือพาดอยู่บนธรณีประตู 28เขาจึงเรียกเธอว่า 'ลุกขึ้นให้เราไปกันเถิด!' แต่ไม่มีเสียงตอบ สามีจึงอุ้มร่างของเธอวางบนหลังลาออกเดินทางไปบ้าน 29เมื่อมาถึงบ้าน เขาเอามีดตัดร่างภรรยาน้อยออกเป็นสิบสองชิ้น ส่งไปทั่วดินแดนอิสราเอลj 30ทุกคนที่เห็นเช่นนี้ก็พากันกล่าวว่า 'พวกเราไม่เคยเห็นเช่นนี้เลย ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเลย ตั้งแต่เมื่อชาวอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์จนถึงทุกวันนี้ จงคิดถึงเรื่องนี้ และบอกเถิดว่าจะต้องทำอย่างไร'k


19a ผู้เรียบเรียง วนฉ หลังจากการเนรเทศคงจะได้รวบรวมธรรมประเพณีสองสายหรือมากกว่า เข้าไว้เป็นเรื่องสงครามล้างเผ่าเบนยามินในบทที่ 19-21 นี้ ธรรมประเพณีสายหนึ่งมาจากสักการสถานที่เมืองมิสปาห์ อีกสายหนึ่งมาจากสักการสถานที่เมืองเบธเอล ทั้งนี้เพราะเล่าเรื่องความพ่ายแพ้ของชนเผ่าเบนยามินและการทำลายเมืองกิเบอาห์สองครั้ง (ดู 20:30-32 และ 36ข-44) และเล่าวิธีการสองแบบเพื่อให้ชนเผ่าเบนยามินยังคงอยู่ต่อไปได้ (21:1-12,15-23)

b 'โกรธสามี' แปลตามฉบับแปลโบราณ ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า 'เธอไม่ซื่อสัตย์ต่อเขา' ในข้อ 3 สามีจึงไปชักชวนให้เธอกลับมาอยู่ด้วยกันอีก

c 'จงคอย…' บางคนแปลว่า “เขาจึงคอย…”

d “เมืองเยบุส” เป็นชื่อกรุงเยรูซาเล็มและพบเพียงที่นี่ในข้อ 10-11 และ 1 พศด 11:4 เท่านั้น “เยบุส” เป็นชื่อชนคานาอันที่อาศัยอยู่ที่เมืองนี้ก่อนที่ดาวิดจะยึดได้ อย่างไรก็ตามเมืองนี้มีชื่อ “เยรูซาเล็ม” ตลอดมา ไม่เคยเรียกว่า “เมืองเยบุส” เลย นอกจากในพระคัมภีร์ตอนที่กล่าวถึงนี้เท่านั้น

e 'และคน” เป็นคำเพิ่มในฉบับแปลโบราณ

f ที่เมืองกิเบอาห์ของเผ่าเบนยามิน บุคคลเดียวที่ยินดีต้อนรับชนเลวีเข้าค้างคืนในบ้านคือชายชราชาวเอฟราอิมด้วยกัน (ข้อ 16) และเขาเต็มใจรับแขกจนยอมสละบุตรสาวเพื่อช่วยเขาให้ปลอดภัย (ข้อ 24) ชนเผ่าเบนยามินของเมืองกิเบอาห์ทำผิดหนักทั้งเพราะว่าไม่ยอมต้อนรับแขก (ข้อ 15) และข่มขืนภรรยาน้อยของชนเลวีผู้นี้อย่างป่าเถื่อน ผู้เล่าเรื่องนี้ต้องการลบหลู่กษัตริย์ซาอูลซึ่งมีเมืองกิเบอาห์เป็นเมืองหลวง จึงชวนให้คิดว่าผู้เล่าเรื่องนี้เป็นชนเผ่ายูดาห์ เรื่องนี้ทำให้คิดถึงเรื่องของโลท (ปฐก 19:1-11)

g 'กลับไปบ้าน' แปลให้สอดคล้องกับข้อ 29 ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า 'ไปบ้านของพระยาห์เวห์'

h คำภาษาฮีบรูซึ่งเราแปลว่า 'สิ่งน่าอับอาย' เป็นคำที่ใช้หมายถึงการละเมิดบทบัญญัติของพระเจ้าในข้อหนัก โดยเฉพาะการละเมิดกฎศีลธรรมเช่นการร่วมเพศในศาสนพิธีของชาวคานาอัน ซึ่งชาวอิสราเอลถือว่าเป็นการกระทำที่น่าอับอายเป็นพิเศษ แต่ในที่นี้ ความผิดที่น่าอับอายยิ่งกว่านั้นคือ ยังเพิ่มการละเมิดกฎให้ต้อนรับแขกผู้มาอาศัยอีกด้วย

i ต้นฉบับภาษาฮีบรูยังเสริมว่า 'และภรรยาน้อยของเขา'

j การที่ชนเลวีผู้นี้เรียกร้องให้ชาวอิสราเอลทุกเผ่าลงโทษความผิดนี้ ดู 20:1,2,10 เน้นความสมานฉันท์ของเผ่าต่างๆ เมื่อเผชิญกับความผิดหนักที่ละเมิดกฎของพระเจ้า แต่การที่ทุกเผ่าร่วมกันลงโทษผู้กระทำผิดเช่นนี้มีเล่าที่นี่เพียงครั้งเดียว จึงอาจเป็นเพียงอุดมการณ์เท่านั้น ในความเป็นจริงอาจเป็นเพียงเรื่องความผิดระหว่างชนเผ่าเอฟราอิมกับเผ่าเบนยามิน ซึ่งต่อมาได้ขยายความให้มาเกี่ยวข้องกับทุกเผ่า เรื่องนี้น่าจะสะท้อนความพยายามของชนเผ่าเอฟราอิมที่จะเป็นใหญ่เหนือเผ่าอื่นๆ (ดู 8:1 เชิงอรรถ a; 12:1)

k ข้อ 30 ในฉบับแปลภาษากรีกบางฉบับยาวกว่าดังนี้ <<30 เขาสั่งคนถือสารไปบอกชาวอิสราเอลทุกคนว่า “เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไหม ตั้งแต่เมื่อชาวอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์จนถึงวันนี้ จงคิดถึงเรื่องนี้และบอกเถิดว่าจะต้องทำอย่างไร” ทุกคนที่เช่นนี้พากันกล่าวว่า “พวกเราไม่เคนเห็นเช่นนี้เลย ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเลย ตั้งแต่เมื่อชาวอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์จนถึงทุกวันนี้”