Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทเพลงของนางเดโบราห์และบาราคa

5 1ในวันนั้น นางเดโบราห์กับบาราคบุตรของอาบีโนอัมได้ร้องเพลงบทนี้ว่า

     2จงถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์เถิด

     เพราะบรรดาหัวหน้าในอิสราเอลยอมเป็นผู้นำทัพb

     และประชากรก็สมัครใจออกศึก

   3กษัตริย์ทั้งหลายเอ๋ย จงฟังเถิด! บรรดาเจ้านายเอ๋ย จงเงี่ยหูเถิด!

     ข้าพเจ้า จะร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์

     ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล

   4ข้าแต่พระยาห์เวห์ เมื่อพระองค์เสด็จออกจากดินแดนเสอีร์

     เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินจากทุ่งของเอโดม

     แผ่นดินก็สั่นสะเทือน

     ท้องฟ้าหวั่นไหว

     เมฆก็ละลายหลั่งน้ำฝนลงมา

   5ภูเขาทั้งหลายสั่นสะท้านเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งภูเขาซีนาย

     เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล

   6ในสมัยชัมการ์ บุตรของอานาท

     ในสมัยยาเอล

     ทางหลวงไม่มีใครเดินc

     ผู้เดินทางต้องหลบไปใช้ทางอ้อม

   7ชาวไร่ชาวนาในอิสราเอลละทิ้งถิ่นฐาน

     เขาละทิ้งถิ่นฐาน

     จนกระทั่งดิฉัน เดโบราห์ลุกขึ้นมา

     จนดิฉันลุกขึ้นมา เหมือนมารดาในอิสราเอล

   8ประชาชนพากันเลือกเทพเจ้าใหม่

     สงครามก็ประชิดเข้ามาถึงประตูเมือง

     ไม่เห็นมีโล่ หรือหอกสักอัน

     ท่ามกลางพลอิสราเอลสี่หมื่นคน

   9ใจของข้าพเจ้านิยมชมชอบบรรดาผู้นำแห่งอิสราเอล

     นิยมชมชอบประชาชนที่อาสาสมัคร

     จงถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์เถิด

   10ท่านทั้งหลายที่ขี่ลาเผือก

     และนั่งบนพรม

     ท่านทั้งหลายที่เดินตามถนน จงเล่าเถิดd

   11จงร่วมเสียงกับผู้เลี้ยงแพะแกะe

     ที่แหล่งน้ำ!

     ที่นั่นเขาเล่าถึงชัยชนะของพระยาห์เวห์

     คือชัยชนะของชาวไร่ชาวนาของพระองค์ในอิสราเอล!

     เมื่อประชากรของพระยาห์เวห์ลงมาที่ประตูเมืองf

   12นางเดโบราห์เอ๋ย! จงตืนเถิด จงตื่นเถิด

     ตื่นเถิด จงตื่นขึ้นมาร้องเพลง!

     บาราคเอ๋ย จงลุกขึ้นเถิดg

     บุตรของอาบีโบอัมเอ๋ย ใครที่จับท่านเป็นเชลย ท่านจงจับเขาเป็นเชลยเถิด

   13แล้วผู้รอดชีวิตก็ลงมาร่วมกับบรรดาเจ้านาย

   ประชากรของพระยาห์เวห์ลงมาอย่างผู้กล้าหาญเพื่อป้องกันข้าพเจ้า!h

   14บรรดาเจ้าชายของเอฟราอิมอยู่ในหุบเขาi

     เบนยามินตามท่านมาท่ามกลางกำลังพลของท่าน

     ผู้บังคับบัญชาเดินลงมาจากมาคีร์

     ผู้ถือคทาผู้บังคับบัญชาj มาจากเศบูลุน

   15บรรดาเจ้านายของอิสสาคาร์เดินไปกับนางเดโบราห์

     บาราคk วิ่งตามไปในหุบเขา

     ที่ห้องน้ำของรูเบนมีความลังเลใจมาก

     16รูเบนเอ๋ย ทำไมท่านนั่งรออยู่ที่คอกแกะ

     เพื่อจะฟังเสียงปี่ของคนเลี้ยงแกะหรือ?l

    ที่ห้องน้ำของรูเบนมีความลังเลใจมาก

   17กิเลอาดm ค้างอยู่ทางฟากโน้นของแม่น้ำจอร์แดน

     ทำไมดานจึงอาศัยอยู่กับเรือกำปั้นเล่า?n

     อาเชอร์นั่งเฉยอยู่ที่ฝั่งทะเล

     อาศัยอยู่อย่างสงบในท่าเรือของตน

   18เศบูลุนเป็นประชาชนที่กล้าเสี่ยงตาย

     นัฟทาลี ก็เป็นเช่นเดียวกันในสนามรบo

   19บรรดากษัตริย์มาถึงก็รบกัน

     บรรดากษัตริย์ของชาวคานาอันก็ต่อสู้

     ที่เมืองทาอานาค ริมห้วยน้ำเมกิดโด

     แต่ไม่ได้ริบเงินเป็นของเชลยแต่อย่างใด

   20ดวงดาวสู้รบจากท้องฟ้า

     สู้รบกับสิเสราจากวงโคจรของมัน

21ห้วยคีโชนพัดกวาดเขาไป

     ห้วยคีโชนกลายเป็นห้วยน้ำไหลแรงp

     วิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเนต่อไปอย่างเข้มแข็งเถิด!

   22เมื่อนั้นกีบม้าส่งเสียงกระทบดัง

     ขณะที่ม้าห้อไป ห้อไป

   23ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์กล่าวว่า “จงสาปแช่งเมโรสเถิดq

     'จงสาปแช่ง จงสาปแช่ง ประชาชนที่อยู่ที่นั่น

     เพราะเขาไม่ยอมออกมาช่วยพระยาห์เวห์

     ไม่ยอมเป็นนักรบมาช่วยพระยาห์เวห์!'

   24หญิงที่ได้รับพรยิ่งกว่าหญิงใดๆคือนางยาเอล

     ภรรยาของเฮเบอร์ ชาวเคไนต์r

     นางได้รับพรยิ่งกว่าหญิงใดๆที่อาศัยในกระโจม

   25เขาขอน้ำ นางก็ให้น้ำนม

     นางเอานมข้นใส่ชามของเจ้านายมาให้

   26นางเอื้อมมือซ้ายsฉวยหลักผูกกระโจม

     มือขวาถือตะลุมพุกของนายช่าง

     นางเอาตะลุมพุกตอกสิเสรา บี้ศีรษะของเขา

     นางทุบและแทงทะลุขมับของเขา

   27เขาจมลง ล้มลงและนอนแทบเท้าของนาง

     แทบเท้าของนาง เขาจมลงและล้มลง

     เขาจมลงที่ไหน เขาก็ล้มลงตายที่นั่น

   28มารดาของสิเสรามองทางบานเกล็ด

     ยืนพิงหน้าต่างและคร่ำครวญtว่า

     'ทำไมรถศึกของเขาจึงมาช้า?

     ทำไมเสียงกีบม้าของรถศึกของเขาจึงล่าช้า?

   29สตรีที่ฉลาดที่สุดของนางกล่าวตอบ

     และนางก็พูดถ้อยคำนั้นซ้ำกับตนเองว่า

   30'เขาทั้งหลายคงจะพบและแบ่งของเชลยกันอยู่

     ชายแต่ละคนคงจะได้หญิงสาวหนึ่งหรือสองคน

     ผ้าย้อมสีที่ริบมาส่วนหนึ่งเป็นของสิเสรา

     ผ้าพันคอย้อมสีปักลวดลายที่ริบมาผืนหนึ่ง สองผืนเป็นของฉัน!'u

   31ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอให้ศัตรูทั้งปวงของพระองค์พินาศสิ้นดังนี้เถิด!

     แต่ขอให้ทุกคนที่รักพระองค์v จงเป็นดังดวงอาทิตย์

     ที่ส่องแสงแรงกล้าเถิด!

แล้วแผ่นดินก็สงบสุขเป็นเวลาสี่สิบปี


5a บทเพลงของนางเดโบราห์เป็นบทประพันธ์โบราณที่สุดชิ้นหนึ่งในพระคัมภีร์ แต่งขึ้นไม่นานหลังจากเหตุการณ์ที่กล่าวถึง บทประพันธ์นี้เป็นบทเพลงฉลองชัย มีโครงสร้างเป็นบทเพลงสรรเสริญ เฉลิมฉลองสงครามศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงต่อสู้กับศัตรูของประชากรของพระองค์ (ข้อ 20-21, 23) เพราะศัตรูนี้เป็นศัตรูของพระองค์ด้วย (ข้อ 31) บทประพันธ์บทนี้ยกย่องเผ่าต่างๆที่ตอบสนองการเรียกรวมพลของนางเดโบราห์ และตำหนิเผ่าที่ไม่ยอมออกมาร่วมต่อสู้ กลุ่มชนทั้งสิบที่กล่าวถึงในเพลงบทนี้ไม่สอดคล้องกับรายชื่อเผ่าทั้งสิบสองที่นิยมใช้กันในภายหลัง ในที่นี้กล่าวถึงมาคีร์แทนมนัสเสห์ (ข้อ 14) กิเลอาดแทนกาด (ข้อ 17) เมโรส (ข้อ 23) ไม่ปรากฏในรายชื่อเผ่า แต่เป็นชื่อเมืองหนึ่งในดินแดนของเผ่านัฟทาลี กลุ่มชนสี่กลุ่มในจำนวนสิบกลุ่มที่ถูกเรียกไม่ได้มาร่วมรบ ยูดาห์และสิเมโอนอาจจะเป็นเพราะทั้งสองเผ่านี้แยกอยู่ต่างหากทางใต้หรือไม่ก็เพราะในเวลานั้นยังไม่ได้เข้าร่วมในสหภาพอิสราเอล

b ยังแปลได้อีกว่า “เมื่อบรรดานักรบในอิสราเอลสยายผม” อาจหมายถึงพิธีถวายตนเพื่อทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ (ดู ฉธบ 32:42) หรือการถวายตนเป็นนาศีร์ (ดู วนฉ 13:5; 16:17 และ กดว 6:1-21)

c 'ทางหลวง' แปลตามต้นฉบับภาษาฮีบรู 'arahot บางคนอ่านว่า ‘orchot ซึ่งแปลว่า “กองคาราวาน”

d 'จงเล่าเถิด' บางคนแปลว่า “จงร้องเพลง”

e “ผู้เลี้ยงแพะแกะ” แปลตามตัวอักษรว่า 'ผู้ที่แยก' (น้ำ หญ้าแห้ง หรือฝูงสัตว์)

f บางคนคิดว่าข้อความในบรรทัดนี้น่าจะเป็นบรรทัดแรกของข้อ 13 ซึ่งตัวบทไม่สมบูรณ์และแปลโดยคาดคะเน (ดูเชิงอรรถ h)

g 'บาราคเอ๋ย จงลุกขึ้นเถิด' ต้นฉบับภาษากรีกเสริมว่า “บาราคเอ๋ย จงกล้าหาญเถิด จงลุกขึ้น…”

h “ข้าพเจ้า” บางคนคาดคะเนว่า “เขา” หมายถึง บาราคหรือพระยาห์เวห์

i 'แปลตามต้นฉบับภาษากรีก ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ผู้ที่มีรากในอามาเลขลงมาจากเอฟราอิม”

j หลังวลี 'คทาของผู้บังคับบัญชา' ต้นฉบับภาษาฮีบรูเสริมคำว่า 'ของอาลักษณ์' ซึ่งอาจเป็นคำอธิบายของผู้คัดลอก

k 'บาราค’ ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “อิสสาคาร์กับบาราค” ซึ่งอาจเป็นความผิดพลาดของผู้คัดลอก

l ชนเผ่ารูเบน ซึ่งเป็นคนเลี้ยงสัตว์ไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนมาช่วยเผ่าอื่นๆต่อสู้กับชาวคานาอันเลือกจะอยู่อย่างสบายเพื่อเฝ้าฝูงแกะของตน “เสียงปี่” บางคนแปลว่า “เสียงนกหวีด” ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยและเป็นเสียงเรียกแกะ ดู อสย 5:26; 7:18; ศคย 10:8

m “กิเลอาด” ไม่ใช่ชื่อเผ่าแต่เป็นชื่อของดินแดนที่ชนเผ่ากาดยึดครอง ดู กดว 32:1ฯ รูเบนและกาดเป็นเผ่าทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนซึ่งมักจะถูกกล่าวถึงควบคู่กัน

n เวลานั้น ชนเผ่าดานคงจะได้อพยพขึ้นไปทางเหนือแล้ว (ดู 1:34-35; บทที่ 17-18; ยชว 19:40 เชิงอรรถ k) ดูเหมือนว่าชนเผ่าดานรับจ้างเป็นกะลาสีเรือของชาวฟีนีเชีย

o “ในสนามรบ” แปลตามตัวอักษรว่า “ในที่สูงของทุ่งนา” ข้อความภาษาฮีบรูน่าจะเป็นคำพังเพยพาดพิงถึงการรบที่ห้วงน้ำเมโรม (ยชว 11) แต่การรบกับสิเสราเกิดขึ้นในที่ราบเมกิดโด

p แปลโดยคาดคะเน

q เราไม่ทราบว่า “เมโรส” เป็นชื่อสถานที่หรือบุคคล

r วลีนี้อาจเป็นคำอธิบายเพิ่มเติมของผู้คัดลอกจาก 4:11,17,21

s 'นางเอื้อมมือ' แปลตามต้นฉบับภาษากรีก ในภาษาฮีบรูกริยาอยู่ในพหูพจน์

t 'คร่ำครวญ' ต้นฉบับภาษากรีกว่า “มอง”

u ดูเหมือนว่าข้อความนี้ยังไม่จบทั้งๆที่มีคำซ้ำกันหลายครั้ง

v 'ซึ่งรักพระองค์' แปลตามต้นฉบับภาษากรีก ในภาษาฮีบรูกรรมของกริยาอยู่ในบุรุษที่สาม