Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

หนังสือผู้วินิจฉัย

 

  1. I.บทนำที่หนึ่งa

สรุปเหตุการณ์เมื่อชาวอิสราเอลตั้งหลักแหล่งในแผ่นดินคานาอัน

ชนเผ่ายูดาห์ สิเมโอน คาเลบและชาวเคไนต์ตั้งหลักแหล่ง

1 1เมื่อโยชูวาถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ชาวอิสราเอลทูลถามพระยาห์เวห์ว่า 'พระองค์ทรงประสงค์ให้พวกเราเผ่าใดเข้าโจมตีชาวคานาอันก่อน?’ 2พระยาห์เวห์ตรัสตอบว่า 'เผ่ายูดาห์จะเข้าโจมตีก่อน เรามอบแผ่นดินไว้ในอำนาจของเขาแล้ว' 3ชนเผ่ายูดาห์จึงกล่าวแก่พี่น้องชนเผ่าสิเมโอนว่าb 'จงไปกับพวกเราในเขตแดนที่ตกเป็นมรดกของพวกเราเถิด เราจะสู้รบกับชาวคานาอันพร้อมกัน แล้วพวกเราจะไปกับท่านในเขตแดนที่ตกเป็นมรดกของท่าน' ชนเผ่าสิเมโอนก็ไปด้วย 4ชนเผ่ายูดาห์จึงรุกเข้าไป และพระยาห์เวห์ทรงมอบชาวคานาอันและชาวเปริสซีไว้ในอำนาจของเขา เขามีชัยต่อชาวคานาอันหนึ่งหมื่นคนที่เบเซกc 5ที่เบเซก เขาเผชิญหน้ากับกษัตริย์อาโดนี-เบเซก เข้าต่อสู้กับพระองค์และเอาชนะชาวคานาอันและชาวเปริสซี 6กษัตริย์อาโดนี-เบเซกหนีไป แต่เขาไล่ตามไปจับตัวมาได้ และตัดนิ้วหัวแม่มือและหัวแม่เท้าของพระองค์ 7กษัตริย์อาโดนี-เบเซกตรัสว่า 'ในอดีต กษัตริย์เจ็ดสิบองค์ที่ถูกตัดนิ้วหัวแม่มือและหัวแม่เท้าต้องเก็บเศษอาหารใต้โต๊ะอาหารของเรา บัดนี้ พระเจ้าทรงทำกับเราดังที่เราได้ทำกับกษัตริย์เหล่านั้น” แล้วเขาก็นำตัวกษัตริย์อาโดนี-เบเซกไปกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์สวรรคตที่นั่น 8(ชนเผ่ายูดาห์เข้าโจมตีกรุงเยรูซาเล็มและยึดได้ เขาฆ่าฟันชาวเมืองแล้วจุดไฟเผาเมือง)

9หลังจากนั้น เขาลงไปสู้รบกับชาวคานาอันซึ่งอยู่แถบภูเขาและในบริเวณแคว้นเนเกบและที่ราบเชิงเขาd 10ชนเผ่ายูดาห์ไปสู้รบกับชาวคานาอันที่เมืองเฮโบรน -ซึ่งเคยเรียกว่าคีริยาท-อารบา- และมีชัยต่อเชชัย อาหิมานและทัลมัย 11จากที่นั่น เขายกทัพไปรบกับชาวเมืองเดบีร์ -ซึ่งเคยเรียกว่าคีริยาท-เสเฟอร์ 12คาเลบกล่าวว่า 'ผู้ใดเข้าโจมตีและยึดเมืองคีรียาธ-เสเฟอร์ได้ ข้าพเจ้าจะยกอัคสาห์ บุตรสาวให้เป็นภรรยาของผู้นั้น' 13โอทนีเอล บุตรชายของเคนัส น้องชายของคาเลบยึดเมืองได้ คาเลบจึงยกอัคสาห์ บุตรสาวให้เป็นภรรยาของเขา 14ในวันแต่งงาน นางรบเร้าโอทนีเอลeให้ขอนาจากบิดาของนาง เมื่อนางลงจากหลังลา คาเลบก็ถามว่า 'ลูกต้องการอะไร?' 15นางตอบว่า 'ขอของขวัญแถมให้ลูกเถิด ที่นาที่คุณพ่อให้แก่ลูกนั้นเป็นที่แห้งแล้ง ขอให้ยกตาน้ำให้ลูกบ้าง!' คาเลบจึงให้ตาน้ำทางเหนือและทางใต้ของทุ่งนานั้นแก่นาง

16ลูกหลานของโฮบับ ชาวเคไนต์ บิดาภรรยาของโมเสสf ขึ้นไปพร้อมกับชนเผ่ายูดาห์จากเมืองดงอินทผลัม ไปถึงถิ่นทุรกันดารยูดาห์ทางใต้เมืองอาราคในแคว้นเนเกบ เขาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่นั่นกับชาวอามาเลข

17ชนเผ่ายูดาห์ออกเดินทางพร้อมกับพี่น้องชนเผ่าสิเมโอน เข้าโจมตีชาวคานาอันที่อยู่ในเมืองเศฟัทแล้วทำลายล้างเมืองนั้นเสีย และตั้งชื่อเมืองนั้นใหม่ว่าโฮรมาห์ 18ชนเผ่ายูดาห์เข้ายึดเมืองกาซาทับดินแดนโดยรอบ เมืองอัชเคโลนกับดินแดนโดยรอบ เมืองเอโครนกับดินแดนโดยรอบเมืองg 19พระยาห์เวห์ทรงสถิตอยู่กับชนเผ่ายูดาห์ เขาสามารถขับไล่คนที่อยู่ในแถบภูเขา แต่ไม่สามารถขับไล่ผู้คนที่อยู่ในที่ราบชายทะเล เพราะคนเหล่านั้นมีรถศึกเหล็ก

20คาเลบได้รับเมืองเฮโบรนตามที่โมเสสสั่งไว้ เขาขับไล่บุตรทั้งสามคนของยักษ์อานาคออกไปจากเมือง 21ชนเผ่าเบนยามินไม่ได้ขับไล่ชาวเยบุสที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มออกไป ชาวเยบุสจึงอยู่กับชนเผ่าเบนยามินในกรุงเยรูซาเล็มจนถึงวันนี้h

ชนเผ่าโยเซฟยึดเมืองเบธเอลi

22ชนเผ่าโยเซฟเข้าโจมตีเมืองเบธเอล และพระยาห์เวห์ทรงสถิตอยู่กับเขา 23ชนเผ่าโยเซฟส่งคนเข้าไปสอดแนมเมืองเบธเอล ซึ่งแต่ก่อนมีชื่อว่าลูส 24ผู้สอดแนมเห็นชายคนหนึ่งกำลังออกมาจากเมืองจึงพูดกับเขาว่า 'จงบอกทางเข้าเมืองให้พวกเราเถิด แล้วเราจะไว้ชีวิตท่านเป็นการตอบแทน' 25คนนั้นก็บอกทางเข้าเมืองให้ ชนเผ่าโยเซฟเข้าไปฆ่าฟันทุกคนในเมืองนั้น แต่ไว้ชีวิตชายคนนั้นพร้อมกับครอบครัวของเขา 26ชายคนนั้นไปในแผ่นดินของชาวฮิตไทต์แล้วสร้างเมืองขึ้นที่นั่น เรียกชื่อเมืองว่าลูส และเมืองก็มีชื่อนั้นจนถึงทุกวันนี้

ชนเผ่าทางเหนือj

27ชนเผ่ามนัสเสห์ไม่ได้ขับไล่ผู้ที่อยู่ในเมืองเบธ-ชาน กับหมู่บ้านรอบๆ เมืองทาอานาคกับหมู่บ้านรอบๆ เมืองโดร์กับหมู่บ้านรอบๆ เมืองอิบเลอัมกับหมู่บ้านรอบๆ และเมืองเมกิดโดกับหมู่บ้านรอบๆ ชาวคานาอันจึงยังคงอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้นต่อไป 28เมื่อชาวอิสราเอลมีกำลังแข็งแรงขึ้น เขาบังคับชาวคานาอันให้ทำงานเหมือนทาส แต่ไม่ได้ขับไล่ชาวคานาอันออกไปk 29ชนเผ่าเอฟราอิมก็ไม่ได้ขับไล่ชาวคานาอันที่อยู่ในเมืองเกเซอร์ออกไปl ชาวคานาอันจึงยังคงอยู่ที่เมืองเกเซอร์ท่ามกลางชนเผ่าเอฟราอิม ชนเผ่าเศบูลุนก็ไม่ได้ขับไล่ชาวเมืองคิทโรนและชาวเมืองนาหะโลลออกไป ชาวคานาอันจึงคงอยู่ท่ามกลางชนเผ่าเศบูลุน และถูกบังคับให้ทำงานเหมือนทาส 31ชนเผ่าอาเชอร์ก็ไม่ได้ขับไล่ชาวเมืองอัคโค ชาวเมืองไซดอน มาหะลาบm อัคซีบ เฮลบาห์ อาเฟก และเรโหบออกไป 32ชนเผ่าอาเชอร์ตั้งหลักแหล่งอยู่ท่ามกลางชาวคานาอันที่อยู่ในแผ่นดินนั้น เพราะไม่ได้ขับไล่เขาออกไป 33ชนเผ่านัฟทาลีก็ไม่ได้ขับไล่ชาวเมืองชาวเบธ-เชเมชและชาวเมืองเบธ-อานาทออกไป เขาตั้งหลักแหล่งท่ามกลางชาวคานาอันที่อยู่ในแผ่นดินนั้น แต่ชาวเมืองของเบธ-เชเมชและเบธ-อานาคถูกบังคับให้ทำงานเหมือนทาส 34ชาวอาโมไรต์ขับไล่ชนเผ่าดานให้ไปอยู่บนแถบภูเขาไม่ยอมให้ลงมาอยู่ในบริเวณที่ราบ 35ชาวอาโมไรต์คงอยู่ต่อไปในเมืองฮาร์เฮเรส อัยยาโลนและชาอัลบิม แต่ชนเผ่าโยเซฟสามารถเอาชนะชาวอาโมไรต์ได้และบังคับเขาให้ทำงานเหมือนทาส

36(เขตแดนของชาวอาโมไรต์n แผ่ไปจากช่องเขาอาครับบิมเลยเส-ลาขึ้นไป


1a บทที่ 1 รวบรวมเรื่องราวการเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอันที่แตกต่างไปจากเรื่องราวที่เล่าใน ยชว 1-12 มาก คือเล่าว่าการเข้ายึดครองเป็นผลงานของแต่ละเผ่าเพียงบางส่วน แต่ไม่สามารถเข้ายึดครองแผ่นดินได้ทั้งหมด หนังสือ วนฉ เล่าเรื่องการเข้ายึดครองแผ่นดินทางใต้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่าเรื่องเล่าตามอุดมการณ์ใน ยชว 10

            ในหนังสือ วนฉ เราพบธรรมประเพณียาห์วิสต์ซึ่งเน้นบทบาทสำคัญของเผ่ายูดาห์ (ดู ข้อ 9 และ 17) ผู้เรียบเรียงหนังสือ ยชว เป็นครั้งแรก ได้ตัดธรรมประเพณียาห์วิสต์นี้ออกไปเพราะไม่สอดคล้องกับโครงเรื่องและจุดประสงค์ทางเทววิทยาของตน แต่ผู้เรียบเรียงครั้งต่อมาได้นำธรรมประเพณีนี้บางเรื่องเพิ่มเข้าไป (ดู 14:6-15; 15:13-19) ผู้เรียบเรียงหนังสือ วนฉ จากสำนักเฉลยธรรมบัญญัติก็ได้รวบรวมธรรมประเพณียาห์เวิสต์เหล่านี้ อีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้เขียนไว้ในหนังสือ ยชว เพราะขัดกับเรื่องราวในนั้น แต่ได้เขียนเหมือนกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากอสัญกรรมของโยชูวา (ข้อ1)

b ชนเผ่ายูดาห์และสิเมโอนเป็นสองเผ่าทางใต้ (ดู ข้อ 17ฯ) ซึ่งดูเหมือนจะเข้าแผ่นดินคานาอันโดยตรงจากทางใต้ไม่อ้อมผ่านฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนเหมือนเผ่าอื่น ชนทั้งสองเผ่านี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานต่างหากไม่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของเผ่าอื่น (ดู บทที่ 5; กดว 14:39; 21:1)

c ดูเหมือนที่นี่มีความสับสนระหว่างชื่ออาโดนี-เบเซกกษัตริย์ของเบเซก กับอาโดนี-เศเดกกษัตริย์ของกรุงเยรูซาเล็ม (ใน ยชว 10:1-3) เพราะในข้อ 7 กล่าวถึงเมืองเยรูซาเล็มและข้อ 8 ซึ่งคงจะเป็นคำอธิบายของผู้คัดลอกที่ขัดกับข้อ 21 (ดู 2 ซมอ 5:6ฯ) การรบชนะที่เมืองเบเซกเป็นปัญหาเพราะเมืองนี้ตามที่เรารู้จักตั้งอยู่ระหว่างเมืองเชเคมและเมืองเบธ-ชาน ในดินแดนของชาวเปริสซี ห่างจากดินแดนของชนเผ่ายูดาห์และสิเมโอนมาก เรื่องนี้อาจจะเป็นเพียงเรื่องเล่าต่อๆกันมาจากสมัยบรรพบุรุษเมื่อชนเผ่าสิเมโอนยังอาศัยอยู่ในปาเลสไตน์ตอนกลาง

d ข้อ 9 นี้ผู้เรียบเรียงเขียนไว้เป็นการเกริ่นเรื่องราวซึ่งจะเล่าาต่อไปโดยสรุปว่าการยึดครองแผ่นดินทางใต้เป็นผลงานของชนเผ่ายูดาห์ แต่ในความเป็นจริงผลงานของชนเผ่าอื่นๆซึ่งในภายหลังเข้ามารวมกับชนเผ่ายูดาห์ คือคาเลบ ยึดเมืองเฮโบรน (ข้อ 20 ดู ยชว 14:6ฯ) โอทนีเอล ยึดเมืองเดบีร์ (ข้อ 13 ดู ยชว 15:15-17) ชนชาวเคไนต์ เข้ายึดครองแคว้นเนเกบใกล้เมืองอาราด (ข้อ 16) และชนเผ่าสิเมโอน ยึดเมืองโฮร์มาห์ (ข้อ 17)

e 'นางรบเร้าโอทนีเอล' ตามต้นฉบับภาษาฮีบรู “นางรบเร้าเขา” ต้นฉบับภาษากรีกว่า “เขารบเร้านาง” (ดู ยชว 15:18 เชิงอรรถ e

f 'ลูกหลานของโฮบับ ชาวเคไนต์' แปลตามต้นฉบับภาษากรีก (ดู 4:11;) ต้นฉบับฮีบรูว่า 'ลูกหลานของชาวเคไนต์คนนั้น' *”กับชาวอามาเลข” แปลจากต้นฉบับภาษากรีก –ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “กับประชาชน”

g ชนเผ่ายูดาห์ไม่ได้ยึดเมืองเหล่านี้ในดินแดนของชาวฟีลิสเตีย จนกระทั่งในสมัยกษัตริย์ดาวิด (2 ซมอ 5:17-25; 8:1) ต้นฉบับภาษากรีกแก้ข้อความนี้ ซึ่งขัดกับข้อความในข้อ 19 โดยทำให้เป็นประโยคปฏิเสธ 'ชนเผ่ายูดาห์ไม่ได้ยึดเมือง...'  

h กรุงเยรูซาเล็มนับเป็นเมืองหนึ่งของชนเผ่าเบนยามิน (ยชว 18:28) แต่ในความเป็นจริงเมืองนี้ไม่ได้ถูกยึดโดยชนเผ่าเบนยามิน แต่โดยกองกำลังของกษัตริย์ดาวิด (2 ซมอ 5:6-9) ข้อความเดียวกันนี้พบได้อีก ใน ยชว 15:63 แต่ที่นั่นกล่าวชัดเจนว่าชนเผ่ายูดาห์ไม่สามารถขับไล่ชนเยบุส

i เรื่องการยึดเมืองเบธเอลโดยการทรยศของชาวเมืองคนหนึ่งไม่มีเล่าใน หนังสือ ยชว

j ภาคแรกของบทนี้เล่าว่าชนเผ่ายูดาห์ประสบชัยชนะในดินแดนทางใต้แล้ว ภาคสองกลับเล่าถึงดินแดนที่ชนเผ่าอื่นๆทางเหนือไม่สามารถเข้ายึดครองได้

k อันที่จริงเมืองเหล่านี้ไม่ได้ถูกยึดครองจนถึงสมัยมีกษัตริย์ปกครอง (1 พกษ 9:15-22)

l เมืองเกเซอร์ตั้งอยู่ริมทางระหว่างกรุงเยรูซาเล็มไปเมือง-ยัฟฟา ในที่ราบฟีลิสเตีย เผ่าทางใต้จึงถูกแยกจากเผ่าทางเหนือเกือบโดยสิ้นเชิง

m 'มาหะลาบ' แปลตาม ยชว 19:29 ต้นฉบับฮีบรูว่า 'อัคลาบ'

n 'ชาวอาโมไรต์' ต้นฉบับภาษากรีกว่า “ชาวเอโดม” ข้อ 36 นี้คงจะเป็นข้อความเพิ่มเติมของผู้คัดลอก