Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ฉ. สนธิสัญญาระหว่างอิสราเอลกับชาวกิเบโอน

การรวมกำลังต่อสู้กับชาวอิสราเอล

9 1เมื่อได้ยินเรื่องเหล่านี้ กษัตริย์ทุกคนทางฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ตามที่ราบสูงและที่ราบต่ำ ตามบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปทางเลบานอน ชาวฮิตไทต์ อาโมไรต์ คานาอัน เปริสซี ฮีไวต์และคนเยบุส ได้ตกลงที่จะรวมตัวเป็นพันธมิตรในการต่อสู้กับโยชูวาและอิสราเอล

อุบายของชาวกิเบโอนa

3เมื่อพลเมืองของกิเบโอนทราบเรื่องว่าโยชูวาได้กระทำกับเยริโคและอัยอย่างไร ในส่วนของพวกเขา 4พวกเขาได้หันไปใช้อุบาย พวกเขาได้จัดเตรียมสัมภาระb และจัดการนำกระสอบเก่าและถุงหนังใส่เหล้าเก่าซึ่งแตกและถูกเย็บขึ้นบรรทุกลา 5พวกเขาสวมรองเท้าปะและเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย ขนมปังที่พวกเขานำติดตัวไปรับประทานก็แห้งแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย

6พวกเขามาหาโยชูวาในค่ายที่กิลกาล และกล่าวกับเขาและคนของอิสราเอลว่า 'เรามาจากประเทศห่างไกล จงทำสนธิสัญญากับเราเถิด' 7ชาวอิสราเอลตอบคนฮีไวต์เหล่านี้ว่า 'เท่าที่พวกเรารู้ พวกท่านอาจอาศัยอยู่ท่ามกลางเราทีเดียว แล้วเราจะทำสนธิสัญญากับพวกท่านอย่างไร?' 8พวกเขากล่าวกับโยชูวาว่า 'เรายอมเป็นข้ารับ

ใช้พวกท่าน' 'แต่พวกท่านเป็นใคร?' โยชูวาถามพวกเขา 'และพวกท่านมาจากที่ไหน? 9พวกเขากล่าวว่า 'ข้ารับใช้เหล่านี้มาจากประเทศหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปมาก และได้มาเพราะได้ยินกิตติศัพท์ของพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกท่าน เราได้ยินเกี่ยวกับพระองค์และเกี่ยวกับทุกสิ่งที่ได้ทรงกระทำในอียิปต์ 10เกี่ยวกับทุกสิ่งที่ได้ทรงทำกับกษัตริย์อาโมไรต์สองคนซึ่งเคยมีชีวิตอยู่ทางอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดน คือกษัตริย์สิโหนของเฮชโบน และโอก กษัตริย์ของบาชาน ซึ่ง เคยอยู่ที่อัชทาโรท 11เพราะเหตุนี้ ผู้อาวุโสและประชาชนของเราทั้งประเทศได้กล่าวกับเราว่า "จงจัดเตรียมสัมภาระสำหรับเดินทาง ไปพบพวกเขาและกล่าวกับพวกเขาว่า เราเป็นข้ารับใช้ของพวกท่าน โปรดทำสนธิสัญญากับพวกเราเถิด" 12ดูสินี่คือขนมปังของเรา มันยังอุ่นอยู่เลยเมื่อเรานำออกจากจากบ้านเพื่อเตรียมสำหรับการเดินทางในวันที่เราออกเดินทางมาหาพวกท่าน แต่เวลานี้ อย่างที่พวกท่านเห็น มันแห้งกรอบเป็นเศษเล็กเศษน้อย 13ถุงเหล้าองุ่นเหล่านี้ยังใหม่อยู่เมื่อเราเติมใส่เหล้า พวกท่านก็เห็นว่ามันแตกจนหมด ส่วนเสื้อผ้าและรองเท้าของเราก็ขาดหลุดรุ่ยจากการเดินทางอันยาวไกล'

          14พวกผู้นำc ได้สุ่มลองชิมอาหารที่พวกเขามอบให้ แต่พวกเขาไม่ได้ถามว่าพระยาห์เวห์ทรงมีรับสั่งประการใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ 15โยชูวาได้ทำสัญญาสันติภาพกับพวกเขา และได้ทำสนธิสัญญากับพวกเขาโดยรับประกันชีวิตของพวกเขา และพวกผู้นำของชุมชนd ได้ลงนามรับรองสนธิสัญญานั้นด้วยคำสาบาน

16แต่ปรากฏว่า สามวันหลังจากการทำสนธิสัญญา พวกเขาได้มาทราบว่า คนเหล่านั้นเป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่อาศัยอยู่ในเขตของอิสราเอล 17ชาวอิสราเอลได้ออกจากค่าย และมาถึงเมืองของพวกเขาหลังจากเดินทางสามวัน เมืองของพวกเขาคือกิเบโอน เคฟีราห์ เบเอโรทและคีริยาท-เยอาริม 18ชาวอิสราเอลไม่ได้โจตีพวกเขา เนื่องจากผู้นำของชุมชุนได้สาบานกับพวกเขาไว้ต่อพระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล แต่ชุมชนได้บ่นว่าพวกผู้นำ

ตำแหน่งของชาวกิเบโอนในชุมชน

19อย่างไรก็ตาม พวกผู้นำไปกล่าวกับชุมชนว่า 'เนื่องจากเราได้สาบานกับพวกเขาไว้ต่อพระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล เราไม่สามารถแตะต้องพวกเขาได้ในเวลานี้ 20เราจะทำดังนี้กับพวกเขา เราจะปล่อยให้พวกเขามีชีวิตe ดีกว่าที่จะนำการลงโทษมาสู่ตัวเราเพราะคำสาบานที่เราได้กล่าวไว้กับพวกเขา' 21และพวกผู้นำไปกล่าวต่อ

ว่า 'ให้พวกเขามีชีวิต แต่ให้เป็นคนตัดไม้และคนแบกน้ำสำหรับชุมชนทั้งหมด' พวกผู้นำได้กล่าวดังนั้น 22โยชูวาได้ส่งคนไปตามชาวกิเบโอนและถามพวกเขาว่า 'ทำไมพวกท่านจึงหลอกลวงเราโดยกล่าวว่า "เราอาศัยอยู่ห่างไกล" เมื่อในความเป็นจริง พวกท่านอาศัยอยู่ใกล้พวกเรา? 23ตั้งแต่นี้ไป พวกท่านต้องถูกสาปแช่ง และจะต้องเป็นทาสบริวารตลอดไป เป็นคนตัดฟืนและคนแบกน้ำในนิเวศน์ของพระเจ้าของข้าพเจ้า'f 24คำตอบของพวกเขาแก่โยชูวามีว่า 'เราได้ทำไปเพราะข้ารับใช้ได้รับการบอกกล่าวมาอย่างถูกต้องว่า พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านได้ทรงมีรับสั่งแก่โมเสสข้ารับใช้ของพระองค์ให้ยกประเทศนี้ทั้งหมดแก่ท่านและทำลายพลเมืองทั้งหมดไปต่อหน้าท่าน นอกนั้นยังเป็นเพราะเมื่อท่านเคลื่อนมาทางเรา เรากลัวมากว่าจะต้องเสียชีวิต นั่นคือเหตุผลที่เราได้ทำสิ่งนี้ 25เวลานี้ ดังที่ท่านเห็น เราอยู่ในอำนาจของท่าน เชิญทำสิ่งที่ท่านเห็นดีและคิดว่าถูกต้องเถิด' 26สิ่งที่เขาได้ทำกับพวกเขามีดังนี้ เขาได้ช่วยพวกเขาให้รอดจากมือของชาวอิสราเอล ผู้ไม่ได้ฆ่าพวกเขาg 27แต่วันนั้นเอง โยชูวาได้สั่งให้พวกเขาเป็นคนตัดฟืนและคนแบกน้ำสำหรับชุมชน และสำหรับพระแท่นของพระยาห์เวห์ ตรงที่ซึ่งเขาจะเลือก และพวกเขายังทำเช่นนั้นอยู่จนทุกวันนี้


9a เรื่องนี้ทั้งหมดมีลักษณะการเขียนตามลีลาของธรรมประเพณีเฉลยธรรมบัญญัติ แม้ผู้เรียบเรียงได้ใช้ธรรมประเพณีโบราณ ซึ่งมาจากเผ่าเบนยามินอย่างแน่นอน แต่เราก็ไม่สามารถแยกแยะธรรมประเพณีโบราณเหล่านี้ได้ 'ชาวกิเบโอน' อาศัยอยู่ไม่เฉพาะในเมืองกิเบโอน (เอล-ยิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเยรูซาเล็มเท่านั้น) แต่ยังอาศัยอยู่ในเมืองใกล้เคียงอีกสามเมืองที่มีชื่อในข้อ 17 ชาวกิเบโอนเป็นคนต่างด้าว ไม่ใช่ชาวคานาอัน แต่เข้ามาแทรกอาศัยอยู่ท่ามกลางชาวคานาอัน (ดู ข้อ 7; 11:19) เพราะฉะนั้นจึงแยกตัวจากชาวคานาอันและต้องการทำพันธสัญญากับชาวอิสราเอล สนธิสัญญาระหว่างชาวกิเบโอนกับชาวอิสราเอลต้องมีมาแต่โบราณแล้ว ดังจะเห็นได้จากการที่กษัตริย์ดาวิดทรงชดเชยความผิดที่กษัตริย์ซาอูลได้กระทำต่อชาวกิเบโอน (2 ซมอ 21) แต่วิธีเล่าเรื่องในที่นี้แสดงเจตนาที่จะอธิบายเหตุผลทางเทววิทยาว่าทำไมสนธิสัญญากับชาวกิเบโอนนี้ไม่ขัดกับกฎการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ (ดู 6:17 เชิงอรรถ c) กฎเหล่านี้ไม่มีผลบังคับใช้กับชนชาติที่อยู่นอกแผ่นดินคานาอัน ชาวกิเบโอนจึงใช้อุบายทำเป็นคนที่เดินทางมาจากไกล เมื่อชาวอิสราเอลสาบานเป็นมิตรกับชาวกิเบโอนแล้วจะคืนคำไม่ได้

b ต้นฉบับภาษาฮีบรูไม่ชัด เราจึงแปลตามต้นฉบับภาษากรีกคล้ายกับข้อ 9:12 แต่บางคนแปลว่า “เขาปลอมตัว”

c 'บรรดาหัวหน้า' แปลตามต้นฉบับภาษากรีก ในต้นฉบับภาษาฮีบรู มีว่า 'ผู้ชาย' การที่หัวหน้าชาวอิสราเอลยอมรับอาหารจากชาวกิเบโอน เท่ากับว่า ชาวอิสราเอลยอมทำพันธสัญญากับเขา (ปฐก 31:46ฯ)

d 'ชุมชน' เป็นศัพท์เฉพาะของตำนานสงฆ์หมายถึงชาวอิสราเอลที่มาชุมนุมกันเพื่อนมัสการพระเจ้าหรือเพื่อตัดสินใจในเรื่องสำคัญของส่วนรวม (ดู บทที่ 22 โดยเฉพาะข้อ 12;) วนฉ 20:1; 1 พกษ 12:20

e 'เราจะปล่อยให้เขามีชีวิต' บางคนแปลว่า “ท่านจงปล่อย…” อาจเป็นข้อเสนอของบรรดาหัวหน้าให้โยชูวาปล่อยชาวกิเบโอนให้มีชีวิตอยู่ต่อไป

f ”บ้านของพระเจ้า” ซึ่งมักจะเข้าใจว่าหมายถึง พระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มนั้น ในที่นี้น่าจะหมายถึง สักการสถานที่เมืองกิเบโอนมากกว่า (1 พกษ 3:4) ชาวกิเบโอนที่ทำงานในสักการสถานแห่งนี้ไม่ใช่คนพวกเดียวกับผู้รับใช้ในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม (อสร 2:43,55) เพราะเอสราห์ยืนยันว่ากษัตริย์ดาวิดทรงจัดตั้งสถาบันนี้ขึ้น คนกิเบโอนสมัครใจที่จะเป็นผู้รับใช้ในอิสราเอล (ข้อ 11; เทียบ ฉธบ 29:10) จึงมีฐานะต่ำกว่าชาวอิสราเอลอื่นๆ และสภาพนี้ไม่ใช่การลงโทษ

g กษัตริย์ซาอูลจะละเมิดสนธิสัญญากับชาวกิเบโอนนี้ กษัตริย์ดาวิดจึงต้องชดเชยความผิดโดยส่งตัวบุตรหลานกษัตริย์ซาอูลให้ชาวกิเบโอนไปประหารชีวิต (2 ซมอ 21:1-14)