Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

การยึดเมืองเยริโคa

6 1เวลานี้ เยริโคได้ปิดประตูเมืองและนำเครื่องกีดขวางมาวางไว้ (เพื่อป้องกันชาวอิสราเอล) ไม่มีผู้ใดเข้าออกได้   2พระยาห์เวห์จึงตรัสกับโยชูวาว่า 'ดูเถิด เรากำลังจะมอบเยริโค ทั้งกองทัพชั้นยอดและกษัตริย์ไว้ในอำนาจของท่าน 3พวกท่านที่เป็นนักรบทุกคนจะเดินเป็นขบวนไปรอบเมือง (เดินวนขวาจนรอบเมืองวันละรอบ ทำเช่นนี้หกวันติดต่อกัน 4สมณะเจ็ดรูปจะเดินถือแตรเขาแกะเจ็ดอันนำหน้าหีบพันธสัญญา ในวันที่เจ็ด พวกท่านจะต้องเดินรอบเมืองเจ็ดรอบและพวกสมณะจะเป่าแตร) 5เมื่อเสียงแตรเขาแกะดังขึ้น (เมื่อพวกท่านได้ยินเสียงแตร) ประชาชนทั้งหมดจะต้องตะโกนร้องออกศึกอย่างกึกก้องb และกำแพงเมืองจะพังทลายลงในบัดนั้นและตรงนั้นเอง หลังจากนั้น ประชาชนจะวิ่งกรูเข้าโจมตี ให้แต่ละคนวิ่งตรงไปข้างหน้า'

6โยชูวา บุตรของนูน ได้เรียกประชุมพวกสมณะและกล่าวกับพวกเขาว่า 'จงแบกหีบพันธสัญญา และจัดสมณะเจ็ดรูปเดินถือแตรเขาแกะเจ็ดอันนำหน้าหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์' 7แล้วเขากล่าวกับประชาชนว่า 'หน้า เดิน! จงเดินไปรอบเมือง ให้กองทัพหน้าเดินนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์!' 8(ทุกสิ่งเป็นไปตามที่โยชูวาได้สั่งประชาชน) สมณะเจ็ดรูปผู้เดินถือแตรเขาแกะเจ็ดอันเดินเป่าแตรนำหน้าพระยาห์เวห์ หีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ติดตามหลังพวกเขา 9กองทัพหน้าเดินนำพวกสมณะที่เป่าแตร กองทัพหลังเดินตามหลังหีบพันธสัญญา ประชาชนเดินทัพ เสียงแตรดังขึ้น

10โยชูวาให้คำสั่งแก่ประชาชนดังนี้ 'อย่าตะโกนร้องออกศึก อย่าให้ใครได้ยินเสียงของพวกท่าน (แม้แต่คำเดียวจะต้องไม่หยุดออกจากปาก) จนกว่าจะถึงวันที่ข้าพเจ้าจะกล่าวว่า 'จงตะโกนร้องออกศึก' นั่นเป็นเวลาที่พวกท่านจะต้องตะโกนร้องออกศึก'

11เขาได้สั่งให้แบกหีบไปรอบเมือง (เดินรอบเมืองหนึ่งรอบ) หลังจากนั้น พวกเขาเดินกลับค่ายและพักแรม 12โยชูวาลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ และพวกสมณะได้แบกหีบของพระยาห์เวห์   13สมณะเจ็ดรูปเดินถือแตรเขาแกะเจ็ดอันนำหน้าหีบของพระยาห์เวห์   พวกเขาเดินเป่าแตร มีกองทัพหน้าเดินนำพวกเขา และกองทัพหลังเดินตามหลังหีบของพระยาห์เวห์ และการเดินขบวนเป็นไปตามเสียงแตร

14พวกเขาเดินรอบเมืองวันละรอบ (ในวันที่สอง) แล้วเดินกลับค่าย เป็นเช่นนี้หกวัน 15ในวันที่เจ็ด พวกเขาลุกขึ้นตอนรุ่งสาง และเดินทัพ (ในลักษณะเดียวกัน) รอบเมืองเจ็ดรอบ (นี่เป็นเพียงวันเดียวที่พวกเขาเดินทัพรอบเมืองเจ็ดรอบ) 16ในรอบที่เจ็ด พวกสมณะเป่าแตรและโยชูวากล่าวกับประชาชนว่า "จงตะโกนร้องออกศึก เพราะพระยาห์เวห์ทรงมอบเมืองแก่พวกท่านแล้ว!'

เมืองเยริโคโดนคำสาปให้ถูกทำลายc

17'เมืองและผู้คนในเมืองถูกมอบถวายพระยาห์เวห์ภายใต้การสาปแช่งให้ถูกทำลาย มีแต่ราหับ หญิงโสเภณีเพียงคนเดียวจะได้รับการไว้ชีวิต พร้อมกับทุกคนที่อยู่ในบ้านของนาง เพราะนางได้ซ่อนตัวสายสืบที่เราได้ส่งไป   18แต่พวกท่านเองจงระวังการโดนคำสาปให้ถูกทำลายเช่นกัน ด้วยเกรงว่า เพราะความโลภ พวกท่านอาจยึดเอาบางสิ่งทต้องคำสาปให้ถูกทำลาย การกระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการทำให้ค่ายของอิสราเอลต้องคำสาปเดียวกัน และนำหายนะมาให้d 19เงินและทองคำทุกชิ้น ทุกสิ่งที่ทำจากทองสัมฤทธิ์หรือเหล็ก จะต้องถูกยกถวายแด่พระยาห์เวห์ และเก็บรักษาไว้ในคลังของพระองค์'

20ประชาชนส่งเสียงร้องออกศึก เสียงแตรดังขึ้น เมื่อประชาชนได้ยินแสียงแตร พวกเขาตะโกนร้องออกศึกดังกึกก้อง และกำแพงเมืองได้พังทะลายลงมาในบัดนั้นเอง ประชาชนบุกเข้าเมืองโดยทันที แต่ละคนวิ่งตรงไปข้างหน้า และพวกเขาเข้ายึดเมืองได้ 21พวกเขาจัดการตามคำแช่งให้ถูกทำลายกับทุกคนในเมือง ไม่ว่าชายหรือหญิง คนหนุ่มหรือคนชรา รวมทั้งวัว แกะและลา ถูกพวกเขาฆ่าทิ้งจนหมด

 ครอบครัวของราหับได้รับการไว้ชีวิตe

22โยชูวากล่าวกับชายสองคนผู้ได้สอดแนมประเทศ 'จงไปบ้านของโสเภณีคนนั้น นำนางออกมาพร้อมกับทุกคนในครอบครัวของนางตามที่พวกท่านได้สัญญาไว้'   23ชายหนุ่มทั้งสองที่ได้ไปสอดแนมจึงไปนำรำหับออกมาพร้อมกับบิดามารดา พี่น้องของนางและทุกสิ่งที่เป็นของนาง พวกเขาพาคนในตระกูลของนางออกมาด้วย และจัดให้พวกเขาอยู่ในที่ปลอดภัยนอกค่ายของชาวอิสราเอล

24พวกเขาเผาเมืองและทุกสิ่งภายในเมืองนั้น ยกเว้นเงิน ทองและสิ่งของที่ทำจากทองสัมฤทธิ์และเหล็ก ทรัพย์สินเหล่านี้ถูกนำไปเก็บไว้ในคลังสมบัติของวิหารของพระยาห์เวห์ 25แต่โยชูวาไว้ชีวิตราหับ หญิงโสเภณี ครอบครัวของบิดาของนางและทุกสิ่งที่เป็นของนาง นางยังอยู่ในอิสราเอลจนทุกวันนี้ เพราะนางได้ซ่อนตัวผู้นำข่าวที่โยชูวาได้ส่งเข้าไปสอดแนมเยริโค

คำแช่งผู้คิดสร้างเยริโคขึ้นใหม่

26เวลานั้น โยชูวาได้ให้ชาวอิสราเอลทุกคนสาบานต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์ ดังนี้

         ขอคนนั้นจงถูกสาปแช่งต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์

         ผู้ลุกขึ้นและสร้างเมืองนี้ขึ้นใหม่ (เยริโค)!

         ผู้ใดวางรากฐานเมือง จะต้องสูญเสียบุตรหัวปี

         ผู้ใดสร้างประตูเมือง ก็ต้องสูญเสียบุตรชายคนสุดท้อง!

     27ดังนี้ พระยาห์เวห์ทรงประทับอยู่กับโยชูวา ชื่อเสียงของเขาแผ่ไปทั่วประเทศ


6a แหล่งกำเนิดของเรื่องนี้คงจะเป็นธรรมประเพณีที่รักษาไว้ในสักการสถานที่เมืองกิลกาล ซึ่งอธิบายว่าพระยาห์เวห์ทรงทำลายกำแพงเมืองเยริโคเป็นเหตุการณ์แรกของสงครามที่ทรงทำในแผ่นดินคานาอัน (ข้อ 2-10; 15-16, 20-21) หีบพันธสัญญาเป็นเครื่องหมายของการประทับอยู่ของพระยาห์เวห์ พระองค์เพียงผู้เดียวทรงกระทำทุกอย่าง การเล่าเรื่องนี้แต่เดิมมีลักษณะเป็นเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์ ในภายหลังถูกเปลี่ยนแปลงให้มีลักษณะเป็นการบรรยายพิธีกรรมทางศาสนาโดยเพิ่มรายละเอียดที่เน้นบทบาทของพวกบรรดาสมณะ ต้นฉบับภาษาฮีบรูมีความยาวมากกว่าต้นฉบับภาษากรีก LXX ซึ่งละข้อความซ้ำซากออกทั้งหมด (เราจะแปลตามต้นฉบับภาษาฮีบรู) การเล่าเรื่องแม้ในรูปแบบดั้งเดิมไม่มีลักษณะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ตามที่เราเข้าใจในสมัยปัจจุบัน แต่ก็ยังเป็นไปได้ด้วยว่าชาวอิสราเอลเข้ายึดเมืองเยริโคได้จริงๆ (ดู 2:1 เชิงอรรถ a; 24:11) นักโบราณคดีไม่พบหลักฐานว่าเมืองเยริโคถูกทำลายในปลายศตวรรษที่สิบสามก่อนคริสตกาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการยึดครองไม่ได้เกิดขึ้น เพราะหลักฐานของการทำลายอาจสูญหายไปเนื่องจากพื้นดินชั้นนั้นถูกน้ำกัดเซาะ

b ”ตะโกนเป็นเสียงออกศึก” ดู กดว 10:5 เชิงอรรถ a

c การทำลายโดยสิ้นเชิง (ภาษาฮีบรู herem) หมายถึงการถวายทุกสิ่งที่ยึดมาได้แด่พระเจ้าอย่างเด็ดขาด ดังนั้นคนและสัตว์จึงถูกฆ่า และสิ่งของที่ยึดได้จะตกเป็นของสักการสถาน การสาบานที่จะทำลายโดยสิ้นเชิงเช่นนี้เป็นกิจกรรมทางศาสนา เป็นกฎในสงครามศักดิ์สิทธิ์ อาจจะทำตามคำสั่งจากพระเจ้า (ฉธบ 7:1-2; 20:13ฯ; 1 ซมอ 15:3) หรือจากการที่คนหนึ่งบนบานขอให้ได้ชัยชนะ (กดว 21:2) การละเมิดไม่ปฏิบัติตามคำสาบานนี้จึงเป็นการสบประมาทพระเจ้าและจะต้องถูกลงโทษสถานหนัก (ยชว 7 ดู 1 ซมอ 15:16-23) หลักการเช่นนี้อาจมีข้อยกเว้นได้ในบางครั้ง (8:26-27; กดว 31:15-23; ฉธบ 2:34-35; 3:6-7; 20:13-14) ในภายหลังความคิดที่ว่าพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาผู้เมตตากรุณาจะเปลี่ยนความคิดดั้งเดิมที่ว่าพระเจ้าทรงเรียกร้องให้มนุษย์ทำลายศัตรูเช่นนี้ เป็นการแสดงว่าพระองค์ทรงอำนาจปกครองเหนือทุกสิ่งโดยเด็ดขาด (ดู ปชญ 1:13 และโดยเฉพาะพันธสัญญาใหม่ เช่น มธ 5:44-45)

d 'โลก' เสริมจากต้นฉบับภาษากรีก (ดู 7:21 และ ฉธบ 7:25)

e ข้อความนี้เป็นตอนสุดท้ายของเรื่องนางราหับและผู้สอดแนม(บทที่ 2) เรื่องนี้อยู่ในความทรงจำของชาวอิสราเอลเพราะลูกหลานของนางราหับรักษาไว้ (ข้อ 25)