Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2014
อัฐมวารพระคริสตสมภพ
ลก 2:22-35…
22เมื่อครบกำหนดเวลาที่มารดาและบุตรจะต้องทำพิธีชำระมลทิน ตามธรรมบัญญัติของโมเสส โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์นำพระกุมารไปที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายแด่ พระเจ้า 23มีเขียนไว้ในธรรมบัญญัติของพระเจ้าว่า จะต้องถวายบุตรชายคนแรกแด่พระเจ้า 24และถวายเครื่องบูชาคือนกเขาหนึ่งคู่หรือนกพิราบสองตัว ตามที่มีกำหนดไว้ในธรรมบัญญัติของพระเจ้า 25เวลานั้น ที่กรุงเยรูซาเล็ม ชายผู้หนึ่งชื่อสิเมโอน เป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า เขารอคอยความรอดพ้นของอิสราเอล พระจิตเจ้าสถิตอยู่กับเขา 26และทรงเปิดเผยให้เขารู้ว่า เขาจะไม่ตายก่อนที่จะได้เห็นพระคริสต์ของพระเจ้า

27พระจิตเจ้าทรงนำสิเมโอนเข้าไปในพระวิหาร ขณะที่โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์นำพระกุมารเข้ามาปฏิบัติตามที่ธรรมบัญญัติ กำหนดไว้ 28สิเมโอนรับพระกุมารมาอุ้มไว้ และกล่าวถวายพระพรแด่พระเจ้าว่า
29ข้าแต่พระเจ้า
บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุข
ตามพระดำรัสของพระองค์
30เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดพ้น
31ผู้ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับนานาประชาชาติ
32เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนต่างชาติรู้จักพระองค์
และเป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับอิสราเอลประชากรของพระองค์

33โยเซฟประหลาดใจในถ้อยคำที่กล่าวถึงพระกุมาร พระนางมารีย์ก็ทรงรู้สึกเช่นเดียวกัน 34สิเมโอนอวยพรท่านทั้งสองและกล่าวแก่พระนางมารีย์ พระมารดาว่า “พระเจ้าทรงกำหนดให้กุมารนี้เป็นเหตุให้คนจำนวนมากในอิสราเอลต้องล้มลง หรือลุกขึ้น และเป็นเครื่องหมายแห่งการต่อต้าน 35เพื่อความในใจของคนจำนวนมากจะถูกเปิดเผย” ส่วนท่าน ดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่าน

 อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• บทเพลงสรรเสริญ บทที่ 4 ที่นักบุญลูการ้อยเรียงไว้... “บทเพลงของสิเมโอน” (Nunc Dimittis) พ่อขอทวนบทเพลงทั้งสี่บทนี้อีกทีครับ

o บทเพลงสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าทั้ง 4 บทเพลงนี้คือ
1. เพลงสรรเสริญของแม่พระ Magnificat (ลก 1:46-56) 
2. บทเพลงของเศคาริยาห์ Benedictus (ลก 1:67-79) 
3. บทเพลงของทูตสวรรค์ในที่สูงสุด Gloria in Excelsis Deo (ลก 2:13-14)
4. บทเพลงของสิเมโอน Nunc Dimittis (ลก 2:28-32)


• บทเพลงที่ 4 คือ บทเพลงที่เราได้อ่านจากพระวรสารวันนี้ครับ..

o วันนั้น ที่พระแม่มารีย์และนักบุญโยเซฟ พาพระกุมารไปถวายที่พระวิหารตามธรรมบัญญัติของโมเสส ท่านทั้งสองทำตามบัญญัติของพระเจ้า อุ้มพระกุมาร “องค์พระบัญญัติ” ไปถวายเพื่อทำตามธรรมบัญญัติ นี่คือสิ่งที่น่าทึ่งจริงๆ พระองค์ทรงเสด็จมาบังเกิด ทรงยอมรับเงื่อนไขต่างๆของมนุษย์และน้อมตามพระบัญญัติของพระเจ้า เป็นเครื่องหมายแห่งความถ่อมพระองค์จริงๆ

o เครื่องบูชา นกเขาหรือนกพิราบเป็นเครื่องบูชาของคนยากจน... ท่านทั้งสองได้ถวายเครื่องบูชาแบบคนยากจน เป็นเครื่องหมายให้เห็นจริงๆว่า พระเยซูทรงเสด็จมาบังเกิดอย่างยากจนและถ่อมพระองค์นี่คือเจตนาของนักบุญลูกา เสมอมา


• ท่านผู้เฒ่าสิเมโอน ความชราและตาพร่ามัวเป็นเครื่องหมายของ “พันธสัญญาเดิม” 


• เป็นเครื่องหมายของการรอคอยยาวนานที่จะได้เห็น “องค์ความรอด” คือ “พระเยซู ความรอของอิสราเอล”

o ตาที่พร่ามัวและเจียนบอดแล้ว คือ การขาดแสงสว่างและรอคอยการได้เห็นแสงสว่างจริงๆ และ

o เมื่อท่านสิเมโอนได้พบ... ท่านได้อุ้มพระกุมารขึ้นสรรเสริญพระเจ้าด้วยการขับร้อง ประกาศตายตาหลับ ไปเป็นสุขได้แล้ว 

o ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิเมโอนคือเครื่องของหมายของความหวัง การรอคอย จนกระทั่งพระองค์เสด็จเข้ามาในพระวิหาร สิเมโอนได้ “อุ้ม” ได้อุ้มพระกุมารองค์พระสัญญาและแสงสว่างแท้ของโลก เราดูเพลงสรรเสริญของท่านสิครับ เป็นบทเพลงแห่งความสุขที่สุด ขนาดที่ร้องลั่นว่า “ข้าพเจ้าไปเป็นสุขได้ หรือตายตาหลับได้แล้ว”


• เรามาศึกษาเพลงสั้นๆบทนี้ด้วยกันหน่อยนะครับ


• “บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุขตามพระดำรัสของพระองค์”

o สิเมโอนประกาศ พร้อมจะตายแล้ว พร้อมจะไปแล้ว การรอคอยยาวนานมาถึงจุดที่ได้พบแล้ว ท่านประกาศต่อพระเจ้าเลยว่า Nunc Dimittis อ่านว่า “นุง ดีมิตติส” แปลว่า “บัดนี้ พระองค์ส่งข้าพเจ้า...” ในใจความที่ว่า หมดห่วงแล้ว ให้พระเจ้าโปรดให้ตายได้เลยเพราะได้พบพระคริสตเจ้า ได้อุ้มพระกุมารแล้ว แปลอย่างง่าย “ตายตาหลับแล้ว” ไม่มีอะไรต้องรออีกแล้ว ได้พบแล้ว

o พี่น้องครับ...พระเยซูเจ้า พระกุมาร คือ สุดยอดของการ “ได้พบประสบ” ของชีวิตของเรานะครับ จงยินดีเต็มเปี่ยมเถิดนะครับ


• “เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดพ้น”

o พร้อมจะตายได้เลย เพราะได้เห็น องค์ความรอด สุขที่ไหนจะมาเปรียบปาน เมื่อได้เห็น ได้มีความสุข ได้พบองค์ความรอดแล้ว ท่านสิเมโอนทำให้เรารู้ว่า ตาของท่านได้เห็นความรอด ท่านมีความสุขที่สุด...

o พี่น้องที่รัก เราได้สัมผัส ได้เห็น ได้รู้จักพระคริสตเจ้าในการฉลองคริสต์มาส เราได้สัมผัสพระองค์ในเพื่อนพี่น้องผู้มีใจดีเหลือเกิน พี่น้องครับ มั่นใจเถอะ “พระองค์คือองค์ความรอดของเรา” 

o สองสามวันก่อนพ่อฟังรายการวิทยุ พ่อได้ยินถ้อยคำของคนที่ไม่มีความเชื่อในพระเจ้า เขาใช้เวลายาวนานมาก พยายามพิสูจน์ว่าเรื่องพระเจ้าเป็นเรื่องไร้สาระและไม่มีเหตุผล เพราะศาสนาต้องเป็นศาสนาแห่งเหตุผล... ปฏิเสธความเชื่อในพระเจ้า เขาใช้เวลาพูดอยู่ยาวนาน พ่อก็ฟังไปก็อมยิ้ม... “เหนื่อยนะครับที่จะพยายามปฏิเสธพระเจ้า... เพราะถ้าไม่มีอยู่จริงแล้วจะมานั่งปฏิเสธทำไมหนอ...” และเน้นว่าต้องใช้เหตุผลพิสูจน์ได้... เหตุผลของเราคือพระเจ้าเอง เหนือกว่าเหตุผลใดๆ... เหนื่อยครับ... “เราคริสตชนเชื่อเถอะ ความเชื่อ คือ ความจริงในความเชื่อ และเหตุผลคือความเชื่อเอง... มีความสุขถ้าได้เชื่อ... คนที่เขาพยายามปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีก เขาก็เชื่อในความพยายามของเขาครับแม้ต้องแจวเรือในอ่างน้ำก็ตาม... “วน” 

o เราได้เห็น “ความรัก” ของพระองค์ เชื่อมั่นในพระองค์ได้เลยครับ “มีความสุขในความเชื่อเถอะครับ”


• “ผู้ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับนานาประชาชาติ”

o พระเยซู พระกุมาร คือ ของขวัญสำหรับมนุษย์ทุกคน ไม่เว้นใครเลย... ไม่มีใครอยู่นอกหรือไม่ได้อยู่ในเป้าหมายของการประทานของขวัญนี้เลยสักคน...

o พ่ออยากจะบอกว่า แม้แต่ผู้ที่พยายามปฏิเสธพระองค์ ไม่ต้อนรับพระองค์ พระองค์ก็เสด็จมาเพื่อพวกเขาด้วย.. นี่เป็นองค์ความรอดสำหรับทุกคนจริงๆ

o พ่ออยากบอกความจริงว่า “พระเจ้า พระเยซู ทรงพระทัยกว้างขวางที่สุด รักที่สุด ตายเพื่อความรอดของทุกคน แม้แต่คนที่ปฏิเสธพระองค์ด้วย” มีพระเจ้าหรือศาสนาใดเล่าจะชี้ถึงความรักถึงเพียงนี้...


• “เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนต่างชาติรู้จักพระองค์”

o เราได้ยินเรื่องโหราจารย์จากบูรพา เราทราบว่า พวกเขาได้รู้จักแสงสว่างนั้น แม้เรื่องนี้จะอยู่ในพระวรสารนักบุญมัทธิว แต่เรายอมรับว่าคนต่างชาติมองเห็นดาวประจำพระองค์ได้เห็นแสงนั้น พวกเขาได้ติดตาม ได้นมัสการพระองค์

o พ่อคิดว่า พวกเราต้องเป็น “แสง” ครับ เป็นแสงของพระคริสตเจ้าให้ทุกคนรู้จัก

o แสง ภาษากรีกต้นฉบับใช้คำว่า “Phos” พ่อคิดว่า ข้อคิดที่ดีที่สุด เราจะต้องไม่เดินในความมืดอีกต่อไป... เราต้องเดินในแสงสว่าง ตาของเราต้องได้เห็นองค์ความรอด ใจของเราต้องไม่มืดที่จะรับแสงสว่างเสมอไปนะครับ


• “และเป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับอิสราเอลประชากรของพระองค์”

o ภาษาฮีบรู ใช้คำว่า “Kavot” (คาโวท) แปลว่า “สิริรุ่งโรจน์” คำนี้ใช้กับพระเจ้า พระเจ้าสถิตที่ใดที่นั่นก็มีสิริรุ่งโรจน์

o พ่อมั่นใจ...พระองค์คือพระสิริของเราทุกคน เราทุกคนต้องดำเนินชีวิตให้สมกับได้รับพระสิริของพระเจ้าอยู่ตลอดเวลาครับ... 

o พี่น้องครับ... ขอให้เราได้สัมผัสกับพระคริสตเจ้า แสงสว่างของพระองค์ พ่อคิดว่าเรามีแสงเพียงพอจะดำเนินชีวิตให้ทุกคนได้แสงแห่งพระคริสต์ในชีวิต เราครับ...

o คริสต์มาสแล้ว เราได้เห็นองค์ความรอด และศักดิ์ศรีและสิริรุ่งโจน์ของอิสราเอล... เราไม่กลัว เรามั่นใจ และวางใจได้เต็มเปี่ยมนะครับ... พระเจ้าอวยพรให้ทุกท่านมีสันติและสิริของพระเจ้าในชีวิตและล้อมรอบตัวเรา ตลอดไปนะครับ เป็นรังสีความยิ่งใหญ่ในความดี ในความรัก และในความศักดิ์สิทธิ์ครับ

o ขอพระเจ้าประทานความศักดิ์สิทธิ์แก่พี่น้องทุกท่านครับ....


• ความจริงในพระวรสารพรุ่งนี้เป็นส่วนต่อของวันนี้ พ่อให้ดูต่อไปอีกนิด (ข้อ 36-38) มีสตรีอีกท่าน “นางอันนา” มีเรื่องราวต่อแต่ไม่ค่อยมีใครอธิบายถึงนาง นางได้ออกมาในฉากเดียวกับท่านสิเมโอน พระคัมภีร์เขียนว่า...


• “ประกาศกหญิงคนหนึ่ง ชื่ออันนา เป็นบุตรหญิงของฟานูเอลจากเผ่าอาเชอร์ นางชรามากแล้ว แต่งงานตั้งแต่ยังสาว อยู่กับสามีเจ็ดปี หลังจากนั้นก็เป็นม่าย เวลานี้อายุแปดสิบสี่ปี ไม่ได้ออกจากพระวิหารเลย อยู่รับใช้พระเจ้าทั้งกลางวันกลางคืนโดยจำศีลอดอาหารและอธิษฐานภาวนา นางเข้ามาในเวลานั้นพอดี ขอบพระคุณพระเจ้าและกล่าวถึงพระกุมารให้ทุกคนที่กำลังรอคอยการไถ่กู้กรุง เยรูซาเล็มฟัง”

o นางคืออีกคนที่เป็นเครื่องหมายของความสิ้นหวังและยังรอคอย... เป็นม่าย และอยู่ในพระวิหารรับใช้ทั้งวันคืน

o เมื่อได้พบพระกุมาร นางก็ประกาศความหวังที่กำลังรอคอยนั้นได้มาถึง


• พี่น้องที่รัก ขอให้มีความสุขกับความหวังนะครับ ขอให้เราได้มีความสุขกับการได้ฉลองพระคริสตเจ้าบังเกิดพร้อมหน้ากัน พระเจ้าอวยพรครับ.. ขับเพลงสรรเสริญพระเจ้าเสมอครับ ด้วยความสุขใจที่ได้รักพระองค์ และที่ทรงรักเราถึงเพียงนี้ครับ

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย