ความเชื่อและความพากเพียรของชาวเธสะโลนิกา

           13ด้วยเหตุนี้เราขอบพระคุณเจ้าอยู่เสมอ เพราะเมื่อเราประกาศพระวาจาของพระเจ้าให้ท่านฟัง ท่านฟังแล้วก็รับไว้ มิใช่เช่นวาจาของมนุษย์ แต่เช่นที่เป็นจริงคือ "พระวาจาของพระเจ้า"dซึ่งกำลังแสดงพลังeอยู่ในท่านที่มีความเชื่อ  14พี่น้องทั้งหลาย ท่านประพฤติตามแบบพระศาสนจักรต่าง ๆ ของพระเจ้าในพระคริสตเยซูที่อยู่ในแคว้นยูเดีย เพราะท่านได้รับทุกข์ทรมานจากการกระทำของเพื่อนร่วมชาติ เช่นเดียวกับที่เขาเหล่านั้นได้รับจากชาวยิวf  15ผู้ประหารชีวิตทั้งพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าและบรรดาประกาศก และเบียดเบียนพวกเราด้วย ชาวยิวเหล่านั้นมิได้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า แต่เป็นศัตรูกับมนุษย์ทุกคน  16เพราะกีดกันมิให้เราประกาศสอนคนต่างชาติให้รอดพ้น ชาวยิวเหล่านั้นจึงทำบาปอยู่เสมอจนบาปทวีขึ้นถึงที่สุด การลงโทษgของพระเจ้าจึงลงมาเหนือพวกเขาในที่สุด



d พระวาจาในที่นี้หมายถึงคำสอนของอัครสาวกโดยสรุป พระวาจานี้ก่อนอื่น "ถูกรับ" (4:1; 2 ธส 3:6;           1 คร 15:1; กท 1:9; ฟป 4:9; คส 2:6;) หรือ "ได้รับฟังมา" (รม 10:17 เชิงอรรถ h; อฟ 1:13; กจ 15:7;) จากนั้น จึงเข้าลึกในความคิดหรือดวงใจ (รม 10:8-10) ผู้ฟังและยอมรับพระวาจาในจิตใจ (1 ธส 1:6; มก 4:20;   กจ 8:14; 2 คร 11:4; 2 ธส 2:10;) แสดงให้เห็นว่า พระเจ้าได้ตรัสกับเขาโดยทางธรรมทูตของพระองค์         (1 ธส 4:1ฯ; 2 คร 3:5; 13:3)

e พระเจ้าทรงทำงานโดยอาศัยพระวาจา ที่ผู้มีความเชื่อได้รับไว้ เทียบ 1:8; 2 ธส 3:1

f ลักษณะการเขียนที่แข็งกร้าวของข้อ 15-16 สะท้อนให้เห็นบรรยากาศอันขมขื่นที่กรุงเยรูซาเล็ม (มธ 5:12; 21:33-46; 23:29-37; กจ 2:23 เชิงอรรถ o) เมื่อเปาโลทำให้ชาวยิวที่นั่นโกรธเคือง เพราะได้ไปเทศน์สอนคนต่างชาติ (1 ธส 2:16; ดู กจ 13:5 เชิงอรรถ e;) ต่อมาในภายหลัง เปาโลจึงค่อย ๆ มีท่าทีที่สมดุลมากกว่าที่มีที่นี่ โดยพูดถึงบทบาทพิเศษของการเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (เทียบ รม 9:11; กท 4:21-31;) เปาโลได้พยายามทำให้คริสตชนชาวยิวและไม่ใช่ชาวยิวได้ปรองดองกัน (ดู 1 คร 16:1 เชิงอรรถ a; อฟ 2:11-12)

g สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า "จากพระเจ้า"