Get Adobe Flash player


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

บรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวในวันสับบาโต

1วันสับบาโตวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านนาข้าวสาลี บรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวมาขยี้กิน  2ชาวฟาริสีบางคนจึงถามว่า “ทำไมท่านทำสิ่งต้องห้ามในวันสับบาโตเล่า” 3พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านไม่ได้อ่านหรือว่ากษัตริย์ดาวิดและผู้ติดตามได้ทำอะไรเมื่อหิวโหย  4พระองค์เสด็จเข้าในพระนิเวศของพระเจ้า ทรงหยิบขนมปังที่ตั้งถวายมาเสวยและประทานแก่ผู้ติดตาม ขนมปังนี้ใครจะกินไม่ได้นอกจากบรรดาสมณะเท่านั้น”  5แล้วพระเยซูเจ้าทรงเสริมว่า “บุตรแห่งมนุษย์เป็นนายเหนือ

วันสับบาโต”a

            พระเยซูเจ้าทรงรักษาชายมือลีบ

          6วันสับบาโตอีกวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในศาลาธรรมและทรงสั่งสอนที่นั่น มีชายคนหนึ่งมือขวาลีบ  7บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีคอยจ้องดูว่าพระองค์จะทรงรักษาชายมือลีบในวันสับบาโตหรือไม่เพื่อจะหาเหตุกล่าวโทษพระองค์  8แต่พระองค์ทรงทราบความคิดของเขาจึงตรัสกับชายมือลีบว่า “ลุกขึ้น มายืนตรงกลางนี่ซิ” เขาก็ลุกขึ้นยืน  9พระเยซูเจ้าตรัสกับคนทั้งหลายว่า “เราถามท่านว่า ในวันสับบาโตนั้น ควรทำความดี หรือทำความชั่ว ควรช่วยชีวิตหรือทำลายชีวิต”  10แล้วพระองค์ทอดพระเนตรเขาทุกคนและตรัสกับชายมือลีบว่า “จงเหยียดมือออกซิ” เขาก็ทำตามและมือของเขาก็หายเป็นปกติ  11บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีรู้สึกโกรธแค้นมาก  จึงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกับพระเยซูเจ้า

            พระเยซูเจ้าทรงเลือกสาวกสิบสองคน

          12ครั้งนั้นพระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนาและทรงอธิษฐานภาวนาต่อพระเจ้าตลอดทั้งคืน  13ครั้นถึงรุ่งเช้า พระองค์ทรงเรียกบรรดาศิษย์เข้ามาแล้วทรงคัดเลือกไว้สิบสองคน ประทานนามว่า “อัครสาวก”b  14คือซีโมน ซึ่งเรียกว่าเปโตร อันดรูว์น้องชายของเขา ยากอบ ยอห์น ฟิลิป บาร์โธโลมิว  15มัทธิว โธมัส

ยากอบบุตรอัลเฟอัส ซีโมนผู้มีสมญาว่า “ผู้รักชาติ”  16ยูดาส บุตรของยากอบc และยูดาส  อิสคาริโอท ต่อมายูดาสผู้นี้จะเป็นผู้ทรยศ

            ประชาชนติดตามพระเยซูเจ้า

          17พระเยซูเจ้าเสด็จลงมาจากภูเขาพร้อมกับบรรดาศิษย์และทรงหยุดอยู่ ณ ที่ราบแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีศิษย์กลุ่มใหญ่และประชาชนจำนวนมากจากทั่วแคว้นยูเดีย จากกรุงเยรูซาเล็ม จากเมืองไทระ และจากเมืองไซดอนซึ่งอยู่ริมทะเล  18มาฟังพระองค์  และรับการรักษาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บของตน บรรดาผู้ที่ถูกปีศาจรบกวนได้รับการรักษาด้วย  19ประชาชนทุกคนพยายามสัมผัสพระองค์ เพราะมีพระอานุภาพออกจากพระองค์ รักษาทุกคนให้หาย

            ธรรมเทศนาบทแรกdความสุขแท้จริงeและคำสาปแช่ง

          20พระองค์ทอดพระเนตรบรรดาศิษย์ ตรัสว่า

          ท่านทั้งหลายที่ยากจนย่อมเป็นสุข เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของท่าน

          21ท่านที่หิวในเวลานี้ย่อมเป็นสุข เพราะท่านจะอิ่ม

          ท่านที่ร้องไห้ในเวลานี้ย่อมเป็นสุข เพราะท่านจะหัวเราะ

          22ท่านทั้งหลายเป็นสุข เมื่อคนทั้งหลายเกลียดชังท่าน ผลักไสท่าน ดูหมิ่นท่าน  รังเกียจนามของท่านประหนึ่งนามชั่วร้ายเพราะท่านเป็นศิษย์ของบุตรแห่งมนุษย์  23จงชื่นชมในวันนั้นเถิด จงโลดเต้นยินดีเถิด เพราะบำเหน็จรางวัลของท่านนั้นยิ่งใหญ่นักในสวรรค์ บรรดาบรรพบุรุษของเขาเหล่านั้นเคยกระทำเช่นนี้กับบรรดาประกาศกมาแล้ว

          24วิบัติจงเกิดกับท่านที่ร่ำรวย เพราะท่านได้รับความเบิกบานใจแล้ว

          25วิบัติจงเกิดกับท่านที่อิ่มเวลานี้ เพราะท่านจะหิว

          วิบัติจงเกิดกับท่านที่หัวเราะเวลานี้ เพราะท่านจะเป็นทุกข์และร้องไห้

          26วิบัติจงเกิดกับท่านเมื่อทุกคนกล่าวยกย่องท่าน เพราะบรรดาบรรพบุรุษของเขาเหล่านั้นเคยกระทำเช่นนี้กับบรรดาประกาศกเทียมมาแล้ว

            ความรักศัตรู

          27”แต่เรากล่าวกับท่านทั้งหลายที่กำลังฟังอยู่ว่า จงรักศัตรู จงทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังท่าน  28จงอวยพรผู้ที่สาปแช่งท่าน จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่ทำร้ายท่าน  29ผู้ใดตบแก้มท่านข้างหนึ่ง จงหันแก้มอีกข้างหนึ่งให้เขาตบด้วย ผู้ใดเอาเสื้อคลุมของท่านไป จงปล่อยให้เขาเอาเสื้อยาวไปด้วย  30จงให้แก่ทุกคนที่ขอท่าน และอย่าทวงของของท่านคืนจากผู้ที่ได้แย่งไป  31ท่านอยากให้เขาทำต่อท่านอย่างไร ก็จงทำต่อเขาอย่างนั้นเถิด  32ถ้าท่านรักเฉพาะผู้ที่รักท่าน ท่านจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร คนบาปก็ยังรักผู้ที่รักเขาด้วย  33ถ้าท่านทำดีเฉพาะต่อผู้ที่ทำดีต่อท่าน ท่านจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร  คนบาปก็ยังทำเช่นนั้นด้วย

  • ถ้าท่านให้ยืมเงินโดยหวังจะได้คืน ท่านจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าได้อย่างไร

คนบาปก็ให้คนบาปด้วยกันยืมโดยหวังจะได้เงินคืนจำนวนเท่ากัน  35แต่ท่านจงรักศัตรู จงทำดีต่อเขา จงให้ยืมโดยไม่หวังอะไรกลับคืนfแล้วบำเหน็จรางวัลของท่านจะใหญ่ยิ่ง ท่านจะเป็นบุตรของพระผู้สูงสุด เพราะพระองค์ทรงพระกรุณาต่อคนอกตัญญูและต่อคนชั่วร้าย

            ความเมตตากรุณาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

36จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด  37อย่าตัดสินเขาแล้วพระเจ้าจะไม่ทรงตัดสินท่าน อย่ากล่าวโทษเขา แล้วพระเจ้าจะไม่ทรงกล่าวโทษท่าน จงให้อภัยเขาแล้วพระเจ้าจะทรงให้อภัยท่าน  38จงให้ แล้วพระเจ้าจะประทานแก่ท่าน ท่านจะได้รับเต็มสัดเต็มทะนานอัดแน่นจนล้นgเพราะว่าท่านใช้ทะนานใดตวงให้เขา พระเจ้าก็จะทรงใช้ทะนานนั้นตวงตอบแทนให้ท่านด้วย”

            ความดีบริบูรณ์

39พระเยซูเจ้ายังตรัสอุปมาให้เขาเหล่านั้นฟังอีกว่า “คนตาบอดจะนำทางคนตาบอดได้หรือ ทั้งคู่จะตกลงไปในคูมิใช่หรือh  40ศิษย์ย่อมไม่อยู่เหนืออาจารย์ แต่ทุกคนที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดีแล้วก็จะเป็นเหมือนอาจารย์ของตน  41ทำไมท่านจึงมองดูเศษฟางในดวงตาของพี่น้อง แต่ไม่สังเกตเห็นท่อนซุงในดวงตาของตนเลย  42ท่านจะกล่าวแก่พี่น้องได้อย่างไรว่า “พี่น้อง ปล่อยให้ฉันเขี่ยเศษฟางออกจากดวงตาของท่านเถิด” ขณะที่ท่านไม่เห็นท่อนซุงในดวงตาของตนเอง ท่านคนหน้าซื่อใจคดเอ๋ย จงเอาท่อนซุงออกจากดวงตาของท่านก่อนเถิด ท่านจะเห็นชัดแล้วจึงค่อยไปเขี่ยiเศษฟางออกจากดวงตาของพี่น้อง

43ต้นไม้ที่เกิดผลไม่ดีย่อมไม่ใช่ต้นไม้พันธุ์ดี หรือต้นไม้พันธุ์ไม่ดีย่อมไม่ให้ผลดีเช่นกัน  44เรารู้จักต้นไม้แต่ละต้นได้จากผลของต้นไม้นั้น เราย่อมไม่เก็บผลมะเดื่อเทศจากพงหนาม หรือเก็บผลองุ่นจากกอหนาม  45คนดีย่อมนำสิ่งที่ดีออกจากขุมทรัพย์ที่ดีในใจของตน ส่วนคนเลวย่อมนำสิ่งที่เลวออกมาจากขุมทรัพย์ที่เลวของตน เพราะปากย่อมกล่าวสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา

            ศิษย์ที่แท้จริง

46ทำไมท่านจึงเรียกเราว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าแต่พระเจ้า และไม่ปฏิบัติตามที่เราบอกเล่า

47ทุกคนที่มาหาเราjย่อมฟังคำของเราและนำไปปฏิบัติ เราจะชี้ให้ท่านทั้งหลายเห็นว่า เขาเปรียบเสมือนผู้ใด  48เขาเปรียบเสมือนคนที่สร้างบ้าน เขาขุดหลุม ขุดลงไปลึก และวางรากฐานไว้บนหิน เมื่อเกิดน้ำท่วม น้ำในแม่น้ำไหลมาปะทะบ้านหลังนั้น แต่ทำให้บ้านนั้นสั่นคลอนไม่ได้ เพราะบ้านหลังนั้นสร้างไว้อย่างดี  49แต่ผู้ที่ฟังและไม่ปฏิบัติตาม ก็เปรียบเสมือนคนที่สร้างบ้านไว้บนพื้นดินโดยไม่มีรากฐาน เมื่อน้ำในแม่น้ำไหลมาปะทะ บ้านนั้นก็พังทลายลงทันที และเสียหายมาก

6 a สำเนาโบราณฉบับหนึ่งเพิ่มข้อความที่น่าสนใจ แต่พระเยซูเจ้าคงจะมิได้ตรัสแน่ ๆ ว่า ‘ในวันเดียวกัน พระเยซูเจ้าทรงเห็นชายคนหนึ่งทำงานในวันสับบาโต จึงตรัสกับเขาว่า “เพื่อนเอ๋ย ถ้าท่านรู้ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ ท่านก็เป็นสุข แต่ถ้าท่านไม่รู้ ท่านก็ถูกสาปแช่งและเป็นผู้ละเมิดธรรมบัญญัติ”’

b “อัครสาวก” คำในภาษากรีก (Apostolos) แปลว่า ‘ผู้ถูกส่งไป’ คำนี้เป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วในแวดวงทั้งของชาวยิวและชาวกรีก คริสตชนนำคำนี้มาใช้หมายถึงธรรมทูต ‘ที่ถูกส่ง’ (ดู กจ 22:21 เชิงอรรถ I) เพื่อเป็นพยานถึงชีวิต การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า (กจ 1:8 เชิงอรรถ k) ชื่อนี้ความหมายแรกใช้กับกลุ่มศิษย์พิเศษสิบสองคน (มก 3:14 เชิงอรรถ c) (ใน กจ คำนี้ใช้หมายถึงกลุ่มศิษย์สิบสองคนนี้เท่านั้น) แต่ยังมาใช้กับศิษย์อื่น ๆ อีกด้วย (ดู รม 1:1 เชิงอรรถ b) การเป็น “อัครสาวก” นับเป็นพระพรพิเศษอันดับแรก (เทียบ 1 คร 12:28; อฟ 4:11) เป็นไปได้ว่า คริสตชนในสมัยแรก ไม่ใช่พระเยซูเจ้า ได้เรียกบรรดาธรรมทูตว่า “อัครสาวก” (ผู้ถูกส่ง) แต่พระองค์ก็ได้ส่งบรรดาศิษย์ออกไปประกอบภารกิจแล้วแน่ ๆ เช่น ทรงส่งไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในแคว้นกาลิลีก่อน (9:6) แล้วต่อมาเมื่อทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว ได้ทรงส่งพวกเขาไปทั่วโลก (24:47; กจ 1:8; ดู ยน 3:11 เชิงอรรถ f; 4:34 เชิงอรรถ k)

c ตามตัวอักษรว่า ‘ยูดาสของยากอบ’ ซึ่งอาจจะหมายความว่า ‘น้องชายของยากอบ’ ได้อีกด้วย ดู มธ 10:2 เชิงอรรถ b

d ธรรมเทศนาที่ลูกากล่าวถึงนี้ สั้นกว่าบทเทศน์บนภูเขาใน มธ เพราะ ลก มิได้เพิ่มเติมพระวาจาอื่น ๆ ของพระเยซูเจ้าในเรื่องคล้ายคลึงกันเหมือนกับ มธ นอกจากนั้น ลก ยังได้ละเรื่องอื่น ๆ อีกหลายเรื่องที่ไม่น่าสนใจสำหรับผู้อ่านที่ไม่ใช่ชาวยิว เช่นเรื่องธรรมบัญญัติ (ดู มธ 5:1 เชิงอรรถ a)

e มธ กล่าวถึงความสุขแท้จริง 8 ประการ แต่ ลก กล่าวถึงความสุขแท้จริง 4 ประการ พร้อมกับวิบัติอีก 4 ประการ สำหรับ มธ ความสุขแท้จริงเหล่านี้เป็นแบบแผนสำหรับชีวิตใหม่ ซึ่งจะนำผู้ปฏิบัติไปรับรางวัลในสวรรค์ แต่สำหรับ ลก ความสุขแท้จริงและวิบัติ สะท้อนสภาพชีวิตปัจจุบันซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสภาพตรงกันข้ามในชีวิตหน้า เช่นใน 16:25 ใน มธ พระเยซูเจ้าทรงกล่าวถึงบุคคลที่สาม แต่ใน ลก พระองค์ตรัสโดยตรงกับผู้ฟัง

f ข้อความนี้ยังอาจแปลได้อีกว่า ‘โดยไม่ทำให้ผู้ใดผิดหวัง’ หรือ ‘โดยไม่ทำให้ผู้ใดสิ้นหวังเลย’

g ตามตัวอักษร “เขาใส่ชายเสื้อของท่าน” ชาวยิวยกชายเสื้อยาวขึ้นเป็นเหมือนถุงใส่ข้าวหรือสิ่งของที่จะต้องขนไป

h ข้อความนี้ใน ลก พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ ส่วนใน มธ 15:14 พระองค์ตรัสกับชาวฟาริสี ข้อ 43-45 ก็เช่นกัน

i หรือ “แล้วจะได้เห็นชัดว่าจะเขี่ยเศษฟางอย่างไร”

j “ผู้ที่มาหาเรา” เป็นสำนวนของยอห์น (ดู ยน 6:35 เชิงอรรถ k)

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย